999-11.com

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 


 ข่าวหวย 16 พฤศจิกายน 2561



0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

พฤศจิกายน 07, 2018, 11:37:20 AM
อ่าน 208 ครั้ง

เจ๊วู

  • เจ้ามือหวย
  • *****

  • 401
    กระทู้

    • ดูรายละเอียด
ข่าวหวย 16 พฤศจิกายน 2561
« เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2018, 11:37:20 AM »
ภาระกิจ ท่าน นายก 7 พย 61

บิ๊กตู่ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เมืองกาญจน์

ขอบ้านเมืองเดินหน้าสู่ ปชต. ลั่นไม่กลัวใคร





























ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

 ในการเดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการที่ จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 7 พ.ย.61 ว่า เมื่อเวลา 07.20 น. นายกรัฐมนตรี

พร้อมด้วย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี , พล.อ.อนุพงษ์​ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ,

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา , นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ,

นายอาคม เติมวิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม , พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์

 รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางจาก

 พล.ม.2รอ. ไปยังสนามกีฬากลางจังหวัดกาญจนบุรี

จากนั้นเดินทางโดยรถยนต์ทะเบียน กน 8888 กาญจนบุรี เพื่อเข้าสักการะศาลหลักเมืองกาญจนบุรี

และถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3

 ที่บริเวณ ต.ปากแพรก ในเวลา 08.50 น. และพบปะกับบรรดานักเรียนจากโรงเรียนเทศบาล 5 กาญจนบุรี

และโรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ ที่ต่างตะโกนส่งเสียงกรี๊ดต้อนรับ พร้อมร่วมรำผ้าขาวม้า 100 ผืน

กับตัวแทนผู้สูงอายุ และร่วมร้องเพลง “ความฝันอันสูงสุด” กับเหล่านักเรียน

นายกฯ กล่าวว่า ตนรู้ความตั้งใจของทุกคน ขอขอบคุณพี่ป้าน้าอา ที่มาพบกันวันนี้ ยังไงลุงก็รักทุกคน

สิ่งที่ลุงทำวันนี้เพื่อคนเหล่านี้ ขอคนปัจจุบันทำเพื่อลูกหลานของเรา หลายอย่างต้องแก้ไขและทำต่อ

 ซึ่งรัฐบาลต้องสานอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ ขอให้ทุกคนตั้งใจเรียน ต้องหาให้เจอว่าชอบอะไร

 ลุงสัญญาว่าจะทำให้เต็มที่ และสิ่งที่วางไว้คือยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่เปลี่ยนแปลงได้ หากมีอะไรเกิดขึ้นแต่ถ้าเรารู้ล่วงหน้า

เราก็จะรู้อนาคต แต่ถ้าไม่รู้ล่วงหน้าอย่างที่ผ่านมาก็จะมีปัญหาไม่เกิดความต่อเนื่อง

สำหรับวันนี้มารับฟังปัญหาและอุปสรรคและโครงการต่างๆที่ผู้ว่าราชการจังหวัดได้รับเรื่องมาทางจากท้องถิ่นและส่วนภูมิภาค

อะไรที่รัฐบาลทำได้ก็จะทำให้ แต่ขอให้เข้าใจว่าการพูดของรัฐบาลต้องพูดอยู่ในกรอบของกฎหมายและระเบียบต่างๆ

ถ้าทุกคนอยู่ในกรอบไม่ละเมิดสิทธิ์ซึ่งกันและกันก็จะไปได้หมด และขอให้กำลังใจท้องถิ่น ภูมิภาค เราจะต้องทำให้ศักยภาพของเมืองกาญจนบุรี

เพิ่มขึ้นจากอันดับที่ 30 ของจีดีพี ทั้งนี้ขออย่าทิ้งคนรุ่นเก่า ซึ่งระหว่างพูดนายกฯได้ชี้ไปที่ตนเองพร้อมกล่าวว่า “เนี่ยคนรุ่นเก่าผู้สูงวัย” และชี้กลับไปที่นักเรียน “นี่นักเรียนรุ่นใหม่”

“ขอบคุณในกำลังใจ เรามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายทั้งศาลหลักเมือง ผมมากราบอนุสาวรีย์ขอให้ปกปักรักษาชาวกาญจนบุรี ขอให้บ้านเมืองสงบสุข

เราเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตย ต้องทำใหม่ให้ดี ศึกษาให้ดี สำหรับตัวผมเอง เชื่อว่าอยู่ที่พวกเราจะคุ้มครองผมได้แค่ไหน ผมไม่กลัวใครทั้งสิ้น

 ขอให้รวมใจเป็นหนึ่ง และงบประมาณที่ลงมาในกลุ่มจังหวัดขอให้ใช้ให้เกิดประโยชน์ ให้เกิดความโปร่งใส อย่าให้มีทุจริต เสียดายงบประมาณ เสียดายเวลา” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

จากนั้นนายกฯได้นั่งรถรางเพื่อเยี่ยมชมกำแพงเมืองเก่าไปยังโรงงานกระดาษ โดยกลุ่มนักเรียนและข้าราชการที่มาต้อนรับได้ตะโกนส่งเสียงเชียร์ว่า “ลุงตู่สู้ๆ”

ซึ่งนายกได้รับฟังเพลง “สู้เพื่อแผ่นดิน” และกล่าวว่า “หาให้เจอนะ อะไรคือความดี อะไรไม่ดีไม่ต้องไปจำ นี่แหละคือพลังสร้างชาติ

 หลายคนหลายยุคหลายวัยร่วมมือกันพัฒนาบ้านเมือง มองทุกอย่างด้วยใจ อย่ามองด้วยตา มองด้วยใจที่บริสุทธิ์”

ก่อนที่นายกฯจะวางอิฐเก่าบนกำแพง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการฟื้นฟูและการอนุรักษ์เมืองเก่า พร้อมกล่าวว่า “นายกฯมาในฐานะรัฐบาล

มาเพื่อดูแลประชาชน การก่อสร้างของใหม่ไม่จำเป็นต้องทิ้งของเก่า รัฐบาลนี้เข้ามาก็มองว่ารื้อนี่รื้อนั่น แต่ไม่ใช่ว่าจะรื้อรัฐธรรมนูญ

แต่ถ้ามันจำเป็นต้องทำก็ต้องทำ รัฐบาลทำเพื่อทุกคน ใน20 ปีข้างหน้า โดยต้องเดินตามแผนเพื่อให้เท่าเทียมในทุกจังหวัด”




พฤศจิกายน 07, 2018, 06:56:02 PM
ตอบกลับ #1

เจ๊วู

  • เจ้ามือหวย
  • *****

  • 401
    กระทู้

    • ดูรายละเอียด
Re: ข่าวหวย 16 พฤศจิกายน 2561
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2018, 06:56:02 PM »
วันกองทัพเรือ 20 พฤศจิกายน





















 
20 พฤศจิกายน ของทุกปี วันกองทัพเรือ (Royal Thai Navy Day)

ในทุกวันที่ 20 กันยายนของทุกเป็น จะเป็นวันกองทัพเรือ ซึ่งเป็นวันที่มีความสำคัญต่อเหล่าทหารเรือ เป็นอย่างมาก

 อีกทั้งกองทัพเรือเป็นกองกำลังหลักที่ทำหน้าที่ดูแลและปกป้องพื้นน้ำของประเทศไทย

วันนี้เราจึงขอนำเสนอสาระสำคัญ และข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ วันกองทัพเรือ มาฝากกัน



กองทัพเรือ

ความเป็นมาของกองทัพเรือ

ในสมัยโบราณกำลังที่ปกป้องประเทศไทยยังรวมกันทั้งภาคพื้นดินและพื้นน้ำ แต่ภายหลังรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

 จึงเริ่มมีการแบ่งแยกกำลังรบทัพเรือออกจากทัพบก เมื่อครั้งแรกเริ่มการตั้งกรมทหารเรือ ยังขาดบุคคลที่ขาดความรู้ ความชำนาญด้านการทัพเรือ

 จึงจำเป็นต้องจ้างชาวต่างประเทศเข้ามารับราชการหน้าที่ต่างๆ แทน

ต่อมาใน พ.ศ. 2436 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชดำริว่า กิจการทหารเรือควรที่จะมีบุคคลที่มีความรู้

 ความสามารถด้านกิจการทหารเรือ จึงได้มีพระราชประสงค์ให้จัดการศึกษาแก่ทหารเรือไทย ให้มีความรู้ ความสามารถในหน้าที่ต่างๆ

 โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระราชโอรส

เสด็จไปทรงศึกษาวิชาการทหารเรือยังประเทศอังกฤษ

ภายหลังทรงสำเร็จการศึกษาวิชาการทหารเรือ และกลับมารับราชการในกรมทหารเรือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

 ให้ก่อตั้งโรงเรียนครั้งแรกที่บริเวณอู่หลวงใต้วัดระฆัง ตรงข้ามท่าราชวรดิฐ จนต่อมาใน พ.ศ. 2442 ได้จัดตั้งโรงเรียนนายเรือ ขึ้นเป็นครั้งแรก




ตรากองทัพเรือ



 




บิดาทหารเรือไทย




“พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์”




ดอกไม้ประจำกองทัพเรือ



ดอกประดู่ แห่งกองทัพเรือ

ยุทธการที่สำคัญ ของทหารนาวิกโยธินกองทัพเรือ



ยุทธการกองทัพเรือ

ยุทธการสามชัย
ปลายปี พ.ศ. 2515 ถึง ต้นปี พ.ศ. 2516 มีการปฏิบัติการจริง ที่แฝงมาในคำว่า “ฝึก” มีชื่อเป็นทางการว่า “การฝึกร่วม 16” เป็นการปราบในพื้นที่ ภาคเหนือบริเวณ รอยต่อ 3 จังหวัด คือ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก และ เลย

ยุทธการผาภูมิ
หลังฝึกร่วม ปี พ.ศ. 2516 ตามแผนยุทธการสามชัย ที่ภูหินร่องกล้าแล้วอย่างได้ผล บก.ทหารสูงสุด ได้มี คำสั่งให้มีการฝึกร่วม ในปี พ.ศ. 2517 อีกครั้งหนึ่ง ตามแผนยุทธการผาภูมิ เพื่อปราบปรามในพื้นที่ดอยผาจิ ซึ่งเป็น พื้นที่รอยต่อของ เชียงราย และน่าน

ยุทธการกรุงชิง
ปี พ.ศ. 2520 กองทัพบก พิจารณา เห็นว่า นาวิกโยธิน สามารถปฏิบัติการบนบกได้ดี จึงได้พิจารณาจัดนาวิกโยธินไปปฏิบัติการปราบปรามใน พื้นที่ กองทัพภาค 4 ในชื่อ “ฉก.นย. 201” หรือ “หน่วยเฉพาะกิจ ทักษิณ”





พฤศจิกายน 07, 2018, 07:13:23 PM
ตอบกลับ #2

เจ๊วู

  • เจ้ามือหวย
  • *****

  • 401
    กระทู้

    • ดูรายละเอียด
Re: ข่าวหวย 16 พฤศจิกายน 2561
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2018, 07:13:23 PM »
บิ๊กป้อม ทอดกฐิน สร้างมหาเจดีย์




















กฐิน”บิ๊กป้อม”ทอดวัดดังนครพนมกว่า32ล้าน


ฮือฮา! กฐิน "บิ๊กป้อม" ทอดวัดโฆสมัลคลารามตำบลโคกสว่าง อำเภอปลาปาก นครพนม ยอดกว่า 32 ล้านบาท

ที่วัดโฆสมังคลาราม บ้านโคกสว่าง ตำบลโคกสว่าง อำเภอปลาปาก จังหวัดนครพนม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี

และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส นำ พล.ต.อ.เอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

 พล.ท.ธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และพุทธศาสนิกชนกว่า 3,000 คน

ร่วมทอดกฐินสามัคคีสมทบทุนสร้างพระมหาธาตุเจดีย์โฆสปัญโญศรีพนม ที่มีการจัดสร้างมาตั้งแต่ปี 2557 บนเนื้อที่ 20 ไร่ โดยมีพระเทพวรมุนี

เจ้าคณะจังหวัดนครพนม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ เพื่อดำรงไว้ซึ่งประเพณีทางพุทธศาสนา และเป็นการร่วมสมทบทุนในการบูรณปฏิสังขรณ์ศาสนสถาน

 และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้มีความเจริญรุ่งเรืองสืบไป


โดยพระมหาเจดีย์ดังกล่าว มีลักษณ์เป็นเหมือนเขาพระสุเมรุ มีความสูงประมาณ 56 เมตร ภายในแบ่งออก 6 ชั้น แบ่งเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม

นั่งสมาธิ สำหรับพระสงฆ์และฆราวาส เป็นพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง เป็นสถานที่รวบรวมเรื่องราวทางพระพุทธศาสนา ตั้งแต่สมัยทราวดี

เชียงแสน อยุธยา กรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์ โดยชั้นบนสุดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตย

ศรีลังกาและอัฐิธาตุของหลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ (พระสุนทรธรรมากร) อดีตพระเกจิวิปัสสนากรรมฐานชื่อดัง ภาคอีสาน ซึ่งยอดมหากฐินสามัคคีในครั้งนี้

 รวมทั้งสิ้น 32,185,295 บาท โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่ใช้สมทบทุนในการก่อสร้างพระมหาธาตุเจดีย์โฆสปัญโญศรีพนมให้แล้วเสร็จ

จำนวน 20,000,000 บาท และส่วนที่เหลือจะมอบให้คณะสงฆ์นำไปใช้ในศาสนกิจของทางวัด


สาธุ







พฤศจิกายน 07, 2018, 08:46:44 PM
ตอบกลับ #3

เจ๊วู

  • เจ้ามือหวย
  • *****

  • 401
    กระทู้

    • ดูรายละเอียด
Re: ข่าวหวย 16 พฤศจิกายน 2561
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2018, 08:46:44 PM »
วันลอยกระทง   22  พฤศจิกายน 















วันลอยกระทง เป็นวันสำคัญทางศาสนาฮินดูวันหนึ่งของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย ตามปฏิทินจันทรคติล้านนา

มักจะตกอยู่ในราวเดือนพฤศจิกายน ตามปฏิทินสุริยคติ บางปีเทศกาลลอยกระทง

ก็จะมาตรงกับเดือนตุลาคมด้วย เช่นปี พ.ศ. 2544  วันลอยกระทงปีนั้นตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม

 และจะมาตรงกันอีกครั้งในปี พ.ศ. 2563

 ประเพณีนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อพระแม่คงคา

 บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที

และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก

 สำหรับประเทศไทยประเพณีลอยกระทงได้กำหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

 โดยเฉพาะบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง หรือ แหล่งน้ำต่าง ๆ

 ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป นอกจากนี้บางประเทศก็มีเทศกาลลอยกระทงด้วย

เช่น ประเทศลาวมักจะลอยกระทงในวันออกพรรษา (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11)

 ในงานไหลเฮือไฟของลาว ประเทศกัมพูชา มีการลอยกระทง 2 ครั้ง คือลอยกระทงหลวงกลางเดือน 11

 ราษฎรจะทำกระทงเล็กและบรรจุอาหารลงไปด้วย ส่วนกลางเดือน 12 จะมีกระทงหลวงเป็นกระทงใหญ่

ราษฎรจะไม่ได้ทำและกระทงนี้จะมีอาหารบรรจุลงไปด้วยเช่นกัน โดยมีคติว่าเพื่อส่งส่วนบุญไปให้เปรต

 เทศกาลน้ำจะมีการเฉลิมฉลองด้วยการแข่งเรือยาว การแสดงพุลดอกไม้ไฟ

จัดขึ้นทุกปีตั้งแต่วันขึ้น 14 ค่ำ 15 ค่ำ จนถึงแรม 1 ค่ำ เดือนพฤศจิกายน

 ประเทศพม่า ในวันลอยกระทง ผู้คนจะพากันทำกระทงตกแต่งเป็นรูปคล้ายดอกบัวบาน

 ปักธูปเทียน และนิยมตัดเล็บ เส้นผม หรือใส่เหรียญกษาปณ์ลงไปในกระทง แล้วนำไปลอยในแหล่งน้ำ

 ส่วนในพื้นที่ติดทะเลก็นิยมลอยกระทงริมฝั่งทะเล เชื่อว่าเป็นการลอยเคราะห์ไป

นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการลอยกระทงเป็นการบูชาและขอขมาพระแม่คงคา

พฤศจิกายน 09, 2018, 06:59:43 PM
ตอบกลับ #4

เจ๊วู

  • เจ้ามือหวย
  • *****

  • 401
    กระทู้

    • ดูรายละเอียด
Re: ข่าวหวย 16 พฤศจิกายน 2561
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2018, 06:59:43 PM »
9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 

วันก่อตั้ง พระพรหมเอราวัณ





























เปิดประวัติ ที่มาพระพรหมเอราวัณ

ศาลท่านท้าวมหาพรหม โรงแรมเอราวัณ เป็นศาลศาสนาฮินดูตั้งอยู่หน้าโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ

บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

 เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เคารพนับถือจากทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

โดยมีการจัดคณะทัวร์จากต่างประเทศเพื่อเข้ามาสักการะท้าวมหาพรหมโดยเฉพาะ

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2549 เกิดเหตุชายคนหนึ่งใช้ค้อนทุบทำลายศาลดังกล่าวและถูกทุบตีจนเสียชีวิตโดยผู้เห็นเหตุการณ์



เมื่อ พ.ศ. 2494 พลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ กำหนดให้มีการก่อสร้างโรงแรมเอราวัณ

ขึ้นบริเวณสี่แยกราชประสงค์ เพื่อรองรับแขกต่างประเทศ ว่ากันว่าในช่วงแรกของการก่อสร้างเกิดอุบัติเหตุขึ้นมากมาย

 เมื่อการก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ ปลายปี พ.ศ. 2499 ทาง บริษัท สหโรงแรมไทยและการท่องเที่ยว จำกัด

 ผู้บริหารโรงแรมได้ติดต่อ พลเรือตรีหลวงสุวิชานแพทย์ ร.น. นายแพทย์ใหญ่ กองทัพเรือ

ผู้ทรงคุณวุฒิในเรื่องการนั่งทางใน เข้าดำเนินการหาฤกษ์วันเปิดโรงแรม

พลเรือตรีหลวงสุวิชานแพทย์ได้ท้วงติงว่า ในการก่อสร้างโรงแรมไม่ได้มีการทำพิธีบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบริเวณนั้นก่อน

 ฤกษ์ในการวางศิลาฤกษ์ของโรงแรมก็ไม่ถูกต้อง อีกทั้งชื่อของโรงแรม “เอราวัณ” นั้น เป็นชื่อของช้างทรงของพระอินทร์

 ถือเป็นชื่อที่ศักดิ์สิทธิ์ จำเป็นต้องมีการบวงสรวงที่เหมาะสม วิธีการแก้ไขจะต้องขอพรจากพระพรหมเพื่อช่วยให้อุปสรรคหมดไป

และจะต้องสร้างศาลพระพรหมขึ้นทันทีหลังจากการก่อสร้างโรงแรมแล้วเสร็จ และสร้างศาลพระภูมิขึ้นไว้ในโรงแรม

จึงได้มีการตั้งศาลพระพรหม ออกแบบตัวศาลโดยนายระวี ชมเสรี และ ม.ล.ปุ่ม มาลากุล

 องค์ท้าวมหาพรหมปั้นด้วยปูนพลาสเตอร์ปิดทอง ออกแบบและปั้นโดยนายจิตร พิมพ์โกวิท ช่างกองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร

และอัญเชิญพระพรหมมาประดิษฐานที่หน้าโรงแรมเอราวัณเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499

ตามแผนงานครั้งแรก องค์ท้าวมหาพรหมจะเป็นโลหะหล่อสีทอง

แต่เนื่องจากระยะเวลาจำกัดด้วยฤกษ์การเปิดโรงแรม จึงได้เปลี่ยนวัสดุเป็นปูนปั้นปิดทองแทน

ศาลท่านท้าวมหาพรหม โรงแรมเอราวัณ ถือเป็นศาลพระพรหมศาลแรกที่มีขนาดใหญ่

 ในเวลาต่อมาเมื่อมีการสร้างศาลพระพรหมไว้บูชาในอาคารหรือสถานที่ขนาดใหญ่

 จะยึดแบบการสร้างจากศาลท้าวมหาพรหมที่โรงแรมเอราวัณ

 เนื่องจากความเชื่อว่าจะช่วยปัดเป่าความขัดข้อง อุปสรรค และส่งเสริมโชคและความสำเร็จ

ปัจจุบัน ศาลท่านท้าวมหาพรหม โรงแรมเอราวัณ อยู่ในความดูแลของ “มูลนิธิทุนท่านท้าวมหาพรหม”

ด้วยเหตุที่ท่านท้าวมหาพรหมถูกชายที่ไม่สมประกอบทุบในวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2549

ซึ่งทำให้ตัวองค์แตก ดังนั้นจึงมีกำหนดการที่จะบูรณะพระองค์ขึ้นมาใหม่

พร้อมกับสร้างองค์ใหม่ด้วย แล้วเสร็จในปลายเดือนพฤษภาคม ปีเดียวกัน

“พระพรหมเอราวัณ” นามว่าเอราวัณนั้นจริงๆ เป็นชื่อโรงแรมหาใช่ชื่อจริงนามจริงขององค์พระพรหมไม่

แล้วนามจริงๆ ขององค์พรหมมีใครรู้บ้างว่าชื่ออะไร

แท้จริงแล้วองค์พระพรหมองค์นี้มีนามว่า “ท้าวมหาพรหมเกศโร” หรือ “ท่านพ่อเกศโร”

ซึ่งก็คือ “สมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว” น้องชายแท้ๆ ของล้นเกล้ารัชกาลที่ ๔

ที่มีดวงพระชาตาแรงกล้ายิ่งนัก ทั้งเก่งเรื่องคาถาอาคมตลอดจนวิทยาการแบบตะวันตก

ที่มานั้นสืบเนื่องจากตอนประกอบพิธีเชิญดวงพระวิญญาณ ผู้เชิญในยุคนั้นคือคุณหลวงสุวิชาญท่านมีความสามารถ

ในการติดต่อโลกทิพย์มีหูทิพย์ตาทิพย์เป็นที่เลื่องลือยิ่งนั

ท่านได้ติดต่ออาราธนาบารมีแห่งสมเด็จพระปิ่นเกล้าหรือท่านพ่อเกศโรมหาพรหม

 ให้แผ่บารมีสถิตย์ดับอาถรรพ์นำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่สถานที่แห่งนี้พร้อมทั้งผู้สักการะบูชา

สมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเลื่องลือในวิทยาคมมาตั้งแต่เป็น “เจ้าฟ้าจุฑามณี” ร่ำลือกันต่างๆนาๆว่า ล่องหนหายตัวบ้าง

เดินบนน้ำบ้างและอีกสารพัด ผู้ชำนาญในวิทยาคมย่อมแก่กล้าในด้านสมถะภาวนา เรื่องสมาธิฌานนั้นย่อมไม่ใช่เรื่องเหนือความสามารถ

คุณหลวงสุวิชาญผู้มีหูทิพย์ตาทิพย์ในยุคนั้น ได้ติดต่อกับดวงพระวิญญาณของสมเด็จพระปิ่นเกล้า

จึงทราบว่าพระองค์ขึ้นไปอุบัติเป็น “ท้าวมหาพรหมเกศโร” มีเดชศักดายิ่งนัก เมื่อคราวโรงแรมเอราวัณประสบอาถรรพ์

จึงสร้างพระพรหมแล้วเชิญบารมีท่านพ่อเกศโรมาดับอาถรรพ์ เชื่อว่าพื้นที่ ที่สร้างโรงแรมเป็น พื้นที่ต้องคำสาป

ถือเป็นจุดกำเนิดของแยกมหาเทพ ซึ่งมีการสร้างเทพองค์อื่นๆตามมาในกาลต่อมา

ในยุคนั้นคุณหลวงสุวิชาญยังได้มาสร้างพระบวรนุเสาวรีย์สมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวที่หน้าโรงละครแห่งชาติ

ในปัจจุบันด้วยแล้วเชิญพระบารมีแห่งท่านพ่อเกศโรมหาพรหมลงสถิตย์เป็นมิ่งขวัญสิริมงคล

(บวรนุสาวรีย์ สมเด็จพระปิ่นเกล้า หน้าโรงละครแห่งชาติ)

ประวัติของสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระนามเดิมว่า เจ้าฟ้าจุฑามณี เป็นที่รู้จักกันในพระนามว่า ทูลกระหม่อมฟ้าน้อย

 เป็นพระราชบุตรลำดับที่ 50 หรือ พระราชกุมารพระองค์ที่ 27 ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

 และเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 3 ที่ประสูติแต่สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี

พระองค์พระราชสมภพเมื่อวันอาทิตย์ เดือน 10 ขึ้น 15 ค่ำ ปีมะโรง ตรงกับวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2351

 ณ พระราชวังเดิม คลองบางกอกใหญ่ อันเป็นที่ประทับของสมเด็จพระราชบิดา ซึ่งในครั้งนั้นเรียกว่า

 พระบวรราชวังใหม่ อันเนื่องมาจากในขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

ดำรงพระอิสริยยศที่กรมพระราชวังบวรสถานมงคล โดยมีคุณหญิงนก (ไม่ทราบสกุล) เป็นพระพี่เลี้ยง

พระองค์มีพระเชษฐาร่วมพระราชมารดา รวมทั้งสิ้น 3 พระองค์ ได้แก่ สมเด็จเจ้าฟ้าชาย (สิ้นพระชนม์เมื่อประสูติ)

 สมเด็จเจ้าฟ้ามงกุฏ (ภายหลังได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) และสมเด็จเจ้าฟ้าจุฑามณี

หลังจากพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแล้ว 10 ปี พระองค์ก็เริ่มทรงพระประชวรบ่อยครั้ง

หาสมุฏฐานของพระโรคไม่ได้ เสด็จสวรรคตเมื่อวันอาทิตย์ เดือน 2 แรม 6 ค่ำ

เวลาเช้าย่ำรุ่ง ตรงกับ วันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2408 พระชนมพรรษา 58 พรรษา

 ทรงอยู่ในบวรราชสมบัติทั้งสิ้น 15 ปี