999-11.com

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 


 วิญญาณที่...เร่ร่อน



0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มกราคม 03, 2021, 11:32:24 AM
อ่าน 133 ครั้ง

เจ๊วู

  • เจ้ามือหวย
  • *****

  • 933
    กระทู้

    • ดูรายละเอียด
วิญญาณที่...เร่ร่อน
« เมื่อ: มกราคม 03, 2021, 11:32:24 AM »







วิญญาณที่เร่ร่อน ตอน ครูอรุณ

โดย ครูเหม เวชกร



กลกาม และ เวรกรรม มีจริง และบางครั้งไม่ต้องรอถึง ชาติหน้า

แสงเดือน กับ วิภา เป็นเพื่อนรักกันแสงเดือน มีฐานะมั่งคั่ง ตระกูลสูง

เธอแต่งงานกับ นายห้างหนุ่มผู้ร่ำรวย มีลูกด้วยกัน 2 คนเป็นผู้หญิงทั้งคู่

ส่วน วิภา มีอาชีพเป็นครูสอนอยู่ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง

วิภาแต่งงานกับนายตำรวจมีฐานะปานกลาง
 

วันหนึ่งทั้งสองคนเพื่อนรัก ได้ฟังเสียงคนสีซอสามสาย

เพลงต่อยรูป ดังมาจากบ้านข้างบ้านวิภา

ความหลังครั้งก่อนของแสงเดือน จึงย้อนกลับมา

แสงเดือนมีความหลังฝังใจ ที่เธอได้กระทำให้ชายหนุ่มคนหนึ่ง

ต้องได้รับ ความร้าวรานใจ จนวันตาย

หนุ่มที่น่าสงสารคนนั้นคือ ...ครูอรุณ

แสงเดือน กับ วิภา ตอนอยู่ในวัยแรกรุ่นนั้นชอบดนตรีไทยมาก

ในบ้านของแสงเดือนมีวงดนตรีประจำ

คุณยายของแสงเดือนได้รับ  ครูอรุณ

ซึ่งเป็นเด็กกำพร้ามาเลี้ยงดูเป็นลูกบุญธรรม ส่งเสียให้เรียนจนจบ

ได้ทำงาน เป็นครูสอนดนตรีไทยอยู่ที่โรงเรียนนาฏศิลป์

คุณยายมอบให้ครูอรุณสอนดนตรีไทยและเพื่อนๆ โดยสอนที่บ้านของ แสงเดือน

ครูอรุณมีใจให้แสงเดือน แต่สำนึกว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยฐานะกว่าจึงสู้เจียมตัวอยู่

แต่แสงเดือนนั้นไม่ชอบครูอรุณ คิดว่าครูอรุณตีเสมอ

จึงให้เพื่อนๆชายที่มาเรียนดนตรีคอยพูดกระแนะกระแหนครูอรุณอยู่เสมอ

ส่วนวิภานั้นเคารพนับถือครูอรุณ พยายามพูดเตือนสติแสงเดือน แต่แสงเดือนไม่สนใจ


"แสงเดือนจ๋า อย่ารุนแรงอะไรกับครูเลย เท่าที่เดือนพูดว่าครูแกทำท่าจะรักเดือน

หรือมีทีเจ้าชู้กับเดือนนั้น ฉันยังไม่ถนัดนัก

ถ้าว่าแกมีนิสัยเจ้าชู้ทำไมฉันไม่ถูกบ้าง และคนอื่นๆ ไม่ถูกบ้าง"  "

ก็แกมีสมบัติอะไรล่ะ ที่จะให้เขาหวัง หรือโก้เก๋ว่ามีคู่เป็นคนมั่งคั่ง"

คำพูดของดิฉันนี้ทำให้วิภาชงัก หน้าซีดขาว อ้าปากค้างอยู่สองสามอึดใจ "


ด้วยความชอกช้ำใจ วันหนึ่งครูอรุณก็มาบอกลาแสงเดือนและคุณแม่ของเธอ 

"กระผมมาขอกราบลาออกจากครู และจากบ้านนี้ไป เพราะมีธุระจำเป็นจะต้องออกหัวเมืองเหนือ"

 ครูอรุณไปอยู่หัวเมืองเหนือได้ 1 ปี คุณยายของแสงเดือนล้มป่วยและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ก่อนที่ท่านจะเสียได้ให้ทนายความประจำ ทำเรื่องยกสมบัติและบ้านตึกของคุณยายให้แก่ครูอรุณ

เมื่อสวดศพให้คุณยาย 7 คืน ในคืนตอนกลางๆ

แสงเดือนก็เห็น "....ใครคนหนึ่งนั่งพับเพียบอยู่ข้างตึก ด้านนอก



เขาผู้นั้นพนมมือฟังพระธรรมอย่างสงบนิ่ง


พอแสงเดือนเดินเข้าไปนิดหน่อย ก็ต้องตกตะลึง ผู้นั้นคือ   " ครูอรุณ   "



พอเขาเห็นแสงเดือน เขาก็ลุกจากที่นั่น เดินหายไป"

เมื่อปิดศพแล้วตึกเล็กที่ตั้งศพคุณยายก็ปิดเงียบไม่มีใครกล้าเดินผ่านไปที่ตึกนั้น

จนวันหนึ่งเป็นตอนเย็น แสงเดือนได้ยินเสียงหน้าต่างตึกเล็กเปิด

จึงไปเยี่ยมหน้าต่างตึกใหญ่ของเธอมองดู


"เห็นหน้าต่างชั้นบนตึกของคุณยายเปิดหมด

ดิฉันตกใจ เอ๊ะ ใครเปิดทำไม ยังไม่ใช่กำหนดจะเปิดสวด...

ดิฉันมองเห็นคนเดินว้อบแว่บอยู่ในตึกชั้นบน จึงยังยืนดูเฉย


พอผู้นั้นเดินผ่านมาที่หน้าต่างจึงรู้ว่าผู้นั้นคือ ครูอรุณ..."


แสงเดือนคิดว่าครูอรุณรู้ข่าวว่าได้รับมรดกจากคุณยายจึงมาสำรวจทรัพย์สิน

แต่พอสักอาทิตย์วิภาก็มาบอกข่าวว่าครูอรุณเป็นไข้ตายแล้วเมื่อ 7เดือนที่ผ่านมา

นักเรียนที่มาจากเมืองเหนือบอกข่าวกับเธอ

พร้อมกับนำรูปถ่ายที่ครูอรุณถ่ายพร้อมกับลูกศิษย์ในชั้นเรียนให้แสงเดือนดู

แสงเดือนรู้สึกสำนึกผิดที่ทำให้ครูอรุณเสียใจจนตาย

วิญญาณครูอรุณมาปรากฏให้คนรับใช้ในบ้าน

ของแสงเดือนเห็น "ครูอรุณมา ถือดอกไม้ธูปเทียน

ขออนุญาตเข้าไหว้ศพคุณแม่นายท่าน

กระผมก็ยอมให้ แกหายเข้ามาสักครู่จึงกลับออกไป"

เมื่อรู้ว่าครูอรุณตายแน่นอนแล้วแสงเดือนก็ให้รื้อตึกหลังเล็กนั้นเสีย


ต่อมาแสงเดือนก็ได้รู้จักครูสอนดนตรีไทย

เป็นชายหนุ่ม รุ่นราวคราวเดียวกับลูกสาวของเธอ

หนุ่มคนนี้มีรูปร่างหน้าตาคล้ายครูอรุณ และชื่อเดียวกันด้วย 

สามีของแสงเดือนประสบอุบัติเหตุด้วยเรือบินอับปางบนอากาศ

ดิ่งลงทะเลเสียชีวิต แสงเดือนเป็นหม้าย

เกิดตกหลุมรักครูสอนดนตรีไทยวัยรุ่น

คือ นายอรุณ จน "...สิ่งที่เลวร้ายไปกว่านั้น

การจะพบกันที่บ้านบ่อยๆ เกรงข้อครหานินทา

หรือขวางหูขวางตาใครต่อใคร เราจึงมีการนัดพบกันที่อื่น

โดยดิฉันขับรถเอง เราแอบไปที่ต่างๆ ที่ไม่มีคนจะรู้จัก

เมื่อนานเข้าๆ ความเลวร้ายก็ขึ้นถึงขีดสุด

คือดิฉันแอบได้เสียกับนายอรุณอย่างลับๆ และปกปิดเรื่อยมา..."

แสงเดือนต้องทนสู้หวานอมขมกลืน

กับสามีหนุ่มวัยรุ่นของเธออย่าวหาทางออกไม่เจอ

เมื่อนายอรุณขอเงินเธอไปบำรุงบำเรอหญิงที่สาวและสวยกว่าเธอ

เธอก็ต้องยอมให้หาไม่แล้วนายอรุณจะไม่ยอมมาหาเธอ

"เป็นการซื้อชายไว้บำเรอสุขเมื่อยามแก่ที่ควรจะรักศักดิ์ศรี"



ครูเหมจบนิยายตอนนี้ว่า ...


"ไม่ว่าท่านผู้อ่านและตัวดิฉันเองก็ทายกาลข้างหน้าไม่ได้ว่า

บั้นปลายจะลงเอยอย่างไร ยิ่งแก่เข้าความร่วงโรย

ก็มีขึ้นเป็นเงาตามตัว คนหนุ่มๆ หรือจะรักอยู่ด้วยความจริงใจ

ถึงว่าจะเปิดเผยให้ใครๆทราบว่าเราเป็นคู่ครองเรือนละ

สังคมก็รังเกียจในสิ่งลักกะเพศ

จึงต้องเป็นคุณนายมืดไปเช่นนี้กว่าจะสิ้นชีพลง 

(ไม่ว่าจะยุคใดสมัยใด เรื่องเช่นนี้ยังมีให้เห็นอยู่เสมอ)








« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 03, 2021, 11:36:14 AM โดย เจ๊วู »