999-11.com

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 


 คุยกันหลังหวยออก 16 ธันวาคม 63



0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ธันวาคม 22, 2020, 07:28:13 PM
อ่าน 75 ครั้ง

เจ๊วู

  • เจ้ามือหวย
  • *****

  • 881
    กระทู้

    • ดูรายละเอียด
คุยกันหลังหวยออก 16 ธันวาคม 63
« เมื่อ: ธันวาคม 22, 2020, 07:28:13 PM »













#ปีฉลู มาเยือนแล้วนะคะ

ปีนี้ชงหนักสุด คือ ผู้ที่มีมะแมในดวง (หลักปี เดือน วัน หรือยาม)

เดือน มะแม คือ ผู้ที่เกิด 6 ก.ค.-7 ส.ค.

ยาม มะแม คือ 13.00-15.00น.

#การชงเริ่มแล้ว

ไม่ใช่ เริ่มชง#วันตรุษจีน อย่างที่เข้าใจกัน


 
วันที่ 21-22 ธันวาคม ของทุกปี

เรียกว่า เทศกาลตังโจ่ย (เทศกาลกึ่งกลางฤดูหนาว )

วิทยาศาสตร์เรียกว่า วันเหมายัน
 
 ฝรั่งเขาเรียกว่า Winter Solstice

เป็นวันที่แกนของโลกเอียงห่าง พระอาทิตย์มากสุดของปี

ในวันนี้พระอาทิตย์ขึ้นช้าทีสุด และจะตกเร็วที่สุดด้วย

เราจะพบว่ากลางวันสั้นที่ สุดกลางคืนยาวนานที่สุด

หลังจากวินาทีนี้โลกก็จะเข้าสู่ “พลังงานใหม่”เพราะว่าเริ่มรอบใหม่

โดยชาวจีน จะนับวันนี้ “เป็นวันปีใหม่ ”มาตั้งแต่โบราณหลายพันปี

โดยจะทำขนมชนิดหนึ่ง ก็คือขนมอี๋ หรือ บังลอยลูกกลมๆ เพื่อแจกกันกิน

โดยกลม ๆ หนึ่งลูก ที่กินเข้าไปหมายความว่า เราอยู่บนโลกมาครบอีก 1ปี แล้ว

ต่อมาวันนี้ เราถือว่า เป็นการ เริ่มต้นของ เดือนชวด ด้วย

ในระยะหลัง ๆ เนื่องจากมีการเปลี่ยนราชวังค์

ราชวังค์ใหม่ ไม่อยากไปใช้วันปีใหม่ ฉลองร่วมกับ ราชวังค์เก่า

ก็เลยมาคิดระบบใหม่ คือระบบ 4 กุมพาพัน

โดยอ้างว่าเป็นฤดูเริ่มต้นใบไม้ผลิ อากาศสดชื่นกว่า

เนื่องจาก 21-22 ธค ถือว่าอากาศยังหนาวเย็น

มีหิมะตก ฉลองไม่สนุก จึ่งได้เปลี่ยนมาเป็น 4 กพ

และผ่านมาหลายร้อยปี คนก็เลยกลายเป็นว่ายึดเป็น 4 กพ

เป็นวันปีใหม่เเบบมาตรฐานในวิชาฮ้วงจุย

แต่น่าแปลกใจไหม เดือน กพ นั้นมันเป็นเดือนขาล

เรานับ...

ธค เป็นเดือน ชวด

มค เป็นเดือน ฉลู

กพ เป็นเดือน ขาล

แต่กลับกันเอาเดือน  ขาล ซึ่งเป็น นักกษัตรย์ ตัวที่ 3 มาเป็นปีใหม่

โดยที่ซินแสส่วนใหญ่ก็ไม่ทันชุกคิดเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน

ยังมีระบบทัดมา ระบบจันทรคติ....

ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับการหมุนของ โลก กับ พระอาทิตย์

กลายเป็น การหมุนของ พระจันทร์ กับ โลก

ซึ่งก็คือวันที่ พระจันทร์ หมุนรอบ โลกครบ 1รอบ

รอบแรกที่ใกล้เคียงกับฤดูใบไม้ผลิ หรือ 4 กพ 

ถ้าคนที่ไม่เข้าใจก็อาจก็จะ งง ๆ

แท้จริง แล้วมันก็คือ  “วันตรุษจีน” นั่นเอง

เพราะเนื่องจากการหา 4 กพ เป็นการหาที่ยุ่งยากในสมัยโบราณ

 ต้องหา เครื่องไม้ เครื่องมือ มาคำนวน

สมัยโบราณยังไม่มี กระดาษ ยังไม่มีการพิมพ์ ปฎิทินจีน

จึ่งได้ใช้การมองพระจันทร์ เป็น ปฎิทินยักษ์

เพราะพระจันทร์ แต่ละวัน หน้าตาจะไม่เหมือนกัน

วันไหนที่ พระจันทร์เต็มดวง เราก็เรียกว่า ขึ้น 15ค่ำ
 
วันที่ พระจันทร์ หมุนรอบโลก ครบ 1 รอบ เราเรียกว่า 1 เดือน

คำว่าเดือน สังเกตุไหม เราแปลว่า พระจันทร์

คนจีน ทั้งโลก ซึ่งสมัยโบราณ ยังไม่มีความรู้ ก็ทำตามที่ราชสำนักประกาศ

โดยบอกว่าให้ดู พระจันทร์ ครบรอบที่ใกล้เคียงกับ ฤดูใบไม้ผลิ มากที่สุดซิ

ให้นับเป็นปีใหม่ แล้วกัน เพราะว่าใกล้เคียงกับวันที่ 4 กพ มากที่สุด

จะได้เอาไว้จดจำ ว่าช่วงไหน เข้าสู่ฤดูหนาว ช่วงไหน ฤดูใบไม้ผลิ

ช่วงไหนฝนจะตก ช่วงไหนต้อง เก็บเกี่ยว และ เพาะปลูก

คือสมัยโบราณ จุดสำคัญที่สุดคือการเกษตรกรรม

จึ่งเป็นที่มา ชาวจีนทั่วโลก และปัจุบันนี้

เฉลิมฉลองปีใหม่ กันใน วันตรุษจีน นั่นเอง

แต่...ไม่เกี่ยวกับทาง ฮ้วงจุย เพราะในทาง ฮ้วงจุย ที่ถูกต้องนั้น

ต้อง 21-22 ธันวาคม เท่านั้น

แถมยังมีอีกประเด็นหนึ่ง ก็คือ ..

การที่โลกหมุนครบ 1รอบ นั่น เราจะเปลี่ยน 1 นักษัตร ในทางวิทยาศาตร์

แปลว่าเราเริ่ม รับ...พลังงาน.. ของโลกชุดใหม่เข้ามาแล้ว

แต่..ระยะหลัง ๆ ศาลเจ้าต่าง ๆ ก็ไปตั้งชื่อวงโคจรของโลก แต่ละรอบ

ว่าแต่ละรอบนั้น จะต้องมี เทพ มาประจำการ

มาช่วยคุ้มครอง มาช่วยดูแล พลังต่าง ๆ

ตั้งชื่อว่า  เทพเจ้าไท้ส่วย

ไท้ส่วย  แท้จริง คือใคร

ไท้ ...แปลว่า..ยิ่งใหญ่

ส่วย...จริง ๆ แล้วเป็นชื่อของ  ดาวพฤหัส

การที่โลกหมุนแต่ละรอบ

จะเจอ ดาวพฤหัส คนละจุดกัน บนท้องฟ้า

เนื่องจากดาวพฤหัส หมุนรอบ พระอาทิตย์ 1 รอบ ถึง 12 ปี

โลกหมุน 1 รอบ จะเจอดาวพฤหัส 1 จุด

หมุนครบ 1 รอบก็จะเจอ ดาวพฤหัส อีก1จุด

ครบ 12 ปี จะกลับมาเจอกันที่เก่า

ชาวจีนจึงถือว่า ดาวพฤหัส ซึ่งเป็นดาวที่ใหญ่ที่สุด ในระบบสุริยะจักรวาล

ใหญ่กว่าโลกเรา ถึง 1000 เท่า

บอกว่าเป็นดาวที่มีอิทธิพลต่อชีวิตบนโลก

จึ่งเรียกว่า ดาวพฤหัส ที่ยิ่งใหญ่ หรือ  ไท้ส่วย

แต่ ศาสนา หรือ ศาลเจ้า

กลับไปตั้ง นักรบ ที่มีชื่อเสียงในอดีต แต่ละองค์

บอกว่า หลังตายไป ได้รับการแต่งตั้ง

มาเป็น เทพเจ้าไท้ส่วย ประจำปี

งั้นแต่ละปี ก็จะเป็น แต่ละองค์กัน

พอถึงข้ามปี ศาลเจ้า จะมาประกาศว่า ปีนี้ เทพองค์ไหน

มาเสวย หรือมา ปกครอง จะต้องไปไหว้เทพองค์ นั้น

เพื่อให้รอดพ้น จากการถูกชง ซึ่งในแง่ความเป็นจริงแล้ว

เวลาเราไปไหว้ ดาวพฤหัส ถามว่าดาวพฤหัส มันมองเห็นไหม

ไม่เห็นนะ  ไหว้ไปก็เสียเปล่า

ไม่มีความจำเป็น ต้องไหว้ แต่อย่างใด

เพียงแต่ว่าจะต้องตรวจดวงกับ  ซินแซ ที่ชำนาญ

เพื่อตรวจ ดูว่า ดวงปีนี้ ถูกชง หรือไม่
 
ถ้าถูกชง หมายถึง วงโคจรของโลก หมุนมา ปะทะกับ พลังงานของตัวเรา

ไม่ใช่ มีเทวดา หรือ เทพ องค์ไหน จะมาทำร้ายเรา

เพราะว่า เทพ ทุกองค์ “ถ้ามีจริง”ท่านต้องเมตตากับคน

ไม่มี  “เทพองค์ไหน  ”อยากมาทำร้ายคนอื่น


สวัสดีปีฉลู

เจ๊วู ปีขาล