999-11.com

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 


 มีชีวิตอยู่เหมือนแมว



0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 04, 2019, 11:17:18 AM
อ่าน 135 ครั้ง

เจ๊วู

  • เจ้ามือหวย
  • *****

  • 615
    กระทู้

    • ดูรายละเอียด
มีชีวิตอยู่เหมือนแมว
« เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2019, 11:17:18 AM »






"มีชีวิตอยู่เหมือนแมว"



(๑๙ มกราคม ๒๔๘๕) ...ตั้งแต่สงคราม  เรามีเงินอยู่ ๑๘๐ เหรียญ ค่อยๆ ใช้ อย่างไม่จำเป็นก็ไม่แตะต้องเงินเลย

 จ่ายแต่เครื่องเสด็จพ่อพระองค์เดียว พวกเรานั้นเช้าขึ้นก็หุงข้าวไว้หม้อใหญ่ ๑ หม้อ

 เก็บมะขามสดบ้าง แห้งบ้าง  มาตำเป็นน้ำพริกผัดใส่ชามไว้ เช้าขึ้นก็ก็ออกไปมองหาผักในสวน

 ผักตำลึงเป็นของวิเศษเพราะกินได้ ทั้งจิ้มน้ำพริกและแกงเลียง หาก็ง่าย

 เปิดปลากระป๋องไว้คราวละ ๑ กระป๋อง ของหวานก็มีกล้วยทั้งเครือ เอาผ้าคลุมไว้ให้สุกเร็วๆ

กินสดก็ได้ ปิ้งก็ได้ เชื่อมก็ได้ ใครหิวก็ไปตักกินเองได้ตลอดวัน

รายจ่ายไม่มีอะไรเลย แม้เช่นนั้นเงิน ๑๘๐ เหรียญก็ค่อยๆ หมดไปๆ เราหวังจะติดต่อกับทางบ้านกรุงเทพฯ ได้ก็ยังไม่มีหวัง

เพื่อนฝูงทางปีนังก็ต่างคนต่างหมดตัว ลงท้ายเราก็ให้เสี่ยง(นายเสี่ยง) ไปเที่ยวตามหาผู้จะซื้อเพชรซื้อทองมาได้

แล้วเราก็ถอดเครื่องแต่งตัวที่พอจะขายได้และที่ติดตัวอยู่ออกรวมกัน ทั้งของหญิงพิลัย หญิงเหลือ และข้าพเจ้า

 กำลังคิดตีราคากันอยู่ เสด็จพ่อท่านออกมาเห็นเข้า ก็เสด็จกลับเข้าไปในห้องแล้วกลับออกมา

ส่งนาฬิกาทองข้อพระหัตถ์ให้เราว่า "นี่ส่วนของพ่อ เสมากับแหวนพระราชทานนี้อย่าเอาเลยขอติดตัวตายไปด้วย"
(นาฬิกาเรือนนี้เราเข้าหุ้นกันถวายวันประสูติท่านมานานแล้ว และทรงอยู่เสมอ)

เมื่อรวบรวมของได้พอที่นึกว่ามากพอขายได้แล้วก็ออกไปพูดต่อรองกับพ่อค้าแขกที่เสี่ยงตามมา

 เราถามว่านาฬิกาทองพร้อมทั้งสาย เข็มกลัด แหวน สร้อยข้อมือหยกประดับเพชร ทั้ง ๔ อย่างนี้

ถ้าจำนำไว้สัก ๓๐๐ เหรียญจะเอาดอกเท่าไร? แขกว่าร้อยละ ๑๐ เราว่าไม่ไหวแน่ ถ้าขายเลยจะให้เท่าไร?

 เจ้าแขกใจร้ายว่า ๒๐๐ เหรียญ เราเลยเก็บของเข้าห้อง กลับนั่งภาวนาให้ติดต่อกับบ้านทางกรุงเทพฯ ได้เร็วๆ เถิด

ลงท้ายแม่หยาดเห็นเราทุกข์ทนหม่นหมองกันนัก ก็เลยกระซิบถามว่า ท่านต้องการสักเดือนละเท่าไร?

 หม่อมฉันซ่อนไว้มีจะถวายก่อน ใจเราโตขึ้นเป็นกอง แล้วเลยได้ที่แม่หยาดใช้เดือนละ ๑๐๐ เหรียญต่อไป

 จะเก็บผักเก็บผลไม้ขายก็ไม่ใช่บ้านของเรา จะทำขนมขายก็ไม่มีคนซื้อ ก็ได้แต่ขายของหรือยืมเขาเท่านั้น

นึกถึงชีวิตเวลานั้นแล้วสนุกก็สนุก เศร้าก็เศร้า ขันก็ขัน

ขันว่ามีชีวิตอยู่เหมือนแมว เช้าขึ้นก็ต่างคนต่างถือร่มกระดาษ เสียมขุดดิน ไม้รวก ๑ อัน กระดาษ ๒-๓ แผ่น

 เข้าสวนไปหาที่ขุดดินทำปุ๋ย(ไปถ่ายหนัก)

เอาร่มกั้นบังหน้าแทนห้อง เสร็จแล้วก็เอาไม้รวกปักไว้เป็นเครื่องหมายว่าอย่าขุดซ้ำตรงนี้

ทั้งนี้เพราะบนเรือนมีห้องน้ำห้องเดียว และยังไม่มีชักโครก ยังใช้เจ๊กออนเหวงมาทำงานอยู่

เสด็จพ่อท่านเป็นผู้สะอาด เราจึงต้องรักษาห้องถวายท่านพระองค์เดียว



หมายเหตุ: จากหนังสือบันทึกส่วนพระองค์(diary)

 ของหม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล