999-11.com

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 


  "มนุษย์ไม่สังคมโลก"



0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มีนาคม 05, 2021, 03:36:21 PM
อ่าน 42 ครั้ง

เจ๊วู

  • เจ้ามือหวย
  • *****

  • 933
    กระทู้

    • ดูรายละเอียด
"มนุษย์ไม่สังคมโลก"
« เมื่อ: มีนาคม 05, 2021, 03:36:21 PM »







"มนุษย์ไม่สังคมโลก"

บทประพันธ์ ของครูเหม เวชกร


  เรื่องราวของมนุษย์ที่ได้แต่งงานอยู่กินกับผีถึงสามคู่

   นายสมัยได้ไปทำงานที่โรงงานทำยารักษาโรคต่าง ๆ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตสัมพันธวงศ์

เจ้าของโรงงานเป็นผู้ดีจีนเก่า ชื่อนายห้างบุญตั้ง โดยการชักนำของ คุณสุรินทร

ซึ่งเป็นลูกเขยของเจ้าของโรงงาน ภรรยาของคุณสุรินทร ชื่อ คุณเรณู

เป็นลูกสาวคนโตของนายห้างบุญตั้ง

   นายสมัยพักอยู่ที่คฤหาสน์ของนายห้างบุญตั้ง เขารับหน้าที่อีกอย่างหนึ่งคือ

หัดวิชาดนตรีไทยให้แก่น้องสาวและน้องชายของคุณเรณูตอนกลางคืนทุกคืน

จึงออกไปไหนเวลากลางคืนไม่ได้ออกไปไหน เป็นเรื่องแปลกประหลาดที่นายสมัยเจอ

แล้วนำไปเล่าให้คุณณพ ที่วัดระฆังฟัง

" ...แต่น่าเบื่อนิสัยของคนบ้านนี้เต็มทน ทุก ๆ คนในตึกนั้นถือตัว

ไม่ยอมจะรู้จักใครและสังคมกับใครนอกบ้าน ตัวเองก็ไม่ยอมออกจากตึกไปไหน

แม้แต่คนใช้ในตึกก็ไม่ออกจากตึก จะซื้อหาอะไรมีคนใช้ภายนอกซื้อมาให้อีกทีหนึ่ง

แต่ก็ไม่ยอมให้คนใช้ภายนอกเข้าในตึก มีคนนอกคนเดียวเท่านั้น

ก็คือตัวกระผมที่เข้านอกออกในได้ มีห้องเล็ก ๆ ภายในตัวตึกนั้นให้อาศัยเป็นห้องชั้นล่างก็สบายดีครับ 

ตึกนั้น เก่า ๆ และใหญ่มาก เป็นแบบจีน ๆ ผู้ดีเก่า ๆ ตึกนี้มีคนหลายคนก็จริง แต่อยู่กันเงียบ ๆ

จะพูดจาอะไรก็พูดกันเบา ๆ ไม่เอะอะตึงตัง นอกจากเสียงดนตรีเท่านั้นที่ดัง มีผู้หญิงสวย ๆ หลายคน 

แต่สำหรับกระผมนอกจากสอนดนตรีและพูดกันในเรื่องทางวิชาการแล้ว ก็ไม่มีอะไรอีก

ส่วนตัวจะพูดกันได้ทุก ๆ คนถือตัวมักมองคนอื่นอย่างรังเกียจ

อย่าว่าแต่จะไม่พูดจาและติดต่อด้วยเท่านั้น แม้แต่มองยังไม่อยากจะมองเลย"

     ตอนบ่ายวันหนึ่งนายห้างบุญตั้ง เรียกให้นายสมัยไปพบแล้วบอกให้ นายสมัย

ไปรับคนสองคนที่สถานีรถไฟ หัวลำโพง ตอนตี 4 สองคนนั้นมาจากนครสวรรค์

เป็นชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง ผู้ชายชื่อสวัสดิ์ ผู้หญิงชื่อจิตรา เป็นลูกสาวของนายห้างบุญตั้ง

ทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน  เมื่อเจอกันทีแรกที่สถานีรถไฟ

นายสวัสดิ์มีท่าทีแปลก ๆ คือมองดูนายสมัยอย่างไม่ไว้วางใจ

   วันหนึ่งคุณสุรินทรพูดแปลก ๆ กับนายสมัยว่า "ขอบใจเธอมาก ฉันรักเธอจริง ๆ

สมัย  มีเพื่อนอยู่ด้วยกันเพียงสองสามคนในตึกนี้ เมื่อมีคุณสวัสดิ์เขาอีกคน

ก็เป็นเพื่อนคนที่สาม" คุณนพมักจะพูดอะไร เป็นความนัยให้นายสมัยฟัง

"เออ สมัยเธอยังไม่รู้เรื่องของเขาพอ คุณสุรินทรรวยจริง ๆ

โรงงานนั้นเป็นของเขาแล้วทั้งหมด เอาเถิดในวันหน้าเธอจะรู้เอง และเธออาจจะมีโชคด้วย"

     นายสมัยได้ไปรู้ความลับเรื่องหนึ่งอย่างบังเอิญ คือดอกเตอร์เทพ เอือมณี

ที่แอบเป็นชู้กับ สายรุ้ง ลูกสาวอีกคนของเศรษฐีบุญตั้ง

ซึ่งนายสมัยได้รู้ภายหลังจากหนังสือพิมพ์ฉบับเก่า ๆ ว่า ดอกเตอร์เทพ

คนนี้ได้ไปสำเร็จปริญญามาจากยุโรปขากลับเมืองไทย เรือบินอับปางพุ่งลงก้นทะเลหายไป

   ซึ่งนายสมัยยังคิดว่า "ที่แท้แล้วดอกเตอร์ผู้นี้ไม่ได้ตายจริง ๆ ตามข่าว

เป็นแต่ว่ามีรายนามในทะเบียนผู้โดยสารเครื่องบินเที่ยวนั้น แต่หากมาสนามบินไม่ทันเวลา

เรือบินออกเสียแล้ว เลยไม่ได้มาเที่ยวนั้น ครั้นทราบข่าวว่าเรือบินเที่ยวนั้นตกทะเล

ก็เลยคลุมหัวตัวเองกลับกรุงเทพ โดยมาซุ่มอยู่เสียกับคู่รักเก่าที่เป็นเศรษฐี ทิ้งลูกทิ้งเมียเลย.."

     นายสมัยได้แอบหลงรักลูกสาวอีกคนของนายห้างบุญตั้ง เธอชื่อ มาลี

ซึ่งเป็นแม่หม้ายมาก่อนสามีเก่าของเธอเป็นคนจีนชรา และมาลีก็มีใจต่อนายสมัย

มาลีได้มอบแหวนให้นายสมัยหนึ่งวง มาลีได้พาสมัยไปพบบิดาของเธอ

เพื่อให้ท่านได้รับรู้ ซึ่งเศรษฐีบุญตั้งก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไร ทั้งยังจะจัดการแต่งงานให้ด้วย

    คุณนพได้บอกความลับให้นายสมัยฟังว่าในบ้านนายห้างบุญตั้งมีแต่วิญญาณ

มีที่เป็นมนุษย์เพียง 3 คน คือ คุณสุรินทร คุณสวัสดิ์ และนายสมัย

ทีแรกนายสมัยไม่เชื่อและเคืองคุณนพ  แต่เมื่อเหตุการณ์ต่าง ๆ เด่นชัดขึ้น

นายสมัยก็ยอมรับความจริง " ผมไม่กล้าเดินตามที่ต่าง ๆ ในตึกนั้นเลย

แต่อาศัยมาลีเท่านั้นคอยเคียงข้างผมอยู่ตลอดเวลา จึงค่อยบรรเทาความกลัวไปได้

สำหรับมาลีนั้นผมยกชีวิตของผมให้แก่เธอแล้ว สุดแต่กาล ลัทธิไม่สังคมกับมนุษย์

ได้เข้าแพร่เต็มหัวใจผมแล้ว ณ บัดนี้ผมไม่ไปเที่ยวที่ใดอย่างเดียวกับคุณสุรินทร

เพราะถ้าไปคนเดียวก็คิดถึงอีกคนที่ไปด้วยไม่ได้ จะมีสุขอะไรเล่า

ครั้นจะให้เธอไปด้วยโดยไม่สำแดงกาย ไปอย่างตัวใส ๆ เป็นกายทิพย์

แต่เธอไม่ยอมไปเด็ดขาด เพราะกลัวจะต้องไปผุดไปเกิด

เคราะห์ไปเฉียดคนตั้งท้องใหม่ ๆ เข้า ก็จะถูกดูดดึงไปเกิด.....

พวกกายทิพย์กลัวคนท้องที่เพิ่งจะก่อตั้งก้อนเลือดอ่อน ๆ ซึ่้งมองไม่รู้"

      ในที่สุดความไม่แน่นอนของชะตากรรมของคนก็สำแดงขึ้น

ผมทั้งสามคนคือผม คุณสุรินทร และคุณสวัสดิ์ หมดที่อยู่ ที่อาศัย หมดที่ทำงาน..

คือมหาเพลิงที่เกิดต้นไฟจากที่อื่นมาเล่นงานโรงงานของเรา

และตึกของเราวอดวายไปพร้อม ๆ กับของของเรา

และตึกของเราวอดวายไปพร้อม ๆ กับของมีค่ายอดยิ่ง คือมาลี ของผม

เธอติดอยู่ในไฟ ผมไปกอดปล้ำจะเอาเธอออกจากไฟ 

แต่แล้วจะด้วยอะไรผมก็แปลไม่ออก กลายเป็นผมถูกไฟลวกหลายแห่ง

แต่ฝ่าหนีกองไฟออกมาสลบอยู่นอกกองมหาเพลิง

หมดความรู้สึกใด ๆ ทั้งสิ้น มารู้ตัวเอาเมื่อที่โรงพยาบาล

      ผมนอนพันผ้าไปทั้งตัวอยู่บนเตียง และก็รู้ภายหลังอีกว่า

นอกจากผมแล้วยังมีคุณสุรินทร คุณสวัสดิ์

เป็นคนไข้นอนเรียงกันอยู่เป็นสามคนผู้มาเยี่ยมคือ พระภิกษุนพ

    กุศลของนายสมัยยังมีอยู่ มีแผลเป็นจากไฟไหม้เพียงอ่อน ๆ หมอว่านาน ๆ เข้าก็หายเป็นปกติดี

 แล้วเราสามคนก็ต้องแยกทางกัน คุณสวัสดิ์กลับไปหาบิดามารดาที่นครสวรรค์ คุณสุรินทรแยกไปอยู่บ้านเขา

    นายสมัยไปขออาศัยพระภิกษุนพ อยู่ที่วัดระฆัง "รอวันรอคืนว่า

ถ้ามาลียังไม่ไปเกิด อาจจะเร่ร่อนมาพบกันอีก คอยไปจนกว่าจะหมดหนทางที่จะพบกัน

   " คุณนพเป็นพี่เลี้ยงให้กำลังใจตลอดเวลา แต่ใจผมนั้นไม่มีสุขเลย

ความหลังความเก่า ยังระดม สุมอยู่ ยังไม่จางลงไปได้


อนิจจา มาลีของฉัน ป่านนี้เธอไปอยู่แห่งใดเล่า"




 สามารถ จันทร์แจ่ม : บันทึก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 05, 2021, 03:42:31 PM โดย เจ๊วู »