ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 


 ข่าวหวย 1 กรกฎาคม 2560



0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

08 มิถุนายน 2017, 12:42:58
อ่าน 860 ครั้ง

เจ๊วู

  • คอหวย
  • ***

  • 253
    กระทู้

    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
ข่าวหวย 1 กรกฎาคม 2560
« เมื่อ: 08 มิถุนายน 2017, 12:42:58 »
นายก ลงพื้นที่ จังหวัดขอนแก่น

















ตาลุก! ชาวขอนแก่นนับพัน แห่ดูป้ายทะเบียนรถ นายกฯ กง 5050





นายกรัฐมนตรี นำคณะลงพื้นที่ขอนแก่น ปาฐกถาพิเศษขับเคลื่อน ไทยแลนด์ 4.0
 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มอบสิทธิ์เข้าทำประโยชน์พื้นที่ สปก.5 แปลง

วันนี้(21 มิ.ย.) ที่ศูนย์เครื่องบิน กองการบิน ศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบกกรุงเทพฯ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
พร้อมคณะ อาทิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น

โดยนายกรัฐมนตรีจะกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การขับเคลื่อน ไทยแลนด์ 4.0 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ”
จากนั้น จะเยี่ยมชมนิทรรศการ “วิจัยและนวัตกรรม มข. เพื่อ Thailand 4.0” ประกอบด้วย ด้านเกษตรและอาหาร
ผลงานวิจัยด้านสุขภาพ ด้านวัสดุและพลังงานในอนาคต ผลการวิจัยด้านการศึกษา ผลงานวิจัยด้าน
Bio economy ผลงานวิจัยด้านนวัตกรรม ICT การดำเนินโครงการ Smart City เป็นต้น ณ ศูนย์ประชุมกาญจนาภิเษก
 มหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมถึงเยี่ยมชมโรงงานต้นแบบการผลิต “นาโนซิลิกอน”
จากแกลบและเถ้าแกลบเพื่อใช้ในขั้วแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ณ อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ขณะที่ ช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ จะเดินทางไปที่สหกรณ์โคนมขอนแก่นที่บ้านซำจาน ตำบลบ้านค้อ
 อำเภอเมืองขอนแก่น เพื่อติดตามผลงานของรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีจะมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์
 ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 – 01) จำนวน 5 แปลง และมอบโรงรวบรวมผลิตน้ำนมดิบ
และโรงผสมอาหารสัตว์ให้กับสหกรณ์โคนม ขอนแก่น จำกัด

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะมอบงบประมาณสนับสนุนโครงการธนาคารโคนมทดแทน
 พร้อมมอบเงินสนับสนุนโครงการยางพาราในหน่วยงานภาครัฐพื้นปูพื้นโรงเรือนโคนม จากนั้น
จะกล่าวปราศรัยพบปะกับประชาชนที่มาให้การต้อนรับ พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการประกอบด้วย
 ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตร ผลงาน Young Smart Farmer การบริหารจัดการน้ำ
 และการทำเกษตรแปลงใหญ่ ดูโครงการผักปลอดสารพิษ รวมทั้งชมการจัดตั้งบริษัทประชารัฐสามัคคีขอนแก่น
 ก่อนที่นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะจะเดินทางกลับกรุงเทพมหานครในเวลาประมาณ 16.10 น.











« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25 มิถุนายน 2017, 20:58:20 โดย เจ๊วู »

08 มิถุนายน 2017, 14:56:05
ตอบกลับ #1

เจ๊วู

  • คอหวย
  • ***

  • 253
    กระทู้

    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ข่าวหวย 16 มิถุนายน 2560
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 08 มิถุนายน 2017, 14:56:05 »
สลด!! เจ้าอาวาสวัด  ปีนประตูทาสีวัด

 พลาดโดนไฟฟ้าแรงสูงช็อตดับคาที่








 
วันนี้ (24 มิ.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.สุทิน บุญเกษม พนักงานสอบสวน สภ.หนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์

ได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านโคกกลาง ตำบลดงมูล ว่าเกิดเหตุไฟฟ้าช็อตพระเสียชีวิตบนประตูโขงของวัดสิมมาพุทธาราม

 จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.พุฒินันท์ อำพันธ์ ผกก.สภ.หนองกุงศรี และหน่วยกู้ชีพและทีมแพทย์โรงพยาบาลอำเภอหนองกุงศรี

ไปที่เกิดเหตุเป็นวัดสิมมาพุทธาราม บ้านโคกกลาง ตำบลดงมูล อยู่ติดถนนระหว่างอำเภอหนองกุงศรีไปอำเภอท่าคันโท

 เจ้าหน้าที่ตำรวจพบกับภาพที่สลดใจ โดยเห็นพระพลชัย แก้วประทุม อายุ 45 ปี เจ้าอาวาสวัดสิมมาพุทธาราม

 นอนเสียชีวิตคาผ้าเหลืองห้อยหัวลงมา โดยมีญาติโยงพากันร้องไห้ระงม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งการไฟฟ้า

ในพื้นที่เข้าทำการตัดไฟก่อนที่จะนำศพของพระพลชัยฯลงมา


จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุพระพลชัย แก้วประทุม เจ้าอาวาสวัดฯ ได้ปีนขึ้นไปบนประตูโขง

เพื่อทำการซ่อมแซมประตูให้เกิดความสวยงาม โดยมีชาวบ้านช่วยกันส่งอุปกรณ์ขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นสี และลำไม้ไผ่

เพื่อสร้างนั่งร้านในการเดินทางสี แต่มาในช่วงเกิดเหตุ ซึ่งพระพลชัยฯ นั่นทำงานอยู่รูปเดียว ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า

 พระพลชัยฯ ได้เอื้อมไปหยิบลำไม้ไผ่ที่มีขนาดกว่าเกือบ 8 เมตร โดยขณะที่กำลังปรับระดับไม้นั้น

 ลำไม้ไผ่ได้เกิดไปพาดกับสายไฟฟ้าแรงสูงสองหมื่นสองพันโวลต์ช็อตเสียดังสนั่นจากนั้นก็เห็นพระพลชัยฯ

 หงายหลังลงมาและห้อยหัวคาประตูโขง


ด้าน พ.ต.อ.พุฒินันท์ อำพันธ์ ผกก.สภ.หนองกุงศรี กล่าวว่า จากการสอบสวนการเสียชีวิตเกิดจากอุบัติเหตุ

แต่เพื่อความสบายใจก็จะให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี สอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง
 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25 มิถุนายน 2017, 19:04:40 โดย เจ๊วู »

08 มิถุนายน 2017, 18:45:25
ตอบกลับ #2

เจ๊วู

  • คอหวย
  • ***

  • 253
    กระทู้

    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
Re: ข่าวหวย 16 มิถุนายน 2560
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 08 มิถุนายน 2017, 18:45:25 »
วัน สุนทรภู่





    สุนทรภู่ กวีสำคัญสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เกิดวันจันทร์ เดือน 8 ขึ้น 1 ค่ำ ปีมะเมีย จุลศักราช 1148  เวลา 2 โมงเช้า

ตรงกับวันที่  26   มิถุนายน พ.ศ. 2329 เวลา 08.00 น. นั่นเอง

 ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ณ บริเวณด้านเหนือของพระราชวังหลัง (บริเวณสถานีรถไฟบางกอกน้อยปัจจุบัน)

          บิดาของท่านเป็นชาวกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ชื่อพ่อพลับ ส่วนมารดาเป็นชาวเมืองฉะเชิงเทรา

ชื่อแม่ช้อย สันนิษฐานว่ามารดาเป็นข้าหลวงอยู่ในพระราชวังหลัง เชื่อว่าหลังจากสุนทรภู่เกิดได้ไม่นาน บิดามารดาก็หย่าร้างกัน

 บิดาออกไปบวชอยู่ที่วัดป่ากร่ำ ตำบลบ้านกร่ำ อำเภอแกลง อันเป็นภูมิลำเนาเดิม ส่วนมารดาได้เข้าไปอยู่ในพระราชวังหลัง

ถวายตัวเป็นนางนมของพระองค์เจ้าหญิงจงกล พระธิดาในเจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์ ดังนั้น สุนทรภู่จึงได้อยู่ในพระราชวังหลังกับมารดา

 และได้ถวายตัวเป็นข้าในกรมพระราชวังหลัง ซึ่งสุนทรภู่ยังมีน้องสาวต่างบิดาอีกสองคน ชื่อฉิมและนิ่ม 

          "สุนทรภู่" ได้รับการศึกษาในพระราชวังหลังและที่วัดชีปะขาว (วัดศรีสุดาราม) ต่อมาได้เข้ารับราชการเป็นเสมียนนายระวางกรมพระคลังสวน
 ในกรมพระคลังสวน แต่ไม่ชอบทำงานอื่นนอกจากแต่งบทกลอน ซึ่งสามารถแต่งได้ดีตั้งแต่ยังรุ่นหนุ่ม
เพราะตั้งแต่เยาว์วัยสุนทรภู่มีนิสัยรักแต่งกลอนยิ่งกว่างานอื่น ครั้งรุ่นหนุ่มก็ไปเป็นครูสอนหนังสืออยู่ที่วัดศรีสุดารามในคลองบางกอกน้อย
ได้แต่งกลอนสุภาษิตและกลอนนิทานขึ้นไว้ เมื่ออายุราว 20 ปี

          ต่อมาสุนทรภู่ลอบรักกับนางข้าหลวงในวังหลังคนหนึ่ง ชื่อแม่จัน ซึ่งเป็นบุตรหลานผู้มีตระกูล จึงถูกกรมพระราชวังหลังกริ้วจนถึงให้โบยและจำคุกคนทั้งสอง แต่เมื่อกรมพระราชวังหลังเสด็จทิวงคตในปี พ.ศ. 2349 จึงมีการอภัยโทษแก่ผู้ถูกลงโทษทั้งหมดถวายเป็นพระราชกุศล หลังจากสุนทรภู่ออกจากคุก เขากับแม่จันก็เดินทางไปหาบิดาที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง และมีบุตรด้วยกัน 1 คน ชื่อ "พ่อพัด" ได้อยู่ในความอุปการะของเจ้าครอกทองอยู่ ส่วนสุนทรภู่กับแม่จันก็มีเรื่องระหองระแหงกันเสมอ จนภายหลังก็เลิกรากันไป


 




หลังจากนั้น สุนทรภู่ ก็เดินทางเข้าพระราชวังหลัง และมีโอกาสได้ติดตามพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ในฐานะมหาดเล็ก ตามเสด็จไปในงานพิธีมาฆบูชา ที่อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2350 และเขาก็ได้แต่ง "นิราศพระบาท" พรรณนาเหตุการณ์ในการเดินทางคราวนี้ด้วย และหลังจาก "นิราศพระบาท" ก็ไม่ปรากฏผลงานใด ๆ ของสุนทรภู่อีกเลย

          จนกระทั่งเข้ารับราชการในปี พ.ศ. 2359 ในรัชสมัยรัชกาลที่ 2 สุนทรภู่ได้เข้ารับราชการในกรมพระอาลักษณ์ และเป็นที่โปรดปรานของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จนแต่งตั้งให้เป็นกวีที่ปรึกษาและคอยรับใช้ใกล้ชิด เนื่องจากเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงแต่งกลอนบทละครในเรื่อง "รามเกียรติ์" ติดขัดไม่มีผู้ใดต่อกลอนได้ต้องพระราชหฤทัย จึงโปรดให้สุนทรภู่ทดลองแต่ง ปรากฏว่าแต่งได้ดีเป็นที่พอพระทัย จึงทรงพระกรุณาฯ เลื่อนให้เป็น "ขุนสุนทรโวหาร"

          ต่อมาในราว พ.ศ. 2364 สุนทรภู่ต้องติดคุกเพราะเมาสุราอาละวาดและทำร้ายท่านผู้ใหญ่ แต่ติดอยู่ไม่นานก็พ้นโทษ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงติดขัดบทพระราชนิพนธ์เรื่อง "สังข์ทอง" ไม่มีใครแต่งได้ต้องพระทัย ทรงให้สุนทรภู่ทดลองแต่งก็เป็นที่พอพระราชหฤทัย ภายหลังพ้นโทษ สุนทรภู่ได้เป็นพระอาจารย์ถวายอักษรสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอาภรณ์ พระราชโอรสในรัชกาลที่ 2 และเชื่อกันว่าสุนทรภู่แต่งเรื่อง "สวัสดิรักษา" ในระหว่างเวลานี้ ซึ่งในระหว่างรับราชการอยู่นี้ สุนทรภู่แต่งงานใหม่กับแม่นิ่ม มีบุตรด้วยกันหนึ่งคน ชื่อ "พ่อตาบ"

          "สุนทรภู่" รับราชการอยู่เพียง 8 ปี เมื่อถึงปี พ.ศ. 2367 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเสด็จสวรรคต หลังจากนั้นสุนทรภู่ก็ออกบวชที่วัดราชบูรณะ (วัดเลียบ) อยู่เป็นเวลา 18 ปี ระหว่างนั้นได้ย้ายไปอยู่วัดต่าง ๆ หลายแห่ง ได้แก่ วัดเลียบ, วัดแจ้ง, วัดโพธิ์, วัดมหาธาตุ และวัดเทพธิดาราม ซึ่งผลจากการที่ภิกษุภู่เดินทางธุดงค์ไปที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ปรากฏผลงานเป็นนิราศเรื่องต่าง ๆ มากมาย งานเขียนชิ้นสุดท้ายที่ภิกษุภู่แต่งไว้ก่อนลาสิกขาบท คือ "รำพันพิลาป" โดยแต่งขณะจำพรรษาอยู่ที่วัดเทพธิดาราม พ.ศ. 2385

          ทั้งนี้ ระหว่างที่ออกเดินทางธุดงค์ ภิกษุภู่ได้รับการอุปการะจากพระองค์เจ้าลักขณานุคุณ จนพระองค์ประชวรสิ้นพระชนม์ สุนทรภู่จึงลาสิกขา รวมอายุพรรษาที่บวชได้ประมาณ 10 พรรษา สุนทรภู่ออกมาตกระกำลำบากอยู่พักหนึ่งจึงกลับเข้าไปบวชอีกครั้งหนึ่ง แต่อยู่ได้เพียง 2 พรรษา ก็ลาสิกขา และถวายตัวอยู่กับเจ้าฟ้าน้อย หรือสมเด็จเจ้าฟ้าจุฑามณี กรมขุนอิศเรศรังสรรค์ พระราชวังเดิม รวมทั้งได้รับอุปการะจากกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพอีกด้วย

          ในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ครองราชย์ ทรงสถาปนาเจ้าฟ้า กรมขุนอิศเรศรังสรรค์ เป็นพระบาทสมเด็จพระปิ่นกล้าเจ้าอยู่หัว ประทับอยู่วังหน้า (พระบวรราชวัง) สุนทรภู่จึงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น "พระสุนทรโวหาร" ตำแหน่งเจ้ากรมพระอาลักษณ์ฝ่ายบวรราชวังในปี พ.ศ. 2394 และรับราชการต่อมาได้ 4 ปี ก็ถึงแก่มรณกรรมใน พ.ศ. 2398 รวมอายุได้ 70 ปี ในเขตพระราชวังเดิม ใกล้หอนั่งของพระยามนเทียรบาล (บัว) ที่เรียกชื่อกันว่า "ห้องสุนทรภู่"

          สำหรับทายาทของสุนทรภู่นั้น เชื่อกันว่าสุนทรภู่มีบุตรชาย 3 คน คือ "พ่อพัด" เกิดจากภรรยาคนแรกคือแม่จัน, "พ่อตาบ" เกิดจากภรรยาคนที่สองคือแม่นิ่ม และ "พ่อนิล" เกิดจากภรรยาที่ชื่อแม่ม่วง นอกจากนี้ ปรากฏชื่อบุตรบุญธรรมอีกสองคน ชื่อ "พ่อกลั่น" และ "พ่อชุบ" อย่างไรก็ตาม ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ทรงตราพระราชบัญญัตินามสกุลขึ้น และตระกูลของสุนทรภู่ได้ใช้นามสกุลต่อมาว่า "ภู่เรือหงส์"