ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 


แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - เจ๊วู

หน้า: [1] 2 3 ... 16
1
ห้องข่าวหวย / Re: ข่าว 16 ตุลาคม 2560
« เมื่อ: 11 ตุลาคม 2017, 09:45:44  »
สมเด็จย่า ของปวงชนชาวไทย








สมเด็จย่า  ของปวงชนชาวไทย




เสด็จพระราชสมภพเมื่อ วันที่ 21 ตุลาคม 2443

ทรงเป็นบุตรคนที่ 3

                     
ใน พระชนกชู และ พระชนนีคำ พระนามเดิมคือ สังวาลย์ ตะละภัฏ ในวัยประมาณ 7-8 ขวบ
ครอบครัวได้นำพระองค์ไปฝาก คุณจันทร์ แสงชูโต ซึ่งเป็นพระพี่เลี้ยงในพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์
ทรงเข้าเรียนมัธยมที่โรงเรียนสตรีวิทยา จากนั้นเข้าโรงเรียนแพทย์ผดุงครรภ์ และหญิงพยาบาลแห่งศิริราช
 หลังจากสำเร็จการศึกษา ระหว่างที่เรียนอยู่ปี 1 ได้ทรงพบกับ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์ (พระบรมราชชนก)
 ซึ่งได้ทรงถูกพระทัย และขอพระราชทานพระราชานุญาตหมั้นกับ นางสาวสังวาลย์
จากนั้นทรงได้รับการคัดเลือกให้ไปทรงศึกษาวิชาพยาบาลต่อที่โรงเรียนแพทย์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา
ทรงมีพิธีอภิเษกสมรสกับ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
ที่วังสระปทุมเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2463 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อประชาชนไทยเป็นอย่างมาก
 โดยเฉพาะด้านการแพทย์ ทรงจัดตั้งหน่วยแพทย์อาสาเดินทางไปรักษาผู้ป่วยในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ
ทรงตั้งมูลนิธิขาเทียมออกจัดทำขาเทียมให้ผู้พิการ นอกจากนั้นยังมีโครงการพัฒนาด้านการเกษตร
และสิ่งแวดล้อมมากมายอาทิโคงการเกษตรหลวงดอยตุง จังหวัดเชียงราย

18 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ "สมเด็จย่า”

เสด็จสวรรคตที่โรงพยาบาลศิริราช รวมพระชนม์มายุ  94   พรรษา


2
ห้องข่าวหวย / ข่าว 16 ตุลาคม 2560
« เมื่อ: 11 ตุลาคม 2017, 09:43:10  »
วันปิยะมหาราช










พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว


มีพระนามเดิมว่า สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์




พระราชสมภพเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ.2396


 เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 4 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระนางเจ้าฟ้ารำเพยภมราภิรมย์ (สมเด็จพระเทพศิรินทรา พระบรมราชินี)
 เมื่อพระชนมายุได้ 9 พรรษา ทรงได้รับสถาปนาขึ้นเป็น "กรมหมื่นพิฆเนศวรสุรลังกาศ" ต่อมาเมื่อพระชนมายุได้ 13 พรรษา
ทรงได้รับสถาปนาขึ้นเป็น "กรมขุนพินิตประชานาถ" บรมราชาภิเษกครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ.2411
ทรงพระนามว่า "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว"

 เนื่องจากขณะนั้นมีพระชันษาเพียง 16 ปี ยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะ สมเด็จพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค)
 จึงเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน และสถาปนากรมหมื่นบวรวิชัยชาญ พระโอรสองค์ใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
เป็นกรมพระราชวังบวรวิชัยชาญพระมหาอุปราช

 ระหว่างที่สมเด็จพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ เป็นผู้สำเร็จราชการอยู่นั้น สมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ
ก็ทรงใช้เวลาศึกษาเล่าเรียนศิลปวิทยาเป็นอันมาก เช่น โบราณราชประเพณี รัฐประศาสน์ โบราณคดี ภาษาบาลี ภาษาอังกฤษ
วิชาปืนไฟ วิชามวยปล้ำ วิชากระบี่กระบอง และวิชาวิศวกรรม

 ในตอนนี้ยังได้เสด็จประพาสสิงคโปร์และชวา 2 ครั้ง เสด็จประพาสอินเดีย 1 ครั้ง การเสด็จประพาสนี้มิใช่เพื่อสำราญพระราชหฤทัย
แต่เพื่อทอดพระเนตรแบบแผนการปกครองที่ชาวยุโรปนำมาใช้ปกครองเมืองขึ้นของตน เพื่อจะได้นำมาแก้ไขการปกครองของไทย
ให้เหมาะสมแก่สมัยยิ่งขึ้นตลอดจนการแต่งตัว การตัดผม การเข้าเฝ้าในพระราชฐานก็ใช้ยืน และนั่งตามโอกาสสมควร ไม่จำเป็นต้องหมอบคลานเหมือนแต่ก่อน
 
 เมื่อพระชนมายุบรรลุพระราชนิติภาวะ ได้ทรงผนวชเป็นเวลา 2 สัปดาห์ แล้วจึงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นครั้งที่ 2
เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2416 และนับจากนั้นมาก็ทรงพระราชอำนาจเด็ดขาดในการบริหารราชการแผ่นดิน

 ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองสิริราชสมบัติ ทรงปกครองทำนุบำรุงพระราชอาณาจักรให้มั่งคั่งสมบูรณ์ ดัวยรัฐสมบัติ
 พิทักษ์พสกนิกรให้อยู่เย็นเป็นสุข บำบัดภัยอันตรายทั้งภายในภายนอกประเทศ ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจต่างๆ
 อันก่อให้เกิดคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ ให้รอดพ้นจากวิกฤตการณ์ และสามารถธำรงเอกราชไว้ตราบจนทุกวันนี้


พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

สวรรคต    เมื่อวันที่  23   ตุลาคม พ.ศ. 2453

รวมพระชนมายุ     58    พรรษา

ครองราชสมบัติ      42   ปี



            ลำดับเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้น


           พ.ศ.2411 เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ

           พ.ศ.2412 ทรงโปรดเกล้าให้สร้างวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามซึ่งเป็นวัดประจำรัชกาลของพระองค์

           พ.ศ.2413 เสด็จประพาสสิงคโปร์และชวา, โปรดฯ ให้ยกเลิกการไว้ผมทรงมหาดไทย

           พ.ศ.2415 ทรงปรับปรุงการทหารครั้งใหญ่, โปรดให้ใช้เสื้อราชปะแตน, โปรดให้สร้างโรงเรียนหลวงสอนภาษาอังกฤษแห่งแรกขึ้นในพระบรมหาราชวัง

           พ.ศ.2416 ทรงออกผนวชตามโบราณราชประเพณี, โปรดให้เลิกประเพณีหมอบคลานในเวลาเข้าเฝ้า

           พ.ศ.2417 โปรดให้สร้างสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน, ตั้งโรงเรียนกุลสตรีวังหลัง (ปัจจุบันคือ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย) และให้ใช้อัฐกระดาษแทนเหรียญทองแดง

           พ.ศ.2424 เริ่มทดลองใช้โทรศัพท์ครั้งแรก เป็นสายระหว่างกรุงเทพฯ–สมุทรปราการ, สมโภชพระนครครบ 100 ปี มีการฉลอง 7 คืน 7 วัน

           พ.ศ.2426 โปรดให้ตั้งกรมไปรษณีย์ เริ่มบริการไปรษณีย์ในพระนคร, ตั้งกรมโทรเลข และเกิดสงครามปราบฮ่อครั้งที่ 2

           พ.ศ.2427 โปรดฯ ให้ตั้งโรงเรียนราษฎร์ทั่วไปตามวัด โรงเรียนแห่งแรกคือ โรงเรียนวัดมหรรณพาราม

           พ.ศ.2429 โปรดฯ ให้เลิกตำแหน่งมหาอุปราช ทรงประกาศตั้งตำแหน่งมกุฏราชกุมารขึ้นแทน

           พ.ศ.2431 เสียดินแดนแคว้นสิบสองจุไทให้แก่ฝรั่งเศส, เริ่มการทดลองปกครองส่วนกลางใหม่
                         เปิดโรงพยาบาลศิริราช, โปรดฯให้เลิกรัตนโกสินทร์ศก โดยใช้พุทธศักราชแทน

           พ.ศ.2434 ตั้งกระทรวงยุติธรรม, ตั้งกรมรถไฟ เริ่มก่อสร้างทางรถไฟสายกรุงเทพ-นครราชสีมา

           พ.ศ.2436 ทรงเปิดเดินรถไฟสายเอกชน ระหว่างกรุงเทพฯ-ปากน้ำ, กำเนิดสภาอุนาโลมแดง (สภากาชาดไทย)

           พ.ศ.2440 ทรงเสด็จประพาสยุโรปเป็นครั้งแรก

           พ.ศ.2445 เสียดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงให้แก่ฝรั่งเศส

           พ.ศ.2448 ตราพระราชบัญญัติยกเลิกการมีทาสโดยสิ้นเชิง

           พ.ศ.2451 เปิดพระบรมรูปทรงม้า

           พ.ศ.2453 เสด็จสวรรคต


3
โรยรื่น ชื่นบุปผา / ความแค้น
« เมื่อ: 11 ตุลาคม 2017, 09:16:32  »




บุญทานสูงส่ง ที่ทำได้ยาก คือ ปล่อยวาง..ถ้าทำได้..ยกภูเขา(ไฟ)..ออกจาก อก..

ชีวิตก้อจะหลุดพ้นต่อสิ่งที่หนักใจทั้งปวง..

โชคชะตามักเล่น เล่นตลกกับเรา

 เรื่องเก่าก็ไม่ควรเอามาผูกใจเจ็บ



"  ผูกแค้น ฝังใจเจ็บ รอคอย การชำระ "



คุณเคยคิดแค้นใครแบบสุดๆ ไหม

แค้นจนคิดว่าไม่มีทางที่จะอยู่ร่วมกันได้

ความแค้นนั้น…จะถือมันไปนานเท่าไหร่

แล้วคุณจะถือความแค้นนั้น ไปนานแค่ไหน.??

……
……
เคยแบก "ความแค้น" ไปสร้าง..อนาคต..ไหม

มันทำให้คุณ..คิดลบ..และ..หมกหมุ่น..

มันทำให้  คุณ มีชีวิตหนักขึ้น ลำบากขึ้น

และมันจะทำให้คุณต้องสร้างเงื่อนไขที่ไม่จำเป็นขึ้นมา



คุณเคยรู้ไหม ว่า..ความแค้น..มันคือ...ไฟ ...



หรือคุณสะดวกที่จะพกพาไฟ ไปไหนมาไหนตลอดเวลา

และคุณเคยคิดบ้างไหมว่า...ไฟดวงนั้น

มันจะติดตาม "..เผาไหม้.." ชีวิตของใคร...??

มันจะเผาไหม้ชีวิตของ..เขา..หรือของ..คุณ...??

การที่เดินแบกความแค้นไปสู่อนาคต

มันจะทำให้คุณถูกเผาไหม้ในทุกวงสังคม

มันจะเผาไหม้คุณแน่นอนที่กลางทาง

ก่อนที่คุณจะเดินทางไปถึงเป้าหมายเสียอีก

เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว ก็หาทางวางความแค้นลงเถิด

ถือต่อไปมันก็ไม่เกิดประโยชน์อันใดเลย

เพราะมันแรงจนสามารถ..เผา..ทุกอย่างที่เป็น..คุณได้

งานการก็ไม่ได้ทำ มัวแต่จ้องคอยจะล้างแค้น

วางลงได้เมื่อไหร่ก็สุขใจ แน่นอน




4









"ความรู้สึกไม่ต่างกัน" เลยนะแม่พลอย !



 คราสิ้นพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ ๕ 

เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๓

 เหตุการณ์ที่ “แม่พลอย” ประสบพบเจอ

ช่างคล้ายกับวันสิ้น “ รัชกาลที่ ๙  ”

วันที่ ๑๓  ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙  เสียเหลือเกิน

คงคล้ายกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ ๒๖  ตค.

 ที่จะถึงนี้ คงเป็นความรู้สึกเดียวกัน

 ได้แต่บอกว่าคราวนี้   สาหัสเหลือเกิน...



.........


วันนั้น อากาศมืดครึ้มไปทั่ว

ไม่มีแสงแดด ทำให้แลดูครึ้ม เยือกเย็น

ลมเหนือที่เริ่มจะพัดในเดือนตุลาคมก็หยุดนิ่ง

ในวันนั้นแม้แต่ใบไม้สักใบก็ไม่มีกระดิก

เสียงนกเล็กๆที่เคยร้องอยู่ตามพุ่มไม้ก็เงียบหายไป



เดินขึ้นตึก เบาๆ นั่งลง ร้องไห้ด้วยหัวใจที่แห้งผาก ร้องจนไม่มีน้ำตาจะไหลแล้ว

เดินไปหยิบเสื้อ น้ำตาก็ยังไหลออกมา ซึ่งไม่เห็นความจำเป็นอะไรที่จะต้องเช็ดให้แห้งเพราะก็ยังร้องไห้อยู่เรื่อยๆ 

เดินไปมา ด้วยความ กระวน กระวายใจ จนบ่าย วันนี้เขาจะแห่ พระบรมศพ กลับเข้าวัง

อย่างน้อยที่สุด สิ่งที่จะทำได้ในวันนี้คือ ไปคอยเฝ้าถวายบังคม พระบรมศพ ตามข้างถนนหนทาง

 ก็ยังดีกว่านั่งอยู่ที่บ้านโดยไม่มีจิตใจ ทำอะไรไม่ถูก

 พอนึกออก ก็รีบแต่งกายเข้าเครื่องไว้ทุกข์ แล้วขึ้นรถออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปทางถนนราชดำเนิน

 

ธรรมชาติทั่วทั้งเมืองดูเหมือนจะแสดงความโศกสลด ความวิปโยคอันยิ่งใหญ่.....

ตลอดทางที่ผ่าน มีแต่ชาวบ้าน ร้านตลาด แต่งกายไว้ทุกข์ นุ่งดำ เดินมุ่งหน้าไปทางเดียวกันทั้งสิ้น

 ทุกคนมีใบหน้าอันเศร้าหมอง ส่วนมากถือดอกไม้ธูปเทียนในมือ บางคนเดินร้องไห้ดังๆ บางคนก็เดินเช็ดน้ำตา

 ทุกคนต่างมุ่งหน้าไปคอยกระบวนพระบรมศพ เพื่อถวายบังคมสักการะในวันนี้

เดินปนไปกับฝูงคน ไปยังถนนราชดำเนินใน ตามสองข้างถนนนั้น

ราษฎรมานั่งคอยถวายบังคมพระบรมศพกันอย่างเนื่องแน่น ทุกคนเงียบกริบ ไม่มีใครส่งเสียง

 ค่อยๆ เดิน หลีกฝูง คนเข้าไป เห็นมีที่ว่างอยู่ข้างถนนหน่อยหนึ่ง ก็เข้าไปนั่งเยื้องไปข้างหน้า พอเอื้อมมือถึง


นั่งคอยอยู่นาน ฝูงคนที่มาคอยถวายบังคมก็มากขึ้นทุกที อากาศที่ครึ้มอยู่ตลอดทั้งวันนั้น กลายเป็นเมฆฝนขนาดหนัก

 บดบังท้องฟ้ามืดมิดไปทั่ว ราวกับเวลากลางคืนที่มืดสนิท มองไปข้างหน้าตามขอบฟ้า เห็นฟ้าแลบไกลๆ เป็นระยะๆ

 เสียงฟ้าร้องดังครืน แต่ดินฟ้าอากาศที่แสดงอาการว่าฝนจะตกนั้น

 มิได้ทำให้ฝูงชนที่มาคอยถวายบังคมพระบรมศพนั้นท้อถอยไปได้เลย

เวลายิ่งล่วงเลยไป ความมืดก็ยิ่งทวีขึ้น ขนลุกเมื่อได้ยินเสียงผู้คนเป็นอันมากร้องไห้โฮ

ดังมาไกลตั้งแต่ถนนราชดำเนินนอกอันเป็นต้นทาง

เป็นห้วงเวลาแห่งทุกข์อันใหญ่หลวงของคนไทย

เปรียบเทียนสิ้นแสง เหมือนเงาไร้ดวงเทียน



ในยามมีทุกข์ร้ายมาเยือน ทุกข์ใดเล่าจะเหมือน ความทุกข์เยือนเรือนกาย

 ผู้มีพระคุณอันแสนยิ่งใหญ่ กว่าสิ่งใดก็คือแผ่นดิน

ครั้งนี้น้ำตาและความโศกเศร้าอาลัยจะไม่มีวันได้เห็น..พระองค์ท่าน..อีกแล้ว



 ในที่สุดก็ได้ยินเสียงดนตรี เสียงปี่ เสียงกลอง จากกระบวนแห่กระบวนหน้า

ข้ามสะพานผ่านพิภพฯ เดินมาตามถนนราชดำเนินใน

 คู่แห่นั้นถือเทียนแวววาว แลดูเป็นทางยาวคู่หนึ่งสุดลูกตา เสียงปี่เสียงกลองชนะ ดังใกล้เข้ามาอีก

 หมู่คนที่นั่งอยู่ริมถนนเริ่มจุดดอกไม้ธูปเทียน ที่ต่างถือมาราวกับนัดกันไว้

 ตามสองข้างถนนก็มีแสงธูปเทียนดารดาษเหมือนดาวในท้องฟ้า จุดธูปเทียน ยกสองมือกำแน่น

 พระบรมโกศประดิษฐานอยู่บนพระยานมาศสามลำคาน

กั้นกางด้วยพระมหาเศวตรฉัตรและดูสูงทะมื่น ข้ามสะพานมาแล้ว

 ทุกคนเปล่งเสียงดังร้องไห้ด้วยความรู้สึกจากหัวใจ

ทุกคนก้มลงกราบถวายบังคม นั่งใจเต้นระทึก มือที่ถือธูปเทียนอยู่นั้นเริ่มสั่นคลอนด้วยความเศร้าสลด

 ยิ่งพระบรมโกศถูกเชิญใกล้เข้ามา เสียงคนร้องไห้ก็ดังใกล้ติดตามมา เหมือนกับจะแข่งกับเสียงปี่กลอง

พอพระยานมาศเคลื่อนมาอยู่ตรงหน้า ก็ก้มลงกราบถวายบังคม

 และเมื่อเงยหน้าขึ้น ตาก็พอดีไปจับอยู่ที่ใบหน้าทหารที่ยืนรายทาง

 ทหารคนนั้นถือปืนกลับปลายกระบอกลง ห้ามหน้าไม่กระดิกตามที่ได้รับคำสั่ง

 ใบหน้าของทหารคนนั้นเป็นใบหน้าของเด็กหนุ่มชาวบ้านนอก

 แต่สิ่งที่เข้ามาปลดปล่อยความรู้สึกให้ปะทุออกมาทั้งหมดก็คือ

บนใบหน้าทหารหนุ่มนั้นมีทางน้ำตาเป็นทางยาวไหลออกมาจากเบ้าตาทั้งสองข้างและน้ำตานั้นไหลอยู่ไม่ขาดสาย

เป็นคนที่ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกออกมาให้คนอื่นเห็น

 แต่เมื่อเห็นหน้าทหารคนนั้น  ผ่านลำแสงเทียนที่ถืออยู่ ก็  ปล่อยโฮ  ออกมาอย่างหมดอับอาย....







5
ห้องข่าวหวย / Re: ข่าวหวย 1 ตุลาคม 2560
« เมื่อ: 28 กันยายน 2017, 11:37:45  »
พลเอกประยุทธ์ พร้อม นายพรเพชร ประธานสนช.พรัอม ครม.ในชุดข้าราชการ

 และผบ.เหล่าทัพ ทำพิธีเคารพธงชาติ

 และฉลอง 100 ปี 

ธงชาติไทย   28   กันยายน  ที่ทำเนียบฯ






















6
ห้องข่าวหวย / ข่าวหวย 1 ตุลาคม 2560
« เมื่อ: 27 กันยายน 2017, 18:27:58  »
หลวงพ่อคูณ







เกิด   4   ตุลาคม พ.ศ. 2466

ตำบลกุดพิมาน

อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา

มรณภาพ   16  พฤษภาคม พ.ศ. 2558

โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา

อายุ   91  ปี  224 วัน

อุปสมบท   5 พฤษภาคม พ.ศ. 2487

พรรษา   71

วัด   วัดบ้านไร่

ท้องที่   นครราชสีมา

สังกัด   มหานิกาย

ตำแหน่ง
ทางคณะสงฆ์   ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 11

เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่



 หลวงพ่อคูณ ถือกำเนิดที่บ้านไร่ ม.6 ต.กุดพิมาน อ.อ่านขุนทด จ.นครราชสีมา

ในครอบครัวของชาวไร่ชาวนาที่อยู่ห่างไกลความเจริญ

 บิดาชื่อ นายบุญ ฉัตรพลกรัง มารดาชือ นางทองขาว ฉัตรพลกรัง


 เกิด วัน 4 ตุลาคม พ.ศ. 2466  ตรงกับวันแรม 10 ค่ำ เดือน 10 ปีกุน


เป็นบุตรชายคนหัวปี มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 3 คน คือ

1.. หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ
2.. นายคำมั่ง แจ้งแสงใส
3.. นางทองหล่อ เพ็ญจันทร์

         มารดาคือ นางทองขาว เล่าให้เพื่อนบ้านฟังว่า ก่อนตั้งครรภ์ กลางดึกของคืนวันหนึ่งเวลาประมาณตี 3
 นางได้ฝันเห็นเทพองค์หนึ่ง มีกายเรืองแสงงดงาม ลอยลงมาจากสวรรค์ มาที่บ้านของนางและกล่าวว่า...
         เจ้าและสามีเป็นผู้มีศีลธรรม เมตตาต่อสรรพสัตว์ทั้งปวง ประกอบการงานอาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ทั้งยังสร้างคุณงาม ความดีมาตลอดหลายชาติ เราขอำนวยพรให้เจ้า และครอบครัวมีแต่ความสุขสวัสดิ์ตลอดไปและเทพองค์นั้นยังได้มอบดวงแก้วใสสะอาดสุกว่างให้แก่นางด้วย "ดวงมณีนี้ เจ้าจงรับไปและรักษาให้ดีต่อไปภายหน้า จะได้เป็นพระพุทธสาวกหน่อเนื้อพระชินวร เพื่อสืบพระพุทธศาสนา เป็นเนื้อนาบุญ ที่พึ่งของสัตว์โลกทั้งปวง"
การศึกษา
         เนื่องด้วยบุรพกรรมและสังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยงแท้แน่นอน บิดามารดาของหลวงพ่อคูณ ได้เสียชีวิตลงในขณะที่ลูกทั้ง 3 คน ยังเป็นเด็ก หลวงพ่อคูณกับน้อง ๆ จึงอยู่ในความอุปการะของน้าสาว สมัยที่หลวงพ่อคูณอยู่ในวัยเยาว์ 6-7 ขวบ ได้เข้าเรียนหนังสือ กับพระอาจารย์เชื่อม วิรโธ พระอาจารย์ฉาย และพระอาจารย์หลี ทั้งภาษาไทย และภาษาขอม ที่วัดบ้านไร่ สถานการศึกษาแห่งเดียวในหมู่บ้าน มิได้มีโรงเรียนทำการสอนเช่นในสมัยปัจจุบัน นอกจากเรียนภาษาไทยและขอมแล้ว พระอาจารย์ทั้ง 3 ยังมีเมตตาอบรมสั่งสอนวิชา คาถาอาคม เพื่อป้องกันอันตรายต่าง ๆ ให้แก่หลวงพ่อคูณด้วย นับว่าหลวงพ่อคูณรู้วิชาไสยศาสตร์มาแต่เยาว์วัย
อุปสมบท
         หลวงพ่อคูณ อุปสมบท เมื่ออายุได้ 21 ปี ณ พัทธสีมาวัดถนนหักใหญ่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2487 (หนังสือบางแห่งว่า ปี 2486) ตรงกับวันศุกร์ เดือน 6 ปีวอก โดยพระครูวิจารย์ดีกิจ อดีตเจ้าคณะอำเภอด่านขุนทด เป็นพระอุปัชฌาย์ พระกรรมวาจาจารย์ คือพระอาจารย์สุข วัดโคกรักษ์ หลวงพ่อคูณ ได้รับฉายาว่า ปริสุทโธ
         หลังจากที่หลวงพ่อคูณอุปสมบทเป็นพระภิกษุเรียบร้อยแล้ว ท่านได้ฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแดง วัดบ้านหนองโพธิ์ ต.สำนักตะคร้อ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา  (บางตำรากล่าวว่าเมื่อบรรพชาแล้วได้เล่าเรียนกับหลวงพ่อคง ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดถนนหักใหญ่ก่อน แล้ว หลวงพ่อคงจึงนำไปฝากกับหลวงพ่อแดง)
         หลวงพ่อแดง เป็นพระนักปฏิบัติทางด้านคันถธุระ และวิปัสสนาธุระ อย่างเคร่งครัด และทั้งเป็นพระเกจิอาจารย์ที่เรืองวิทยาคมเป็นอย่างยิ่ง จนเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของผู้คนและลูกศิษย์เป็นอย่างมาก
หลวงพ่อคูณ ตั้งใจร่ำเรียนพระธรรมวินัย ตามรอยพระพุทธองค์ ที่ตรัสไว้ว่า... " เทว เม ภิกขเว วิชชา ภาคิยา" ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย วิชานั้นมีอยู่ 2 อย่าง คือ
1 สมถะ ความสงบระงับแห่งจิตที่ปราศจากกิเลสอาสวะทั้งปวง
2 วิปัสสนา ความเห็นแจ้งซึ่งธรรมเบื้องสูงอันสุขุมลุ่มลึก ในทางพุทธศาสนาและจงเดินตามหนทางนั้นเถิด...
         หลวงพ่อคูณ ได้อยู่ปรนนิบัติรับใช้หลวงพ่อแดงมานานพอสมควร หลวงพ่อแดงจึงพาหลวงพ่อคูณไปฝากตัวเป็น ลูกศิษย์หลวงพ่อคง พุทธสโร ซึ่งหลวงพ่อทั้งสองรูปนี้ เป็นเพื่อนกันต่างให้ความเคารพซึ่งกันและกัน เมื่อมีโอกาสได้พบปะ มักแลกเปลี่ยนธรรมะ ตลอดจนวิชาอาคมแก่กันเสมอ
         หลวงพ่อคง พุทธฺสโร เป็นพระอาจารย์ผู้ทรงคุณทั้งทางธรรม และทางไสยเวทย์ และได้อบรมสั่งสอนให้กับ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ ด้วยความรักใคร่มิได้ปิดบังอำพราง โดยการให้การศึกษาพระธรรมควบคู่กับการปฏิบัติพระกัมมัฏฐาน น้นเรื่องการมี "สติ" ระลึกรู้ พิจารณาอารมณ์ต่าง ๆ ที่มากระทบและให้เกิดความรู้เท่าทัน ในอารมณ์นั้น เช่น เมื่อเกิดอารมณ์ "หลง" ท่านให้พิจารณาว่า...
"อนิจจัง ไม่เที่ยง ทุกขัง เป็นความทุกข์ อนัตตา ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่ของเขา สักแต่ว่าเป็นรูป เป็นนาม จึงมิใช่ของเราและของเขา”
และท่านจึงให้แนวทางพิจารณา 5 ประการ คือ
พิจารณาว่า ความเกิดเป็นเรื่องธรรมดา หาล่วงความเกิดนี้ได้
พิจารณาว่า ความแก่เป็นเรื่องธรรมดา หาล่วงความแก่นี้ได้
พิจารณาว่า ความเจ็บเป็นเรื่องธรรมดา หาล่วงความเจ็บนี้ได้
พิจารณาว่า ความตายเป็นเรื่องธรรมดา หาล่วงความตายนี้ได้
พิจารณาว่า เรามีกรรมเป็นเรื่องธรรมดา เรามีกรรมเป็นของตนเอง เรากระทำความดี จักได้ดี เรากระทำความชั่ว จักได้ชั่ว"
         ส่วนพระกัมฏฐานนั้น หลวงพ่อคงได้สอนให้ใช้หมวดอนุสติ โดยดึงเอาวิธีกำหนด “ความตาย” เป็นอารมณ์ เรียกว่า “มรณัสสติ” เพื่อให้ เกิดความรู้เท่าทัน ไม่หลงในในอารมณ์ รูป รส กลิ่น เสียง ไม่ประมาทในความโลภ ความโกรธ และความหลง กำหนดลมหายใจเข้าออกทำจิตให้เกิด สัมมาสมาธิ เรียกว่า “อานาปานสติ”
         เวลาล่วงเลยนานพอสมควร กระทั่งหลวงพ่อคงเห็นว่า ลูกศิษย์ของตนมีความรอบรู้ชำนาญการปฏิบัติธรรมดีแล้ว จึงแนะนำให้ออกธุดงค์จาริกไปตามป่าเขาลำเนาไพร ฝึกปฏิบัติธรรมเบื้องสูงต่อไป แรก ๆ หลวงพ่อคูณก็ธุดงค์ จาริกอยู่ในเขตจังหวัดนครราชสีมา จากนั้นจึงจาริกออกไปไกล ๆ กระทั่งถึงประเทศลาว และประเทศเขมร มุ่งเข้าสู่ป่าลึก เพื่อทำความเพียรให้เกิดสติปัญญา เพื่อการหลุดพ้น จากกิเลส ตัณหา และอุปทานทั้งปวง
สู่มาตุภูมิ
         หลังจากที่พิจารณาเห็นสมควรแก่การปฏิบัติแล้ว หลวงพ่อคูณ จึงออกเดินทางจากประเทศเขมรสู่ประเทศไทย เดินข้ามเขตด้านจังหวัดสุรินทร์ สู่จังหวัดนครราชสีมา กลับบ้านเกิดที่บ้านไร่ จากนั้นจึงเริ่มดำเนินการก่อสร้างถาวรวัตถุทาง พระพุทธศาสนา โดยเริ่มสร้างอุโบสถ พ.ศ.๒๔๙๖ โดยชาวบ้านได้ช่วยกันเข้าป่าตัดไม้ ซึ่งในสมัยก่อนมีอยู่มาก การตัดไม้ในสมัยนั้น ไม่ค่อยสะดวกนัก เพราะไม่มีเครื่องจักร ไม่มีถนน กว่าจะได้ไม้ที่เลื่อยแปรสภาพสำเร็จแล้ว ต้องเผชิญกับการขนย้ายที่ยากลำบาก โดยอาศัยโคเทียมเกวียนบ้าง ใช้แรงงานคนลากจูง บนทางที่แสนทุรกันดาร เนื่องจากถนนทางเกวียนนั้นเป็นดินทรายเสียส่วนใหญ่ เมื่อต้องรับน้ำหนักมากก็มักทำให้ล้อเกวียนจมลงในทราย การชักจูงไม้แต่ละเที่ยวจึงต้องใช้เวลาถึง 3-4 วัน
         แต่กระนั้น หลวงพ่อคูณ ก็สามารถนำชาวบ้านช่วยกันสร้างพระอุโบสถจนสำเร็จ (ปัจจุบันได้รื้อลงแล้ว และก่อสร้างหลังใหม่แทน) นอกจากสร้างพระอุโบสถแล้ว หลวงพ่อยังสร้างโรงเรียน กุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ รวมทั้งขุดสระน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค ยังความสะดวกสบาย และความเจริญในบ้านไร่ยิ่งนัก แม้ปัจจุบันจะไม่ได้เห็นสิ่งดังกล่าว เนื่องจากหลวงพ่อได้เปลี่ยนสิ่งก่อสร้างดังกล่าวทั้งหมด มาเป็นปูนเป็นอิฐให้สวยงามและทนทานยิ่งขึ้น
         นอกจากการก่อสร้างอุโบสถแล้ว หลวงพ่อคูณยังสร้างกุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ ขุดสระน้ำไว้เพื่อุปโภคและบริโภค และที่สำคัญยังสร้างโรงเรียนไว้เพื่อเด็กบ้านไร่อีกด้วย นอกเหนือจากนั้น หลวงพ่อคูณ ยังได้สร้างโรงพยาบาล โรงเรียน ตลอดจนบริจาคเงินทองเพื่อช่วยเหลือสาธารณะสุขต่างๆ
สร้างวัตถุมงคล
         หลวงพ่อคูณ สร้างวัตถุมงคลมาตั้งแต่บวชแล้ว ๗ พรรษา โดยเริ่มทำวัตถุมงคล ซึ่งเป็นตะกรุดโทน ตะกรุดทองคำ เพื่อฝังที่ใต้ท้องแขน ณ วัดบ้านไร่ ราว พ.ศ.๒๔๙๓
         “ใครขอ กูก็ให้ ไม่เลือกยากดีมีจน” เป็นคำกล่าวของท่าน เนื่องจากวัตถุมงคลของหลวงพ่อได้ชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ เมื่อมีผู้ถามว่า หลวงพ่อแจกให้กับคนไม่ดีเป็นโจรผู้ร้ายอย่างนี้หลวงพ่อไม่บาปหรือ “กูจะไปรู้หรือว่ามันเป็นใคร ถ้ามันเป็นโจร เมื่อมันได้รับประโยชน์จากของที่กูแจก มันคงคิดได้ว่า เป็นเพราะพระศาสนา มันจะได้เข้ามาสนใจปฏิบัติธรรม….”
         “ถ้ามีใจอยู่กับ “พุทโธ” ให้เป็นกลางๆ ไม่สอดส่ายไปไหน นั่นหมายความว่า ใจเป็นสมาธิ จะช่วยปกป้องคุ้มครองเราได้ดียิ่ง… ยิ่งกว่ามีวัตถุมงคลใดๆ ในโลก”
การปลุกเสกวัตถุมงคลของหลวงพ่อคูณ หลวงพ่อคูณจะใช้คาถาไม่กีบท
หัวใจพระคาถามีว่า
มะอะอุ นะมะพะธะ นะโมพุทธายะ พุทโธ และยานะ
แต่ในการปลุกเสก หลวงพ่อคูณจะใช้วิธี อนุโลมปฏิโลม (การต่อตามและย้อนลำดับ) เรียกว่า คาบพระคาถา
เมื่อนำหัวใจธาตุ 4 คือ นะมะพะธะ มาใช้ หลวงพ่อคูณจะภาวนาด้วยจิตอันเป็นหนึ่ง(สมาธิ) ให้อักขระทั้ง 4 นี้ เป็น 16 อักขระ ดังนี้
นะ มะ พะ ธะ
มะ พะ ธะ นะ
พะ ธะ นะ มะ
ธะ นะ มะ พะ
         ระยะเวลาการปลุกเสกของท่านใช้เวลาไม่มากนัก ขึ้นอยู่กับอารมณ์จิต ท่านเคยปรารภว่าเมื่อจะปลุกเสกวัตถุใด ใจต้องเป็นสมาธิ เมื่อใจมีสมาธิ ปลุกเสกสิ่งใดก็ขลัง ระยะเวลาหนึ่งนาทีก็ดีแล้ว แต่หากใจไม่เกิดสมาธิ ปลุกเสกทั้งคืนทั้งวันก็ไม่มีผล อย่างนี้สู้ไปทำอย่างอื่นดีกว่า
ท่านั่งยอง
         หลวงพ่อคูณ ให้เหตุผลว่า เป็นท่าที่สบายที่สุด อีกทั้งเป็นลักษณะของคนเตรียมพร้อมที่ลุกเดินไปไหนมาไหนได้ทันที จะหยิบจับอะไรก็ง่ายและสะดวกในการทำงาน
การบำเพ็ญประโยชน์ต่อสาธารณะ
         หลวงพ่อคูณ ได้จัดสร้างโรงพยาบาลถึง 3 หลัง ตลอดจนโรงเรียน และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ ยังได้บริจาคเงินทองเพื่อช่วยเหลือสาธารณะสุขต่างๆ ทุกๆวัน แต่ละเดือนเป็นจำนวนหลายแสนบาท
"หลวงพ่อคูณ เป็นคนยากจนมาโดยกำเนิด จึงอยากคิดช่วยเหลือคนอื่น การนำเงินออกไปช่วยคนอื่น ก็จะมีคนบริจาคเรื่อยๆ ถ้าเก็บไว้จะทำให้ตนตาบอด ใจก็บอดอีกด้วย จึงอยากช่วยคนอื่นอยู่เรื่อยไป วันใดไม่มีคนมาขอเงิน ก็ไม่ค่อยสบายใจ”
ข้อห้าม ข้อควรปฏิบัติ
         หลวงพ่อคูณ สั่งว่า เมื่อมีพระเครื่องของหลวงพ่อคูณ ติดตัว ให้ภาวนา "พุทโธ" ทำจิตให้เป็นสมาธิแน่วแน่ ละเว้นถ้อยคำด่าทอ ค่าพ่อแม่ตน และพ่อแม่บุคคลอื่น และอย่าผิดสามีหรือภรรยาผู้อื่น ให้สวยมนต์ก่อนเข้านอนทุกคืน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด และหวงพ่อคูณย้ำว่า "ถ้ามีใจอยู่กับ พุทโธ ให้เป็นกลาง ๆ ไม่สอดส่ายไปที่ไหน นั่นหมายความว่า ใจเป็นสมาธิ จะช่วยปกป้องคุ้มครองเราได้ดียิ่ง...ยิ่งกว่ามีวัตถุมงคลใด ๆ ในโลก"
คาถาที่หลวงพ่อคูณใช้บริกรรมเวลานั่งสมาธิ
เวลาหายใจเข้า ให้บริกรรมว่า ตาย
เวลาหายใจออก ให้บริกรรมว่า แน่
เป็นตายแน่... ตายแน่... ตายแน่ไปเรื่อย ๆ จะรู้สึกสบาย จิตสงบ

7





ด้วยความรัก ท่วมท้น ล้นดวงจิต

ด้วยชีวิต เทิดองค์ พระทรงศรี

ด้วยภูมิใจ เป็นรองพระบาท ในชาตินี้

เกิดอีกที ขอเป็นรองพระบาท ทุกชาติไป






ขอกราบ..ดวงใจ.ทุกดวง.ที่แสนรักพ่อหลวง

ร่วมกันเฝ้ารอเวลา..กราบเทวดา..อย่างคนสามัญ

เหนื่อยเพียงไหน นานเท่าไหร่ก็จะรอ

ได้เห็นพลังรักที่ยิ่งใหญ่ของประชาชนที่มีต่อ..ในหลวง  รัชกาลที่ ๙

เพื่อ..ช่วงเวลาที่จะได้พบ กับ.พ่อหลวง.นั้นจะสั้นเพียง 1 กราบ

แต่จะเป็นสัมผัสที่ ไม่มีวันลืม จนวันตาย

 รัก และ เทิดทูน พระองค์ท่านที่สุด

 เป็นบุญของพวกเราที่เกิดมาในรัชสมัย ของพระมหากษัตริย์ ผู้ประเสริฐสุดเช่นนี้

เชื่อว่าในภพนี้คงมิมีการถวายคารวะการเทิดทูน

แสดงความ จงรักภักดี อันยิ่งใหญ่ ดั่งนี้อีกแล้ว

ความงดงาม และเต็มไปด้วย ความรักที่มีต่อพระองค์ท่านจริงๆ

เป็นภาพประวัติศาสตร์ของชาวไทยที่มีความรัก

และ จงรักภักดีต่อพ่อหลวง แม้จะลำบากแค่ไหนก็ขอ

ได้มากราบถวายบังคม พระศพ สักครั้งหนึ่งในชีวิต

พสกนิกรของพระองค์  ภาคภูมิใจที่สุดหาอื่นใดเปรียบได้.....

เกล้ากระหม่อมขอน้อมกราบส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ทิพยวิมานอันวิมุตติสุข

ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

พ่อหลวงยังอยู่ในใจลูกตลอดกาล






สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเดินทาง ..ไปไหว้พ่อหลวง..

...เหนือเช้า.ย่อมมี..เช้ากว่า ..บางคนรอตั้งแต่สี่ทุ่ม

...คนไทยหลายคนไม่ค่อยเข้าใจคำว่า " ต่อคิว "

....แถมให้อีกคำนึงที่น่าจะเข้าใจตรงข้ามคือ "ไม่ต้องรีบ"

...คงเป็นที่ ๆ เดียวที่ใช้คำว่า "รีบไปหาพ่อเหรอ"  แล้วมีแต่รอยยิ้ม

.....เวลาที่เดินในแถว เราจะรู้สึกถึงคำว่า วินัยใส่อารมณ์ จากผู้ดูแล

.....แต่อย่าไปโกรธแกเลย ถ้าเราดูแลคนเป็นหมื่น ๆ แบบเค้าเราจะเข้าใจ

.....อาหารอะไรที่ต่อด้วยคำว่า ..พระราชทาน รสชาติดีจริง ๆ แม้จะเป็นน้ำเปล่าก็เถอะ

.....สิ่งงดงามที่สุดที่มนุษย์สร้างขึ้นให้มนุษย์ด้วยกันเรียกว่า ..น้ำใจ

.....เห็นคนเฒ่าคนแก่ แบ่งปันยาดม พี่ข้างหลังยื่นผ้าแข็งให้

     ทั้ง ๆ ที่แกมีอยู่แผ่นเดียว ไม่ได้ใช้แต่เย็นใจอย่างบอกไม่ถูก

8
ห้องข่าวหวย / Re: ข่าวหวย 16 กันยายน 2560
« เมื่อ: 13 กันยายน 2017, 19:02:17  »
!!! ..."แหลม"...แหล่ม !!!

"แหลม ศรีสะเกษ"แชมป์โลก


กระหึ่มโลก!! คนไทยได้เฮ "เจ้าแหลม" ศรีสะเกษ ชนะน็อค โรมัน กอนซาเลซ อดีตแชมป์โลก!! อีกหนึ่งความภูมิใจของคนไทย??!!


คว้าเข็มขัดแชมป์โลกรุ่นซูเปอร์ฟลายเวต สภามวยโลก WBC รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท 115 ปอนด์











เจ็บจริง!!...นายกฯชกหน้า นักมวย!!


"นายกฯบิ๊กตู่" ทำ"ศรีสะเกษ" กรามเกือบหัก ชกมา ไม่ทันตั้งตัว เจ้าตัว รับ"เจ็บ เหมือนกัน" เผย "นายกฯ"ชม แฟนสวย
"แหลม ศรีสะเกษ" นายวิศักดิ์ศิลป์ วังเอก แชมป์เปี้ยน สภามวยโลกรุ่น ซูเปอร์ฟลายเวท เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.
ศรีสะเกษ เผยว่า นายกฯได้ลอง ชกมวย โดยพุ่งหมัดขวามา จนกรามเกือบหัก เพราะชกมา โดยไม่ได้ตั้งตัว เจ็บเหมือนกัน
แต่ดีใจที่ได้พบนายกฯอีกครั้ง โดยนายกฯบอกให้ดูแลร่างกายดีๆ
ศรีสะเกษ เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ อยากให้ป้องกันแชมป์ไว้ให้นานที่สุด เพื่อเป็นขวัญใจของชาวไทยทุกคน
นายกฯถามว่า จะแต่งงานวันไหน เมื่อไหร่ พร้อมชม "น้องเก๋"เป็นคนน่ารัก สวย
ศรีสะเกษ เผยว่า เดิมจะชวน พล.อ.ประยุทธ์ ไปร่วมงานแต่ง แต่ไม่กล้า
โดยยืนยันว่า แม้จะแต่งงานแล้วก็จะยังชกมวยต่อไป
"ส่วนตัวตอนนี้ ไม่อยากได้อะไร แค่อยากทำเพื่อประเทศชาติเท่านั้นพอ"
ศรีสะเกษ เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า ให้เรียนให้จบ เพราะถ้า เรียนจบแล้วก็อยากติดนายยศร้อย ตำรวจ
ทั้งนี้ ชีวิตตนเองนั้น กว่าที่จะมาถึงทุกวันนี้ เป็นเรื่องลำบากอย่างมาก เพราะเคยเป็นทั้ง รปภ. คนเก็บขยะ สู้ความลำบากกับแฟน มาตลอด
นายกฯ ยังได้มอบกระเป๋า ให้น้องเก๋ เพื่อเป็นของขวัญวันแต่งงาน



 ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น เกิดเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2529 ที่ตำบลแต้ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ปัจจุบันอายุ 30 ปี




9
รวบหนุ่ม...ปลอมเฟส..ผอ.สลากฯ



















รวบหนุ่มปลอมเฟสผอ.สลากฯ


ใบ้หวยตุ๋นเหยื่อการันตีเลขล็อคถูกชัวร์



 
วันนี้ (13 กันยายน 2560) เวลา 14.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แถลงข่าวจับกุมนายสมศักดิ์ สุขมั่น ผู้ต้องหากระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน

โดยแสดงตนเป็นคนอื่น ชักชวนให้ผู้อื่นเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

 และนำภาพของผู้อื่นเข้าระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนโดยทั่วไปเข้าถึงได้ ซึ่งเกิดจากการสร้างขึ้น

ด้วยวิธีทางอิเล็คทรอนิกส์หรือวิธีอื่น โดยทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง

พลตรีฉลองรัฐฯ ผู้อำนวยการ กล่าวว่า สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลขอขอบคุณกองบังคับการปราบปราม

 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ให้ความร่วมมือเร่งสืบสวนและดำเนินการตรวจสอบ เฟสบุ๊คอ้างชื่อ

พลตรี ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ให้เลขท้าย 2 ตัว 3ตัว (อ้างว่าเป็นเลขล็อค จากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล)

 แล้วเรียกเก็บค่าสมาชิกรายละ 30,000 บาท ซึ่งเป็นการหลอกลวงประชาชน มีผู้ตกเป็นเหยื่อจากการหลงเชื่อเป็นจำนวนมาก

ซึ่งกองบังคับการปราบปรามได้เร่งรัดสืบสวนตามกฎหมายและสามารถจับกุมผู้ต้องหากระทำความผิดดังกล่าวได้ในเวลาที่รวดเร็ว

พลตรีฉลองรัฐฯ กล่าวเพิ่มเติมว่าสำนักงาน ฯ ขอยืนยันว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการหลอกลวงทั้งสิ้น

ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในกระบวนการออกรางวัลของสำนักงานฯ ที่ได้กำหนดให้ป้องกันผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าถึงอุปกรณ์

และกำหนดให้มีการสุ่มอุปกรณ์ออกรางวัล, พนักงานออกรางวัล, กรรมการออกรางวัล

อย่างเป็นขั้นตอนก่อนทำการเสี่ยงผลรางวัลทุกครั้ง ทำให้ไม่มีผู้ใดทราบผลรางวัลก่อนการออกรางวัลจริงได้

กระบวนการดังกล่าวผ่านการรับรองตามมาตรฐานสากลด้านการออกรางวัล (ISO 9001 :2015)

ซึ่งการออกรางวัลในแต่ละครั้ง ประชาชนสามารถรับชมได้ด้วยตนเอง ณ สถานที่ออกรางวัล

หรือรับชมการการถ่ายทอดสดได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐ ทีวี ตั้งแต่เวลา 14.00 น.

 สถานีโทรทัศน์ข่าวสปริงนิวส์ ตั้งแต่เวลา 14.30 น.และทางสถานีวิทยุโทรทัศน์

แห่งประเทศไทย NBT กรมประชาสัมพันธ์ ตั้งแต่เวลา 15.00 – 16.00 น.

รวมทั้งรับฟังการถ่ายทอดเสียงทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยกรมประชาสัมพันธ์

 และสถานีวิทยุสปริงส์ เรดิโอ เอฟเอ็ม 98.5 เมกกะเฮิร์ทซ์ ตั้งแต่เวลา 14.30 น. เป็นต้นไป

 และตรวจสอบขั้นตอนการออกรางวัลย้อนหลังผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักงานฯ www.glo.or.th

 ได้ทุกงวดการออกรางวัลตลอดเวลา

ในส่วนของผู้ต้องหาเองให้การยืนยันว่าตัวเลขที่นำมาส่งให้ประชาชนเป็นตัวเลขที่สุ่มขึ้นเอง

 โดยแอบอ้างชื่อผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือเท่านั้น

 จึงขอเตือนพี่น้องประชาชนอย่าได้หลงเชื่อการแอบอ้างของมิจฉาชีพว่าสำนักงานฯ

 มีเลขหลุดจากภายในสำนักงานฯ หรือการหลอกลวงบอกใบ้เลขเด็ดผ่านจดหมายหลอกลวงหรือสื่อออนไลน์

 รวมถึงการแอบอ้างว่าชื่อสำนักงานฯ หลอกลวงในเรื่องต่างๆ หากหลงเชื่อจะสูญเสียทรัพย์จำนวนมากได้

ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ call center

 โทร 0 2528 9999 และ 0 2345 1466 ตลอด 24ชั่วโมง.

10
ห้องข่าวหวย / ข่าวหวย 16 กันยายน 2560
« เมื่อ: 13 กันยายน 2017, 18:08:10  »
ธงชาติไทย ครบ 100 ปี






ความหมายของธงชาติ
เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงความเป็นชาติของประเทศชาติต่างๆ ที่ยอมรับกันโดยทั่วไป ซึ่งแต่ละประเทศ ธงชาติจะมีสีที่แตกต่างกันละคล้ายคลึงกันบ้าง (ตามพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน นิยามคำว่า ธงชาติ ไว้ว่า ธงชาติ น. ธงที่มีความหมายถึงประเทศและชาติใดชาติหนึ่ง
"ธงไตรรงค์ ธงชาติไทย"
เป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทยหรือชาติไทยที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ และศักดิ์ศรีในความเป็นไทย ซึ่งมีความหมายแสดงความเป็นเอกราชอธิปไตยของชาติ รวมทั้งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ธงชาติจึงมีความศักดิ์สิทธิ์ต้องได้รับความเคารพอย่างสูง และยังมีความสำคัญทางจิตใจที่แสดงถึงความรักชาติ ความรู้สึกที่มีร่วมกันของคนในชาติ นอกจากนั้นยังเป็นเสมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อาจลบหลู่ และสามารถเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในชาติ เพื่อจะได้ดำรงไว้ซึ่งความเป็นปึกแผ่นของประเทศไทยให้ยั่งยืนตลอดไปชั่วกาลนาน


ธงสยามหรือธงชาติไทยมีมาตั้งแต่เมื่อใดไม่ปรากฏเป็นที่แน่ชัด เท่าที่พบหลักฐานเชื่อกันได้ว่าน่าจะเกิดขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เพราะปรากฏเรื่องราวอยู่ในหนังสือจดหมายเหตุของฝรั่งเศส





พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงทดลองวาดภาพธงสามสีลงในบันทึก ทรงเห็นว่างดงามดีกว่าริ้วขาวแดงที่ใช้อยู่ ต่อมาเมื่อเจ้าพระยารามราฆพ (ขณะนั้นยังเป็นพระยาประสิทธิศุภการ) ไปเฝ้าสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ได้นำแบบธงไปถวายเพื่อทูลขอความเห็น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานาถก็ทรงเห็นชอบ และรับสั่งว่าถ้าเปลี่ยนในขณะนั้นจะได้เป็นอนุสรณ์ในการเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ ๑ ด้วย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดให้พระยาศรีภูริปรีชา ร่างประกาศแก้แบบธงชาติสยาม และได้ทรงนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะเสนาบดีเพื่อฟังความเห็น ที่ประชุมลงมติเห็นชอบธงสามสีตามแบบที่คิดขึ้นใหม่

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชบัญญัติธงขึ้นเรียกว่า พระราชบัญญัติธง พระพุทธศักราช ๒๔๖๐

 ออกประกาศเมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๐ มีผลบังคับใช้ภายหลังวันออกประกาศ

ในหนังสือราชกิจจานุเบกษาแล้ว ๓๐ วัน ซึ่งต่อมาธงสยามแบบล่าสุดนี้ถูกเรียกว่า "ธงไตรรงค์"


11
ห้องข่าวหวย / Re: ข่าวหวย 1 กันยายน 2560
« เมื่อ: 30 สิงหาคม 2017, 17:47:09  »
"ป๋า"97











พลเอก เปรม ติณสูลานนท์

ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ

อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 16

เกิดเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2463...(97 )

 เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย ศาสนาพุทธ

เกิดที่บ้านบ่อยาง เลขที่ 788 ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา

เป็นบุตรของรองอำมาตย์โทหลวงวินิจทัณฑกรรม (บึ้ง ติณสูลานนท์)

ตำแหน่งพะทำมะรง (พัศดี) เมืองสงขลา  กับนางวินิจทัณฑกรรม (ออด ติณสูลา-นนท์) มีพี่น้อง 8 คน

12
ห้องข่าวหวย / Re: ข่าวหวย 1 กันยายน 2560
« เมื่อ: 30 สิงหาคม 2017, 17:27:17  »
หลวงปู่แย้ม   วัดสามง่าม  มรณภาพแล้ว

สิริอายุ  102  ปี 79   พรรษา









ลูกศิษย์สุดอาลัย หลวงปู่แย้ม "หลวงปู่5แผ่นดิน" เกจิดังแห่งวัดสามง่าม อ.ดอนตูม จ.นครปฐม มรณภาพแล้ว สิริอายุ102ปี 79พรรษา หลังอาพาธด้วยโรคชรา เข้าออกโรงพยาบาลมาตลอด เตรียมเคลื่อนย้ายสรีระสังขารมาจัดพิธีที่วัด... วันที่ 27 ส.ค. พระครูสันติธรรมานันท์ เจ้าอาวาสวัดลำลูกบัว เปิดเผยว่า  พระครูประยุตนวการ หรือ หลวงพ่อแย้ม ฐานยุตโต สิริอายุ 102 ปี 79 พรรษา พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งวัดสามง่าม ต.สามง่าม อ.ดอนตูม จ.นครปฐม ได้มรณลง หลังหลวงปู่แย้มได้เข้าพักรักษาตัวที่ รพ.ธนบุรี 1 ทั้งนี้ หลวงปู่แย้ม ซึ่งมีอายุมากกว่า 100 ปี ก่อนหน้านี้ได้เข้าออก โรงพยาบาลมาประมาณ 4 เดือน มีการปั๊มหัวใจจนกลับมาได้ ขึ้นมา 1 ครั้ง กระทั่งเช้าของวันนี้ เวลาประมาณ 06.40 น.ที่ผ่านมา หลวงปู่แย้มได้มรณภาพลงอย่างสงบ ด้วยโรคชรา ขณะนี้รอกำหนดการว่าจะทำการย้ายสรีระสังขารของท่านมาที่วัดสามง่ามในวันเวลาใด





13
ห้องข่าวหวย / Re: ข่าวหวย 1 กันยายน 2560
« เมื่อ: 30 สิงหาคม 2017, 17:21:27  »
ครบ 100 ปี  ตรัง


งวด 1 กันยายน 2560 นี้กองสลากได้สัณจรไปออก ที่ จ.ตรัง















14
ห้องข่าวหวย / Re: ข่าวหวย 1 กันยายน 2560
« เมื่อ: 30 สิงหาคม 2017, 17:13:08  »
“บิ๊กตู่”   ร่วมงานสถาปนา ร.21 รอ.








     

             ผู้สื่อข่าววิหคนิวส์ ติดตามภารกิจพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาในวันนี้เวลา9.00 น.พลเอกประยุทธ์เดินทางมาถึงกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์(ทหารเสือราชินี) ชลบุรีพร้อมด้วยพลโทอภิรัชต์ คงสมพงษ์แม่ทัพภาคที่ 1โดยมีพันเอกอมฤต บุญสุยา ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21รักษาพระองค์ให้การต้อนรับ

     พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาได้เป็นประธานในงานวันครบรอบ 67 ปีวันสถาปนากรมทหารราบที่ 21รักษาพระองค์ที่ชลบุรี พร้อมกับตรวจแถวกองเกียรติยศ ซึ่งปกติจัดขึ้นในวันที่ 21 สิงหาคมของทุกปี แต่ปีนี้เลื่อนมาเป็นวันนี้เนื่องจากพลเอกประยุทธ์ ติดภาระกิจประชุม ครม.สัญจรที่นครราชสีมาในวันดังกล่าว
         หลังจากเสร็จพิธีอย่างเป็นทางการแล้วพลเอกประยุทธ์ได้ทักทายกับนายทหารและทหารชั้นประทวนที่เคยเป็นลูกน้องสมัยพลเอกประยุทธ์ดำรงตำแหน่งผบ.กรม.ที่นี่ด้วยอารมณ์ดีเป็นพิเศษ


15
ห้องข่าวหวย / ข่าวหวย 1 กันยายน 2560
« เมื่อ: 27 สิงหาคม 2017, 18:40:29  »
"วันแม่แห่งชาติ"















12 สิงหา เฉลิมพระชนมพรรษามหาราชินี

 ◎ เนื่องในศุภวาระมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (ในรัชกาลที่ ๙)
ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๘๕ พรรษา
ในวันที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐
ปวงข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายชัยมงคล
ด้วยอานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย
และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล
อีกทั้งพระบรมเดชานุภาพ
แห่งสมเด็จพระบุรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า
และอำนาจแห่งความจงรักภักดีของเหล่าพสกนิกรทั่วหล้า
จงเป็นพลวปัจจัยอันอุดม อำนวยให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ทรงพระเกษมสำราญเป็นนิตย์ ทรงเจริญด้วยจตุรพิธพรมิคลาย
โรคอุปัทวันภยันตรายมิแผ้วพาน สถิตประดิษฐานเป็นศรีมิ่งแม่แห่งแผ่นดิน
ทวยราษฎร์ทั่วรัฐสีมาราชอาณาจักรแช่มชื่นชีวิน
เป็นสุขสโมสรด้วยพระบารมี โสตถิ์เทอญ ๚


#นวมินทราชินีอาศิรพาท

◎ นวมินทราชินีศรีสยาม

ทรงงดงามจริยวัตรสวัสดิ์ศรี

สนองพระคุณนวมรัชชจักรี

พระเป็นศรีพระสรวลสยามินทร์

◎ เสด็จด้วยในทุกด้าวเสด็จทั่ว

พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำชื่นทั่วถิ่น

ราชินีคือป่าคุ้มชีวิน

ทั่วแผ่นดินพระร้อยรักฟูมฟักประชา

◎ วาระนี้ศรีสวัสดิ์พิพัฒน์ผล

มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา

น้อมถวายชัยมงคลเทิดบุญญา

ไทยถ้วนหน้าแซ่ซ้องทรงพระเจริญ ๚ะ๛




ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า นามปากกา เจ๊วู
๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐







 วันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี เป็น"วันแม่แห่งชาติ"

 ตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

 และถือเป็น "วันแม่แห่งชาติ" ของประเทศไทยที่ทุกคนให้ความสำคัญ

 ซึ่งนับตั้งแต่วันแม่แห่งชาติเมื่อปี 2544 เป็นต้นมา

 ก็จะมีการตั้งคำขวัญประจำวันแม่แห่งชาติ เพื่อให้ลูก ๆ ทุกคน

ได้แสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อมารดา

          และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง ที่วันแม่แห่งชาติ ตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา

 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญ

วันแม่แห่งชาติแก่สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย

 ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อจะนำไปเผยแพร่เทิดพระคุณแม่ทั่วประเทศ

หน้า: [1] 2 3 ... 16