999-11.com

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 


 " วิญญาณที่ติดตาม"



0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กุมภาพันธ์ 10, 2021, 11:08:01 AM
อ่าน 18 ครั้ง

เจ๊วู

  • เจ้ามือหวย
  • *****

  • 913
    กระทู้

    • ดูรายละเอียด
" วิญญาณที่ติดตาม"
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2021, 11:08:01 AM »







" วิญญาณที่ติดตาม"

เรื่องของความรักที่ผูกพันกันข้ามภพข้ามชาคิ

บทประพันธ์ ของ ครูเหม เวชกร



"คล้าย" เป็นชื่อของเด็กหนุ่ม ที่มีภาวะ บ้านแตก พ่อไปทาง แม่ไปทาง

พ่อแต่งงานใหม่ แม่ก็แต่งงานใหม่ มีลูกใหม่เป็นหญิงชื่อ "ยายนิด"

คล้ายจึงต้องอาศัยอยู่กับพ่อบ้างกับแม่บ้าง ไม่แน่นอน

การศึกษาในระบบโรงเรียนของเขาจึงกระท่อนกระแท่นเต็มที

เมื่อพ่อของคล้ายตาย เผาศพแล้ว คล้ายก็แอบเก็บกระดูกของพ่อ สองสามชิ้น

ใส่ถุงผ้าเล็ก ๆ ติดตัวไว้กราบไหว้และคุ้มภัย ซึ่งคล้ายได้ปิดเป็นความลับ

เพราะการกระทำของเขา ถือว่าเป็นการถ่วงวิญญาณของพ่อ มิให้ไปผุดไปเกิด

แต่คล้ายกลับทั้งรักและหวงนัก ถือเป็นมิ่งขวัญของเขาทีเดียว

คล้ายได้มาอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยง โดยเขาทำหน้าที่เลี้ยงน้อง คือ ยายนิด

และทำงานบ้าน เขาได้พยายามหางานทำที่โรงพิมพ์ด้วย

คล้ายรักน้องสาวต่างบิดามากและน้องสาวก็ติดเขาแจ

แต่วันหนึ่งน้องสาวของคล้ายได้เสียชีวิตลง

"ตัวผมเองร้องไห้ยังกับเด็กแดง ส่วนพ่อเลี้ยงกับแม่นั้นไม่ต้องพูดว่าจะเสียใจแค่ไหน

ผมอุ้มโลงสองคนกับสัปเหร่อไปเผาที่วัด ตลอดเวลาผมไม่อยากพูดกับใตรเลย

แม่กับพ่อเลี้ยงก็ซึมเซา เราเผากันอย่างกระยาจก"

ด้วยความอาลัยหาน้องสาวคล้ายจึงขอไปทำงานเป็นภารโรงที่โรงพิมพ์

และอาสานอนเฝ้าโรงพิมพ์ด้วย คืนหนึ่งวิญญาณของน้องสาว ได้ติดตามคล้ายไป

โดยจำแลงเป็นลูกหนัง(ลูกบอล) กลิ้งตามพื้นห้อง เพื่อจะเล่นกับพี่ชาย

ที่กำลังนั่งอ่านหนังสือ แต่คล้ายไม่เข้าใจ กลับเตะลูกหนังนั่นด้วยด้วยความกลัว

คิดว่าถูกผีที่โรงพิมพ์เล่นงาน จึงเกิดเป็นเสียงเด็กผู้หญิงร้องกรี๊ดขึ้น

คล้ายตกใจกลัววิ่งออกไปขออยู่กับพวกแขกยามข้างนอกตึก

คล้ายฝันว่า พ่อของเขามาบอกว่า "เจ้าลูกหนังนั่นเป็นการหยอกเย้าของวิญญาณน้องเอ็ง

อย่าไปทำทารุณอะไรมันเลย เวทนามันเถิด มันไม่มีที่ไปจึงตามเอ็งอยู่ตลอดเวลา

มีข้าวปลาแบ่งให้มันกินบ้าง เอาบุญ ทำใจเป็นกุศลไว้ ถึงทีอดจะได้ไม่อด"

คล้ายจึงแบ่งข้าวและกับไว้ข้างตัว เพื่อแบ่งให้วิญญาณของน้องสาวได้กินทุกมื้อ

เวลากลางคืนก็เรียกให้น้องเข้ามานอนในห้องด้วย

วิญญาณของพ่อคล้ายมาเข้าฝันเขา บอกว่าวิญญาณของยายนิดน้องสาวของเขาไปเกิดแล้ว

และขอให้คล้ายปล่อยวิญญาณของพ่อด้วย โดยให้ไปขอคำแนะนำจากพระ

และบอกส่งท้ายว่า ยายนิดนั้นคือเมียเก่าในอดีตชาติของคล้ายที่ติดตามมาเพื่ออยู่กับเขา

คล้ายได้นำกระดูกของพ่อไปเก็บที่เจดีย์ที่มีช่องโต แล้วทำบุญอุทิศส่วนกุศลส่งไปให้พ่อแม่ของคล้าย

ได้ไปบวชชีที่วัดปากน้ำคลองด่าน ส่วนพ่อเลี้ยงไปเป็นภารโรงที่โรงเรียนนักธรรมวัดปากน้ำเช่นกัน

คล้ายมีหน้าที่การงานที่ก้าวหน้าขึ้นโดยร่วมหุ้นทำโรงพิมพ์กับ น้าเพิ่ม หัวหน้าช่างหล่อ

ทำให้ฐานะของคล้ายดีขึ้น 4 ปีต่อมาคล้ายได้ไปรับเด็กหญิง ลูกของช้อย ที่มีฐานะยากจนมาเลี้ยง

"เห็นจะเป็นเพราะยายนิดเคยสอนใจผม เมื่อครั้งกระโน้น ให้เมตตาเด็ก

ผมจึงรับปากแม่ช้อยว่า ผมเองก็ไม่มีเมียหรือลูก ยังเป็นโสดพอมีกำลังทำงาน

จะคิดให้ลูกน้อยของแม่ช้อยให้ได้ร่ำเรียน เป็นการกุศล เพราะผมกลัวคนที่ไม่มีการศึกษานัก

ได้แก่ตัวเองมาแล้ว แทบเอาตัวไม่รอด เด็กน้อย นั้นชื่อ แก่นใจ"

ต่อมาแม่ช้อยไปได้ผัวใหม่ จึงยกแก่นใจให้เป็นสิทธิขาดของคล้าย

วันเวลาผ่านไปความรักระหว่างสาวน้อยแรกรุ่นและชายหนุ่มวัย 40 

ก็เกิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว คล้ายได้เปลี่ยนอาชีพใหม่อีก

โดยเช่าตึกทำการค้า หนังสือพิมพ์ และหนังสืออ่านทุกชนิด 

อาศัยแก่นใจเป็นผู้ทำบัญชี เมื่อกลับจากโรงเรียนแล้ว 

"แก่นใจเป็นสาวเต็มตัวแล้ว แต่กิริยาที่แก่นใจทำอย่างไรกับผม เมื่อยังเล็ก ๆ

อย่างไรก็ทำอยู่อย่างนั้น ทั้งกอดทั้งรัดไม่เปลี่ยนแปลง

แม้แต่ผมจะเกิดใจพะวักพะวนบ้างก็ไม่ทราบจะห้ามแก่นใจได้อย่างไร

จิตใจก็วูบวาบไปบ้างเป็นธรรมดา"

อยู่มา บุญเทอด เจ้าของโรงพิมพ์ผู้ทำการค้าร่วมกันเกิดมาชอบแก่นใจเข้า

ส่งเถ้าแก่มาทำการสู่ขอแก่นใจกับคล้าย แต่แก่นใจนั้นรักคล้ายเสียแล้ว

จึงนิ่งอยู่เมื่อคล้ายเอ่ยถามความนัย คล้ายหนุมใหญ่นั้น

ความจริงหลงรักสาวน้อยที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก มีความหลงอยู่ลึก ๆ

 "ใจของน้า ถ้าแก่นใจยินดีในเขา น้าก็ต้องยอมเพราะรักแก่นใจ

แต่หัวใจน้านั้นก็เท่ากับใครมาเด็ดหัวใจให้ขาดลง

ถ้าแก่นใจเห็นดี น้าก็ต้องจำทน เพราะทนตัวเองมานานแล้ว"

"น้าไม่ยินดีจะให้ใช่ไหม" แก่นใจถาม

"แต่แก่นใจรักเขาหรือเปล่าล่ะ" คล้ายย้อนถามกลับ

ฉันติดต่ออะไรกับเขาเป็นพิเศษบ้าง นอกจากการค้าของเราเท่านั้น"

"หวงแก่นใจ แต่ทำใจแข็งมาพูดเป็นแม่สื่อใช่ไหมล่ะ"

รุ่งเช้า สุรีย์ น้าสาวของบุญเทอด เจ้าของโรงพิมพ์ที่ออกปากขอแก่นใจ

ก็มาบอกว่าบุญเทอดนั้นมีเมียแล้วดังนั้นเรื่องขอจึงเป็นโมฆะ

"อยู่ ๆ ลมร้ายก็พัดผ่านมา แต่มีผู้มาปัดเป่า ผลของความดีแห่งเรา

ในชีวิตน้าไม่เคยทำอะไร ๆ ที่ร้าย ๆ ให้กับผู้ใดเลย ไฉนจะมีคนมาก่อความร้ายให้ก็ผิดที่ " 

"ดิฉันก็ตกใจ แต่ดีนะคะ เราได้รู้อะไร ๆ ไว้ก่อนยังงี้ เป็นบุญของเรา"

แก่นใจพูดแล้วรีบเข้าไปยังห้องเก็บหนังสือ เพื่อจะขอคัดเลือกออกมาวางที่ตู้อีก

ผมก็รีบตามเข้าไป และก็ถูกลอบทำร้าย พอผมเข้าไปทันตัว

แก่นใจก็โถมเข้ามากอดคอด้วยกิริยาเคย แต่ก็มีผิดแปลกออกไป

คือแอบจูบแก้มสองครั้ง แล้ววิ่งหนีออกไปข้างนอก 

ผมยืนงงดังถูกชก เอ๊ะ วุ่นเสียแล้วข้างหน้า

จะเป็นอย่างไร ผมไม่พูดละครับ กระดากปาก




สามารถ จันทร์แจ่ม : บันทึก