999-11.com

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 


  "ชีวิต คุณย่า"



0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มีนาคม 05, 2021, 03:53:14 PM
อ่าน 42 ครั้ง

เจ๊วู

  • เจ้ามือหวย
  • *****

  • 933
    กระทู้

    • ดูรายละเอียด
"ชีวิต คุณย่า"
« เมื่อ: มีนาคม 05, 2021, 03:53:14 PM »







 "ชีวิตคุณย่า"


โดย ครูเหม เวชกร


     เป็นเรื่องราวตอน นายสิงห์โตยังเป็นเด็ก 


     "ผมยืนอยู่ที่ทางเท้าฝั่งตลาดบำเพ็ญบุญ และกำลังมองข้ามถนน

ดูโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุงที่คึกคักด้วยผู้คน นึกปลงตัวเองว่า

เรานี่ก็นับว่าเก่าแก่จวนจะจากโลกนี้ไปแล้ว และอะไร ๆ

ในยุคหลังก็มาแทนที่ยุคเก่าที่แล้ว ๆ มาจนจำของเก่าไม่ได้

สถานที่แถวนี้ผมเคยวิ่งเล่นอยู่ เมื่ออายุยัง 6 - 7 ขวบ

แต่เวลานี้ตัวผมอายุปาเข้าไป 70 ขวบแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหมด

และหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างผมเดี๋ยวนี้ก็คือหลานสาว เป็นลูกของลูกสาวอีกที

ผมจึงมีตำแหน่งเป็นตาของ อุไรวรรณ ครูสาวของโรงเรียนเสาวภา "

   ผมสิงห์โตได้เล่าให้หลานสาวว่า เดิมที่ตรงศาลาเฉลิมกรุงนี้

เป็น แหล่งจ่ายน้ำจืด หรือน้ำบาดาล ให้ประชาชน เรียกกันว่า "สนามน้ำจืด"

 เป็นแดนสำคัญของชาวบางกอก เป็นแดนมีน้ำสะอาดดื่มกิน

 แทนที่จะดื่มกินในคลองหรือแม่น้ำกัน

เพราะตามคลองนั้นมีของสกปรกลอยให้เห็นเวลารน้ำขึ้น น้ำลงเสมอ ๆ

 ในแดนนี้ทั้งวันจะมีคนหาบน้ำไปใช้บ้าง ขายตามตึกชาวบ้านบ้างทั่ว ๆไป

พอเวลาเย็นค่ำก็ปิดการจ่ายน้ำในเวิ้ง สนามน้ำจืดก็เงียบคน

   นายสิงห์โต เป็นลูกกำพร้าพ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่เขายังเล็ก

ได้หญิงชราผู้หนึ่งสงสารและเมตตา จึงขอเขาเอามาเลี้ยง 

นายสิงห์โตจึงเรียกท่านว่า คุณนายย่า เด็กชายสิงห์โตจึงคอยติดตามคุณนายย่า

ไปทุกหนทุกแห่งดุจเป็นหลานชายของท่านจริง ๆ

     คุณย่ามีลูกสาวคนหนึ่งได้สามีเป็นขุนนาง และมาเช่าตึกตั้งร้านตัดเสื้อผ่าสตรี

อยู่ตรงข้ามสนามน้ำจืด คุณย่าของสิงห์โต ชอบการพนันทุกชนิดนับแต่ ถั่ว โป ไพ่ตอง หวย กข.

บังเอิญตึกห้องหนึ่งที่ใกล้กับร้านตัดเสื้อของลูกสาวท่าน เปิดบ่อนไพ่ตองเฉพาะกลางวัน

ชื่อว่า "บ่อนไพ่จางวางหร่ำ" คุณย่ามือขึ้นในการเล่นการพนัน

จึงเป็นขาประจำของบ่อน สิงห์โต ก็วิงเล่นกะเพื่อนในละแวกนั้น ซึ่งมีทั้งเด็กไทย เด็กแขก เพลินไป

    คุณย่าเล่าให้ สิงห์โตฟังว่า ท่านเคยเจอเปรตที่ทุ่งพระเมรุ (สนามหลวง) เล่นงานเอา

ตอนที่ท่านเดินกลับมากะพวกลิเก(คุณย่าชอบดูลิเก) มากคนด้วยกัน ท่านว่ามองไปข้างหน้า

เห็นคนยืนพิงกำแพงพระราชวังตรงป้อมหัวมุม แต่ครั้นมองไป ๆ จึงนึกรู้ว่านั่นไม่ใช่คน

คนอะไรจะสูงใหญ่เท่านั้น แขนยืนพิงป้อม โดยเท้าทั้งสองยังอยู่ที่ดิน

แต่แขนนั้นยันข้อศอกแยู่ที่ใบเสมากำแพงป้อม

พอรู้ว่าเป็นเปรตก็คุกเข่าลงกราบไหว้ขออภัย ไม่กล้าวิ่งหนีเพราะเปรตขายาว

     คุณย่าชอบพาสิงห์โตนั่งรถเจ๊ก(รถลาก)ไปบ่อนหรือดูลิเก

เด็กชายชอบนั่งที่พรมปูพื้นตรงที่วางเท้าของรถเจ๊ก ไม่ยอมนั่งบนเก้าอี้รถ

เพราะ "นั่งข้างล่างอุ่นดี ง่วงก็กลับได้ กอดขาคุณย่าแล้วหลับ

พอถึงตึกลูกสาวคุณย่า ซึ่งผมเรียกว่าคุณนายแม่ คุณย่าก็ปลุกผม"

     คุณนายแม่ มักมีปากเสียงกับคุณย่าเรื่องที่คุณย่าเที่ยวกลับดึก ๆ ดื่น ๆ

เป็นภาระให้เธอต้องคอยเปิดประตูตึกรับ แต่บางคราวคุณย่ากับสิงห์โตก็คอยเข้าตึก

พร้อมกะพวกเทอุจจาระ ซึ่งพวกนี้มีรถใหญ่เทียมด้วยวัวคู่ งานนี้เป็นของพวกเจ๊กทำ

โดยหาบถังเปล่าไปเปลี่ยนถังที่เต็มล้นตามตึก เอาถังเต็มหาบออกเอาถังเปล่าวางแทนไว้

คุณย่ากลัวคุณนายแม่ ไม่เถียง บางคราวก็ร้องไห้ สิงห์โตสงสารคุณย่ามาก

   คืนหนึ่งสองย่าหลานก็โดนดีเข้า วันนั้นคุณย่าเปลี่ยนบ่อนเล่นไปเล่นทางบ่อนนางเลิ้ง

และรวยมาก็นั่งรถเจ๊กกลับ เจ๊กได้ลากรถผ่านหน้าวัดสระเกศ

ในยามดึกซึ่งจะหาผู้สัญจรสักคนเดียวก็ไม่มี

   ที่กลางถนนหน้าวัดนั้นมีเงาดำอะไรทอดยาวขวางถนนอยู่ เจ๊กลากรถชะงักหยุด

และเตรียมท่าจะหมุนตัวกลับรถ เพราะเจ๊กเคยโดนมาแล้ว เงาดำพาดถนนนั้นมักจะเป็นงูใหญ่

พอใกล้เข้าไปมันจะขดตัวแล้วชูหัว เจ๊กคิดว่าจะเป็นดังนั้นอีกก็ระวังตัว

แต่คราวนี้มันไม่ใช่อย่างนั้น ขณะที่เจ๊กจะหมุนกลับ เงาดำน้ันก็เคลื่อนไหว

แต่ไม่ใช่งู กลายเป็นคนที่มีร่างกายใหญ่และสูง ทั้งย่าและสิงห์โตกลัวจนตัวสั่น

เจ๊กลากรถร้องลั่นหมุนรถกลับวิ่งไม่คิดชีวิต สิงห์โตหันไปดู

เห็นคนนั้นลุกขึ้นยืนกางขาท้าวสะเอวที่กลางถนน หัวเข่าสูงท่วมเสาไฟฟ้าข้างถนน

แล้วภาพนั้น ก็เดินช้า ๆ เข้าวัดไป รถได้วิ่งกลับมานางเลิ้งอีก

สองย่าหลานจึงไปขอนอนที่บ้านพวกลิเกที่ชอบกัน

   รุ่งเช้าคุณนายแม่ก็เล่นงานคุณย่าอีกตามเคย และตัดปัญหาโดยให้คุณย่าไปนอนเฝ้าตึก

ฟากสนามน้ำจืดที่ปิดใส่กุญแจไว้เฉย ๆ ตึกนี้ด้านล่างเป็นร้านบิลเลียด

มีโต๊ะอยู่เรียบร้อย คุณย่าและสิงห์โตนอนชั้นบน

    วันหนึ่งคุณย่านอนกลางวันทีแรกสิงห์โตก็นอนเป็นเพื่อนท่านแต่เด็กชายนอนไม่หลับ

จึงลุกขึ้นหมายใจจะไปเล่นลูกบิลเลียดที่ชั้นล่าง แต่ครั้นลงบันไดมาได้ครึ่งเดียว

ก็เห็นใครเล่นอ้ายลูกกลม ๆ นั้นอยู่ก่อน เป็นผู้ชายร่างสูง ๆ ตัดผมเกรียน

ไว้หนวดริมฝีปาก นุ่งผ้าโจงกระเบนใส่ถุงนร่องรองเท้า กำลังเอาไม้แทงไอ้ลูกกลม ๆ นั้นอยู่

พอแกเหลือบมาเห็นสิงห์โตเข้า แกมองดูสิงห์โตอย่างประหลาดใจ

ดวงตาแข็ง ๆ และดุ ๆ ชี้หน้าสิงห์โตแล้วโบกมือให้เด็กชายกลับขึ้นไปที่เก่า

     เมื่อสิงห์โตเล่าให้คุณย่าฟัง ท่านไม่เชื่อว่าท่านปิดประตูใส่กลอนกับมือใครจะเข้ามาได้

แต่เมื่อสิงห์โตยืนยันหนักแน่น คุณย่าจึงลงมือสำรวจข้าวของในตึก

เพราะเกรงว่าจะมีคนเข้ามาในตึกจริง แล้วขโมยข้าวของไป ตนจะมีความผิด

ก็พอดี สิงห์โตเหลือบไปเห็นรูปในกรอบที่ติดอยู่ข้างผนังตึกด้านหนึ่ง

แล้วร้องขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วไปว่า คน ๆ นั้นแหละที่เขาเห็นเมื่อกลางวัน

คุณย่าตาพองทีท่าตกใจ ฉุดข้อมือสิงห์โตออกนอกตึกแล้วใส่กุญแจ

เรียกรถเจ๊กไปนางเลิ้งไปขอพักที่บ้านพวกลิเก 1 คืน

พอตอนสายคุณย่าเอกลูกกุญแจคืนคุณนายแม่

แล้วบอกว่าจะกลับบ้านตลาดแก้วตลาดขวัญที่เมืองนนท์

     "ผมมารู้คราวหลังว่า ชายที่ท่าทางเป็นขุนนางคนนั้น

ที่แท้ก็คือขุนนางสามีของคุณนายแม่ แต่เขาตายไปเมือสองเดือนแล้ว

ศพยังอยู่ที่วัดสระเกศ ที่คุณย่าไม่ยอมอยู่เพราะสาเหตุนี้เอง

ไหนใครว่าผีไม่มีกลางวันล่ะ ผมพบกลางวันมาแท้ ๆ ......"



 สามารถ จันทร์แจ่ม :บันทึก