999-11.com

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 


  "ยักษ์ วัดแจ้ง"



0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มีนาคม 05, 2021, 04:03:22 PM
อ่าน 51 ครั้ง

เจ๊วู

  • เจ้ามือหวย
  • *****

  • 933
    กระทู้

    • ดูรายละเอียด
"ยักษ์ วัดแจ้ง"
« เมื่อ: มีนาคม 05, 2021, 04:03:22 PM »









 "ยักษ์วัดแจ้ง"


โดย ครูเหม เวชกร 


  ตอนนี้ครูเหม แทรกเรื่องราวของสังคมคนที่ชอบดื่มในพระนคร

สมัยเมื่อครั้งกรุงเทพฯ ยังเต็มไปด้วยต้นไม้หนาแน่นร่มครึ้ม ออกแนวสนุกขบขัน

    "...พูดถึงร้านเหล้าในย่านท่าเตียนแล้วมีมากร้านด้วยกัน ทั้งร้านไทยและจีน

ท่าเตียนจัดว่าเป็นย่านสำคัญสองฝั่ง ทั่งฝั่งกรุงเทพฯและกรุงธนบุรี

จะมาประสานกันที่ท่าเตียน คนอยู่ฝั่งวัดแจ้งทั้งข้ามมาและข้ามกลับ

คนฝั้งกรุงเทพฯจะไปฝั่งธนบุรีข้ามกันที่นี่..."


   ที่ร้านเหล้าฝั่งท่าเตียนมีโต๊ะหนึ่ง มีคนหนุ่มอยู่หลายคนนั่งดื่มกันกับท่านผู้เฒ่า

พวกเขากำลังสนทนากันเรื่องแก้วที่ใช้ใส่เหล้า ว่ายุคของท่านผู้เฒ่านั้นแก้วเหล้าสูงสี่นิ้วฟุต

ปากกว้าง สามนิ้วฟุตครึ่ง ลักษณะเป็นแก้วหนา ๆ ทำเป็นเพืองรอบตัว

จึงมีความจุมากกว่าแก้วที่พวกเขากำลังดื่มอยู่ ดังนั้นจึงเมาเร็วกว่าปัจจุบัน (ยุคนั้น)

    ผู้เฒ่ายังว่ากลอนของการดื่มเหล้าให้คนหนุ่ม ๆ


ฟังว่า ....


ถ้วยหนึ่งนงนุช (ยังสงบเสงี่ยม เช็ดปากเช็ดคอนั่งเงียบ)

ถ้วยสองพุทธวาจา (ทางธรรม ชักจะปราชญ์เปรื่อง)

ถ้วยสาม แกล้วกล้า พูดจาองอาจ (เลือดชาย ต้องเป็นชาย)

ถ้วยสี่ เก่งกาจ ผ้าขาดไม่รู้ตัว 

ถ้วยห้า เมามัวพูดไม่กลัวความผิด

ถ้วยหก มีฤทธิ์พูดผิดทุกคำ

ถ้วยเจ็ด มืดคล้ำ มือคลำหนทาง

ถ้วยแปด เอวบาง พี่เห็นช้างเท่าหมู

ถ้วยเก้า โอ้ว่าโฉมตรู สุดรู้สุดคิด

ถ้วยสิบ มืดมิดสิ้นฤทธิ์พี่แล้วเจ้าแก้วเอย


     คนหนุ่มได้แสดงความคิดเห็นว่า ท่าเตียนที่เตียนเพราะยักษ์วัดโพธิ์กะยักษ์วัดแจ้วรบกัน

แล้วถามว่า "คุณตากลับบ้านดึก ๆ ไม่พบยักษ์หรือครับ" ผู้เฒ่าจึงเล่าว่า

 ตอนที่แกยังเป็นเด็กตามผู้ใหญ๋มากินขนมหอยแมงภู่ทอดที่นี่พอกลับก็เจอดี "...

พอขึ้นท่าวัดก็แวะถ่ายปัสสาวะกัน มันมืดและไม่มีคน ว่ากันสบายไปเลย

ก็พอดีมีเสียงอะไรไม่รู้คล้ายซุงต้นใหญ่ ๆ ที่ตั้งไว้แล้วล้มลง ดังสนั่น แผ่นดินกระเทือน

ฉันตกใจตัวสั่นไม่รู้ว่าอะไรกัน แต่น้าชอบนั้น เขาจ้องมองยักษ์หินสองตัวนั้น

คล้าย ๆ จะสงสัยว่ายักษ์นั้นกระทืบแท่นหินที่ยืนอยู่ดังสะเทือน

น้าชอบกับฉันยืนตะลึงอยู่หน่่อย แล้วนึกอย่างไรก็ไม่รู้ รีบฉุดมือฉันเดินอ้าว..."

     ผู้เฒ่าได้เล่าถึงเรื่องหอกลองสวนเจ้าเชตุ หอกลองมี 3 ชั้น

มีกลองแขวนประจำทุกชั้น มีชื่อทั้ง 3 ใบ ชั้นล่าง "ย่ำพระสุรศรี"

ใช้ตีบอกเวลาย่ำค่ำ ชั้นกลาง "อัคคีพินาศ" ใช้ตีเมื่อเกิดไฟไหม้ 

ชั้นบนสุด "พิฆาตไพรี" ไม่เคยได้ตีเลย

    โรงหวยอยู่ที่แยกเลยตลาดบำเพ็ญบุญ พวกที่แทงหวย

จะพากันมานอนรอหวยออกตอนดึกที่ข้างถนน

   การสวมหมวกของพวกผู้ชายมีทั้งหมวกสานไหมสับปะรดและไหมต้นมะลิลา

ที่ทำมาจากคลองปานามา แถบอเมริกา เลยเรียกว่าหมวกปานามาและหมวกสักหลาด

มีการลักหมวกโดยเจ้าหัวขโมยอยู่บนต้นไม้ ใช้ตุ๊กแกผูกเชือกปล่อยลงมา

เกาะหมวกคนที่นั่งรถเจ๊กผ่านมาแล้วก็ดึงขึ้นต้นไม้

    การหลอกกินเป็ดไก่ที่เจ๊กเอามาแก้บนเจ้าพ่อหอกลอง สวนเจ้าเชตุ

โดยถกโสร่งเปิดก้นให้เพื่อนเอาดินหม้อเขียนลูกตาโต ๆ ที่แก้มก้นทั้งสองข้าง

แล้วโก้งโค้ง เดินถอยหลังไปหาถาดเป็ดไก่ ฝ่ายเจ๊กก็จ้องมองแล้ว มองอีก

แสงสว่างก็มืดบ้าง สว่างบ้าง ดูไม่ออกว่ามันเป็นสัตว์อะไร เดินมาช้า ๆ

ตาโต หน้าใหญ่ผิดสัตว์ธรรมดา ดูหน้าตา เข้าใกล้ เข้ามา ไม่ไว้ใจก็เลยวิ่งหนีทิ้งเป็ดไก่ไป

    ในขณะที่คุยกันกำลังออกรส เด็กชายคนหนึ่งอายุประมาณ เจ็ดแปดขวบ

ก็เข้าร้านมา ว่า " ตาจ๋า กลับบ้านเถอะ แม่เขาไม่สบาย ให้ฉันมาตามตาจ๊ะ"

เรื่องของเรื่องคือผู้เฒ่าข้ามฟากจากฝั่งกรุงธนบุรีมากรุงเทพฯ

เพื่อหาซื้อยาให้ลูกสาวที่ไม่สบาย เมื่อซื้อยาได้แล้วผู้เฒ่า

ก็มัวเพลินอยู่ในร้านเหล้า กับพวกหนุ่ม ๆ ลูกสาวจึงให้ลูกชายมาตามพ่อ

    เมื่อรู้เรื่องกันแล้วพวกหนุ่ม ๆ ก็อาสาพาตาและหลานข้ามเรือมาฝั่งวัดแจ้งได้เรียบร้อย

และพาส่งถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ แล้วจึงพากันอำลากลับ

   แต่ครั้นจะลงเรือจ้างบางคนเกิดปวดปัสสาวะ ก็เลี้ยวเข้าไปหาที่ยักษ์สองตัวยืนอยู่

บางคนไม่เห็นด้วยจึงฉุดมือไว้  "ไม่ดีน่า ไปทางอื่นดีกว่า"         

 "โอ๊ย จะมีอะไรกันนะ มืด ๆ ก็ว่ากันไปตามสบาย ใครจะห้ามเรา"

มีการยื้อยุด ฉุดกันเล็กน้อย ก็บังเกิดเสียงประหลาดขึ้นในขณะนั้น

คือเสียงเหมือนของหนักตกลงกับพื้นดิน มีความกระเทือนเยือก

ทุกคนชะงักยืนนิ่ง เสียงมันคล้ายว่าใครที่มีเท้าใหญ่ ๆ กระทืบดิน

แล้วทุกคนก็เงยมองหน้ายักษ์สองตัวนั้น เพราะผู้เฒ่าเคยเล่าว่าพบเหตุอย่างนี้มาก่อน

เกี่ยวกับเรื่องจะทำความสกปรกแถวนี้ พอได้สติก็พากันจ้ำอ้าวลงเรือที่จอดอยู่ที่โป๊ะ



 สามารถ จันทร์แจ่ม : บันทึก