ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 


 คุยกันหลังหวยออก 16 ตุลาคม 2560



0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

24 ตุลาคม 2017, 13:13:59
อ่าน 160 ครั้ง

เจ๊วู

  • คอหวย
  • ***

  • 272
    กระทู้

    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
คุยกันหลังหวยออก 16 ตุลาคม 2560
« เมื่อ: 24 ตุลาคม 2017, 13:13:59 »




ในโลกนี้อย่าวางใจสิ่งใดนัก...

ถึงมีรักเถิดหนาแต่อย่าหลง

คำสัญญาสาบานไม่มั่นคง...

อนิจจังทุกสิ่งปลงเป็น..มงคล"




ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราก็ต้องมีสติ มีปัญญา มีกำลังใจ

ไม่ต้องมากหรอก แค่พอที่จะมีชีวิตต่อไป..ที่เหลือ..ให้ดีที่สุด ก็พอ

ปัญหาทุกอย่างที่เจอ มันจะผ่านมา แล้วก็ผ่านไปทั้งนั้นแหละนะ

ไม่ต้องดูหมอ ไม่ต้อง..ขอ..อะไรจากใคร ปัญหาก็..ผ่านไปทั้งนั้น


คล้ายๆเรือที่โดนพายุ

และกระแสน้ำพัดหมุนไปกลางทะเล ชนิดที่มองไม่เห็นฝั่ง

เมื่อคลื่นลมสงบ มันก็จะผ่านไปเอง


อดทน ตั้งสติมากๆ แล้วใจเย็นๆ ใช้สติใช้ปัญญา จัดการชีวิตไป

ทาน ศีล ภาวนา ทำให้ครบ แล้วจะพบทางออกที่ดีเอง

เคยเอาดอกไม้มาถวายพระไหม

เคยมีดอกไม้ดอกไหน ช่อไหน ที่ออกดอกบาน แล้วไม่เหี่ยว ร่วงไปบ้าง

แม้แต่ดอกใส่แจกัน ถวายบนหิ้งพระ ถ้าสังเกตเป็น ก็เห็นธรรมะ

เห็นความจริงที่เอามาเตือนตัวเอง สอนตัวเองได้



เพราะนี่คือวิถีของโลกธรรมนะ

อะไรที่เราเคยว่าดี ก็อาจจะไม่ดีตลอดไป

ทะเลที่เคยสุขสงบ วันหนึ่งก็มีสิ่งรบกวนได้

บัวที่เกิดจากตม อยู่กับน้ำ แต่ไม่เปื้อนตม ไม่เปียกน้ำ

เป็นเหมือนลิ้นงู ที่อยู่ในปากงูพิษ แต่ไม่เคยเป็นอันตราย



.. เราแก้ไขตัวเราให้ดีพอ ไม่มีใครช่วยเราได้

นอกจากการปรับปรุงนิสัย จิตใจ อารมณ์ของเราเอง

..เลือกคบคนที่มาอยู่ใกล้เรา

แล้วสนับสนุนส่งเสริมให้เรามีชีวิตที่ดี มีความสุข

..ปรับปรุงแก้ไขที่ตนเอง กับการ..เลือกคบคน..มากกว่า



 ใครจะพูดอะไร ก็ไม่ต้องคิดเยอะ

ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องฟังก็ได้ เอาหูไว้ฟังอย่างอื่น

 ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

 เรื่องที่เขาพูด เขาประจาน มันเป็นอดีต จบแล้ว

ที่ยังไม่จบ คือความคิดเรา ความรักในหน้าตาตัวตนของเรา

ความรู้สึกทุกตัว ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ถ้ามีสติเป็น จะเห็นเลยว่า

ล้วนแต่เกิดแล้วดับทั้งสิ้น มันเป็นแค่ของชั่วคราว

ความคิดก็ชั่วคราว ความรู้สึกเรา ก็ชั่วคราว

คำพูด หรือความคิดของคนอื่นก็ชั่วคราวเช่นกัน

แล้วเราจะให้ค่ากับของชั่วคราวไปทำไมนักหนา

ทุกครั้งที่เราให้ค่ากับอะไร ใจเราก็เข้าไปยึดถือ แบกสิ่งนั้นไว้

ใจแบกอะไรไว้ก็หนักเพราะสิ่งนั้นนะ ฉะนั้น พระท่านถึงบอกว่า

คนเราทุกข์ เพราะความคิดของตัวเอง ไม่ได้ทุกข์เพราะคนอื่นทำอะไร


ดูกิเลสตัวเองให้มาก สนใจกิเลสคนอื่นให้น้อย

ตำหนิตัวเองก่อนจะตำหนิคนอื่น

จับผิดตัวเอง อย่าจับผิดคนอื่น

อย่าห่วงมาก ว่าเขาจะได้ บุญ หรือ บาป

ห่วงตัวเองไว้เถอะ ว่าแต่ละวันที่ผ่านไปในชีวิต

เราทำบุญหรือทำบาปมากกว่ากัน

 การเป็นคนดีไม่ได้แปลว่ากินกาแฟแก้วละร้อยไม่ได้

 คนดีก็มีสิทธิใช้ชีวิตตามสมควรแก่ฐานะ

แต่ถ้าจะพูดว่าซื้อกาแฟแก้วละร้อยมันสิ้นเปลืองไหม

อันนั้นมันเป็นเรื่องความฉลาดในการใช้เงิน

 หรือการบริหารเงิน ไม่เกี่ยวกับว่า เป็นคนดีหรือไม่ดี

เห็นคนจนแล้วจะเมตตาช่วยเขา ก็เป็นเรื่องดี

 ทำได้ตามโอกาสตามสมควร แต่ไม่ใช่เรื่องต้องเอามารู้สึกผิด

การที่ใครรวยหรือจน มันไม่ใช่ความผิดของเรา

 มันเป็นกรรมของแต่ละคน

ไม่ได้แปลว่า ถ้าโลกนี้มีคนอดอยากไม่มีข้าวกิน

 เราก็ต้องอดข้าวไปกับเขาด้วย ถึงจะเป็นคนดี

ชีวิตที่ดี มันคือชีวิตบนทางสายกลาง

 ไม่โลภมาก แต่ไม่ใช่ต้องอยู่แบบคนจน

 อย่าไปคาดหวังอะไรจากคนอื่นมากนัก

จุดอ่อนของพวกเราบางคนคือ ชอบทุ่มเทหมดทั้งใจ

พอในเวลาต่อมา ผลมันกลับตาลปัตร เราก็ไปนั่งโกรธเขา

นั่งเกลียดตัวเอง ที่อุตส่าห์อย่างนั้น อุตส่าห์อย่างนี้

ลืมไปว่า ไอ้ที่ทำๆไปน่ะ เราเลือกเองทั้งนั้น