ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 


 ข่าวหวย 2 มีนาคม 2561



0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

22 กุมภาพันธ์ 2018, 11:23:52
อ่าน 450 ครั้ง

เจ๊วู

  • คอหวย
  • ***

  • 330
    กระทู้

    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
ข่าวหวย 2 มีนาคม 2561
« เมื่อ: 22 กุมภาพันธ์ 2018, 11:23:52 »
'บิ๊กตู่' ลุยพื้นที่นครปฐม


 พบปะชาวบ้าน ติดตามนโยบายการเกษตร

















21 ก.พ.61 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ พล.ม.2 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)

 พร้อมด้วย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

 นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงพาณิชย์

เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์มาลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.นครปฐม และเป็นการลงพื้นที่ทำกิจกรรมโครงการไทยนิยม ยั่งยืน เป็นครั้งแรก

โดยไปยังจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ที่โรงแรมแหลมบัววิทยา จากนั้น นายกฯ

เดินทางด้วยรถโฟล์คตู้ อัลพาร์ท สีดำทะเบียน กบ 3444 นครปฐม

 ไปยังศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.แหลมบัว) หมู่ที่ 8 ต.แหลมบัว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม พบปะกลุ่มเกษตรกรและประชาชน

ทั้งนี้ เมื่อนายกฯเดินทางมาถึงได้เดินทักทายกลุ่มชาวบ้าน โดยมี อาสาสมัครหมู่บ้าน (อส.) คนหนึ่งมอบพระเครื่องสมเด็จวัดระฆัง(จำลอง)

เป็นที่ระลึกให้กับนายกฯ ขณะที่นายกฯ ได้กล่าวย้ำขอให้ชาวบ้านได้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งเมื่อถึงเวลา และที่มาวันนี้

ก็เพื่อมารับฟังปัญหาและรัฐบาลพร้อมที่จะแก้ไขให้ทุกอย่างขอเพียงอย่างเดียวอย่าว่าต้องช่วยกันทำเพราะรัฐบาลไม่มีเงินอุดหนุนเหมือนในอดีต

"วันนี้รัฐบาลสู้กับความยากจนและสิ่งไม่ดี ดังนั้นเมื่อถึงเวลาเลือกตั้งขอให้เลือกให้ดี"

ทั้งนี้ นายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า รัฐบาลนี้ทำให้เกิดความเท่าเทียมไม่ว่ายากดีมีจน ต้องเข้าถึงการหารายได้ด้วยกฎหมาย ออกมาหลายฉบับเพื่อช่วยคนจน

 เราต้องวางกลไกต่อไปให้เรียบร้อย ไม่ใช่อะไรก็เรียกร้องไปเรื่อยๆ แล้วมันไม่ใช่ข้อเท็จจริง รัฐบาลไหนก็ตามที่เอาเงินมาใช้แบบนี้จะเป็นภาระประเทศในวันหน้า

ซึ่ง 3-4 ปีที่ผ่านมา อย่างเรื่องข้าวรัฐบาลก็ปลดล็อกไปหลายเรื่องแล้ว ไม่เช่นนั้นมีข้าวในสต็อกมากเกินไป ข้าวไม่มีทางราคาดี การปลูกข้าวใหม่ที่ราคาแย่ ตนกำลังให้ตรวจสอบที่มีเรื่องของความชื้น โรงสีมีการหักราคาความชื้นเกินกว่ากฎหมายกำหนดหรือไม่

"วันนี้เห็นแววตาทุกคน สิ่งที่ทุกคนมารักผมมากดดันผม ไม่ใช่หวังผลการเมืองว่าดีใจมีคนมารับ ปรบไม้ปรบมือ แต่สะท้อนให้เห็นว่า

เรายังต้องการความหวังในการแก้ปัญหาให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน จากวันนี้เป็นต้นไป คณะทำงานไทยนิยม ยั่งยืน จะลงพื้นที่ทุกหมู่บ้าน 7 พันกว่าชุด

 เพื่อสอบถามความต้องการและแก้ปัญหาประชาชนให้ตรงจุด ต้องเข้าใจสถานการณ์บ้านเรา เพราะฉะนั้น เรื่องการเลือกตั้ง เดี๋ยวก็ว่ากันไปตามกฎหมายตามขั้นตอน

สิ่งสำคัญวันนี้จะได้รัฐบาลที่เป็นของปวงชนชาวไทยถ้าเลือกรัฐบาลที่เป็นของใครของมันจะเป็นปัญหาแบบเดิมก็ดีกันอีก ต้องเลือกรัฐบาลที่ดูแลคนทั้งประเทศ

ส.ส.ส่งความต้องการขึ้นไป รัฐบาลก็ดูว่าตรงไหนควรจะทำไม่ใช่หว่านไปเรื่อย แล้วเมื่อไหร่จะพอ ซึ่งวันนี้ก็ยังเข้มแข็งไม่พอ แสดงว่าต้องบริหารใหม่ ใจเย็นๆได้ไหม" นายกฯกล่าว

นายกฯ กล่าวต่อว่า การลงพื้นที่มาดูเพื่อให้เกิดความเชื่อมโยง ทำการเกษตรให้ดีขึ้น เพิ่มรายได้ วันนี้รัฐบาลเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษหรืออีอีซี

หาเงินภาษีมารวมเป็นกองกลางของรัฐบาลเพื่อเพิ่มสิ่งเหล่านี้ แต่ขณะนี้ยังเพิ่มไม่ได้มาก และจะเป็นปัญหางบประมาณประเทศและจะล่มกันทั้งหมด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้พืชการเกษตรเป็นพืชการเมืองทั้งหมด รัฐบาลจะร้องแก้ไขตรงนี้ ตนไม่อยากให้นำเรื่องการเกษตรมาเกี่ยวข้องกับการเมือง

 และอยากให้ทุกคนสนใจเรื่องข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง อย่าสนใจแค่เรื่องไม่เป็นเรื่อง เช่น อยากรู้ว่าเจ้าของหวย 30 ล้านคือใคร ทั้งนี้รัฐบาลได้ให้คณะทำงานรวบรวมข้อที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร ทั้งการลดต้นทุน การเพิ่มผลผลิต ใครมีปัญหาขอให้แจ้งเข้ามา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนมาวันนี้เพื่อรับเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนไม่ได้มาให้ท่านรัก แต่จะแก้ไขปัญหาได้มาน้อยเพียงใดก็ต้องใช้เวลาดำเนินการ และตนไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบ โดยจะดูแลเกษตรกรทุกกลุ่ม แต่ขอให้เห็นใจกันบ้าง เพราะประเทศไทยมีกว่า 74,000 หมู่บ้าน ซึ่งมีความเดือดร้อนเหมือนกันหมด ถามว่ารัฐบาลที่ผ่านมาได้แก้ไขปัญหาอะไรหรือไม่ ซึ่งไม่เคยมีใครแก้ไขอะไรเลย เพราะการแก้ปัญหาเหล่านี้ทำยาก แต่จะต้องทำ หากไม่ทำปัญหาจะพอกพูน ทำให้ประเทศล้ม เพราะที่ผ่านมาไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นทาง

"วันนี้เราจะรับทุกเรื่องต้องดูแล 74,000 หมู่บ้าน ไทยนิยมคือคนไทยทุกคนนิยมในการทำความดี เพื่อส่วนรวมและเพื่อคนอื่น ตนก็ใช้หลักการของตนคือไทยนิยมตนไม่ใช่นักการเมือง ตนเป็นทหาร เป็นนักการทหารเก่า แต่ตนเข้าใจหัวอกของพี่น้องประชาชน เพราะอยู่กับท่านมาตั้งแต่เด็กรวมถึงรัฐมนตรีด้วย อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกคนช่วยกันจัดระเบียบกลุ่มของตัวเองให้ได้ มีใครเคยมาพูดแบบนี้หรือไม่"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงพบปะประชาชนตอนหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับชาวบ้านว่า "สัญญาได้หรือไม่ว่าจากนี้จะช่วยกัน ถ้าสัญญาก็ขอให้ยกมือขึ้น" โดยประชาชนได้ยกมือขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะกล่าวตอบว่า "ไอเลิฟยู" จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวทักทายลูกน้องเก่าที่มาต้อนรับด้วย โดยบอกว่า "ลูกน้องคนนี้อยู่กับผมมาตั้งแต่เป็นร้อยตรี"

ทั้งนี้ ในช่วงท้ายมีประชาชนนำดอกกุหลาบมามอบให้ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธที่จะรับดอกกุหลาบไว้ โดยนำไปแจกให้ประชาชนคนอื่นแทน พร้อมกล่าวว่า "เมื่อก่อนดอกกุหลาบนี่คุ้นๆ แต่อย่าเอามาให้ผมเลย มาเจอผมเอาดอกไม้ข้างทางมาให้ก็ได้ เพราะผมมาด้วยใจ"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ เกษตรกร จ.นครปฐมส่วนใหญ่ร้องขอให้นายกฯช่วยเรื่องของราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ ทั้งราคาข้าว กข.43 มะพร้าวน้ำหอมสามพราน ผักปลอดสารพิษโดยการปลูกในมุ้ง ปลาสวยงาม กุ้งอินเดีย โดยในส่วนของมะพร้าวสามพรานที่ปลูก 400 ไร่  นายกฯแนะนำว่า ต้องไปดูว่าจะเอามะพร้าวน้ำหอมไปทำอะไรได้อีก ไม่อย่างนั้นก็ต้องเอาไปทำอย่างอื่น ตื่นเช้ามาเอาน้ำมะพร้าวน้ำหอมล้างหน้า ทั้งนี้ทันทีที่นายกฯพูดจบทำเกษตรกรหัวเราะ และนายกฯได้กล่าวว่า มีประโยชน์นะ น้ำมะพร้าวน้ำหอมดีกว่ากินเกลือแร่ขวดด้วย โฆษณาให้แล้วช่วยกินเยอะๆ แต่อย่าขายแพงมากนะ เดี๋ยวให้กระทรวงพาณิชย์รับเรื่องไปให้คำนึงถึงความต้องการตลาดเพื่อเป็ภูมิคุ้มกัน เมื่อดีค่อยขยายราคาจะได้ไม่ตก แต่เมื่อขยายไปแล้วทุกคนเฮมาปลูกมะพร้าวราคาก็ตกไม่มีอะไรดีขึ้น ต้องมีหลักคิดใหม่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 กุมภาพันธ์ 2018, 08:53:56 โดย เจ๊วู »

27 กุมภาพันธ์ 2018, 12:02:16
ตอบกลับ #1

เจ๊วู

  • คอหวย
  • ***

  • 330
    กระทู้

    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ข่าวหวย 2 มีนาคม 2561
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 27 กุมภาพันธ์ 2018, 12:02:16 »
วันมาฆบูชา   1  มีนาคม 2561












หากจะพูดโดยสรุปรวมแล้ว ความสำคัญของวันมาฆบูชา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันหนึ่งของโลก

ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งในวันนี้เมื่อครั้งอดีตมีเหตุการณ์น่าอัศจรรย์เกิดขึ้น

 โดยพระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าจำนวน 1,250 รูป มาเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ โดยมิได้นัดหมาย

อีกทั้งพระสงฆ์เหล่านั้นยังเป็น เอหิภิกขุอุปสัมปทา หรือเป็นพระสงฆ์ที่ได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้า และเป็นพระอรหันต์อีกด้วย

วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ หรือวันมาฆบูชานี้ พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดง โอวาทปาติโมกข์ ในที่ประชุมสงฆ์ ที่เป็นบอกกล่าวถึงหลักการ อุดมการณ์

 และวิธีการปฏิบัติในพระพุทธศาสนา สามารถนำข้อกำหนดต่างๆ เหล่านี้ไปใช้ได้ในทุกสังคม มีเนื้อหาที่กล่าวถึงการละความชั่วทุกชนิด

 หมั่นทำความดีให้เป็นกิจวัตร ให้ตนถึงพร้อมและมีจิตใจที่ผ่องใส

กิจกรรมที่พึงปฏิบัติในวันมาฆบูชา

ในวันมาฆบูชา พุทธศาสนิกชนชาวไทยนิยมทำบุญตักบาตรในตอนเช้า อีกทั้งตลอดทั้งวันก็ยังมีการบำเพ็ญกุศลความดีอื่นๆ เพิ่มอีกด้วย

 ไม่ว่าจะเป็น การเดินทางไปวัดเพื่อรับศีล งดเว้นการทำบาปทั้งปวง การถวายสังฆทาน การให้อิสระทาน (ปล่อยนกปล่อยปลา)

 การฟังพระธรรมเทศนา รวมถึงการไปเวียนเทียนรอบโบส์ถในช่วงเย็น

โดยปกติในวันมาฆบูชาก่อนที่จะเริ่มการเวียนเทียน วัดต่างๆ จะจัดให้มีการทำวัตรสวดมนต์ หรือที่การทำวัตรเย็น

 แล้วตามด้วยการเวียนเทียนอย่างเป็นทางการในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. หรือ 2 ทุ่มตรง (มีพระสงฆ์นำเวียนเทียน)

27 กุมภาพันธ์ 2018, 12:08:44
ตอบกลับ #2

เจ๊วู

  • คอหวย
  • ***

  • 330
    กระทู้

    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ข่าวหวย 2 มีนาคม 2561
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 27 กุมภาพันธ์ 2018, 12:08:44 »

สิ้นหลวงปู่บุญเพ็ง!

เกจิดังหนองบัวลำภู สิริอายุ 88 ปี 4 เดือน











หลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต "พระภิกษุผู้เป็นธรรมทายาทของหลวงปู่ขาว อนาลโย" แห่งวัดถ้ำกลองเพล ต.โนนทัน อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู

ละสังขารอย่างสงบแล้ว เมื่อวันอังคารที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๑ เวลา ๐๑.๕๗ น.

 ณ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น สิริอายุ ๘๘ ปี ๔ เดือน ๕ วัน ๖๘ พรรษา


• ประวัติปฏิปทาหลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต •

หลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต นามเดิม บุญเพ็ง จันใด จำนวนพี่น้อง ๖ คน โดยองค์ท่านเป็นบุตรคนที่ ๓ ครอบครัวมีอาชีพทำนา

 ท่านเป็นบุตรของนายคูณ และนางมา จันใด ถือกำเนิดตรงกับวันจันทร์ที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๗๒ แรม ๓ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีมะเส็ง

 ณ บ้านศรีฐาน ต.กระจาย อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร ท่านศึกษาเล่าเรียนที่โรงเรียนศรีฐาน ซึ่งเป็นโรงเรียนวัด

 จึงทำให้ท่านมีความผูกพันกับศาสนา ครั้นอายุ ๑๒ ปี บวชเป็นผ้าขาวเพื่อศึกษาและปฏิบัติข้อวัตรของผู้ทรงศีล และบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดศรีธรรมาราม อ.เมืองยโสธร ในเวลาต่อมา

บรรพชา เป็นสามเณรที่วัดศรีธรรมาราม อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร

ท่านเข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๙๒ ที่วัดป่าสุทธาวาส อ.เมือง จ.สกลนคร โดยมีพระอาจารย์มหาทองสุก สุจิตโต (ศิษย์หลวงปู่มั่น) เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และท่านพระอาจารย์มหาไพบูลย์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

• อาจาริยธรรม

หลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต ในขณะที่ท่านเป็นสามเณรอายุ ๑๖ ปีท่านได้เดินทางด้วยเท้าพร้อมด้วยท่านพระอาจารย์สอ และสามเณรลี จากวัดศรีธรรมาราม จังหวัดยโสธร ไปบ้านหนองผือนาใน ตำบลนาใน อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร .ใช้เวลาในการเดินทางเป็นระยะเวลา ๑๕ วัน และท่านพร้อมคณะได้พักอยู่ห่างจากวัดป่าบ้านหนองผือประมาณ ๑๒ กิโลเมตร โดยผลัดกันครั้งละรูป เดินทางเข้ามากราบท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตเถระ เพราะถ้าไปพร้อมๆ กันก้เกรงว่าจะไม่งาม อาจจะมีความวุ่นวายและขาดความสงบได้ โยหลวงปู่บุญเพ็ง เป็นรูปแรกที่ท่านเข้าไปก่อน ท่านได้เล่าถึงเหตุการณ์ในครั้งแรกที่ได้มีโอกาสเข้าไปนมัสการท่านพระอาจารย์ใหญ่หลวงปู่มั่นว่า

“แรกๆ นะตัวเย็นเฉียบเลยนะ หยิกไม่รู้เรื่อง มันตื่นเต้นมาก เพราะเคยได้ยินกิตติศัพท์ของท่านพระอาจารย์มั่น ว่ามีระเบียบ เรียบร้อยมาก เป็นพระผู้มีความเคร่งครัดต่อพระวินัยมาก”

ครั้งนั้นอาตตมายังจำได้ดีว่ามันตื่นเต้นมาก เมื่อเข้ากราบนมัสการ ก็เห็นความเป็นพระผู้มีปฏิปทาสูงมาก ยากที่จะมีใครทำได้เช่นท่าน “งามจริงๆ แม้ท่านจะนั่งอยู่ในที่อันควรแล้ว ผิวพรรณของท่านเปล่งปลั่ง มองไม่เบื่อ เพราะเราไม่เคยเห็นอย่างนี้ สมกับคำล่ำลือจริงๆ ” ท่านพระอาจารย์มั่นท่านนั่งเฉยอยู่ มองพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งท่านจึงเอ่ยขึ้นว่า “พอบอกได้สอนได้” หลังจากนั้นก็มีพระนำไปที่พัก ชึ่งก็เป็นป่าดงไม้ไผ่และรอบๆ บริเวณนั้นแหละ จิตใจของอาตมานั้นปีติดีใจมาก คิดว่า “นี้เป็นโอกาสของเราแล้ว เราจะปฏิบัติศึกษาให้เกภูมิปัญญามากเท่าที่จะมากได้ทีเดียว”

เมื่อหลวงปู่บุญเพ็ง ได้เข้ามาอยู่วัดป่าบ้านหนองผือ สมความตั้งใจแล้ว ได้รับหน้าที่อันเป็นกิจวัตรประจำวัน คือคอยดูแลและทำความสะอาดกุฏิ จัดสิ่งต่างๆ ภายในกุฏิของท่านพระอาจารย์มั่น และต่อมาได้อยู่ใกล้ชิด โดยได้รับหน้าที่ปรนนิบัติช่วยครูบาอาจารย์ในยามชรา ชึ่งในเวลานั้นท่านพระอาจารย์มั่นท่านชราภาพแล้ว หลวงปู่บุญเพ็งท่านเล่าว่า นับเป็นลาภของอาตมาที่ได้มีโอกาสอันสำคัญนี้ และเป็นช่วงที่ได้อยู่ปรนนิบัติท่านด้วย อย่างไรก็ตามการได้อยู่ใกล้ชิดครูบาอาจารย์ชึ่งในครั้งนั้นได้มีครูบาอาจารย์มาอยู่จำพรรษษมากองค์ด้วยกัน และแต่ละองค์ก็ล้วนแล้วแต่มีคุณวิเศษมีข้อวัตรปฏิบัติธรรมอย่างละเอียดอ่อน เป็นกำลังในกองทัพธรรมเจริญรุ่งเรืองในกาลต่อมา ครูบาอาจารย์พระเถระแต่ละองค์นั้น การปฏิบัติของท่านเป็นอย่างชนิดทุ่มเท หมั่นเพียร ยอมมอบกายถวายชีวิตพ่อพระรัตนตรัย และมีอารมณ์สงบ เยือกเย็นพูดน้อย เวลาจะถามความสงสัยในธรรม ก็ตอบได้อย่างแจ่มแจ้ง เข้าใจง่าย อันนี้อาตมาคิดว่า “เหมาะสม” คือสถานที่ดี ครูบาอาจารย์พรั่งพร้อมที่จะสอนธรรม จึงเหมาะแก่การภาวนาธรรมในครั้งกระโน้นจริง ๆ

ลูกศิษย์ทั้งหลายย่อมรู้จักปฏิปทาของท่านพระอาจารย์มั่นได้ดี ไม่ใช่จะยกเทิดทูนจนเกินเลย เป็นความจริง ที่ไม่เชื่อเพราะมิได้ศึกษา นี้เป็นอย่างนี้น่ะ เมื่อได้อยู่ใกล้ครูบาอาจารย์ก็เป็นผลในการประพฤติปฏิบัติมาก ก็น่าอัศจรรย์ อาตมาเคยได้พบประสบมาแล้วอย่างนี้ วันหนึ่งขณะที่กำลังนั่งคิดอยู่ว่า “อะไรหนอ การปฏิบัติของเรา มันติดขัดอับจนปัญญา พิจารณาไม่ออกจิตใจฟุ้งซ่าน ทำอะไรๆ ก้ไม่สงบ” ก็คิดในใจว่า “ เย็นนี้จะต้องขอกราบเรียนถามท่านพระอาจารย์ใหญ่เพื่อเปิดจิตใจให้สว่างเสียที ”

ครั้งพอตกเวลาเย็น อาตมาก็ได้ไปปรนนิบัติต้มน้ำร้อนน้ำดื่มถวายท่าน บีบนวดบ้างในบางคราว พอทำกิจของตนเสร็จก็เข้าไปนั่งรวมกับหมู่คณะ ท่านพระอาจารย์ใหญ่ก็เทศน์คำสอนให้อุบายธรรมะที่กำลังติดขัดอยู่นั้นแหละ ท่านบอกแก้ไขให้โดยไม่ได้เอ่ยขอกราบเรียนเลย อย่างนี้ละคิดอย่างไร วาระจิตของท่านสงบมากแค่ไหน ทำไมท่านถึงรู้ได้อย่างแจ่มแจ้งเช่นนั้น คนเราสมัยนี้พอพูดถึงปาฏิหาริย์บ้าง เรื่องฤทธิ์บ้าง มันชอบใจ ติดหลงไปไม่รอด กำลังไม่พอแต่อยากเหาะได้นะ เอาเป็นว่าท่านพระอาจารย์มั่น ท่านดักใจได้ถูก แล้วท่านยังได้สอนธรรมะให้คลายสงสัยได้ยอดเยี่ยมอีกด้วย

สำหรับหลักธรรมอันเป็นอุบายในการปฏิบัติ ท่านพระอาจาย์มั่น ท่านสอนมากในเรื่องภาวนาพิจารณาสกลร่างกายเรานี้ เพราะกัมมัฏฐานก็คือธาตุ ดังนั้นจึงควรพิจารณาร่างกายนี้แยกออกให้เป็นส่วน ๆ เมื่อมีความชำนาญคล่องแคล่วก็จะเห็นได้ชัดว่า ร่างกายเรานี้มันเป็นแต่เพียงธาตุ ไม่ใช่ของเราหรือของของเขาเลย เพื่อพิจารณาเห็นจริงเช่นนี้ก็ให้ตั้งสติ ให้รู้สภาพความเป็นจริง ความเป็นจริงก็คือธรรมะ


ครั้งแรก ๆ ท่านพระอาจารย์มั่นว่า “สติเป็นสิ่งสำคัญ ต้องน้อมพิจารณาส่วนใดก็ได้ ของร่างกายเมื่อมันหมดความลุ่มหลงร่างกายของตนแล้ว ต่อให้ร่างคนอื่น ๆ จะแต่งแต้มแค่ไหน มันก็จะไม่มีอาการลุ่มหลงเคลิบเคลิ้มต่อไป เพราะความรู้เท่าทันของจิตใจ พระอริยเจ้าทั้งหลายท่านก็พิจารณากายนี้เอง ไม่ได้นั่งหลับตาพิจารณาอย่างอื่น

อาตมาเคยได้อยู่รับใช้ครูบาอาจารย์หลวงปู่มั่นเป็นเวลารวม ๔ ปี คือตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๘๙ ถึง พ.ศ. ๒๔๙๒ สิ่งที่ภาคภูมิใจก็คือ ได้อยู่ปรนนิบัติท่าน ได้อยู่ใกล้ชิดท่าน เมื่อติดขัดในปัญหาอันใดก็จะสามารถถามแก้ไขได้อย่างทันท่วงที ยิ่งในวัยชราของท่าน อาตมาและหมู่คณะได้ปรนนิบัติท่านพยายามเยียวยารักษาท่าน เพราะท่านเป็นพ่อแม่ที่ให้สิ่งที่มีคุณค่าทั้งสิ้น ไม่เคยสอนให้เสียคน ท่านคอยกล่าวตักเตือน ท่านว่า “เวลาไม่รอใคร ความตายอยู่เบื้องหน้า จงอย่าประมาทเลย”

ปีสุดท้ายคือ พ.ศ.๒๔๙๒ ท่านพระอาจารย์มั่นท่านอาพาธ อาการเจ็บป่วยนั้นแรงกล้าขึ้นเรื่อยๆ คณธศิษย์ทุกคนก็พยายามกันมาก ช่วยกันดูแลจัดเวรยาม คอยดูแลอาการเจ็บป่วยท่านพระอาจารย์ใหญ่ด้วยความเป็นห่วงอย่างยิ่ง

ภายหลังจากท่านพระอาจารย์มั่นมรณภาพและถวายเพลิงศพท่านไปแล้ว คณะศิษย์ทั้งหลายต่างแยกย้ายกันออกไป ในระยะ ๔ ปี อาตมาคิดว่าได้เหตุผลในทางธรรม ได้รับจากหลวงปู่ครูบาอาจารย์มากมายพอควรทีเดียว

ปี พ.ศ.๒๕๐๐ องค์ท่านเข้ามอบตัวเป็นศิษย์หลวงปู่ขาว อนาลโย ณ วัดป่าแก้วชุมพล บ้านชุมพล อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร และขอโอกาสจากองค์หลวงปู่ออกธุดงค์หาประสบการณ์บริเวณเทือกเขาป่าภูพาน

ปี พ.ศ.๒๕๐๓ เดินทางไปกราบหลวงปู่ขาว ขณะองค์หลวงปู่กำลังสร้างวัดถ้ำกลองเพล อ.เมืองหนองบัวลำภู โดยรับภาระดูแลการก่อสร้าง และอยู่รับใช้หลวงปู่ขาวในเวลาเดียวกัน จนท่านละสังขาร

หลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต วัดถ้ำกลองเพล อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู มรณภาพตรงกับวันอังคารที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๑ เวลา ๐๑.๕๗ น. ณ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น สิริอายุ ๘๘ ปี ๔ เดือน ๗ วัน ๖๘ พรรษา

“..คนเรามีแต่กระดูก ให้พิจารณากระดูก ให้ดูรูปกระดูก แล้วภาวนาให้เห็นกระดูก ถ้ายังไม่เห็นให้ลืมตาดู แล้วหลับตา แล้วภาวนาอีกทำไปเรื่อยๆ จนเห็นกระดูกได้ตลอดเวลา เราจะได้เกิดความเบื่อหน่าย คลายกำหนัดคลายโลภโกรธ หลง เพราะสมบัติในโลกไม่มีอะไร รูปร่างก็มีแต่กระดูก สมบัติต่างๆก็คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ไม่มีอะไรเป็นของเราสักอย่าง..” โอวาทธรรมคำสอนหลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต

27 กุมภาพันธ์ 2018, 12:15:10
ตอบกลับ #3

เจ๊วู

  • คอหวย
  • ***

  • 330
    กระทู้

    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ข่าวหวย 2 มีนาคม 2561
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 27 กุมภาพันธ์ 2018, 12:15:10 »
13 มีนาคม “วันช้างไทย”









    "ช้าง" เป็นสัตว์ที่มีความสัมพันธ์และผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทยมาเป็นเวลานานแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยโบราณ ช้างเป็นพระราชพาหนะเคียงคู่พระบารมีพระมหากษัตริย์ไทยทุกยุคทุกสมัยเลยทีเดียว แต่สมัยปัจจุบัน คนไทยกลับเห็นคุณค่าและความสำคัญของช้างไทยลดลงไปทุกขณะ จนช้างถูกนำไปเร่ร่อนหาผลประโยชน์โดยควาญช้าง และล้มตายเป็นจำนวนมากขึ้นทุกที

          ดังนั้น เพื่อให้คนไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญ และการดำรงอยู่ของช้างไทย รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนทุกคนหันมาช่วยกันอนุรักษ์ช้าง ทางคณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบกำหนดให้ทุก ๆ วันที่ 13 มีนาคมของทุกปี เป็นวันช้างไทย





          วันช้างไทย ตรงกับวันที่ 13 มีนาคมของทุกปี ชวนมาอนุรักษ์และเห็นความสำคัญของสัตว์คู่บ้านคู่เมืองที่ขณะนี้จำนวนลดน้อยลงอย่างน่าใจหาย

          "ช้าง" เป็นสัตว์ที่มีความสัมพันธ์และผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทยมาเป็นเวลานานแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยโบราณ ช้างเป็นพระราชพาหนะเคียงคู่พระบารมีพระมหากษัตริย์ไทยทุกยุคทุกสมัยเลยทีเดียว แต่สมัยปัจจุบัน คนไทยกลับเห็นคุณค่าและความสำคัญของช้างไทยลดลงไปทุกขณะ จนช้างถูกนำไปเร่ร่อนหาผลประโยชน์โดยควาญช้าง และล้มตายเป็นจำนวนมากขึ้นทุกที

          ดังนั้น เพื่อให้คนไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญ และการดำรงอยู่ของช้างไทย รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนทุกคนหันมาช่วยกันอนุรักษ์ช้าง ทางคณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบกำหนดให้ทุก ๆ วันที่ 13 มีนาคมของทุกปี เป็นวันช้างไทย

 วันช้างไทย

วันช้างไทย ประวัติวันนี้มีที่มา

          วันช้างไทยริเริ่มขึ้นจากคณะอนุกรรมการประสานงานการอนุรักษ์ช้างไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานประสานงาน องค์การภาครัฐและเอกชนที่ทำงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์ช้างไทย คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเล็งเห็นว่าหากมีการสถาปนาวันช้างไทยขึ้น จะช่วยให้ประชาชนคนไทยหันมาสนใจช้าง รักช้าง หวงแหนช้าง ตลอดจนให้ความสำคัญต่อการให้ความช่วยเหลืออนุรักษ์ช้างมากขึ้น

          คณะอนุกรรมการจึงได้พิจารณาหาวันที่เหมาะสม ซึ่งครั้งแรกได้พิจารณาเอาวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทำยุทธหัตถีมีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชา แต่วันดังกล่าวถูกใช้เป็นวันกองทัพไทยไปแล้ว จึงได้พิจารณาวันอื่น และเห็นว่าวันที่ 13 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่คณะกรรมการคัดเลือกสัตว์ประจำชาติ มีมติให้ช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทยนั้นมีความเหมาะสม จึงได้นำเสนอมติตามลำดับขั้นเข้าสู่คณะรัฐมนตรี ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2541 เห็นชอบให้วันที่ 13 มีนาคมของทุกปี เป็น "วันช้างไทย" และได้ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2541

          ผลจากการที่ประเทศไทยมีวันช้างไทยเกิดขึ้น นับเป็นการยกย่องให้เกียรติว่าเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญอีกครั้ง นอกเหนือจากเกียรติที่ช้างเคยได้รับในอดีต ไม่ว่าจะเป็นช้างเผือกในธงชาติ หรือช้างเผือกที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ หรือสัตว์คู่พระบารมีของพระมหากษัตริย์

ความสำคัญของช้างไทย

          - ช้างเป็นสัตว์คู่พระบารมีของพระมหากษัตริย์ไทย ช้างเป็นสัตว์ที่ดำรงอยู่คู่กับประเทศไทยมาเป็นเวลานาน ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สยามประเทศเคยใช้ธงชาติเป็น รูปช้างเผือก ชาวไทยเชื่อกันว่าช้างเผือกเป็นสัตว์คู่พระบารมีของพระมหากษัตริย์ ช้างเผือกจึงได้รับการยกย่องเสมือนเจ้านายชั้นเจ้าฟ้า

          - ช้างเป็นผู้ปกป้องเอกราชแห่งชาติไทย ประวัติศาสตร์ชาติไทยได้จารึกไว้ว่าช้างได้เข้ามามีส่วนในการปกป้องเอกราชและความเป็นชาติให้แก่ชาวไทยหลายยุคหลายสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ทำยุทธหัตถี จึงทรงประกาศเอกราชและความเป็นชาติ ซึ่งช้างทรงในสมเด็จพระนเรศวรนับว่าเป็นช้างไทยที่ได้รับเกียรติอันสูงสุด โดยได้รับพระราชทานยศให้เป็นถึง "เจ้าพระยาปราบหงสาวดี"