ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 


 ข่าวหวย 16 มิถุนายน 2561



0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

11 มิถุนายน 2018, 13:18:12
อ่าน 230 ครั้ง

เจ๊วู

  • คอหวย
  • ***

  • 311
    กระทู้

    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
ข่าวหวย 16 มิถุนายน 2561
« เมื่อ: 11 มิถุนายน 2018, 13:18:12 »
จ้่องทะเบียน จนตาแหก



11 มิ.ย.นายกฯลงพื้นที่จ.พิจิตร


















วันที่ 11 มิ.ย.นายกฯลงพื้นที่จ.พิจิตร พบปะประชาชนที่บึงสีไฟ ต.ในเมือง อ.เมือง


และเยี่ยมชมกิจกรรมการพัฒนาพิจิตรจังหวัดคุณธรรม และการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวบึงสีไฟ

 จากนั้นนายกฯไปตรวจเยี่ยมโครงการฟื้นฟูแม่น้ำพิจิตรเพื่อการระบายน้ำและกักเก็บน้ำ

เพื่อการเกษตรที่ประตูระบายน้ำดงเศรษฐี ช่วงบ่ายเดินทางไปจ.นครสวรรค์ พบปะประชาชนและผู้นำท้องถิ่น

กลุ่มจังหวัดที่หอประชุมอาคารเอนกประสงค์บึงบอระเพ็ด จากนั้นเยี่ยมชมตลาดประชารัฐ

ตลาดวัฒนธรรมเมืองสี่แคว ณ ตลาดต้นแม่น้ำเจ้าพระยา

ส่วนวันที่ 12 มิ.ย.จะมีการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2

ได้แก่จ.นครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร และอุทัยธานี และจากนั้นประชุมครม.สัญจร เมื่อเสร็จสิ้นการประชุม

นายกฯจะเดินทางเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา และชุมชนบ้านแก่ง เยี่ยมชมบริษัทผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว

 ณ บริษัทกล้า แกร่ง จำกัด ถือเป็นการเสร็จสิ้นภารกิจเดินทางกลับกทม.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 มิถุนายน 2018, 09:07:19 โดย เจ๊วู »

12 มิถุนายน 2018, 09:06:11
ตอบกลับ #1

เจ๊วู

  • คอหวย
  • ***

  • 311
    กระทู้

    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ข่าวหวย 16 มิถุนายน 2561
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 12 มิถุนายน 2018, 09:06:11 »
เบอร์  3 นะจ๊ะ เบอร์3......



12 มิ.ย.นายกฯลงพื้นที่ จ.นครสวรรค์






























“บิ๊กตู่” ลงพื้นที่ พิจิตร และไปนครสวรรค์ นั่งรถไฟ จาก ชุมแสง ไปนครสวรรค์ ตรวจโครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ พร้อมทักทายประชาชน

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะ ออกเดินทางโดยรถไฟขบวนพิเศษจากสถานีรถไฟชุมแสง ตำบลชุมแสง อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ไปยังสถานีรถไฟนครสวรรค์ ตำบลหนองปลิง อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อตรวจโครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ (ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ)

ดูความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ (ช่วงลพบุรี – ปากน้ำโพ) ว่าเป็นโครงการรถไฟทางคู่ในเส้นทางสายเหนือ มีระยะทาง 145 กิโลเมตร จำนวน 20 สถานี วงเงินลงทุน 21,688 ล้านบาท เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาระบบรางภายใต้แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558 – 2565 ที่รัฐบาลเร่งรัดดำเนินการเพื่อเพิมประสิทธิภาพการเดินทางและขนส่ง ช่วยเสริมสร้างโครงข่ายคมนาคมของไทยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้การเดินทางสู่ภาคเหนือรวดเร็วขึ้น สามารถขนส่งสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมได้อย่างสะดวก กำหนดเวลาได้ จูงใจให้ประชาชนเดินทางมาท่องเที่ยวมากขึ้น การค้าขายคึกคัก และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ

โดยแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 2 ช่วง ตามความเหมาะสมของพื้นที่ที่แนวเส้นทางพาดผ่าน ได้แก่ ช่วงที่ 1 บ้านกลับ – โคกกะเทียม ระยะทางรวมประมาณ 29 กิโลเมตร

และช่วงที่ 2 ท่าแค – ปากน้ำโพ ระยะทางรวม 116 กิโลเมตร มีการก่อสร้าง ปรับปรุงสะพานและทางลอดปลอดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟ 78 จุด ปรับปรุงสถานีรถไฟเดิม 10 สถานี ก่อสร้างสถานีใหม่ 10 สถานี โดยก่อสร้างเป็นทางรถไฟยกระดับ 23 กิโลเมตร และก่อสร้างระดับดิน 122 กิโลเมตร พาดผ่านพื้นที่จังหวัดลพบุรีและนครสวรรค์

โครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ (ช่วงลพบุรี – ปากน้ำโพ) สัญญาที่ 2 ช่วงท่าแค – ปากน้ำโพ กำหนดระยะเวลาก่อสร้าง 36 เดือน โดยเริ่มงานก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 – 31 มกราคม 2564 งบประมาณ 8,649,000,000 บาท (แปดพันหกร้อยสี่สิบเก้าล้านบาทถ้วน) ประกอบด้วย (1) งานก่อสร้างรางวิ่งรถไฟ ประมาณ 116 กิโลเมตร (2) งานก่อสร้างสถานีใหม่ 8 สถานี (3) งานปรับปรุงสถานีเดิม 10 สถานี (4) งานก่อสร้างย่านเก็บกองและขนถ่ายตู้สินค้า 1 แห่ง (CY) (5) งานก่อสร้างโยธาและอื่น ๆ (6) งานก่อสร้างถนนยกระดับข้ามทางรถไฟ , ทางกลับรถยกระดับรูปตัวยู , ถนนลอดใต้สะพานข้ามทางรถไฟ และถนนลอดใต้สะพานทางรถไฟโดยใช้ท่อเหลี่ยม และ(7) งานก่อสร้างอาคารศูนย์ควบคุมการเดินรถ 1 แห่ง (CTC)

ซึ่งมีความมั่นใจว่าโครงการนี้จะสามารถพลิกโฉมการขนส่งทางรถไฟได้อย่างชัดเจน เพราะจะทำให้มีความจุของทางรถไฟเพิ่ม สามารถรองรับขบวนรถเพิ่มขึ้นได้ไม่น้อยกว่า 2 เท่าตัว การขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น ช่วยลดระยะเวลาการเดินทางได้ถึง 30% เนื่องจากไม่ต้องเสียเวลาในการรอหลีกขบวนรถ มีความตรงต่อเวลาของขบวนรถ ช่วยให้ประชาชนมีทางเลือกในการเดินทางมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดต้นทุนการขนส่งด้านโลจิสติกส์ เพิ่มประสิทธิภาพของการขนส่งทางรถไฟ ประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงที่ใช้ในการขนส่งของประเทศ และลดปัญหามลพิษที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคและท้องถิ่น ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เชื่อมโยงโครงข่ายการบริหารจัดการขนส่งมวลชน สินค้า บริการ ทั้งในพื้นที่ชนบท เมือง และระหว่างประเทศเข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายกฯกล่าวว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าและทันสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาระบบขนส่งทางราง ซึ่งจะช่วยให้การเดินทางและขนส่ง มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และทำให้การดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ทั้งธุรกิจ การค้า การลงทุน เป็นไปได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เสริมศักยภาพด้านเศรษฐกิจการค้าและโลจิสติกส์ เพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชนในภูมิภาค

ทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เศรษฐกิจของประเทศพัฒนาได้อย่างเต็มที่
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า การพัฒนารถไฟไทยสู่โครงข่ายหลักของประเทศมีความสอดรับกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทั้งด้านการเดินทางและขนส่งที่มีความสะดวกรวดเร็ว ปลอดภัย ประหยัด กำหนดเวลาได้ และเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างไร้รอยต่อด้วยการเดินทางที่สะดวกสบายขึ้น สัดส่วนการขนส่งสินค้าทางรางเพิ่มมากขึ้น ต้นทุนโลจิสติกส์ลดลง เป็นส่วนสำคัญของการหนุนนำเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจะทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข นำประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

ทั้งนี้ รถไฟทางคู่เส้นทางช่วงลพบุรี-ปากนํ้าโพ เป็นโครงการพัฒนารถไฟทางคู่ใหม่ รูปแบบการพัฒนาทางรถไฟใหม่เพิ่ม 1 ทางขนานไปกับทางรถไฟเดิม เพื่อเร่งยกระดับให้บริการโลจิสติกส์สู่พื้นที่ภาคเหนือ ในส่วนของการออกแบบก่อสร้างสถานียังคงเอกลักษณ์ท้องถิ่นเป็นหลัก มีการนำสถาปัตยกรรมท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบ เพื่อให้เกิดความสวยงามและกลมกลืนกับสภาพภูมิประเทศ ผสมผสานกับความทันสมัยและความคิดสร้างสรรค์ทั้งสถานีขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก เน้นความปลอดภัย ง่ายต่อการขนส่ง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันเพื่อสนับสนุนการเดินทางของประชาชน และการคมนาคมขนส่งของผู้ประกอบการในภาคธุรกิจ และมีการอนุรักษ์อาคารสถานีรถไฟเดิมทุกสถานี โดยคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการในปี 2565
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 มิถุนายน 2018, 07:51:31 โดย เจ๊วู »

12 มิถุนายน 2018, 09:26:58
ตอบกลับ #2

เจ๊วู

  • คอหวย
  • ***

  • 311
    กระทู้

    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ข่าวหวย 16 มิถุนายน 2561
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 12 มิถุนายน 2018, 09:26:58 »
วันอานันทมหิดล


ตรงกับวันที่ 9 มิถุนายน ของทุกปี







พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล

 พระราชสมภพเมื่อวันอาทิตย์ที่20กันยายน พ.ศ. 2468

ณ เมืองไฮเดลเบอร์ก ประเทศเยอรมัน

ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่สอง

ในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรมพระบรมราชนก

และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

เมื่อพระชนมายุ 3 พรรษา ได้เสด็จกลับประเทศไทยพร้อมด้วยพระบรมราชชนกและพระบรมราชชนนี

โดยเสด็จประทับ ณ วังสระปทุม ในปีต่อมาได้ทรงศึกษาชั้นอนุบาล ณ โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย

 แล้วจึงเสด็จไปประทับต่อ ณ เมืองโลซานน์ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

มื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ.2475

ต่อมาภายหลังพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสละราชสมบัติ

สภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาลในขณะนั้นมีมติเห็นชอบ

ให้อัญเชิญพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอานันทมหิดล

 ขึ้นครองราชย์สืบราชสันติวงศ์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่๘ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์

ทรงพระนามว่า "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล" เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2477

ในขณะนั้นพระองค์มีพระชนมายุเพียง 9 พรรษา จึงต้องทรงมีคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

ได้แก่ พระวรวงศ์เธอกรมหมื่นอนุวัตรจาตุรนต์ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพยอาภาและเจ้าพระยายมราช

 ทำการบริหารแผ่นดินแทนจนกว่าพระองค์จะทรงบรรลุนิติภาวะ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ได้เสด็จนิวัตกลับประเทศไทยเป็นครั้งแรกหลักจากขึ้นครองราชย์

ซึ่งขณะนั้นทรงมีพระชนมายุได้ 13 พรรษา ตลอดระยะเวลา2 เดือน ที่ทรงเสด็จประทับอยู่ในเมืองไทย

ได้ทรงออกเยี่ยมราษฎรในที่ต่างๆ จากนั้นพระองค์ทรงเสด็จกลับไปศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

 จนกระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 การคมนาคมติดต่อเป็นไปโดยลำบาก พระองค์ท่านจึงไม่ทรงมีโอกาสติดต่อกับประเทศไทย

 เมื่อสงครามสงบ พระองค์จึงเสด็จนิวัติกลับประเทศไทยอีกครั้ง เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2488

ขณะนั้นทรงมีพระชนมายุได้ 21 พรรษา ในการเสด็จนิวัตเมืองไทยครั้งนี้ เดิมทรงตั้งพระราชหฤทัยจะประทับอยู่ในเมืองไทยเพียง 1 เดือน

 จากนั้นจะเสด็จพระราชดำเนินกลับสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อให้ทันการเปิดภาคเรียนใหม่ในกลางเดือนมกราคม

 แต่เนื่องจากทรงมีพระราชกรณียกิจมากมายในฐานะประมุขของประเทศ ทำให้ทรงเลื่อนเวลาที่จะเสด็จพระราชดำเนินกลับสวิตเซอร์แลนด์ออกไป

ระหว่างที่พระองค์ประทับอยู่ในพระนครเมื่อคราวเสด็จนิวัติเมืองไทยครั้งที่2 นั้น พระองค์เสด็จสวรรคต

 เนื่องจากถูกพระแสงปืน ณ พระแท่นบรรทมในพระที่นั่งบรมพิมาน เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489

 หลังจากเสวยราชสมบัติอยู่เป็นเวลา 12 ปีเท่านั้น

ปวงชนชาวไทยต่างรำลึกถึงพระเมตตาธิคุณและพระมหากรุณาธิคุณ อันมีเป็นอเนกประการจึงร่วมใจน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่าน โดยถือเอาวันที่ 9 มิถุนายนของทุกปี เป็น "วันอานันทมหิดล" ในปี พ.ศ. 2528 สมาคมศิษย์เก่าแพทย์จุฬาลงกรณ์ ได้รวบรวมทุนจากเงินบริจาคของศิษย์เก่าแพทย์จุฬาฯ ทุกรุ่นจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ขึ้นไว้หน้าตึกอานันทมหิดล คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงบันดาลให้เกิดคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และเป็นการเฉลิมพระเกียรติยศให้ประชาชนได้รำลึกถึงพระองค์ท่านสืบไป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ก่อตั้ง "มูลนิธิอานันทมหิดล" ขึ้น เพื่อสนับสนุนนักเรียนไทยผู้มีความสามารถทางวิชาการอย่างยอดเยี่ยมมีคุณธรรมสูง ได้มีโอกาสไปศึกษาวิทยาการจนถึงขั้นสูงสุดในต่างประเทศ เพื่อนำความรู้กลับมาทำคุณประโยชน์พัฒนาบ้านเมืองให้ก้าวหน้าต่อไป โดยมูลนิธินี้ไม่มีการสอบคัดเลือก กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะสรรหาผู้สมควรได้รับพระราชทานทุน นำขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณา เพื่อขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยชี้ขาด

กิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นเนื่องในวันอานันทมหิดล
1.พิธีถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทรซึ่งประดิษฐานหน้าอาคาร "อานันทมหิดล" คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ของนิสิตคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

2.พิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ ของคณาจารย์ แพทย์ พยาบาล นิสิตแพทย์และหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน

3.พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ณ อาคารวชิรญาณวงศ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

4.การจัดทำเข็มกลัดที่ระลึกเนื่องในวันอานันทมหิดล เพื่อออกรับบริจาคโดยนิสิตแพทย์ รายได้สมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดลและช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

5.การจัดการแข่งขันตอบปัญหาวิชาการชีววิทยาและวิทยาศาสตร์การแพทย์เนื่องใน วันอานันทมหิดล ชิงโล่พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

6.การจัดงานเสวนาเนื่องสัปดาห์วันอานันทมหิดล

7.กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์อื่นๆ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก วิกิพีเดีย, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา


12 มิถุนายน 2018, 09:39:04
ตอบกลับ #3

เจ๊วู

  • คอหวย
  • ***

  • 311
    กระทู้

    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ข่าวหวย 16 มิถุนายน 2561
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 12 มิถุนายน 2018, 09:39:04 »
ฟุตบอลโลก 2018 ครั้งที่  21


























 ฟุตบอลโลก 2018 ครั้งที่  21

ฟุตบอลโลก 2018 เริ่มขึ้นในวันที่ 14 มิ.ย. – 15 ก.ค. นี้

 มีการถ่ายทอดสดให้คนไทยได้ดูทั้ง 64 นัด

ฟุตบอลโลก 2018 (อังกฤษ: 2018 FIFA World Cup; รัสเซีย: Чемпионат мира по футболу 2018)

เป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลโลก ที่จะจัดขึ้นในปี ค.ศ. 2018 (พ.ศ. 2561) โดยประเทศรัสเซียเป็นเจ้าภาพ

 นับเป็นการจัดครั้งแรกของรัสเซียและยุโรปตะวันออก และเป็นครั้งแรกที่ประเทศเจ้าภาพคาบเกี่ยวระหว่างสองทวีป

คือ ยุโรปกับเอเชีย โดยการประกาศประเทศเจ้าภาพอย่างเป็นทางการมีขึ้นในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ณ นครซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมกับการประกาศประเทศเจ้าภาพ ปี 2022

คณะกรรมการจัดการแข่งขันของรัสเซียได้เตรียมการในการสร้างสนามฟุตบอลใหม่ถึง 9 แห่ง รวมกับสนามที่มีอยู่เดิม 7 แห่ง

 โดยมีสนามลุจนีกีเป็นสนามที่มีความจุมากที่สุด คือ 89,318 ที่นั่ง

 นอกจากนี้ สนามกีฬาโอลิมปิกโซชีที่สร้างเพื่อใช้ในพิธีเปิดโอลิมปิกฤดูหนาว 2014

 จะเป็นหนึ่งในสนามแข่งขันในฟุตบอลโลกครั้งนี้ด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 มิถุนายน 2018, 09:44:00 โดย เจ๊วู »

12 มิถุนายน 2018, 09:51:17
ตอบกลับ #4

เจ๊วู

  • คอหวย
  • ***

  • 311
    กระทู้

    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ข่าวหวย 16 มิถุนายน 2561
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 12 มิถุนายน 2018, 09:51:17 »
สยอง  7 ศพ  บนถนนมอเตอร์เวย์



























ญาติรับศพผู้เสียชีวิต เหตุรถพ่วงวิ่งชนรถบรรทุกเหล็กตาย 7 ศพบนถนนมอเตอร์เวย์ อยากให้เจ้าของรถที่ขับชนช่วยรับผิดชอบพราะฐานะทางบ้านยากจน
 

          ความคืบหน้ากรณีที่ นายสุทัศน์ คำแสง รถบรรทุกพ่วงพ่วง 22 ล้อ ยี่ห้อฮี่โน่ หัวสีขาว หมายเลขทะเบียนส่วนหัว 79-6606 กรุงเทพฯ หมายเลขทะเบียนส่วนหาง 79-8003 กรุงเทพฯ พุ่งชนรถบรรทุก 6 ล้อบรรทุกเหล็ก ยี่ห้อฮีโน่ หัวสีขาว หมายเลขทะเบียน 72-0804 นครปฐม และยี่ห้อไฮลักวีโว่ หมายเลขทะเบียน ถส 3330 กรุงเทพ อย่างจัง จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 7 คน และได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 4 คนเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลชลบุรี เหตุเกิดที่ถนนสายมอเตอร์เวย์ ขาเข้ากทม. กม.ที่ 57+800 ต.บางนาง อ.พานทอง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา

          เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 2 มิถุนายน ที่โรงพยาบาลชลบุรี ได้มีญาติผู้เสียชีวิตเดินทางมารับศพด้วยบรรยากาศเศร้าสลด สำหรับผู้เสียชีวิตประกอบไปด้วย นายสัมพันธ์ แสนดี อายุ 40 ปี นายไพรเพ็ขร ยอดโพธิ์ อายุ 42 ปี นายพิเชศฐ์ สอนไทย อายุ 51 ปี นายปรีชา สุระชาติ อายุ 25 ปี นายกิติพงษ์ ระเวิง อายุ 25 ปี นายพรชัย คมใส อายุ 38 ปี นายปิยะพงศ์ ตักโพธิ์ อายุ 34 ปี ชาว จ.นครพนม โดยญาติจะนำไปวัดที่ จ.ศรีสะเกษ 4 ศพ กรุงเทพฯ 1 ศพ และ จ.นครพนม 1 ศพ และกำแพงเพชร 1 ศพ

          นางสงวน กายะชาติ อายุ 44 ปี ได้เดินทางมารับศพน้องชายกล่าวว่า อยากให้เจ้าของรถที่ขับชนช่วยรับผิดชอบให้ด้วย เพราะฐานะทางบ้านยากจน และให้ตำรวจเร่งรัดคดีให้ด้วย และอยากฝากเตือนผู้ขับรถอยากให้มีความระมัดระวังไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดเหตุสลดใจเหมือนกับที่เกิดขึ้นกับน้องชายของตน

          ส่วนทางด้านการดำเนินคดีตำรวจได้ตั้งข้อหานายสุทัศน์ คำแสง คนขับรถพ่วง 22 ล้อ ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย ซึ่งยังรักษาตัวที่โรงพยาบาลชลบุรี จึงได้อายัดตัวไว้ ส่วนสาเหตุในครั้งนี้ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง