999-11.com

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 


 มนุษย์ ไม่สังคมโลก



0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กุมภาพันธ์ 07, 2021, 04:57:45 PM
อ่าน 74 ครั้ง

เจ๊วู

  • เจ้ามือหวย
  • *****

  • 933
    กระทู้

    • ดูรายละเอียด
มนุษย์ ไม่สังคมโลก
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2021, 04:57:45 PM »








"มนุษย์ไม่สังคมโลก"

บทประพันธ์ ของครูเหม เวชกร

เรื่องราวของมนุษย์ที่ได้แต่งงานอยู่กินกับผีถึงสามคู่



นายสมัย ได้ไปทำงานที่โรงงานทำยารักษาโรคต่าง ๆ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตสัมพันธวงศ์

เจ้าของโรงงานเป็นผู้ดีจีนเก่า ชื่อนายห้างบุญตั้ง โดยการชักนำของ คุณสุรินทร

ซึ่งเป็นลูกเขยของเจ้าของโรงงาน ภรรยาของคุณสุรินทร ชื่อ คุณเรณู

เป็นลูกสาวคนโตของนายห้างบุญตั้ง นายสมัยพักอยู่ที่คฤหาสน์ของนายห้างบุญตั้ง

เขารับหน้าที่อีกอย่างหนึ่งคือ หัดวิชาดนตรีไทย

ให้แก่น้องสาวและน้องชายของคุณเรณูตอนกลางคืนทุกคืน

จึงออกไปไหนเวลากลางคืนไม่ได้ออกไปไหน เป็นเรื่องแปลกประหลาดที่นายสมัยเจอ

แล้วนำไปเล่าให้คุณณพ ที่วัดระฆังฟัง " ...แต่น่าเบื่อนิสัยของคนบ้านนี้เต็มทน ทุก ๆ คนในตึกนั้นถือตัว

ไม่ยอมจะรู้จักใครและสังคมกับใครนอกบ้าน ตัวเองก็ไม่ยอมออกจากตึกไปไหน แม้แต่คนใช้ในตึกก็ไม่ออกจากตึก

จะซื้อหาอะไรมีคนใช้ภายนอกซื้อมาให้อีกทีหนึ่ง แต่ก็ไม่ยอมให้คนใช้ภายนอกเข้าในตึก มีคนนอกคนเดียวเท่านั้น

ก็คือตัวกระผมที่เข้านอกออกในได้ มีห้องเล็ก ๆ ภายในตัวตึกนั้นให้อาศัยเป็นห้องชั้นล่างก็สบายดีครับ 

ตึกนั้น เก่า ๆ และใหญ่มาก เป็นแบบจีน ๆ ผู้ดีเก่า ๆ ตึกนี้มีคนหลายคนก็จริง แต่อยู่กันเงียบ ๆ

จะพูดจาอะไรก็พูดกันเบา ๆ ไม่เอะอะตึงตัง นอกจากเสียงดนตรีเท่านั้นที่ดัง มีผู้หญิงสวย ๆ หลายคน 

แต่สำหรับกระผมนอกจากสอนดนตรีและพูดกันในเรื่องทางวิชาการแล้ว ก็ไม่มีอะไรอีก

ส่วนตัวจะพูดกันได้ทุก ๆ คนถือตัวมักมองคนอื่นอย่างรังเกียจ

อย่าว่าแต่จะไม่พูดจาและติดต่อด้วยเท่านั้น แม้แต่มองยังไม่อยากจะมองเลย"

ตอนบ่ายวันหนึ่งนายห้างบุญตั้ง เรียกให้นายสมัยไปพบแล้วบอกให้ นายสมัยไปรับคนสองคน

ที่สถานีรถไฟ หัวลำโพง ตอนตี 4 สองคนนั้นมาจากนครสวรรค์ เป็นชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง

ผู้ชายชื่อสวัสดิ์ ผู้หญิงชื่อจิตรา เป็นลูกสาวของนายห้างบุญตั้ง ทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน 

เมื่อเจอกันทีแรกที่สถานีรถไฟ นายสวัสดิ์มีท่าทีแปลก ๆ คือมองดูนายสมัยอย่างไม่ไว้วางใจ

วันหนึ่งคุณสุรินทรพูดแปลก ๆ กับนายสมัยว่า "ขอบใจเธอมาก ฉันรักเธอจริง ๆ สมัย 

มีเพื่อนอยู่ด้วยกันเพียงสองสามคนในตึกนี้ เมื่อมีคุณสวัสดิ์เขาอีกคน ก็เป็นเพื่อนคนที่สาม"

คุณนพมักจะพูดอะไร เป็นความนัยให้นายสมัยฟัง


"เออ สมัยเธอยังไม่รู้เรื่องของเขาพอ คุณสุรินทรรวยจริง ๆ

โรงงานนั้นเป็นของเขาแล้วทั้งหมด เอาเถิดในวันหน้าเธอจะรู้เอง และเธออาจจะมีโชคด้วย"

นายสมัยได้ไปรู้ความลับเรื่องหนึ่งอย่างบังเอิญ คือดอกเตอร์เทพ เอือมณี ที่แอบเป็นชู้กับ สายรุ้ง

ลูกสาวอีกคนของเศรษฐีบุญตั้ง ซึ่งนายสมัยได้รู้ภายหลังจากหนังสือพิมพ์ฉบับเก่า ๆ ว่า ดอกเตอร์เทพ

คนนี้ได้ไปสำเร็จปริญญามาจากยุโรปขากลับเมืองไทย เรือบินอับปางพุ่งลงก้นทะเลหายไป

ซึ่งนายสมัยยังคิดว่า "ที่แท้แล้วดอกเตอร์ผู้นี้ไม่ได้ตายจริง ๆ ตามข่าว

เป็นแต่ว่ามีรายนามในทะเบียนผู้โดยสารเครื่องบินเที่ยวนั้น

แต่หากมาสนามบินไม่ทันเวลา เรือบินออกเสียแล้ว เลยไม่ได้มาเที่ยวนั้น ครั้นทราบข่าวว่าเรือบินเที่ยวนั้นตกทะเล

ก็เลยคลุมหัวตัวเองกลับกรุงเทพ โดยมาซุ่มอยู่เสียกับคู่รักเก่าที่เป็นเศรษฐี ทิ้งลูกทิ้งเมียเลย.."

นายสมัยได้แอบหลงรักลูกสาวอีกคนของนายห้างบุญตั้ง เธอชื่อ มาลี ซึ่งเป็นแม่หม้ายมาก่อนสามีเก่าของเธอเป็นคนจีนชรา

และมาลีก็มีใจต่อนายสมัย มาลีได้มอบแหวนให้นายสมัยหนึ่งวง มาลีได้พาสมัยไปพบบิดาของเธอ

เพื่อให้ท่านได้รับรู้ ซึ่งเศรษฐีบุญตั้งก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไร ทั้งยังจะจัดการแต่งงานให้ด้วย

คุณนพได้บอกความลับให้นายสมัยฟังว่าในบ้านนายห้างบุญตั้งมีแต่วิญญาณ มีที่เป็นมนุษย์เพียง 3 คน

คือ คุณสุรินทร คุณสวัสดิ์ และนายสมัย ทีแรกนายสมัยไม่เชื่อและเคืองคุณนพ  แต่เมื่อเหตุการณ์ต่าง ๆ

เด่นชัดขึ้นนายสมัยก็ยอมรับความจริง " ผมไม่กล้าเดินตามที่ต่าง ๆ ในตึกนั้นเลย

แต่อาศัยมาลีเท่านั้นคอยเคียงข้างผมอยู่ตลอดเวลา จึงค่อยบรรเทาความกลัวไปได้

สำหรับมาลีนั้นผมยกชีวิตของผมให้แก่เธอแล้ว สุดแต่กาล ลัทธิไม่สังคมกับมนุษย์

ได้เข้าแพร่เต็มหัวใจผมแล้ว ณ บัดนี้ผมไม่ไปเที่ยวที่ใดอย่างเดียวกับคุณสุรินทร

เพราะถ้าไปคนเดียวก็คิดถึงอีกคนที่ไปด้วยไม่ได้ จะมีสุขอะไรเล่า ครั้นจะให้เธอไปด้วย

โดยไม่สำแดงกาย ไปอย่างตัวใส ๆ เป็นกายทิพย์ แต่เธอไม่ยอมไปเด็ดขาด

เพราะกลัวจะต้องไปผุดไปเกิด เคราะห์ไปเฉียดคนตั้งท้องใหม่ ๆ เข้า

ก็จะถูกดูดดึงไปเกิด.....พวกกายทิพย์กลัวคนท้องที่เพิ่งจะก่อตั้งก้อนเลือดอ่อน ๆ ซึ่้งมองไม่รู้"

ในที่สุดความไม่แน่นอนของชะตากรรมของคนก็สำแดงขึ้น ผมทั้งสามคนคือผม

คุณสุรินทร และคุณสวัสดิ์ หมดที่อยู่ ที่อาศัย หมดที่ทำงาน..

คือมหาเพลิงที่เกิดต้นไฟจากที่อื่นมาเล่นงานโรงงานของเรา และตึกของเรา

วอดวายไปพร้อม ๆ กับของของเรา และตึกของเราวอดวายไปพร้อม ๆ กับของมีค่ายอดยิ่ง

คือมาลี ของผม เธอติดอยู่ในไฟ ผมไปกอดปล้ำจะเอาเธอออกจากไฟ  แต่แล้วจะด้วยอะไรผมก็แปลไม่ออก

กลายเป็นผมถูกไฟลวกหลายแห่ง แต่ฝ่าหนีกองไฟออกมาสลบอยู่นอกกองมหาเพลิง

หมดความรู้สึกใด ๆ ทั้งสิ้น มารู้ตัวเอาเมื่อที่โรงพยาบาล  ผมนอนพันผ้าไปทั้งตัวอยู่บนเตียง

และก็รู้ภายหลังอีกว่า นอกจากผมแล้วยังมีคุณสุรินทร คุณสวัสดิ์ เป็นคนไข้นอนเรียงกันอยู่เป็นสามคน

ผู้มาเยี่ยมคือ พระภิกษุนพ  กุศลของนายสมัยยังมีอยู่ มีแผลเป็นจากไฟไหม้เพียงอ่อน ๆ

หมอว่านาน ๆ เข้าก็หายเป็นปกติดี  แล้วเราสามคนก็ต้องแยกทางกัน

คุณสวัสดิ์กลับไปหาบิดามารดาที่นครสวรรค์ คุณสุรินทรแยกไปอยู่บ้านเขา

นายสมัยไปขออาศัยพระภิกษุนพ อยู่ที่วัดระฆัง "รอวันรอคืนว่า ถ้ามาลียังไม่ไปเกิด

อาจจะเร่ร่อนมาพบกันอีก คอยไปจนกว่าจะหมดหนทางที่จะพบกัน

" คุณนพเป็นพี่เลี้ยงให้กำลังใจตลอดเวลา แต่ใจผมนั้นไม่มีสุขเลย ความหลังความเก่า

ยังระดม สุมอยู่ ยังไม่จางลงไปได้ อนิจจา มาลีของฉัน ป่านนี้เธอไปอยู่แห่งใดเล่า"


 สามารถ จันทร์แจ่ม : บันทึก