999-11.com

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 


  "ฉันคอยรัก ที่นี่"



0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มีนาคม 05, 2021, 03:29:10 PM
อ่าน 41 ครั้ง

เจ๊วู

  • เจ้ามือหวย
  • *****

  • 933
    กระทู้

    • ดูรายละเอียด
"ฉันคอยรัก ที่นี่"
« เมื่อ: มีนาคม 05, 2021, 03:29:10 PM »






 "ฉันคอยรักที่นี่"

เรื่องรักสะเทือนใจของหนุ่มสาวท่ามกลางกลิ่นอายชนบท   

บทประพันธ์ของครูเหม เวชกร

    เรื่องนี้เป็นอีกตอนหนึ่งของนายอุทิศ ได้ไปพบกับนิยายรัก

ที่ถูกใจเข้าอีกนิยายหนึ่งในดินแดนน้ำตกนางรอง แห่งนครนายก

   นายอุทิศได้ไปพักที่ ไร่ส้ม ไร่ขนุน ซึ่งมีชึ่อไร่ว่า "ไร่แดนสร่างทุกข์"

อันเป็นไร่ของเพื่อนนายอุทิศคือ "ยอดชาย นายสมศักดิ์" และคุณหวาน ภรรยา เขา

สมศักดิ์ได้เล่านิยายรักสะเทือนใจให้อุทิศฟังว่า "สองปีเห็นจะได้ เสียดายที่ช้าไป

เขามาตายจากไปเสีย น่าสงสาร มีนิสัยดีน่าคบ แต่แกสมัครตายจริง ๆ"

      สมศักดิ์ได้พบกับ คุณขาวที่มีไร่ติดกัน คุณขาวอยู่เพียงลำพัง และมีหมาไทยตัวหนึ่ง

ที่คอยติดตามเขาอยู่ คุณขาวเป็ฯคนมีความหลังในใจอะไร ๆ อยู่ตลอดเวลา

จะเห็นว่าแกเศร้า ๆ ไม่รื่นเริงเลย ทำไร่คนเดียว ได้กล้วย ได้อ้อย ขนุน

ขายกินพอเลี้ยงชีวิตไปวัน ๆ โดยไม่คิดจะรุ่งเรืองไปข้างหน้าเลย

    ชื่อไร่ของคุณขาวแปลกหู แปลกใจมาก ชื่อว่า "ไร่คอยรัก"

แต่ภายหลังเขาก็เผาป้านชื่อไร่ทิ้งไปเพราะกระเทือนใจ

อุทิศขอร้องให้สมศักดิ์เล่านิยายรักของคุณขาวให้เขาฟัง

ซึ่งสมศักเิ์จะเล่าเรื่องต้น ๆ ที่เขาพบกะคุณขาวให้ฟังก่อน

ส่วนเรื่องที่ละเอียด จะได้ฟังจาก หญิงคนทรง ซึ่งอยู่ที่เขาอีโต้ ในอีกสองวัน

โดยสมศักดิ์จะให้เด็กที่ไร่ของเขาขับรถไปรับหญิงคนทรง มาพบอุทิศที่นี่ "เรื่องมันอย่างนี้ ศักดิ์เริ่มต้น

ศักดิ์มาซื้อและจับจองที่ดิน ซึ่งอยู่ติดกับคุณขาวที่ทำไร่เพียงคนเดียว

และอยู่เอ้กาเพียงสุนัขคู่ยากอีกตัวหนึ่งเท่านั้น เมื่อศักดิ์ถามคุณขาวว่าทำไม่จึงไม่มีคนช่วยทำไร่บ้างเลย

คุณขาวตอบว่า เขาคอยคนอยู่คนหนึ่งที่จะมาร่วมงาน แต่เขาคนนั้นมาไม่ได้เสียแล้ว

และเขาไม่ต้องการใครอีก อยู่ในไร่เพียงแค่นี้เป็นความพอใจของเขาแล้ว

ตอนนั้นคุณขาวมีเรือนเล็ก ๆ อยู่หลังหนึ่ง พอคุณขาวตายไปเรือนหลังนั้นก็ปล่อยทิ้ง

เถาไม้เลื้อยขึ้นเต็มหลังคา และฝาก็เป็นแฝกจึงผุไปแล้ว เหลือแต่เสาคงอยู่ พอมองออกว่าเคยเป็นบ้าน

    มีเรื่องแปลก ๆ คือ สมศักดิ์เคยไปเยี่ยมคุณขาวที่บ้านของแก "ก็มองเห็นว่าเจ้าของบ้านอยู่อย่างง่าย ๆ

ไม่ได้จัดตบแต่งอะไรให้เป็นระเบียบเลย คล้ายอยู่อย่างไม่ตั้งใจจะอยู่จริง ๆ ที่นอนของเขาก็ปูไว้ง่าย ๆ

ตลบมุ้งขึ้นแล้วก็ทิ้งไว้อย่างนั้นเอง  แต่ข้างที่นอนแกมีแผ่นกระดานไม้มะขามเลื่อยบาง ๆ

และเขียนตัวอักษรไว้หลลายคำ แันชักจะลืมเสียแล้ว อ่านเอาเองดีกว่า"

   แผ่นกระดานแผ่นหนึ่งมีตัวอักษรสีดำเขียนด้วยสีน้ำมัน ความว่า "ฉันคอยรักที่นี่ ฉันไม่ต้องการใคร ต้องการเธอคนเดียว

ฉันจะคอยวิญญาณเธอ เมื่อใดเธอมา เมื่อนั้นฉันจะไปกับเธอ"

    ส่วนอีกแผ่นหนึ่ง คุณขาวเขียนถึงสมศักดิ์ มีข้อความว่า "คุณศักดิ์ที่รัก คุณพบศพผมแล้วได้โปรดฝังศพผมไว้ใต้ถุนเรือนผมด้วย

ต่อเมื่อคุณสบายใจเมื่อใด จะขุดศพผมไปเผา ก็จะเป็นกุศลแก่คุณ ที่ดินที่เป็นไร่ของผมนี้ ผมขอยกให้คุณ

โฉนดอยู่ในหีบเสื้อผ้าผม ขอมอบให้ด้วยความสัตย์จริง    ...ขาว  เอี่ยมศิลา

  คุณขาวตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยการดื่มยาพิษ ก่อนที่จะตายแกยิงปืนขึ้นสองนัด เพื่อให้สมศักดิ์และเมียมาดู

สมศักดิ์จัดการฝังศพคุณขาวตามคำขอร้องที่แกเขียนไว้ ก่อนจพทำลายตัว สมศักดิ์รีบออกไปแจ้งตำรวจในเมือง

และนำตำรวจมาพิสูจน์ เมื่อพิสูจน์เรียบร้อยแล้วจึงนำศพคุณขาวใส่โลงฝัง

    มีเรื่องกระเทือนใจอีกอย่างหนึ่งเจ้าหมาคู่ใจของคุณขาวไม่ยอมห่างศพนาย มันร้องลั่น ตะกุยตะกาย

ไม่ยอมให้ฝังนายมัน มันไม่ยอมห่างหลุมศพนายมัน มันนอนเฝ้าปากหลุมศพตลอดเวลา

สมศักดิ์กะเมียเรียกมันให้ตามไปบ้าน มันก็ไม่ไป  ถึงแม้ว่าจะเอาอะไรต่ออะไรมาล่อ มันก็ไม่ยอมไป

เฝ้าแต่ร้องหาเจ้านายของมันตลอดเวลา สมศักดิ์กะเมียต้องมาส่งข้าวมันทั้งเช้าและเย็น

      หมาของคุณขาวจะส่งเสียงหอน ตอนโพล้เพล้ และตอนค่ำ ทำให้ผู้ที่อยู่แถวนั้นกลัวกันมาก

ห่างจากคุณขาวตายไปสักเดือนเห็นจะได้ เจ้าหมานั่นไม่ค่อยกินข้าว

สุดท้ายมันก็ตายลงอยู่ใกล้ปากหลุม มันผอมท้องแห้งตายตามนายมัน

    ตอนเย็นอุทิศกืนข้าวไม่ค่อยลงคอ จึงลงเดินเล่นในไร่ คิดถึงเรื่องคุณขาวและเจ้าหมาผู้ภักดี

"ผมค่อย ๆ เดินห่างตัวบ้าน พ้นรั้วไม้ไปสู่ลำธารที่แห้งขอดไม่มีน้ำ........

ธารนี้จะมีน้ำเมื่อหน้าฝน น้านั้นจะไหลมาจากขุนเขาซับซ้อนทางด้านซ้ายมือ

 เวลานี้หน้าแล้ง ก้นธารมีแต่ทรายและก้อนกรวดใหญ่ ๆ เต็มท้องธาร..

ผมชอบท้องธารนี้มาก จึงนั่งลงทีหมู่ก้อนกรวดน้อยใหญ่ และหยิบขึ้นมาดู มันมีลักษณะกลมแต่แบน ๆ

 มีขนาดโตเท่าฝ่ามือ ศักดิ์เคยบอกว่าหน้าฝนน้ำใส เห็นก้อนกรวดหินนี้สวยมาก

    ตรงนั้นคล้ายเป็นช่องลม ลมตกพัดเย็นสบายเฉื่อยฉิวปะทะ ป่าข้างโน้นเป็นช่องทางไม่ขาดสาย

ยิ่งอากาศจวนจะค่ำเช่นนี้ ช่างเย็นสบายใจนัก แล้วก็ย้อนคิดไปถึงตัวพระเอกคือคุณขาว เจ้าของนิยายรัก

หากแต่ยังขาดนางเอกเพราะไม่รู้เรื่องเดิม ว่าเป็นใครผมยังต้องรอคอยหญิงที่จะเข้าทรงให้ฟัง ผมจะได้ตั้งเรื่องก่อโครงชึ้น

     เวลาอากาศจวนจะค่ำ เสียงสัตว์ป่าชักจะร้องเรียกกัน วังเวก วิเวก ในขณะนั้นทางด้านซ้ายมือของผมและห่างออกไป

มีคนคนหนึ่งออกจากแนวป่าชายลำธารฟากหนึ่งลงสู่ท้องธารแห้งขอด เขาแต่งตัวง่าย ๆ เหมือนจะนุ่งผ้าผืนเดียว ไม่ได้ใส่เสื้อ

คนตนนั้นเป็นชายเดินก้มหน้า ข้ามท้องธารไปช้า ๆ และยังมีสุนัขตัวหนึ่งเดินตามหลัง มีลักษณะคอตก หางตก

เดินตามชายผู้นั้นไปช้า ๆ เช่นเดียวกัน  ทันทีนั้นเมื่อดวงตาผมเห็นภาพนั้น ก็เกิดเตือนประสาทความจำ ได้เกิดขึ้น

ภาพของใครเล่าที่มีสุนัขแสนซื่อติดตามเสมอ ประสาทความรู้สึกทั่ว ๆ ไปของผมก็บอกให้รู้ว่าผมกำลังเห็นใคร

ผมถึงแก่ผงะแทบหงายหลัง ตัวชาอยู่เป็นนานจึงได้ผุดขึ้นยืน จะอยู่ตรงนั้นอีกไม่ได้ ภาพนั้นไม่มีแล้ว

ผมออกวิ่งจนมาถึงบ้านนายศักดิ์อย่างอกสั่นขวัญหาย  เมื่อหญิงคนทรงที่ชื่อว่า "ป้าพุก" เดินมางมาทำพิธี

ที่เพิงกลางแจ้งในไร่โดยลำพัง รุ่งขึ้นอีกวันหนึ่ง ป้าพุกจึงได้เล่าเรื่องที่เธอได้รู้มาจากการทำพิธีของเธอให้อุทิศ

 สมศักดิ์และ หวาน ฟังอย่างละเอียด ซึ่งอุทิศได้จดบันทึกตามปากคำของป้าพุก

      ที่บ้านกำนันกล่อมผู้มั่งคั่งแห่งอรัญประเทศ แกร่ำรวย มีฐานะเทียบด้วยเจ้าเมือง มีอำนาจใหญ๋โต

ทั้งยังเป็นนักเลงใหญ๋ มีลูกน้องและข้าทาสล้นหลาม กำนันกล่อมได้คาดคั้น ชายหนุ่มชื่อ"ขาว"

ผู้เป็นบริวารแกอีกคนหนึ่ง ที่แกยกย่องเหมือนลูก เพราะ ขาวเฉลียวฉลาด เก่ง เลขผานาที 

ทำบัญชีทรัพย์สินไร่นาสาโท ของแกได้เรียบร้อย

    แต่ทว่า ขาว กลับกำแหง ทะนงใจ รัก "สมพร" ลูกสาวของแก กำนันกล่อมสั่งให้ขาวเลิกรักสมพร

แต่ขาวกลับตอบว่า "เลิกรักไม่ได้ครับ" กำนันกลั่นโกรธมากส่งตัวขาวไปทำงานหนักที่ในป่าไม้ซุงของแก

คาดโทษว่า หากขาวหมดพยศเมื่อใดจึงจะให้กลับมา
    ขาวไม่ย่อท้อก้มหน้าทำงานป่าไม้ต่อไป อย่างเข้มแข็งอดทน จนผู้คุมในป่ารักและเมตตา

ต่อมาขาวสืบทราบมาว่า กำนันจะส่งสมพรคนรักของตนไปฝากไว้ที่กรุงเทพฯ

ขาวจึงลอบหลบหนีไปกับเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ที่มาตรวจงานในป่า เข้ากรุงเทพฯ

ขาวได้พยายามสืบเสาะจนรู้ที่อยู่ของคนรัก และทำการพบตัวกันจนได้ สมพรได้มอบเงินให้ขาวก้อนหนึ่ง

เพื่อไปหาที่ตั้งตัวและเป็นที่มิดชิด แล้วสมพรจะหนีไปครองรักตามประสารัก

    ขาวได้เงินมาแล้วจึงได้มาคิดสร้างไร่ขึ้นที่นางรอง แล้วกลับไปพาสมพรหนีจากกรุงเทพฯ มุ่งตรงไปยังไร่นางรอง

แต่สัญชาติกำนันกล่อมเสือเก่ามีพวกมาก แกจึงสืบทราบเรื่องได้ กำนันมาดักทางเดินของสองหนุ่มสาวไว้

   "อ้ายขาว กูบอกแล้ว ถ้าไม่ทิ้งพยศมึงตาย" กำนันกล่อมคำรามแล้วเล็งปืนพก สมพรโดดเข้าขวางทางปืนไว้

ก็พอดีกำนันลั่นไกปืน ลูกปืนจึงถูกสมพรตรงที่สำคัญพอดี ขาวเข้ากอดศพคนรักร้องไห้

พวกไพร่ของกำนันกลั่นเข้าดึงตัวขาวออกมา แล้วรุมทุบตีจนขาวสลบ กำนันคั่งแค้นใจมากตอนแรกแกคิดจะยิงขาวให้ตาย

แต่กลับชะงักหยุดเก็บปืน แล้วอุ้มศพลูกสาวกลับ ทิ้งร่างขาวที่นอนสลบไว้เพียงเดียวดาย

     เมื่อขาวฟื้นขึ้นมาไม่เห็นร่างคู่ชีวิต ก็ร้องไห้เดินกระเซอะกระเซิงไปตามกรรม

จนวันหนึ่งก็มาถึงไร่ของตนที่แดนนางรอง แล้วเขียนป้ายชื่อไร่ของเขาว่า "ไร่คอยรัก" ขาวคอยวันตายอยู่

ตั้งใจว่าวันใดวิญญาณของสมพรมาบอกว่าเธอได้ตายไปแล้วจริง ขาวก็จะตายตาม ในขณะที่คอยวิญญาณรัก

ขาวบังเอิญได้สุนัขไทยตัวหนึ่ง เป็นคู่ยากด้วยกันเพียงสอว จนในที่สุดก็มาตายด้วยกันทั้งคู่

    อุทิศได้ขอร้องให้สมศักดิ์พาเขาไปดูสุสานรัก ซึ่งมีเถาไม้เลื้อยเกาะรัดเสาผุ ๆ อยู่บนเนินดิน

"มันเป็นต้นไม้ที่ชาวกรุงเทพฯ ให้ชื่อว่า "ช่อม่วง" แต่ชาวบ้านป่าเรียกว่า "ชู้รัก"

ที่คลุมเรือนหอรอรักของขาว ยังติดตาอุทิศอยู่ตลอดเวลา อย่างไม่มีเวลาลืมเลือน

อีกทั้งภาพการเดินของคุณขาวเจ้าของนิยาย ที่เดินอยู่ในลำธารน้ำแห้งขอด

พร้อมด้วยสุนัขเพื่อนยาก เดินตามหลังด้วยความภักดี เป็นภาพที่สลักใจนัก   




อนิจจา "ฉันคอยรักที่นี่ "



สามารถ จันทร์แจ่ม : บันทึก