999-11.com

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 


แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - เจ๊วู

หน้า: [1] 2 3 ... 12
1
ข่าวหวย / Re: ข่าวหวย 1 ตุลาคม 2563
« เมื่อ: กันยายน 24, 2020, 11:50:32 AM »
ธงชาติไทย  28 กันยายน




















ธงชาติ เป็นสัญลักษณ์สำคัญอันแสดงถึงความเป็นชาติของประเทศนั้น ๆ ซึ่งประเทศไทยมีการใช้ธงชาติมานานนับร้อยปีแล้ว

โดยมีวิวัฒนาการเรื่อยมา กระทั่งเป็น "ธงไตรรงค์" สีแดง ขาว น้ำเงิน ดังเช่นปัจจุบัน

กล่าวได้ว่า ธงชาติไทย ในแต่ละยุคสมัยมีบทบาทสำคัญต่อเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในยุคนั้นที่คนรุ่นหลังควรศึกษาและเรียนรู้

 ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงมีมติเห็นชอบกำหนดให้วันที่ 28 กันยายนของทุกปี

เป็น "วันพระราชทานธงชาติไทย" (Thai National Flag Day) เพื่อระลึกถึงความเป็นมาของธงชาติไทย

โดยเริ่มปีแรกในวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560


 

  ตามหลักฐานต่าง ๆ รวมทั้งจดหมายเหตุของฝรั่งเศสทำให้เราทราบข้อมูลว่า ธงชาติไทยผืนแรกถือกำเนิดขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา

โดยใช้เป็นสัญลักษณ์ในการค้าขายทางเรือในช่วงรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งธงชาติไทยผืนแรกนั้นเป็นธงผ้าสีแดงเกลี้ยง

 โดยมีเรื่องเล่าว่า มีเรือสินค้าของฝรั่งเศสแล่นเข้ามาถึงป้อมของไทย แต่ไทยชักธงชาติฮอลันดาขึ้นรับ เพราะว่าไทยไม่มีธงชาติเป็นของตัวเอง

ด้วยความที่ฮอลันดากับฝรั่งเศสไม่ค่อยจะลงรอยกัน เรือฝรั่งเศสก็เลยไม่ยอมยิงสลุตรับธงฮอลันดา

 (ยิงสลุต คือการยิงดินปืนออกจากปืนใหญ่ทั้งหมด เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ว่ามาอย่างเป็นมิตร)

ฝ่ายไทยจึงต้องแก้ด้วยการนำธงสีแดงเกลี้ยงขึ้นแทนธงชาติ เรือฝรั่งเศสจึงยอมยิงสลุต ตั้งแต่นั้นไทยจึงถือว่าธงสีแดงเป็นธงชาติ

          ต่อมาในสมัยกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์ ก็มีธงพื้นแดงที่มีรูปจักรสีขาวติดไว้กลางธงแดงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งผืน

ซึ่งธงชาติผืนนี้จะใช้เฉพาะเรือหลวงเท่านั้น ทว่าสำหรับเรือค้าขายของราษฎรทั่วไปยังคงใช้ธงสีแดงเกลี้ยงกันอยู่

และยังคงใช้ต่อไปจนถึงสมัยรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

          โดยในยุคนั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงธงเรือหลวงเพิ่มขึ้นด้วยการนำรูปช้างเผือกไว้กลางวงจักร

 เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้ช้างเผือกมาสามเชือก ซึ่งตามประเพณีไทยถือว่าเป็นเกียรติยศอย่างยิ่ง

 จึงนับว่าธงชาติไทยผืนที่ 3 คือธงพื้นแดง มีรูปจักรและช้างเผือกอยู่ตรงกึ่งกลาง


ถัดมาในช่วงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ซึ่งได้ทำหนังสือสัญญาค้าขายกับชาวตะวันตกใน พ.ศ. 2398

พระองค์ท่านจึงมีพระราชดำริให้ใช้ธงเรือหลวงเป็นธงชาติ แต่โปรดให้นำเอารูปจักรออกเสีย เพราะเป็นเครื่องหมายเฉพาะพระเจ้าแผ่นดิน

คงไว้แต่รูปช้างเผือกอยู่กลางธงแดง และยกเลิกการใช้ธงสีแดงเกลี้ยงอีกต่อไป

กระทั่งมาถึงช่วงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ( ล้นเกล้ารัชกาลที่ 06 )

ได้ทรงพระราชดำริให้แก้ไขธงชาติไทย

โดยเปลี่ยนให้ใช้ธงพื้นแดง กลางเป็นรูปช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่น หันหลังเข้าเสา

และออกประกาศบังคับใช้ธงชาติผืนนี้เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2459 เป็นต้นไป

และในปี 2460 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริให้เปลี่ยนแปลงธงชาติไทยอีกครั้ง

เพื่อเพิ่มความก้าวหน้า เนื่องจากเข้าร่วมรบกับฝ่ายสัมพันธมิตร และต้องการให้ธงชาติไทยมีลักษณะคล้าย ๆ กับธงชาติของประเทศอื่น ๆ

ในช่วงนั้น โดยเป็นธงพื้นริ้วขาวแดง แต่ก็ได้เพิ่มสีน้ำเงินเข้าไปด้วยอีกสีหนึ่ง เพราะสีน้ำเงินถือเป็นสีประจำพระองค์

 ซึ่งธงในปี 2460 นี้ ก็คือธงไตรรงค์ที่เราใช้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันนั่นเอง (มีการปรับขนาดเล็กน้อยในสมัยรัชกาลที่ 8)

  ธงชาติ เป็นสัญลักษณ์สำคัญอันแสดงถึงความเป็นชาติของประเทศนั้น ๆ ซึ่งประเทศไทยมีการใช้ธงชาติมานานนับร้อยปีแล้ว

 โดยมีวิวัฒนาการเรื่อยมา กระทั่งเป็น "ธงไตรรงค์" สีแดง ขาว น้ำเงิน ดังเช่นปัจจุบัน กล่าวได้ว่า ธงชาติไทย

 ในแต่ละยุคสมัยมีบทบาทสำคัญต่อเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในยุคนั้นที่คนรุ่นหลังควรศึกษาและเรียนรู้ ด้วยเหตุนี้

รัฐบาลจึงมีมติเห็นชอบกำหนดให้วันที่ 28 กันยายนของทุกปี

เป็น "วันพระราชทานธงชาติไทย" (Thai National Flag Day)

เพื่อระลึกถึงความเป็นมาของธงชาติไทย




2
ข่าวหวย / Re: ข่าวหวย 1 ตุลาคม 2563
« เมื่อ: กันยายน 24, 2020, 11:23:55 AM »
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม

 เป็นประธานในพิธีเปิดและปิดการฝึกซ้อมการค้นหา

และช่วยเหลืออากาศยานประสบภัย

(Search and Rescue Exercise (SAREX)) ประจำปี 2563














8 กพ 6275




วันที่ 18 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม 

พร้อมพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม

 และคณะ ออกเดินทางจากสนามเฮลิคอปเตอร์ จากพล. ม. 2 รอ. เขตพญาไท กทม.

ไปยังสนามเฮลิคอปเตอร์ ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี



จากนั้นเดินทางด้วยรถตู้โตโยต้า อัลพาร์ด ทะเบียน 8 กพ 6275 กรุงเทพมหานคร



มายังค่ายพระรามหก อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดและปิดการฝึกซ้อมการค้นหา และช่วยเหลืออากาศยานประสบภัย (Search and Rescue Exercise (SAREX))

ประจำปี 2563 โดยนายกฯ และคณะรับฟังบรรยายสรุปการฝึกซ้อมค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานประสบภัย ประจำปี 2563

ในปีนี้ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยหลักบูรณาการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ

 ได้กำหนดสถานการณ์ให้มีอากาศยานประสบภัยในเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี

3
ข่าวหวย / Re: ข่าวหวย 1 ตุลาคม 2563
« เมื่อ: กันยายน 24, 2020, 11:12:11 AM »
บิ๊กตู่ นำทีมลงพื้นที่ จ.เชียงราย

หารือมอบนโยบายการแก้ปัญหาไฟป่า-หมอกควัน


















พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ลงพื้นที่ตรวจราชการ ที่ จ.เชียงราย 24 ก.ย.นี้ โดยในช่วงเช้า นายกฯ จะเป็นประธานเปิดงานสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 111 โรงเรียน ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ) และมูลนิธิไทยรัฐ เพื่อยกระดับคุณภาพสถานศึกษา รวมทั้งเพิ่มความรู้ทางด้านวิชาการ และการบริหารจัดการในการมีส่วนร่วมของโรงเรียน กรรมการสถานศึกษา และเครือข่ายต่างๆ ให้มีการพัฒนาคุณภาพ ที่โรงแรมเวียงอินทร์ จ.เชียงราย

หลังจากนั้น นายกฯ เป็นประธานประชุมเรื่องการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ พร้อมรับทราบผลการปฏิบัติในการป้องกันไฟป่าจังหวัดภาคเหนือ ประจำปี 2563 และแผนการดำเนินงานในปี 2564 ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าว ในโอกาสนี้เครือข่ายเยาวชนจิตอาสา จะนำเสนอความก้าวหน้าโครงการฟื้นฟูต้นน้ำฝายตามแนวพระราชดำริ

ขณะที่ในช่วงบ่าย นายกฯ จะลงพื้นที่สำนักงานเทศบาล ต.แม่ยาว จ.เชียงราย เพื่อตรวจเยี่ยมการป้องกันและแก้ปัญหาไฟป่า ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง จากนั้น นายกฯ จะร่วมปลูกต้นกาสะลองคำ ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดเชียงราย เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนร่วมปลูกต้นไม้ เพื่อสู้กับปัญหาไฟป่า รวมทั้งนายกฯ จะร่วมพูดคุย รับฟังปัญหา และข้อเสนอแนะจากตัวแทนประชาชน จ.เชียงราย ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ


4
ข่าวหวย / ข่าวหวย 1 ตุลาคม 2563
« เมื่อ: กันยายน 24, 2020, 11:08:17 AM »
วันมหิดล  24 กันยายน


“พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย”


















วันมหิดล 24 กันยายนของทุกปี

เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก   
   
สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

มีพระนามเดิมว่า สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช

เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

และสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า


พระราชสมภพเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2434

และสวรรคตเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2472    ( 24 )   

รวมพระชนมายุ 37 พรรษา 8 เดือน 23 วัน ( 37 )


วันที่ 24 กันยายน เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก (กรมหลวงสงขลานครินทร์)

พระผู้ได้รับการถวายพระสมัญญาภิไธยจากแพทย์และประชาชนทั่วไปว่า "พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย"

ด้วยพระราชกรณียกิจที่ได้ทรงบำเพ็ญแก่วงการแพทย์ และการสาธารณสุขของประเทศไทยมาตลอดระยะเวลา 12 ปีนั้น

ได้เสริมสร้างความเป็นปึกแผ่นให้แก่โรงเรียนแพทย์ อีกทั้งได้ทรงพัฒนาการเรียนการสอน ตลอดจนการผลิตแพทย์ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

อันเป็นการวางรากฐานแก่การแพทย์ และการสาธารณสุขให้เจริญพัฒนาก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศในกาลต่อมา

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลจึงได้ขนานนามวันสำคัญนี้ว่า "วันมหิดล" เพื่อเป็นการถวายสักการะ และน้อมรำลึกต่อพระองค์ท่าน

และในปี พ.ศ. 2493 หรือ 21 ปี หลังจากที่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ได้สวรรคต

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล บรรดาศิษย์เก่าศิริราช ตลอดจนประชาชนทั่วไป

ได้ร่วมใจกันสร้างพระราชาอนุสาวรีย์ขึ้น ณ ใจกลางโรงพยาบาลศิริราช

เพื่อน้อมเกล้าถวายความกตัญญูกตเวที และเฉลิมฉลองพระเกียรติคุณให้ไพศาล

 เป็นแบบฉบับให้อนุชนรุ่นหลังได้เจริญตามรอยพระยุคลบาทสืบไป

โดยมอบให้กรมศิลปากรเป็นผู้ดำเนินการสร้าง มีศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ควบคุมงาน

ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนิน

ในพิธีเปิดพระราชอนุสาวรีย์เมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2493

และนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2494 เป็นต้นมา ทุกวันที่ 24 กันยายน คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้จัดงาน "วันมหิดล"

 โดยมีพิธีวางพวงมาลาถวายบังคมพระรูป พร้อมทั้งอ่านคำสดุดีพระเกียรติ

เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ เป็นประจำทุกปี








#คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
ขอเชิญชม...#นิทรรศการพิเศษ
เนื่องใน #วันมหิดล ประจำปี ๒๕๖๓
ร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ
สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
และเรียนรู้เรื่องราวของ “#วันมหิดล”

ภายในนิทรรศการจัดแสดง “#ธงวันมหิดลผืนแรก”
และเครื่องช่วยหายใจที่จัดซื้อด้วยเงินบริจาค
จากผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมกันซื้อ “#ธงวันมหิดล”

#เปิดให้เข้าชมฟรี
ระหว่างวันที่ ๑๙ - ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓
เวลา ๑๐:๐๐ - ๑๖:๓๐ น.
บริเวณโถงต้อนรับ อาคารพิพิธภัณฑ์ ๑
#พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน
ใกล้กับโรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ และท่าน้ำรถไฟ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โทรศัพท์ ๐๒-๔๑๙๒๖๐๑, ๐๒-๔๑๙๒๖๑๘ - ๙ ดูน้อยลง
— ที่ พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราชและพิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน



5
คุยกันหลังหวยออก / คุยกันหลังหวยออก 16 กย 63
« เมื่อ: กันยายน 18, 2020, 11:16:19 AM »






ได้ยิน พี่ๆนักข่าว พูด ณ. ลานชั้น 1  รพ

 “จะซื้อเลข 1157.... ”

   ห๊า !! อะไรนะ.!!. 

อิอิ" ขอบอกว่า  กวาดมาหมดแล้วค่ะ
แน่จริง กล้าๆ ออก
ให้เหมือนงวดที่แล้วนะ




ท่ามกลางมรสุม....ข่าวสาร กับสถานะการณ์จริง

เย็นวันที่ 16 กย.....เสียงบ่นกัน

" หนังชีวิต ที่ฉายซ้ำ "

เศร้า! ล้มระเนระนาด


วงการหวย เปรียบเหมือน..เรือชีวิต

มี ทั้งทุกข์ ทั้งสุข คละเคล้า ปะปนกันไป

สุขบ้าง ทุกข์บ้าง

มีน้อย เราก็ใช้น้อย

คนเก่ง ต้องรู้จักพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส


ดูต้นมะพร้าว สิ

กว่าต้นมะพร้าว จะปลูกมาจนลำต้นมันโตขนาดนี้

ต้องใช้เวลาตั้งนาน

มาเจอ ลมพายุพัด แค่ 1 ชม เอง

พายุพัดจน ต้นมันพังลงมา

รับตัวเล็กๆไปก่อน

ค่อย ๆ สร้างมันขึ้นมาใหม่

ค่อย ๆ ปลูกต้นมะพร้าว ขึ้นมาใหม่

เข้าใจเนาะ !?!



ก้าวข้ามความกลัว และ อุปสรรค

จะบอกให้ว่า...
 
...ยิ่งเรียนรู้มาก จะยิ่งรักในสิ่งนั้นๆ

.. ถ้าไม่รัก ก็ลองไปเรียนรู้สิ 

จะมีความเจริญ แบบรุดหน้าเลยค่ะ

ทำให้เราได้รับผลของมัน...ได้จริง

อยู่ที่เรามีความรู้พอไหม ที่จะหาเงินจากมัน

ความ..ไม่รู้..ต่างหาก ที่ทำร้ายเรา ?

แค่เราพลาดในวันที่เราไม่รู้  ที่เราอยู่ผิดที่  ผิดเวลา?

เพราะคุณไม่มีความพยายามที่มากพอ

ที่จะหาเงินจากมัน #เท่านั้นเอง

คนสำเร็จ คือคนที่ล้มเหลว มากกว่า ....

และ ..ไม่ล้มเลิก #เท่านั้นเอง

ทุกอย่างล้วนอยู่ที่...
 
....ความคิด   
                       
....ความเชื่อ

....ความศรัทธา

....ที่มีในตัวเอง


แล้วเจอกันที่..ความสำเร็จนะคะ



เป็นกำลังใจให้ค่ะ

เจ๊วู










6
ข่าวหวย / Re: ข่าวหวย 16 กันยายน 2563
« เมื่อ: กันยายน 10, 2020, 11:35:08 AM »
สิ้น “แม่บิ๊กป้อม” วัย 97 ปี










งดพวงหรีด





“สิ้น “คุณย่า” แม่ “บิ๊กป้อม” นางสายสนี วงษ์สุวรรณ ในวัย 97 ปี

หลังนอนป่วยที่ รพ.พระมงกุฎฯ มาหลายเดือน ด้วยโรคไต โรคชรา

 “บิ๊กป้อม” ไปเยี่ยมแม่ ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ เกือบทุกวัน

กำหนดพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ วันพฤหัสฯ 10 ก.ย. 2563 เวลา 1700 น.

ที่วัดโสมนัสฯ สวด 7 วัน และบรรจุศพ 100 วัน



คุณแม่สายสนี วงษ์สุวรรณ

เกิด วันที่ 21 มี.ค. 2466

เสีย วันที่ 08 ก.ย  2563  (97 ปี )




โดยปกติแล้วครอบครัว พล.อ.ประวิตร จะทำบุญที่วัดพระศรีมหาธาตุบางเขน ที่อัฐิบิดาอยู่

นางสายสนี วงษ์สุวรรณ เป็นมารดาผู้สร้าง “บิ๊กป้อม” ลูกชายคนโตให้กลายเป็นพี่ใหญ่ของครอบครัว จนเป็นพี่ใหญ่ในกองทัพ

มีบุตรชาย 5 คน คือ

1. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ (ป้อม)

2. พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ (ปุ้ม)

3. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ (ป๊อด)

4. นายพงษ์พันธุ์ วงษ์สุวรรณ (ก๊อก เสียชีวิตแล้ว)

5. นายพันธุ์พงษ์ วงษ์สุวรรณ (กุ๊ก)

โดยคนในครอบครัวจะเรียกกันว่าคุณย่า

แต่เมื่อ พล.ต.ประเสริฐ วงษ์สุวรรณ บิดาถึงแก่กรรมในปี 2527

บิ๊กป้อม พี่ชายคนโตจึงทำหน้าที่ดูแลแม่และน้องๆ

จนกลายเป็นพี่ใหญ่ในวันนี้



ขอแสดงความเสียใจ  กับ ลุงป้อม ด้วยค่ะ

ขอให้คุณย่าสายสนี วงษ์สุวรรณ สู่สุคติในสัมปรายภพค่ะ


7
โรยรื่นชื่นบุปผา / หญิงแค้นมากล้น วังใน
« เมื่อ: กันยายน 08, 2020, 08:00:49 PM »
เบื้องหลังกำแพง สีแดงชาด กระเบื้องสีทอง

มีทั้งเรื่องโศกเศร้า และเรื่องราวต่างๆ เล่าขานเป็นตำนานไม่จบสิ้น


 
 









สนมเจินเฟย






ขันธีขุ้ยหยู่ 





บ่อน้ำข้างพระตำหนัก ที่พระสนมถูกจับยัดลงไปจนตาย





เบื้องหลังกำแพง สีแดงชาด กระเบื้องสีทอง

 มีเรื่องโศกเศร้า และเรื่องราวต่างๆ

เล่าขานเป็นตำนานไม่จบสิ้น

"หญิงแค้นมากล้น วังใน

เป็นคำกล่าวที่ลอยลม   อยู่ในประวัติศาสตร์จีน

ที่ใดหญิงอยู่รวมกันมากๆ

จุดมุ่งหมายของทุกคน

คือผู้ชายคนเดียว การตบตี ชิงดี ชิงเด่น จึงดุเดือดไม่น้อย

บางคนชิงดีจนได้เด่น มีบารมีแผ่ปกไปทั้งวัง

บังเกิดพระโอรส หรือ พระธิดา ส่งบุญ ส่งวาสนา ให้ยาวไกล

ชีวิตแก่ตายในวัง อย่างมีความสุข

แต่พลาดท่าแล้วดับนี้สิ "" น่ากลัว""

   
ตอนปลายราชวงศ์ชิง

พระสนมคนโปรดของพระเจ้ากวงสู

นามว่า สนมเจิน สนับสนุน พระเจ้ากวงสู ในการปฏิรูปการเมืองใหม่

ซึ่งไม่เป็นที่พอใจแก่พระนางซูสีไทเฮา

พระนางซูสีไทเฮาจึ่งจับจักรพรรดิกักบริเวณไว้ พร้อมทั้งสนมเจิน ก็ถูกกักบริเวณไปด้วย

โปรดให้ขังไว้ในหมู่เรือนน้อยสามหลังข้างๆพระตำหนักจิงชี่เก๋อ


นางพระกำนัลคนโปรดของซูสีไทเฮาว่า..

เป็นเรือนเล็กๆโทรมๆสกปรก ไม่มีถ่านให้ใช้ ฝนตกหลังคาก็รั่ว

แถมมีขันทีเข้าไปตบหน้าเตือนความจำว่า

พระสนมต้องโทษนะพะยะค่ะ...พั๊วะ ""

ตบแล้วไม่พอต้องคุกเข่าถวายพระพร

ที่พระราชทานคนตบประจำให้อีก



ต่อมากองทหารผสมแปดชาติบุกเข้ายึดกรุงปักกิ่ง

เนื่องมาจากการที่ซูสีไทเฮาทรงสนับสนุนกบฏนักมวยให้ทำร้ายชาวต่างชาติ

จนทำให้พระนางซุสีไทเฮา และจักรพรรดิ หนีไปยังซีอานชั่วคราว


ในคืนนั้นเอง วันที่ 15 สิงหาคม......

ก่อนที่จะหนีออกจากพระราชวังหลวง

ซุสีไทเฮา ขวางหูขวางตา สนมเจินเฟย มานาน

ไหนๆจะหนีทั้งที พระนางไม่อยากให้สนมเฟยตามไปด้วย

ให้เป็นที่อับอายว่าไม่เชื่อนโยบายปฎิรูปที่พวกจักรพรรดิกวางซูเสนอ

ผลสุดท้ายเลยต้องมาหนีหัวซุกหัวซุนแบบนี้ไงเล่า

ซูสีไทเฮาให้เบิก สนมเจินเฟยมาเข้าเฝ้า

และมีรับสั่งว่า.........


"เมื่อแรก เราตั้งใจจะนำเจ้าไปกับเราด้วย

แต่เจ้านั้นยังอ่อนวัยและจิ้มลิ้มนัก

เกรงว่าจะถูกพวกทหารต่างชาติกระทำทารุณข่มขืนเอาได้

ดังนั้น เราเชื่อว่าเจ้าคงเข้าใจว่าควรทำเช่นไรต่อไป"


จากนั้นก็ให้..ขันธีขุ้ยหยู่ 


จับพระสนมเจินเฟย "..ยัดลงในบ่อน้ำ.." ข้างพระตำหนัก

    
จบชีวิตด้วยวัย 24 พรรษา กับความสวยงาม











8
ข่าวหวย / Re: ข่าวหวย 16 กันยายน 2563
« เมื่อ: กันยายน 08, 2020, 12:32:31 PM »
ธงชาติไทย  28 กันยายน

















ธงชาติ เป็นสัญลักษณ์สำคัญอันแสดงถึงความเป็นชาติของประเทศนั้น ๆ ซึ่งประเทศไทยมีการใช้ธงชาติมานานนับร้อยปีแล้ว

โดยมีวิวัฒนาการเรื่อยมา กระทั่งเป็น "ธงไตรรงค์" สีแดง ขาว น้ำเงิน ดังเช่นปัจจุบัน

กล่าวได้ว่า ธงชาติไทย ในแต่ละยุคสมัยมีบทบาทสำคัญต่อเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในยุคนั้นที่คนรุ่นหลังควรศึกษาและเรียนรู้

 ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงมีมติเห็นชอบกำหนดให้วันที่ 28 กันยายนของทุกปี

เป็น "วันพระราชทานธงชาติไทย" (Thai National Flag Day) เพื่อระลึกถึงความเป็นมาของธงชาติไทย

โดยเริ่มปีแรกในวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2560


 

  ตามหลักฐานต่าง ๆ รวมทั้งจดหมายเหตุของฝรั่งเศสทำให้เราทราบข้อมูลว่า ธงชาติไทยผืนแรกถือกำเนิดขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา

โดยใช้เป็นสัญลักษณ์ในการค้าขายทางเรือในช่วงรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งธงชาติไทยผืนแรกนั้นเป็นธงผ้าสีแดงเกลี้ยง

 โดยมีเรื่องเล่าว่า มีเรือสินค้าของฝรั่งเศสแล่นเข้ามาถึงป้อมของไทย แต่ไทยชักธงชาติฮอลันดาขึ้นรับ เพราะว่าไทยไม่มีธงชาติเป็นของตัวเอง

ด้วยความที่ฮอลันดากับฝรั่งเศสไม่ค่อยจะลงรอยกัน เรือฝรั่งเศสก็เลยไม่ยอมยิงสลุตรับธงฮอลันดา

 (ยิงสลุต คือการยิงดินปืนออกจากปืนใหญ่ทั้งหมด เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ว่ามาอย่างเป็นมิตร)

ฝ่ายไทยจึงต้องแก้ด้วยการนำธงสีแดงเกลี้ยงขึ้นแทนธงชาติ เรือฝรั่งเศสจึงยอมยิงสลุต ตั้งแต่นั้นไทยจึงถือว่าธงสีแดงเป็นธงชาติ

          ต่อมาในสมัยกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์ ก็มีธงพื้นแดงที่มีรูปจักรสีขาวติดไว้กลางธงแดงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งผืน

ซึ่งธงชาติผืนนี้จะใช้เฉพาะเรือหลวงเท่านั้น ทว่าสำหรับเรือค้าขายของราษฎรทั่วไปยังคงใช้ธงสีแดงเกลี้ยงกันอยู่

และยังคงใช้ต่อไปจนถึงสมัยรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

          โดยในยุคนั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงธงเรือหลวงเพิ่มขึ้นด้วยการนำรูปช้างเผือกไว้กลางวงจักร

 เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้ช้างเผือกมาสามเชือก ซึ่งตามประเพณีไทยถือว่าเป็นเกียรติยศอย่างยิ่ง

 จึงนับว่าธงชาติไทยผืนที่ 3 คือธงพื้นแดง มีรูปจักรและช้างเผือกอยู่ตรงกึ่งกลาง


ถัดมาในช่วงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ซึ่งได้ทำหนังสือสัญญาค้าขายกับชาวตะวันตกใน พ.ศ. 2398

พระองค์ท่านจึงมีพระราชดำริให้ใช้ธงเรือหลวงเป็นธงชาติ แต่โปรดให้นำเอารูปจักรออกเสีย เพราะเป็นเครื่องหมายเฉพาะพระเจ้าแผ่นดิน

คงไว้แต่รูปช้างเผือกอยู่กลางธงแดง และยกเลิกการใช้ธงสีแดงเกลี้ยงอีกต่อไป

กระทั่งมาถึงช่วงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ( 06 )

ได้ทรงพระราชดำริให้แก้ไขธงชาติไทย

โดยเปลี่ยนให้ใช้ธงพื้นแดง กลางเป็นรูปช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่น หันหลังเข้าเสา

และออกประกาศบังคับใช้ธงชาติผืนนี้เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2459 เป็นต้นไป

และในปี 2460 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริให้เปลี่ยนแปลงธงชาติไทยอีกครั้ง

เพื่อเพิ่มความก้าวหน้า เนื่องจากเข้าร่วมรบกับฝ่ายสัมพันธมิตร และต้องการให้ธงชาติไทยมีลักษณะคล้าย ๆ กับธงชาติของประเทศอื่น ๆ

ในช่วงนั้น โดยเป็นธงพื้นริ้วขาวแดง แต่ก็ได้เพิ่มสีน้ำเงินเข้าไปด้วยอีกสีหนึ่ง เพราะสีน้ำเงินถือเป็นสีประจำพระองค์

 ซึ่งธงในปี 2460 นี้ ก็คือธงไตรรงค์ที่เราใช้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันนั่นเอง (มีการปรับขนาดเล็กน้อยในสมัยรัชกาลที่ 8)

  ธงชาติ เป็นสัญลักษณ์สำคัญอันแสดงถึงความเป็นชาติของประเทศนั้น ๆ ซึ่งประเทศไทยมีการใช้ธงชาติมานานนับร้อยปีแล้ว

 โดยมีวิวัฒนาการเรื่อยมา กระทั่งเป็น "ธงไตรรงค์" สีแดง ขาว น้ำเงิน ดังเช่นปัจจุบัน กล่าวได้ว่า ธงชาติไทย

 ในแต่ละยุคสมัยมีบทบาทสำคัญต่อเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในยุคนั้นที่คนรุ่นหลังควรศึกษาและเรียนรู้ ด้วยเหตุนี้

รัฐบาลจึงมีมติเห็นชอบกำหนดให้วันที่ 28 กันยายนของทุกปี

เป็น "วันพระราชทานธงชาติไทย" (Thai National Flag Day)

เพื่อระลึกถึงความเป็นมาของธงชาติไทย

9
ข่าวหวย / Re: ข่าวหวย 16 กันยายน 2563
« เมื่อ: กันยายน 08, 2020, 11:23:59 AM »
นายก ลงพื้นที่ จ.สุโขทัย
















 5995










พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

นั่งเพื่อเดินทางไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ จ.สุโขทัย วันนี้ (2 ก.ย.)

เพราะหลายคนต้องการนำเลขทะเบียนรถคันดังกล่าวไปเสี่ยงโชค

ในการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 16 ก.ย. นี้


ส่วนเลขทะเบียนรถคันดังกล่าว คือเลข 5995


การปฏิบัติภาคกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ ในวันนี้ มีขึ้นเพื่อตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วม

และการแก้ปัญหาน้ำใน จ.สุโขทัย ที่พบปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้วซ้ำซากสลับกัน

นอกจากนายกรัฐมนตรีแล้ว ยังมี นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี

และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางไปด้วย





10
ข่าวหวย / ข่าวหวย 16 กันยายน 2563
« เมื่อ: กันยายน 08, 2020, 10:56:17 AM »
วันมหิดล  24 กันยายน


“พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย”



















 “ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตน     เป็นที่สอง

   ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์      เป็นกิจที่หนึ่ง

   ลาภทรัพย์และเกียรติยศ        จะตกแก่ท่านเอง


ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งอาชีพไว้   ให้บริสุทธิ์”

“ฉันไม่ต้องการจะให้พวกเธอมีความรู้เพียงอย่างเดียว

ฉันต้องการให้พวกเธอเป็นบุคคลที่ถึงพร้อมแล้วด้วย

หมายความว่า ฉันต้องการให้พวกเธอ เป็นทั้งนายแพทย์

และเป็นผู้ที่อยู่ในสังคมและศีลธรรมอันดีด้วย

จึงสามารถทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติได้”

“อาชีพแพทย์นั้นมีเกียรติ แพทย์ที่ดีจะไม่ร่ำรวย แต่ไม่อดตาย

ถ้าใครอยากร่ำรวยก็ควรเป็นอย่างอื่นไม่ใช่แพทย์

อาชีพแพทย์นั้นจำต้องยึดมั่น ในอุดมคติ เมตตากรุณาคุณ”




สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก




   วันมหิดล 24 กันยายนของทุกปี

เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก   
   
สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

มีพระนามเดิมว่า สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช

เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

และสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า


พระราชสมภพเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2434

และสวรรคตเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2472    ( 24 )   

รวมพระชนมายุ 37 พรรษา 8 เดือน 23 วัน  ( 37 )




วันที่ 24 กันยายน เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก (กรมหลวงสงขลานครินทร์)

พระผู้ได้รับการถวายพระสมัญญาภิไธยจากแพทย์และประชาชนทั่วไปว่า "พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย"

ด้วยพระราชกรณียกิจที่ได้ทรงบำเพ็ญแก่วงการแพทย์ และการสาธารณสุขของประเทศไทยมาตลอดระยะเวลา 12 ปีนั้น

ได้เสริมสร้างความเป็นปึกแผ่นให้แก่โรงเรียนแพทย์ อีกทั้งได้ทรงพัฒนาการเรียนการสอน ตลอดจนการผลิตแพทย์ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

อันเป็นการวางรากฐานแก่การแพทย์ และการสาธารณสุขให้เจริญพัฒนาก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศในกาลต่อมา

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลจึงได้ขนานนามวันสำคัญนี้ว่า "วันมหิดล" เพื่อเป็นการถวายสักการะ และน้อมรำลึกต่อพระองค์ท่าน

และในปี พ.ศ. 2493 หรือ 21 ปี หลังจากที่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ได้สวรรคต

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล บรรดาศิษย์เก่าศิริราช ตลอดจนประชาชนทั่วไป

ได้ร่วมใจกันสร้างพระราชาอนุสาวรีย์ขึ้น ณ ใจกลางโรงพยาบาลศิริราช

เพื่อน้อมเกล้าถวายความกตัญญูกตเวที และเฉลิมฉลองพระเกียรติคุณให้ไพศาล

 เป็นแบบฉบับให้อนุชนรุ่นหลังได้เจริญตามรอยพระยุคลบาทสืบไป

โดยมอบให้กรมศิลปากรเป็นผู้ดำเนินการสร้าง มีศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ควบคุมงาน

ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนิน

ในพิธีเปิดพระราชอนุสาวรีย์เมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2493

และนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2494 เป็นต้นมา ทุกวันที่ 24 กันยายน คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้จัดงาน "วันมหิดล"

 โดยมีพิธีวางพวงมาลาถวายบังคมพระรูป พร้อมทั้งอ่านคำสดุดีพระเกียรติ

เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ เป็นประจำทุกปี

 


11





ปฐพี สี่สมุทร กว้างใหญ่ไพศาล

ต้องมีสักเรื่องที่..บังเอิญ  !!!! ละน่า





ลุงป๊อก   พ.ศ. 2492   งวด  01สค 63  ออก...92

ลุงป้อม   พ.ศ. 2488   งวด  16สค 63  ออก...88

ลุงตู๊ดตู่  พ.ศ.  2497   งวด  01กย 63  ออก...97



เศรษฐกิจบ้านเราเวลานี้ กำลังซื้อของพวกเราตกไป ทุกประเทศก็เหมือนกัน

การจะเดินทาง ท่องเที่ยว คงอีกนาน กลางปีหน้า เราจะไปเที่ยวญี่ปุ่นได้ไหม

ชาวบ้าน SME ลูกจ้างจะทำอย่างไร ?

หลายคนไม่กล้าพูดความจริง อย่าหวังว่าจะดีขึ้นง่ายๆนะ

พายุการล้มละลาย กำลังจะมา?

เราต้องรู้จักตัวเอง ถึงเดินหน้าต่อ



นักเศรษฐศาสตร์  มือหนึ่งของเมืองไทย...(ชื่อเหมือนภูเขา)

ผู้กำหนดยุทธศาสตร์

ผุด ไอเดีย โครงการ ของดีประจำจังหวัด


1 ตำบล 1 สิ่งศักดิ์สิทธิ์

ให้หวยแม่น ไปขอหวย รวยโชค


ปั่นกระแส คนก็เฮโลกันเข้าหา

เพราะคนมันจน เลยต้องพึ่งพาโชคลาภ

 ของพวกนี้เป็นที่พึ่งทางใจ

 นี่ยังไม่นับดารานักร้อง พากันมาเป็น พรีเซ็นเตอร์


ปรากฏการ..สร้างสรรค์..ทางเศรษฐกิจ...

นี่เป็นเอกลักษณ์ไทยอย่างหนึ่ง

"ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ"...



ภาคอิสาน มี .....คำชะโนด

ตะวันออก มี ..... เขาคิชฌกูฏ

ภาคใต้      มี ..... ไอ้ไข่   


ตั้งโครงการ 1 จังหวัด      1 ของขลัง



ล่าสุด เกิดปรากฎการณ์  " ไอ้ไข่ "...

มันคือหลักการตลาด ดึงให้คนมาเยอะๆ มากราบไหว้

แผงล็อตเตอรี่มาวางขาย

เมื่อถูกล็อต ถูกหวยจากวัด มีคนมาจุกปะทัด

มีการบอก ต่อจากนั้นเพิ่มขึ้นเมือคนหมู่มาก

ซื้อลอตจากวัดโอกาสที่จะถูก

จากวัดนี้ย่อมมีเยอะตามมาก (นกมจลด)

ความนิยมเมืองนคร ในวันนี้สะท้อนถึงอิทธิพล

และจังหวัดก็ได้รับอานิสงส์จากการท่องเที่ยวในประเทศ


“ใครจะบอกว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่มีจริง ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะเริ่มมีคนไปบนบานไอ้ไข่ก็มีได้บ้าง ไม่ได้บ้าง 

ใครได้ ก็ไปแก้บนกันไป

เดี๋ยวจะมี ไอไข่ ทุกจังหวัด !!!!

ว่าแต่ ใคร!อยู่เบื้องหลัง ‘ไอ้ไข่ฟีเวอร์’

สร้างรายได้แบบ ‘รวยไม่รู้เรื่อง’!



"เห็นภาพมั้ยค่ะ555"

เจ๊วู

12
โรยรื่นชื่นบุปผา / แม่ ขนมต้ม
« เมื่อ: สิงหาคม 31, 2020, 03:15:22 PM »







วิธี เก็บปลาทูไว้กินตลอดปี ต้องเก็บได้ วิธีนี้ วิธีเดียว

คือทอดให้สุก แล้วเอามา..แช่..ไว้ในน้ำมันหมู

เวลาจะกินควัก เอามาทอด อีกที

สมัยก่อน พอหมดหน้าปลาทูแล้ว ก็หมดกัน

ไม่มีจะกินเลย จนกว่าจะถึงฤดูมาใหม่

แต่สมัยนี้คงไม่ต้องใช้วิธีนี้ เพราะเห็นปลาทูนึ่ง มีขายทั้งปี

มีกินตลอดไป นอกจากไม่มีเงินจะซื้อกิน


วันหนึ่ง ข้าพเจ้า ไปนั่งกินข้าว กับ แม่พลู

ด้วยเห็น แกขึ้นไปบนตำหนักแล้ว

เจ้ากรรม แกลืมของ กลับมาเอา

เห็นข้าพเจ้านั่งกินสำหรับของแก

แกจ้องหน้า  "ตาเขียว" ค้อนควับ เสื้อแทบขาด

แล้วพูดเปรยขึ้นมา

ลูกหลานนายห้องเครื่อง ก็มาเบียดเบียน กินของ คนจน

แม่พลู ต่อไปอย่าให้เห็น ยังงี้อีกนะ

ข้าพเจ้า แค้นใจ อานิสงค์ที่ข้าพเจ้าได้ฉกฉวย

ลักพาเอาของเจ้านายมา ให้ได้กินอยู่อิ่มหนำสำราญทุกมื้อ

ขอกุศลจงส่งผลให้ข้าพเจ้าได้ชนะใจหมู่มารทั้งหลายด้วยเถิด

หลายคนนั่งฟังอยู่ พากันหัวเราะขำ
 
ที่ข้าพเจ้ายกถาดกับข้าวขึ้นจบเหนือหัว

แล้วตั้งแต่วันนั้นมาข้าพเจ้าก็ไม่คิดจะขโมยของแห้งของสดอะไรมาให้แม่พลูอีกเลย

เกิดความขัดสสนจนยากเข้าจริงๆด้วย๑๐สตางค์ไม่พอซื้อ

แม่พลูก็ดิ้นรนซื้อของม่ทำขนมขาย เกิดการขายดิบขายดี

ของทำอะไรขึ้นมาขายหมดทุกวัน

เจ้าวิไลว่า

แม่พลูก็เลิกถูกด่าละซิ

ข้าพเจ้าก็ว่า

ที่ไหนได้ กลับถูกด่าถูดคอดขอดใหญ่

หาว่าจับจ่ายใช้สอยอยู่ดีกินดีไม่เจียมตัว

ทำว่าข้ามีเงินของขายทุกอย่างที่แม่พลูทำจะต้องจัดแบ่งใส่จานไว้ให้คุณอา

ของเขาได้ชิมดูซิยังไม่ว่าดีด่าเขาว่ากูไม่อยากกินนักดอกไอ้ของเฮงซวย

แต่ก็กินหมดเรียบทุกครั้งไม่มีเหลือ

คุณสรัทก็ว่า

ตายจริงเวลาแกขึ้นมาอยู่บนตำหนักไม่มีท่าทางจะร้ายกาจเลย


ทำไหมเป็นคนยังงี้ไปได้

ข้าพเจ้าว่า

โอ๊ยร้ายยิ่งกว่ายุงอีก

แกร้ายกับแม่พลูหลานแกคนเดียว

แล้วแกพลอยมาเกลียดถึงข้าพเจ้าด้วย

เพราะแม่พลูเขารักข้าพเจ้ามาก

เขาได้พึ่งพาอาศัยข้าพเจ้ามาปีแล้วปีเล่า

แม่ขนมต้มจะรู้ในความดีของข้าพเจ้าหรือไม่ก็ตามใจ

ถึงแกจะรักฉัน แกก็ไม่ได้มาให้อะไรฉันแกเกลียดฉัน 

ฉันก็ไม่เดือดร้อน เพราะไม่ได้เสียอะไรไป

ข้าพเจ้าคิดของข้าพเจ้าคนเดียวว่า

วันหนึ่งเถอะแม่พลูปีกกล้าขาแข็งคงต้องโบลยบินจากแกไป

เพระาความใจร้ายทารุณข่มเหงของแก

ทีนี้ละ แกจะรู้สึกละ

แกเห็นแม่พลูขายของดี

ไม่นานก็มีเงินมีทองใส่แกเอาสร้อยข้อมือทอง แหวนเพชร

 มาบอกบังคับให้แม่พลูช่วยซื้อของแกไว้

แม่พลูพูดว่า

ไม่มีเงินก้อนจะซื้อ เพราะเงินต้องเอาไว้เป็นทุนหมุนเวียน

แกยอมให้ผ่อนชำระผ่อนเป็นรายวันจนกว่าจะหมดตามราคาที่ซื้อ

ใครอย่านึกว่าข้าวของที่แม่พลูแต่งตัวนั้นคุณอาให้

เปล่าเลย มาอยู่ตั้งแต่เด็กจนสาวไม่เคยมีเงินเดือนจนบาทเดียวทั้งที่ทำงานให้อย่างทาส

ที่ประชุมพากันงงที่รู้ความปากร้ายใจร้ายของแม่ขนมต้มเพราะแม่พลูไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลย




ชีวิตในวัง

ม.ล.เนื่อง นิลรัตน์


13
โรยรื่นชื่นบุปผา / คนไทย รักพ่อหลวง
« เมื่อ: สิงหาคม 29, 2020, 10:35:41 AM »







ทำไม ถึงรักพ่อหลวง  มากกว่าชีวิตตัวเอง


.
“ปะทะใหญ่ ตชด. อยู่ในวงล้อม” ...เสียง ..ว.. ดังเข้ามา



พระองค์ถาม ตรงจุดไหน........



หน่วยเหนือ บอกห่างจุดนี้ ราวๆ 16 กิโล ...

ต้องรอ ฮ มาเสริมกำลังเข้ายาก ไม่มี..สแปรเวย์ ...

ลงจอดอันตรายมากๆ​ ต้องรอกำลังเสริม



พระองค์บอกว่า ...รอ ๆๆ ทหารของเรา ตำรวจเรา ตายพอดี

เอา ฮ... เราขึ้น (ฮ ส่วนพระองค์)



แล้ว เสธ หล่ะพระองค์



เราไง... ขอใช้ยศทางตำรวจ และ ทหาร ของเราสั่งการ



ทุกคนเงียบ...

ครับผม....เสียงรับเหมือนทหารโดนสั่งการด้วยเสธ



พระองค์ วางแผนจัดการ ลงจอดท่ามกลาง  ห่ากะสุน ...แล้ว เอาคนเจ็บขึ้น


 “ พลทหารใหม่ตรึงกำลัง ” รับสั่งเสียงดังหนักแน่น



แล้วทรงหามประคอง ตชด. คนนี้ ไปหน่วยพยาบาลโดย  ไม่ถือพระองค์

เมื่อกลับมาพระนางเจ้า ก็บอกว่า ทำแบบนี้อันตรายมากๆ รู้ไหม?



ทรงตอบว่า “เรามียศทางทหาร เราก็คือทหารคนหนึ่งเหมือนพวกเขา ในสนามรบเราไม่ใช่พระราชา”





คนรุ่นใหม่ที่เกิดไม่ทัน ก็คงไม่รู้ซึ้งถึง น้ำพระทัย  ของพระองค์ท่าน

ที่มีต่อ ต.ช.ด ที่ปกป้องประเทศ ยุคคอมมิวนิส เต็มบ้านเต็มเมือง

โชคดีเหลือเกิน ที่ได้เกิดมาอยู่ในรัชสมัย รัชกาลที่ ๙ ของพระองค์ท่าน

และ สืบต่อมาจนถึง รัชกาลที่ ๑๐ ณ ปัจจุบัน

ข้าพระพุทธเจ้า จะขอรับใช้ติดตาม ใต้เบื้องพระยุคลบาททุกชาติไป




14
โรยรื่นชื่นบุปผา / “ผีถ้วยแก้ว”
« เมื่อ: สิงหาคม 28, 2020, 03:53:33 PM »






ม.ล.เนื่อง มีนัดคุยกันกับคนคุ้นเคยที่นอกตำหนักเวลา 5 ทุ่ม

แต่น.ส.ฉวี มิลินทจินดา ซึ่งในกลุ่มเรียกกันในนาม “ฉวีใหญ่”

เอ่ยทานว่า มีของดีมาจากบ้าน อย่าเพิ่งหนีไปเที่ยวนอกตำหนัก

ของดีที่ว่าเป็น “ผีถ้วยแก้ว” ที่จะมาสอนกลุ่มม.ล.เนื่อง

 โดยฉวี เป็นผู้จัดหากระดาษมาตัดเป็นวงกลมใหญ่

เขียนตัวอักษรก.ไก่ ถึง ฮ.นกฮูก เขียนสระไว้ภายใน

จัดแจงเล่าวิธีเล่นเสร็จเรียบร้อย นัดแนะเริ่มเล่นในเวลาตี 1


ผู้เล่นในครานั้นมีหลายคน อาทิ ม.ล.เนื่อง, ฉวีใหญ่, แม่พูล อมาตยกุล และน.ส.เลี่ยม

นัดกันเล่นที่เรือนแม่ขนมต้ม อมาตยกุล และยังมีผู้ที่หวาดกลัว

ขอชมอีกหลายราย อาทิ น.ส.เพิ่ม เดชะคุป

เมื่อลงมือเล่น นิ้วที่กล้าแตะบนแก้วเหลือ 5 นิ้วคือ ม.ล.เลื่อม,

 ฉวีใหญ่, คุณวงศ์สินธุ์, น.ส.เลี่ยม และแม่สุดา

ทันทีที่แก้วเคลื่อน น.ส.เลี่ยม เอ่ยถามว่า “ผีใครมาอยู่ในแก้ว

ขอให้บอกชื่อมาด้วย แล้วจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้”

ม.ล.เนื่อง เล่าว่า แก้ววิ่งไปที่ตัวอักษร ส.เสือ แล้วไปสระอุ

 แล้วครอบน.หนู จนกระทั่งสะกดได้ครบว่า “สุนทรภู่”

ทำให้เกิดเสียงเอะอะโกลาหล บ้างกลัวรีบกราบลงที่โต๊ะ บ้างก็บอกเชิงเรียกคุณตามาก็ดีนะ

ไม่ทำอะไรลูกหลาน เหลือแต่น.ส.เลี่ยม ที่ไม่กลัวถามกลับไปว่า “คุณตาอยู่สบายดีหรือคะ”

แก้วเลื่อนไปที่อักษร สะกดว่า “เออสบาย”

ผู้เล่นในวงเริ่มหายกลัวกัน แม่พูล เอ่ยถามว่า อยากกินอะไร

พรุ่งนี้เช้าจะทำไปถวายพระอุทิศให้คุณตา

แก้วเดินไปครอบตัวหนังสือสะกดว่า “ตาอยากกินขนมจีนแกงเนื้อ”

“ได้กินแน่คุณตา พรุ่งนี้แม่พูลเขาจะทำไปถวายพระที่วัดราชา” น.ส.เลี่ยม รีบเอ่ย

หลังจากหายกลัวแล้ว ข้อสงสัยของผู้เล่นในวงเริ่มตามมา “แม่เพิ่ม”

ที่ร่วมวงด้วยสงสัยว่า จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นสุนทรภู่จริง

สุนทรภู่นั้นแต่งกลอนเก่ง เลยอยากขอให้แต่งกลอนให้เชื่อถือ

ม.ล.เนื่อง เล่าว่า แก้วเริ่มครอบที่ตัวหนังสืออีก คนในนั้นสะกดตามไปได้ใจความว่า



“หลาน-หลานเอ๋ยเลิกเถิดประเสริฐยิ่ง

ตารักหลานทุกๆ คนซนจริงๆ

ตาไม่วิ่งแล้วพับเผื่อย เหนื่อยจะตาย”


ว่าแล้วแก้วก็ล้มลง ไม่เดินต่อ ทุกคนฮาชอบใจกันทั่ว

แต่แล้วเมื่อเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะจึงรู้สึกใจหายวาบ เหงื่อเย็นออก

หัวใจเหมือนตกไปที่ตาตุ่มเมื่อเห็นคุณพระเลื่อน

ยืนหน้าบึ้งกลางประตูห้องเหนือบันได เป็นบุคคลที่ม.ล.เนื่อง เล่าว่า

มีอำนาจจะ “เพ็ดทูล” ฟ้องใครๆ ก็ย่อมได้จึงเป็นที่เกรงกลัวทั้งวัง

คราแรกคุณพระเลื่อน เข้าใจว่ามาเล่นพนัน มั่วสุม ส่งเสียงจนได้ยินไปถึงถนนจึงทำให้ขึ้นมาดู

จากนั้นจึงกวาดตาไปรอบๆ เสมือนจดจำว่ามีใครบ้าง

เป็นพี่เลี่ยม ที่ไม่ค่อยเกรงกลัวใครเอ่ยขึ้นว่า “ไม่ได้มาพนันแต่เล่นทายหนังสือกัน ใครทายผิดต้องเขกกระดาษ”
 
คุณพระเลื่อนเห็นของจริงก็ไม่เข้าใจว่าเป็นอะไร แค่มองค้อนและว่ากล่าวให้ไปพักผ่อน

ห้ามไม่ให้ประชุมแบบนี้อีก ถ้าไม่เชื่อจะกราบทูลให้ทรงทราบ

รุ่งขึ้นแม่พูล ตื่นไปจ่ายเครื่องขนมจีนแกงเนื้อแต่เช้ามืด ผู้ใจบุญเรี่ยไรออกเงินให้แม่พูลอีกต่างหาก

ความมาเฉลยเมื่อพี่เลี่ยม แอบเล่าให้ม.ล.เนื่อง ถึงเหตุผลที่ไม่ได้ออกเงินให้แม่พูล

เพราะ มันไม่เป็นความจริง!! ม.ล.เนื่อง เขียนเล่าที่ได้ยินพี่เลี่ยมเอ่ยว่า

“ฉันเอานิ้วดันให้ถ้วยมันเดิน ฉันโกหกว่าสุนทรภู่มา ฉันถามฉันตอบแทนสุนทรภู่ทั้งนั้น

กลอนนั่นฉันก็แต่งเอาเดี๋ยวนั้นเอง เพราะแม่เพิ่มเขาสงสัยนี่…บอกให้แล้วอย่าเที่ยวแหกปากนะ

เดี๋ยวคนอื่นจะรู้ เจ็บใจคุณพระเลื่อนนัก เราจะเล่นอะไร-ทำอะไร

เที่ยวสอดรู้สอดเห็นไปเสียหมด ดีละ ฝากไว้ก่อน”

ม.ล.เนื่องเขียนลงท้ายใจความส่วนนี้ว่า “ข้าพเจ้าฟังพี่เลี่ยมแล้วงงเลย พูดไม่ออก

ได้แต่คิดว่า ผีถ้วยแก้วนี่ที่เขาเล่นเชิญมาจริงๆ มันจะเป็นไปได้ไหม

 แล้วที่บ้านฉวีใหญ่เขาเล่นกันมันโกหกหรือจริงล่ะ?”

 

“รำลึกความหลังในวังสวนสุนันทา”

ม.ล.เนื่อง นิลรัตน์. 

15
โรยรื่นชื่นบุปผา / ผีที่สระน้ำ ในวังหลวง
« เมื่อ: สิงหาคม 27, 2020, 05:12:06 PM »






" ผีที่สระน้ำในวังหลวง "

"สวนศิวลัยในพระบรมมหาราชวัง "

สวนศิวาลัย หรือ สวนขวา เป็นสวนภายในพระบรมมหาราชวัง ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออก

ในอดีต  ประวัติ มีมาตั้งแต่ครั้งเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระปฐมราชวงค์จักรี

ได้ทรงสร้างพระบรมมหาราชวัง ปราสาท และพระราชมณเฑียรแล้ว

จึงทรงสร้างพระราชอุทยานสองข้างพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน เรียกว่า สวนซ้ายและสวนขวา

โดยใช้เป็นที่ทรงพระสำราญพักผ่อนพระอิริยาบถหลังจากว่างพระราชภารกิจ

โดยโปรดให้ขุดสระ  และปลูกตำหนักทอง ที่ประทับกลางสระหนึ่งหลัง

สร้างพลับพลาที่เสวยริมปากอ่างแก้วหน้าเขาฟองน้ำอีกแห่งหนึ่ง

และโปรดฯ ให้กั้นกำแพงรอบบริเวณ  สถานที่นี้มีการปรับปรุงเติมแต่งสร้างเสริมทุกรัชกาล 


ต่อมาและเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย ..


เมื่อครั้งตกทอดมาถึงรัชสมัยรัชกาลที่ ๔ ที่แห่งนี้ ต่อมาเป็นที่ตั้งของพระอภิเนาว์นิเวศน์

อันเป็นพระราชมณเฑียรที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัขกาลที่ ๔.


ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕.

พระราชมณเฑียรดังกล่าวได้ชำรุดทรุดโทรมจำต้องรื้อถอนไปเกือบหมดสิ้น

คงแก่อาคารสำคัญ เช่น พระพุทธรัตนสถาน พระที่นั่งมหิศรปราสาท และได้สร้างพระที่นั่งเพิ่มอีก ๒ องค์

คือ พระที่นั่งบรมพิมาน และ พระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาท ปรับเป็นสวนเรียกว่า "สวนศิวาลัย"


ภายในสวนศิวาลัย  มีสระน้ำเก่าแก่อยู่ภายในสวน  เป็นพื้นที่  ที่มีประวัติศาสตร์มาเก่าก่อน ..


สระน้ำนี้ใช้สำหรับเป็นที่สรงน้ำ เป็นที่สำหรับพักผ่อนคลายแก่เหล่าเจ้านาย

พระราชโอรส พระราชธิดาและเจ้าจอมฝ่ายใน  ทุกยุคทุกสมัย ทุกรัชกาล  จวบจนปัจจุบัน ..


ณ ที่แห่งนี้ในอดีตจะมีศาลา อยู่ ศาลาหนึ่ง อยู่บริเวณริมสระ


ครั้งถึงรัชสมัยรัชกาลที่ ๕ ...

วันหนึ่งสมเด็จพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา

ทรงเป็นพระอรรคชายาเธอใน  พระองค์ทรงประทับอยู่ริมสระที่นี่

และจึงเป็นที่มาของเรื่องเล่านี้ ..


เป็นเรื่องเล่ากันใน หมู่ข้าหลวงสำนักพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา

ทรงเป็นพระอรรคชายาเธอในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้า และทรงเป็นที่เคารพของชาววังฝ่ายใน

ว่ากันว่า เมื่อครั้งที่ประทับในพระบรมมหาราชวัง

วันหนึ่งท่านได้เสด็จมาประทับที่ศาลาริมสระ และขณะประทับอยู่นั้นขณะที่ทอดพระเนตรเหล่าพระเจ้าลูกเธอ และ เหล่าเจ้าจอม

 ต่างเสด็จลงสรงน้ำเล่นกันที่สระกันอยู่นั้น ..

เมื่อทุกองค์ ทุกคนขึ้นจากสระแล้ว หลังจาก ลงสรงนำเล่นกันอย่างสนุกสนานแล้ว

พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ ยังประทับอยู่ต่อที่ศาลาริมสระน้ำนี้กับข้าหลวงประจำพระองค์


จวบจนเวลาพลบใกล้ค่ำ

ข้าหลวงที่เฝ้าอยู่


ต่าง..เห็น..พระวิมาดาเธอฯ  !!


ทอดพระเนตร เขม็งไปยังต้นไม้ใหญ่   !!  ริมสระ นั้นอยู่อย่างนั้นสักครู่ใหญ่


และทรงจ้องพระเนตรอยู่อย่างนั้น แต่ก็มิได้รับสั่งว่ากระไร ...

จนกระทั่งเวลาผ่านไปสักอึดใจ

จึงได้รับสั่งขึ้นว่า   "ผีมาเล่นน้ำให้ดู"



ทรงเห็นผี!!!!



เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เล่ากันต่อๆ กันมาอย่างแพร่หลายในพวกข้าหลวง และ พระญาติเฉพาะ



 มีรับสั่งว่า เห็นเป็นผู้หญิงผมยาว ดำผุด ดำว่าย ให้เห็น .. สักครู่ก็หายไป ..



แต่ด้วยพระวิมาดาเธอฯ นั้นเป็นที่ทราบกันในหมู่ข้าหลวงฝ่ายในว่า ท่านทรงพระทัยแข็ง

และท่านไม่ทรงกลัวภูตผีปีศาจ อันใด และเมื่อทรงทอดพระเนตรเห็นเช่นนั้น จึงมิได้อื้ออึง

เพราะการกระทำเช่นนั้นอาจทำให้ทุกคนหวาดกลัว เสียขวัญกันได้ จึงมิทรงกล่าวอันใดขึ้นในทันที ..

เรื่องที่เล่าต่อมานี้เป็นเรื่องเล่ากันภายในหมู่ข้าหลวงและพระญาติ

เมื่อเล่าถึงเรื่องนี้กันก็มักจะพูดกันว่า "ผีมาเล่นน้ำถวายตัว" ให้พระวิมาดาเธอ

พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์พระอรรคชายาเธอได้ทรงเห็น 👀



ในปัจจุบันศาลา และ สระน้ำที่ว่ายังคงอยู่ภายในพระบรมมหาราชวังซึ่งส่วนนี้

เป็นเขตพระราชฐานส่วนพระองค์ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

โดยมีพระที่นั่งบรมพิมานเป็นที่ประทับเป็นการถาวรหลังจากทรงนิวัติประเทศไทย

และอาคารรับรองด้านหลัง A และ B ใช้เป็นที่ทรงงานในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

เพื่อเสด็จออกรับบุคคลที่ขอเข้าเฝ้า และใช้เป็นกองงานในพระองค์ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี.



ภาพที่ท่านเห็นนี้คือ ภาพเก่าสระน้ำสวนศิวาลัย เป็นภาพที่ขณะเหล่าเจ้านายฝ่ายในร่วมกันลงสรงน้ำเล่นกัน

ณ สระน้ำภายในสวนศิวาลัย พระบรมมหาราชวังในอดีตกาลอันเป็นสระน้ำที่มาของเรื่องเล่านี้ .


#เรื่องเล่าภาพเก่า

#สวนศิวาลัย .

#เจ้าจอมฝ่ายใน.

#รัชสมัยรัชกาลที่๕.

#ผีที่สระน้ำในวังหลวง.

หมายเหตุ : ภาพที่เห็นหญิงสาวภายในวงกลมที่วงไว้ เป็นภาพซ้อนและ

เป็นภาพที่ทางเพจได้จัดทำขึ้น .. เพื่อประกอบบทความ.

เพจ เรื่องเล่า ภาพเก่า ในอดีต ®.

................................................

หน้า: [1] 2 3 ... 12