ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 


แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - เจ๊วู

หน้า: [1] 2 3 ... 14
1




แทงหวย ช่วย แม่ !!!!

 47   มี บ้านขายบ้าน มีรถขายรถ

 เรื่อง "หวย" นี่คือ ทีเด็ดเลยนะที่แกจะเอามาช่วย..!!!!

  เด๋วนี้เขาดูตรง ๆ ไม่ต้องแปลให้ดูจากป้าย..ทะเบียน..ค่ะ

โถ่ ...แล้วทำไมดันไม่บอกแต่แรก พอออกแล้วดันเฉือกมาโชว์ให้เจ๊บใจ หงุดหงิดวุ๊ยย !!!!


หวยล็อกได้ไหม!!!
 
 คุณลุงคุณป้าแถวบ้าน แกเชื่อหัวเด็ดตีนขาดเลยว่ามันล็อคได้ 



  โดยเฉพาะ..งวดที่แกไม่ถูก  !!!


ถ้าล็อคไม่ได้ กลม บางกรวย มันจะโดนยัดคุกข้อหาล็อคหวยเหรอ หลักฐานมีอยู่ทนโท่


 
   


ประตูสวรรค์ชำรุด  ตกหลุมอากาศ“เจ้ามือ” เจ็บหนัก จะฝ่าพายุไหวมั้ย ?

ยังคิดถึงคำพูดนี้ติดหูเสมอ


 "หวย " ไม่ต้องไปปราบมันหร๊อก เดียวมันก็หมดไปเอง"


"มวยวัด…ซัดกับ มวยอาชีพ"

ถึงเขาจะแน่แค่ไหน…แต่เราก็แน่เหมือนกัน

จะไปกลัวทำไม หนึ่งสมอง สองมือเท่ากัน

ลองดูสักยก…เคยไหม??
……

เหมือนเอาคนไม่เป็นมวย หรือ "มวยวัด"

ขึ้นเวทีไปชกกับคนที่เป็น "นักมวยอาชีพ" เลยนะ

หนึ่งสมอง สองมือ เท่ากันก็จริงอยู่

แต่มีแค่ใจห้าวๆ ขึ้นเวทีไป ไม่ไหวนะ

กับบางคนที่เขาผ่านการฝึกซ้อมมาอย่างดี

มีระเบียบวินัย ในการใช้ชีวิตเป็นอย่างดี

มีระเบียบวินัย ในเรื่องการเงินเป็นอย่างดี

เจอปัญหา ผลิกตำราหาแนวทางแก้ไข ยังแก้ไม่ได้เลย

ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องดวลกับ สถานะการณ์แบบนี้

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแนวคิด หรือวิธีการ

การตัดสินใจ หรือการแก้ไขปัญหา

ควรวิเคราะห์ให้ดีก่อนนะ


เขา…"เป็นคนออก" .??

และเราเป็นฝ่ายตั้งรับอย่างเดียว…??


ฝึกซ้อมมาดียังไง เทคนิค แนวคิด

มันเพียงพอ ที่จะเดินขึ้นไปชกกับเขาหรือ.??

ถึงแม้คนส่วนใหญ่จะเอาใจช่วย..มวยรอง

แต่ลองตรองดูให้ดีก่อน..เปิดศึกนะ

ไม่อยากให้ต้องเป็นมวยวัด…

เดินไปให้เขา...อัด.. แบบ "ฝ่ายเดียว"ตายเลย น่ะ


เขากำลังปราบหวย ฝืนสู้ไปมันก็มีแต่ แพ้ซ้ำ แพ้ซาก

แพ้แล้วไม่เรียนรู้ความผิดพลาดเสียทีน่าขัดใจจริงๆ

กรุณา ..งดกัด.. แล้วเอาเวลาไปหาวิธีทำงานดีๆแบบโดนใจมาแข่งกับเค้าดีกว่า

จะเป็นพระคุณต่อกองเชียร์เป็นอย่างยิ่งเลยนะ


นี่ก็..โค้งสุดท้าย...แล้วนะ..!!!!



ถ้าลำบากใจกับการตัดสินใจ

ในการเลือกที่ จะอยู่ หรือ จะไป


…จะใช้อะไรมาช่วยตัดสินใจ..??


บางคนที่ยอมทนอยู่อย่างเจ็บปวด

ด้วยการทำแบบเก่าๆ ที่ไม่ถูก Update

ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

ทำงานระบบเก่าๆรับแบบ บ้าคลั่ง ไม่ลืมหูลืมตา

"ทนอยู่อย่างไร้ค่า…สูญสิ้น หมดราคา"

เพื่อ...????

บ้างคนมีเครื่องไม้เครื่องมือ  สารพัน แต่ก็ยังเห็นล่มเหลว

จริงๆมันก็แค่เป็นเกมกด ธรรมดาเครื่องหนึ่งเท่านั้นเอง

ผลยังไม่ออก วาดวิมานไว้มันก็สวยหรู่


ก็แค่… "เดินออกมาจากตรงนั้น"

ใครจะคิดว่าคุณโง่งี้เง้าไม่ฉลาด…ก็ช่างเขาปล่อยเขา

อาจจะได้พบทางออกแบบไม่คาดฝัน

และคำตอบมันอาจจะเดินทางมาหาเอง

ลองเปิดโอกาสให้กับตัวเองดูนะ

ช่วงนี้ มันดุ ทำได้แค่ค่อยๆประคองตัวเองไปก่อน

 วันหน้าฟ้าเปิดอยากลุย ค่อยว่ากัน

มีหลายแบบขึ้นอยู่กับว่าอยากเป็นแบบไหน

...ลองรับ..แบบชาวสวน..ดูบ้างเป็นไร

มีรายได้ไม่มากอยู่แบบสบายๆไม่เป็นหนี้เป็นสินใคร

แต่..ช่วงไหนโดนพายุ พืขไร่ในสวนเสียหายไปบ้างก็ต้องทำใจ

ปลูกพืชขึ้นมาใหม่ทดแทน ..รับรองว่า..จบสวย



....รับแบบ...เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้.. บู้ สะบั่น หั่นแหลก ..กูสู้ตาย ..

ได้ก็ได้เยอะถึงขั้นเป็นเศรษฐีในชั่วพริบตา

 แต่คำว่า..เจ้าพ่อ.. ก็รู็ ๆ อยู่นะจุดจบเจ้าพ่อต้อง..ตายโหง..กันทุกคน



บางที การเดินทางของแต่ละคน

ถ้าไม่เอาจิตไปผูกไว้ กับความทุกข์ที่อยากจะได้เยอะๆตรงนั้น

คุณก็อาจจะได้พบกับความสุขในการทำงานมากขึ้น

ในแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนก็ได้นะ ได้น้อย ๆ แต่..ได้นานๆ

"ทุกข์เกินไป…ก็แค่ถอยออกมา"

ทำไหมจะต้องทนอยู่กับความทุกข์นานๆ ทำไหม

ทนทุกข์อยู่แบบซ้ำๆ เดิมๆ โดยไม่มีความสุข

ทนอยู่อย่างนั้น…เพื่ออะไร.??

แค่ความรู้สึกและอุดมการณ์ …"มันไม่พอ"

โลกความจริง มันมีอะไรที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย

พอออกมาแล้ว ความฝันที่เราตั้งใจไว้

มันอาจจะ "หักหลังเราในโลกความจริง" เมื่อไรก็ได้

ก่อนตามหาความฝันของตัวเอง


สำรวจความเป็นจริงให้ดีก่อนนะ เวลา ปัจจัย สถานการณ์ เหมาะสมแล้วหรือยัง

ทุกคนย่อมเคยผิดพลาด และมีอดีตด้วยกันทั้งนั้น

มันขึ้นอยู่กับว่า…คุณจะเลือก "จม" อยู่กับมัน

หรือคุณจะเลือก "เรียนรู้" จากมัน

สำคัญที่สุดคือ คุณต้องใช้อดีต ในการผลักดันตัวเองไปสู่ "อนาคต"

ในชีวิตจริง…เราก็ยังพบเห็นผู้ที่ไม่ยอม "จม" อยู่กับอดีตนะ

มันคือบทเรียนของชีวิต คุณอาจจะพลาดไป…แต่ไม่เป็นไร

เพราะมัน…"ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตคุณ"

จงใช้บทเรียนนั้น เป็นแรงผลักดันเพื่อก้าวสู่อนาคตที่ดี

คุณอาจจะต้องออกแรงมากกว่าคนอื่น

นั่นเพราะคุณไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์

แต่เพราะ…คุณต้องเริ่มจากจุดที่ "ติดลบ"

ถ้าคุณยอมรับและพร้อมจะออกแรงมากกว่า…

เชื่อไหมว่าพอคุณประสบ...ความสำเร็จ

คุณจะ..ยิ่งใหญ่..และ..ภูมิใจ..ในตัวเองมาก

 เคยล่มเหลวมาก่อน กว่าจะผ่านงานแต่ละงวดก็แสนลำบาก

บางที่พอได้แล้วก็ไม่สมใจ…

ก็ สู้ๆๆๆ ทำๆๆ จนทุกคนยอมรับ

ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องไปก่อน แล้วค่อยกลับมาสู้นะ

แค่ต้องการชื่นชมว่า…หากกลับมาได้จากจุดที่ "ติดลบ" ด้วยการทุ่มเทแรงใจ แรงกาย

 มากกว่าคนอื่น

อยากบอกคุณว่า… "คุณยิ่งใหญ่มาก"


ด้วยความปรารถนาดี



เจ๊วู

2




Q:คบแฟนมา 3 ปี พอแต่งงานได้ไม่กี่เดือน
    แฟนก็บอกว่า หมดรักแล้ว ขอเลิก
   เลยช็อคทำอะไรไม่ถูก ยอมรับไม่ได้
   วันนี้ทุกข์ที่สุด เสียใจร้องไห้ คิดถึงช่วงเวลาดีๆเฝ้าถามตัวเองว่า
    เราทำอะไรผิดไป ทำไมเราถึงต้องเจอเรื่องเเบบนี้คะ
    พี่ช่วยชี้เเนะเเนวทางด้วยนะคะ "

................................



เคยได้ยินไหม ที่เขาว่า พระเจ้าสร้างผู้หญิงขึ้นจากกระดูกซี่โครงซี่หนึ่งของผู้ชาย

ผู้ชายถึงรู้สึกเสมอว่า เวลามีผู้หญิงอยู่ใกล้แล้วเหมือนเจอชิ้นส่วนที่ขาดหาย

 แต่อย่าถามนะ ว่าแล้วทำไมผู้ชายบางคนถึงไม่ชอบผู้หญิง แต่ชอบผู้ชาย

สงสัยพระเจ้า จะหยิบซี่โครงผิด



หลายคนชอบพูดว่า  "ความรักชนะทุกสิ่ง"

ไม่จริงหรอก ความรัก ชนะ ความโง่ ไม่ได้นะ

 เพราะบางคนยิ่ง รักมาก ก็ยิ่งโง่มาก

 เวลาคนอกหักมาถามปัญหา มักจะมีประโยคนี้ขึ้นต้นๆเสมอ

นั่นคือประโยคว่า "เรารักกันมาก" รักอย่างเดียวจะมากแค่ไหน

ถ้าไม่ประกอบด้วยสติ  ปัญญา มันก็ไม่พอนะ

โบราณว่า ความรักทำให้คน ตาบอด เพราะมันทำให้เราไม่มองทางออก

บางคนมอง แต่มองผิดทางเลยไม่เห็น

พอโดนเททิ้งเหมือนน้ำซุปก้นชาม ก็เอาแต่คร่ำครวญ

แล้วถามว่า ทำไม ชั้นทำอะไรผิด

ตอบให้ว่า..ไม่ได้ทำอะไรผิดหรอก แค่ไม่ฉลาด ขาดสติ
 
สิ่งหนึ่งที่เราควรจะรู้คือ "คำถามสำคัญกว่าคำตอบ" เพราะถ้าถามคำถามถูก

 คุณจะมีทางออกให้ชีวิต จะเข้าใจอะไรมากขึ้น

แต่ถ้าถามคำถามผิด คุณจะรู้สึกว่าชีวิตทำไมมันบัดซบอย่างนี้

 ทั้งๆที่เรื่องของเรื่องมันไม่มีอะไรเลย

 แต่ จิตใจเราดันเอา  ความสุขในชีวิต

ไปยึดไปผูกติดกับ..คนๆเดียว จนตัวเองเป็นทุกข์


 ทำไมต้องถามหาเหตุผลในเรื่องที่จบไปแล้ว"

และที่สำคัญคือ " จะใช้ชีวิตที่เหลือยังไง ให้มีคุณค่า มีประโยชน์

พาตัวเองไปสู่ทางของ..ความสุข ห่างไกลจากทุกข์ "

มีสติมากๆ อย่าคร่ำครวญ แล้วอย่าทำสิ่งที่ไม่มีประโยชน์

หยุดทำสิ่งที่ไม่ควรทำ เลือกทำสิ่งที่มีประโยชน์และควรทำ

เช่นตั้งสติ ไปอาบน้ำ ประแป้งแต่งตัว ไปทำงานทำการ รับผิดชอบงานในหน้าที่

 ใช้ชีวิตให้ปกติ ทำให้ชีวิตดีงาม สว่าง เจริญขึ้น แบบนี้ดี ควรทำ และมีประโยชน์

การคร่ำครวญ การเอาแต่ถามว่า ทำไมๆๆ นี่ไม่มีประโยชน์

แต่ถ้าจิตยังติดยังข้องในความทุกข์ โศกเศร้าร่ำไรรำพัน ก็มีสติ รู้ทัน

ไม่เป็นไร คนเรามีเวลาสุขได้ เศร้าได้ เป็นธรรมดา

แต่มีสติให้มาก ทำตัวเป็นคนรู้ คนดู ดูจิตใจตัวเอง เสมือนหนึ่งว่า

รู้อยู่ กับ ปัจจุบันให้มากไว้ เพราะไอ้ที่ติด มันคือเรื่องอดีต มันจบไปแล้ว

 ถ้ากลับมาอยู่กับปัจจุบันได้ ก็ไม่มีอะไรต้องทุกข์

ที่ว่าติดอยู่น่ะ ก็แค่ความคิดเท่านั้นแหละ ลองไปดูสิ

 ถ้าไม่คิด อดีตมันจะทำร้ายเราได้ทางไหน ไม่มีเลย

ความคิดนี่ ถ้าเราแค่มีสติ รู้ทันจิตที่กำลังคิด ความคิดมันจะดับเองอัตโนมัติ

 ไม่ต้องพยายามห้ามอะไรเลยไม่รู้จะรู้ทันความคิดยังไง

การคร่ำครวญถึงคนที่เขาเดินออกไปจากชีวิตเราแล้ว

เป็นเรื่องที่คนฉลาดหรือคนโง่ทำ เราจะทำตัวเองให้โง่

หรือจะทำตัวเองให้ฉลาด

 ตั้งสติและ be strong ค่ะ ความสุขในชีวิต

ไม่ใช่การยึดติดกับคนที่ทิ้งเราไป

3ปี สบายมากค่ะ ดีกว่า 10 ปี 20 ปี แต่งงานมีลูกด้วยกันแล้ว

 อยู่บ้านเดียวกันเป็นครอบครัวกันแล้ว

 ถ้าเป็นวันนั้นจะหนักหนาขนาดไหน

 แบบนี้ต้องฉลองค่ะ!!!!!!!! ดีใจด้วยนะคะที่ได้ชีวิตคืนมา ??
[/b]

3
ห้องข่าวหวย / Re: ข่าวหวย 16 มิถุนายน 2560
« เมื่อ: 08 มิถุนายน 2017, 18:45:25  »
วัน สุนทรภู่





    สุนทรภู่ กวีสำคัญสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เกิดวันจันทร์ เดือน 8 ขึ้น 1 ค่ำ ปีมะเมีย จุลศักราช 1148  เวลา 2 โมงเช้า

ตรงกับวันที่  26   มิถุนายน พ.ศ. 2329 เวลา 08.00 น. นั่นเอง

 ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ณ บริเวณด้านเหนือของพระราชวังหลัง (บริเวณสถานีรถไฟบางกอกน้อยปัจจุบัน)

          บิดาของท่านเป็นชาวกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ชื่อพ่อพลับ ส่วนมารดาเป็นชาวเมืองฉะเชิงเทรา

ชื่อแม่ช้อย สันนิษฐานว่ามารดาเป็นข้าหลวงอยู่ในพระราชวังหลัง เชื่อว่าหลังจากสุนทรภู่เกิดได้ไม่นาน บิดามารดาก็หย่าร้างกัน

 บิดาออกไปบวชอยู่ที่วัดป่ากร่ำ ตำบลบ้านกร่ำ อำเภอแกลง อันเป็นภูมิลำเนาเดิม ส่วนมารดาได้เข้าไปอยู่ในพระราชวังหลัง

ถวายตัวเป็นนางนมของพระองค์เจ้าหญิงจงกล พระธิดาในเจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์ ดังนั้น สุนทรภู่จึงได้อยู่ในพระราชวังหลังกับมารดา

 และได้ถวายตัวเป็นข้าในกรมพระราชวังหลัง ซึ่งสุนทรภู่ยังมีน้องสาวต่างบิดาอีกสองคน ชื่อฉิมและนิ่ม 

          "สุนทรภู่" ได้รับการศึกษาในพระราชวังหลังและที่วัดชีปะขาว (วัดศรีสุดาราม) ต่อมาได้เข้ารับราชการเป็นเสมียนนายระวางกรมพระคลังสวน
 ในกรมพระคลังสวน แต่ไม่ชอบทำงานอื่นนอกจากแต่งบทกลอน ซึ่งสามารถแต่งได้ดีตั้งแต่ยังรุ่นหนุ่ม
เพราะตั้งแต่เยาว์วัยสุนทรภู่มีนิสัยรักแต่งกลอนยิ่งกว่างานอื่น ครั้งรุ่นหนุ่มก็ไปเป็นครูสอนหนังสืออยู่ที่วัดศรีสุดารามในคลองบางกอกน้อย
ได้แต่งกลอนสุภาษิตและกลอนนิทานขึ้นไว้ เมื่ออายุราว 20 ปี

          ต่อมาสุนทรภู่ลอบรักกับนางข้าหลวงในวังหลังคนหนึ่ง ชื่อแม่จัน ซึ่งเป็นบุตรหลานผู้มีตระกูล จึงถูกกรมพระราชวังหลังกริ้วจนถึงให้โบยและจำคุกคนทั้งสอง แต่เมื่อกรมพระราชวังหลังเสด็จทิวงคตในปี พ.ศ. 2349 จึงมีการอภัยโทษแก่ผู้ถูกลงโทษทั้งหมดถวายเป็นพระราชกุศล หลังจากสุนทรภู่ออกจากคุก เขากับแม่จันก็เดินทางไปหาบิดาที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง และมีบุตรด้วยกัน 1 คน ชื่อ "พ่อพัด" ได้อยู่ในความอุปการะของเจ้าครอกทองอยู่ ส่วนสุนทรภู่กับแม่จันก็มีเรื่องระหองระแหงกันเสมอ จนภายหลังก็เลิกรากันไป


 




หลังจากนั้น สุนทรภู่ ก็เดินทางเข้าพระราชวังหลัง และมีโอกาสได้ติดตามพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ในฐานะมหาดเล็ก ตามเสด็จไปในงานพิธีมาฆบูชา ที่อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2350 และเขาก็ได้แต่ง "นิราศพระบาท" พรรณนาเหตุการณ์ในการเดินทางคราวนี้ด้วย และหลังจาก "นิราศพระบาท" ก็ไม่ปรากฏผลงานใด ๆ ของสุนทรภู่อีกเลย

          จนกระทั่งเข้ารับราชการในปี พ.ศ. 2359 ในรัชสมัยรัชกาลที่ 2 สุนทรภู่ได้เข้ารับราชการในกรมพระอาลักษณ์ และเป็นที่โปรดปรานของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จนแต่งตั้งให้เป็นกวีที่ปรึกษาและคอยรับใช้ใกล้ชิด เนื่องจากเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงแต่งกลอนบทละครในเรื่อง "รามเกียรติ์" ติดขัดไม่มีผู้ใดต่อกลอนได้ต้องพระราชหฤทัย จึงโปรดให้สุนทรภู่ทดลองแต่ง ปรากฏว่าแต่งได้ดีเป็นที่พอพระทัย จึงทรงพระกรุณาฯ เลื่อนให้เป็น "ขุนสุนทรโวหาร"

          ต่อมาในราว พ.ศ. 2364 สุนทรภู่ต้องติดคุกเพราะเมาสุราอาละวาดและทำร้ายท่านผู้ใหญ่ แต่ติดอยู่ไม่นานก็พ้นโทษ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงติดขัดบทพระราชนิพนธ์เรื่อง "สังข์ทอง" ไม่มีใครแต่งได้ต้องพระทัย ทรงให้สุนทรภู่ทดลองแต่งก็เป็นที่พอพระราชหฤทัย ภายหลังพ้นโทษ สุนทรภู่ได้เป็นพระอาจารย์ถวายอักษรสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอาภรณ์ พระราชโอรสในรัชกาลที่ 2 และเชื่อกันว่าสุนทรภู่แต่งเรื่อง "สวัสดิรักษา" ในระหว่างเวลานี้ ซึ่งในระหว่างรับราชการอยู่นี้ สุนทรภู่แต่งงานใหม่กับแม่นิ่ม มีบุตรด้วยกันหนึ่งคน ชื่อ "พ่อตาบ"

          "สุนทรภู่" รับราชการอยู่เพียง 8 ปี เมื่อถึงปี พ.ศ. 2367 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเสด็จสวรรคต หลังจากนั้นสุนทรภู่ก็ออกบวชที่วัดราชบูรณะ (วัดเลียบ) อยู่เป็นเวลา 18 ปี ระหว่างนั้นได้ย้ายไปอยู่วัดต่าง ๆ หลายแห่ง ได้แก่ วัดเลียบ, วัดแจ้ง, วัดโพธิ์, วัดมหาธาตุ และวัดเทพธิดาราม ซึ่งผลจากการที่ภิกษุภู่เดินทางธุดงค์ไปที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ปรากฏผลงานเป็นนิราศเรื่องต่าง ๆ มากมาย งานเขียนชิ้นสุดท้ายที่ภิกษุภู่แต่งไว้ก่อนลาสิกขาบท คือ "รำพันพิลาป" โดยแต่งขณะจำพรรษาอยู่ที่วัดเทพธิดาราม พ.ศ. 2385

          ทั้งนี้ ระหว่างที่ออกเดินทางธุดงค์ ภิกษุภู่ได้รับการอุปการะจากพระองค์เจ้าลักขณานุคุณ จนพระองค์ประชวรสิ้นพระชนม์ สุนทรภู่จึงลาสิกขา รวมอายุพรรษาที่บวชได้ประมาณ 10 พรรษา สุนทรภู่ออกมาตกระกำลำบากอยู่พักหนึ่งจึงกลับเข้าไปบวชอีกครั้งหนึ่ง แต่อยู่ได้เพียง 2 พรรษา ก็ลาสิกขา และถวายตัวอยู่กับเจ้าฟ้าน้อย หรือสมเด็จเจ้าฟ้าจุฑามณี กรมขุนอิศเรศรังสรรค์ พระราชวังเดิม รวมทั้งได้รับอุปการะจากกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพอีกด้วย

          ในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ครองราชย์ ทรงสถาปนาเจ้าฟ้า กรมขุนอิศเรศรังสรรค์ เป็นพระบาทสมเด็จพระปิ่นกล้าเจ้าอยู่หัว ประทับอยู่วังหน้า (พระบวรราชวัง) สุนทรภู่จึงได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น "พระสุนทรโวหาร" ตำแหน่งเจ้ากรมพระอาลักษณ์ฝ่ายบวรราชวังในปี พ.ศ. 2394 และรับราชการต่อมาได้ 4 ปี ก็ถึงแก่มรณกรรมใน พ.ศ. 2398 รวมอายุได้ 70 ปี ในเขตพระราชวังเดิม ใกล้หอนั่งของพระยามนเทียรบาล (บัว) ที่เรียกชื่อกันว่า "ห้องสุนทรภู่"

          สำหรับทายาทของสุนทรภู่นั้น เชื่อกันว่าสุนทรภู่มีบุตรชาย 3 คน คือ "พ่อพัด" เกิดจากภรรยาคนแรกคือแม่จัน, "พ่อตาบ" เกิดจากภรรยาคนที่สองคือแม่นิ่ม และ "พ่อนิล" เกิดจากภรรยาที่ชื่อแม่ม่วง นอกจากนี้ ปรากฏชื่อบุตรบุญธรรมอีกสองคน ชื่อ "พ่อกลั่น" และ "พ่อชุบ" อย่างไรก็ตาม ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ทรงตราพระราชบัญญัตินามสกุลขึ้น และตระกูลของสุนทรภู่ได้ใช้นามสกุลต่อมาว่า "ภู่เรือหงส์"















4
ห้องข่าวหวย / Re: ข่าวหวย 16 มิถุนายน 2560
« เมื่อ: 08 มิถุนายน 2017, 14:56:05  »
สลด!! เจ้าอาวาสวัด  ปีนประตูทาสีวัด

 พลาดโดนไฟฟ้าแรงสูงช็อตดับคาที่








 
วันนี้ (24 มิ.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.สุทิน บุญเกษม พนักงานสอบสวน สภ.หนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์

ได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านโคกกลาง ตำบลดงมูล ว่าเกิดเหตุไฟฟ้าช็อตพระเสียชีวิตบนประตูโขงของวัดสิมมาพุทธาราม

 จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.พุฒินันท์ อำพันธ์ ผกก.สภ.หนองกุงศรี และหน่วยกู้ชีพและทีมแพทย์โรงพยาบาลอำเภอหนองกุงศรี

ไปที่เกิดเหตุเป็นวัดสิมมาพุทธาราม บ้านโคกกลาง ตำบลดงมูล อยู่ติดถนนระหว่างอำเภอหนองกุงศรีไปอำเภอท่าคันโท

 เจ้าหน้าที่ตำรวจพบกับภาพที่สลดใจ โดยเห็นพระพลชัย แก้วประทุม อายุ 45 ปี เจ้าอาวาสวัดสิมมาพุทธาราม

 นอนเสียชีวิตคาผ้าเหลืองห้อยหัวลงมา โดยมีญาติโยงพากันร้องไห้ระงม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งการไฟฟ้า

ในพื้นที่เข้าทำการตัดไฟก่อนที่จะนำศพของพระพลชัยฯลงมา


จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุพระพลชัย แก้วประทุม เจ้าอาวาสวัดฯ ได้ปีนขึ้นไปบนประตูโขง

เพื่อทำการซ่อมแซมประตูให้เกิดความสวยงาม โดยมีชาวบ้านช่วยกันส่งอุปกรณ์ขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นสี และลำไม้ไผ่

เพื่อสร้างนั่งร้านในการเดินทางสี แต่มาในช่วงเกิดเหตุ ซึ่งพระพลชัยฯ นั่นทำงานอยู่รูปเดียว ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า

 พระพลชัยฯ ได้เอื้อมไปหยิบลำไม้ไผ่ที่มีขนาดกว่าเกือบ 8 เมตร โดยขณะที่กำลังปรับระดับไม้นั้น

 ลำไม้ไผ่ได้เกิดไปพาดกับสายไฟฟ้าแรงสูงสองหมื่นสองพันโวลต์ช็อตเสียดังสนั่นจากนั้นก็เห็นพระพลชัยฯ

 หงายหลังลงมาและห้อยหัวคาประตูโขง


ด้าน พ.ต.อ.พุฒินันท์ อำพันธ์ ผกก.สภ.หนองกุงศรี กล่าวว่า จากการสอบสวนการเสียชีวิตเกิดจากอุบัติเหตุ

แต่เพื่อความสบายใจก็จะให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี สอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง
 


5
ห้องข่าวหวย / ข่าวหวย 1 กรกฎาคม 2560
« เมื่อ: 08 มิถุนายน 2017, 12:42:58  »
นายก ลงพื้นที่ จังหวัดขอนแก่น

















ตาลุก! ชาวขอนแก่นนับพัน แห่ดูป้ายทะเบียนรถ นายกฯ กง 5050





นายกรัฐมนตรี นำคณะลงพื้นที่ขอนแก่น ปาฐกถาพิเศษขับเคลื่อน ไทยแลนด์ 4.0
 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มอบสิทธิ์เข้าทำประโยชน์พื้นที่ สปก.5 แปลง

วันนี้(21 มิ.ย.) ที่ศูนย์เครื่องบิน กองการบิน ศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบกกรุงเทพฯ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
พร้อมคณะ อาทิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น

โดยนายกรัฐมนตรีจะกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การขับเคลื่อน ไทยแลนด์ 4.0 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ”
จากนั้น จะเยี่ยมชมนิทรรศการ “วิจัยและนวัตกรรม มข. เพื่อ Thailand 4.0” ประกอบด้วย ด้านเกษตรและอาหาร
ผลงานวิจัยด้านสุขภาพ ด้านวัสดุและพลังงานในอนาคต ผลการวิจัยด้านการศึกษา ผลงานวิจัยด้าน
Bio economy ผลงานวิจัยด้านนวัตกรรม ICT การดำเนินโครงการ Smart City เป็นต้น ณ ศูนย์ประชุมกาญจนาภิเษก
 มหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมถึงเยี่ยมชมโรงงานต้นแบบการผลิต “นาโนซิลิกอน”
จากแกลบและเถ้าแกลบเพื่อใช้ในขั้วแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ณ อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ขณะที่ ช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ จะเดินทางไปที่สหกรณ์โคนมขอนแก่นที่บ้านซำจาน ตำบลบ้านค้อ
 อำเภอเมืองขอนแก่น เพื่อติดตามผลงานของรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีจะมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์
 ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 – 01) จำนวน 5 แปลง และมอบโรงรวบรวมผลิตน้ำนมดิบ
และโรงผสมอาหารสัตว์ให้กับสหกรณ์โคนม ขอนแก่น จำกัด

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะมอบงบประมาณสนับสนุนโครงการธนาคารโคนมทดแทน
 พร้อมมอบเงินสนับสนุนโครงการยางพาราในหน่วยงานภาครัฐพื้นปูพื้นโรงเรือนโคนม จากนั้น
จะกล่าวปราศรัยพบปะกับประชาชนที่มาให้การต้อนรับ พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการประกอบด้วย
 ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตร ผลงาน Young Smart Farmer การบริหารจัดการน้ำ
 และการทำเกษตรแปลงใหญ่ ดูโครงการผักปลอดสารพิษ รวมทั้งชมการจัดตั้งบริษัทประชารัฐสามัคคีขอนแก่น
 ก่อนที่นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะจะเดินทางกลับกรุงเทพมหานครในเวลาประมาณ 16.10 น.












6





แทงหวย ช่วย แม่ !!!!


 47   มี บ้านขายบ้าน มีรถขายรถ


 เรื่อง "หวย" นี่คือ ทีเด็ดเลยนะที่แกจะเอามาช่วย..!!!!

  เด๋วนี้เขาดูตรง ๆ ไม่ต้องแปลให้ดูจากป้าย..ทะเบียน..ค่ะ



หวยล็อกได้ไหม!!!


 
 คุณลุงคุณป้าแถวบ้าน แกเชื่อหัวเด็ดตีนขาดเลยว่ามันล็อคได้ 



  โดยเฉพาะ..งวดที่แกไม่ถูก  !!!


ถ้าล็อคไม่ได้ กลม บางกรวย มันจะโดนยัดคุกข้อหาล็อคหวยเหรอ หลักฐานมีอยู่ทนโท่


 
   


ประตูสวรรค์ชำรุด  ตกหลุมอากาศ


“เจ้ามือ” เจ็บหนัก    จะฝ่าพายุไหวมั้ย ?




ยังคิดถึงคำพูดนี้ติดหูเสมอ


 "หวย " ไม่ต้องไปปราบมันหร๊อก เดียวมันก็หมดไปเอง"


"มวยวัด…ซัดกับ มวยอาชีพ"

ถึงเขาจะแน่แค่ไหน…แต่เราก็แน่เหมือนกัน

จะไปกลัวทำไม หนึ่งสมอง สองมือเท่ากัน

ลองดูสักยก…เคยไหม??
……

เหมือนเอาคนไม่เป็นมวย หรือ "มวยวัด"

ขึ้นเวทีไปชกกับคนที่เป็น "นักมวยอาชีพ" เลยนะ

หนึ่งสมอง สองมือ เท่ากันก็จริงอยู่

แต่มีแค่ใจห้าวๆ ขึ้นเวทีไป ไม่ไหวนะ

กับบางคนที่เขาผ่านการฝึกซ้อมมาอย่างดี

มีระเบียบวินัย ในการใช้ชีวิตเป็นอย่างดี

มีระเบียบวินัย ในเรื่องการเงินเป็นอย่างดี

เจอปัญหา ผลิกตำราหาแนวทางแก้ไข ยังแก้ไม่ได้เลย

ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องดวลกับ สถานะการณ์แบบนี้

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแนวคิด หรือวิธีการ

การตัดสินใจ หรือการแก้ไขปัญหา

ควรวิเคราะห์ให้ดีก่อนนะ


เขา…"เป็นคนออก" .??

และเราเป็นฝ่ายตั้งรับอย่างเดียว…??


ฝึกซ้อมมาดียังไง เทคนิค แนวคิด

มันเพียงพอ ที่จะเดินขึ้นไปชกกับเขาหรือ.??

ถึงแม้คนส่วนใหญ่จะเอาใจช่วย..มวยรอง

แต่ลองตรองดูให้ดีก่อน..เปิดศึกนะ

ไม่อยากให้ต้องเป็นมวยวัด…

เดินไปให้เขา...อัด.. แบบ "ฝ่ายเดียว"ตายเลย น่ะ


เขากำลังปราบหวย ฝืนสู้ไปมันก็มีแต่ แพ้ซ้ำ แพ้ซาก

แพ้แล้วไม่เรียนรู้ความผิดพลาดเสียทีน่าขัดใจจริงๆ

กรุณา ..งดกัด.. แล้วเอาเวลาไปหาวิธีทำงานดีๆแบบโดนใจมาแข่งกับเค้าดีกว่า

จะเป็นพระคุณต่อกองเชียร์เป็นอย่างยิ่งเลยนะ


นี่ก็..โค้งสุดท้าย...แล้วนะ..!!!!



ถ้าลำบากใจกับการตัดสินใจ

ในการเลือกที่ จะอยู่ หรือ จะไป


…จะใช้อะไรมาช่วยตัดสินใจ..??


บางคนที่ยอมทนอยู่อย่างเจ็บปวด

ด้วยการทำแบบเก่าๆ ที่ไม่ถูก Update

ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

ทำงานระบบเก่าๆรับแบบ บ้าคลั่ง ไม่ลืมหูลืมตา

"ทนอยู่อย่างไร้ค่า…สูญสิ้น หมดราคา"

เพื่อ...????

บ้างคนมีเครื่องไม้เครื่องมือ  สารพัน แต่ก็ยังเห็นล่มเหลว

จริงๆมันก็แค่เป็นเกมกด ธรรมดาเครื่องหนึ่งเท่านั้นเอง

ผลยังไม่ออก วาดวิมานไว้มันก็สวยหรู่


ก็แค่… "เดินออกมาจากตรงนั้น"

ใครจะคิดว่าคุณโง่งี้เง้าไม่ฉลาด…ก็ช่างเขาปล่อยเขา

อาจจะได้พบทางออกแบบไม่คาดฝัน

และคำตอบมันอาจจะเดินทางมาหาเอง

ลองเปิดโอกาสให้กับตัวเองดูนะ

ช่วงนี้ มันดุ ทำได้แค่ค่อยๆประคองตัวเองไปก่อน

 วันหน้าฟ้าเปิดอยากลุย ค่อยว่ากัน

มีหลายแบบขึ้นอยู่กับว่าอยากเป็นแบบไหน

...ลองรับ..แบบชาวสวน..ดูบ้างเป็นไร

มีรายได้ไม่มากอยู่แบบสบายๆไม่เป็นหนี้เป็นสินใคร

แต่..ช่วงไหนโดนพายุ พืขไร่ในสวนเสียหายไปบ้างก็ต้องทำใจ

ปลูกพืชขึ้นมาใหม่ทดแทน ..รับรองว่า..จบสวย



....รับแบบ...เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้.. บู้ สะบั่น หั่นแหลก ..กูสู้ตาย ..

ได้ก็ได้เยอะถึงขั้นเป็นเศรษฐีในชั่วพริบตา

 แต่คำว่า..เจ้าพ่อ.. ก็รู็ ๆ อยู่นะจุดจบเจ้าพ่อต้อง..ตายโหง..กันทุกคน



บางที การเดินทางของแต่ละคน

ถ้าไม่เอาจิตไปผูกไว้ กับความทุกข์ที่อยากจะได้เยอะๆตรงนั้น

คุณก็อาจจะได้พบกับความสุขในการทำงานมากขึ้น

ในแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนก็ได้นะ ได้น้อย ๆ แต่..ได้นานๆ

"ทุกข์เกินไป…ก็แค่ถอยออกมา"

ทำไหมจะต้องทนอยู่กับความทุกข์นานๆ ทำไหม

ทนทุกข์อยู่แบบซ้ำๆ เดิมๆ โดยไม่มีความสุข

ทนอยู่อย่างนั้น…เพื่ออะไร.??

แค่ความรู้สึกและอุดมการณ์ …"มันไม่พอ"

โลกความจริง มันมีอะไรที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย

พอออกมาแล้ว ความฝันที่เราตั้งใจไว้

มันอาจจะ "หักหลังเราในโลกความจริง" เมื่อไรก็ได้

ก่อนตามหาความฝันของตัวเอง


สำรวจความเป็นจริงให้ดีก่อนนะ เวลา ปัจจัย สถานการณ์ เหมาะสมแล้วหรือยัง

ทุกคนย่อมเคยผิดพลาด และมีอดีตด้วยกันทั้งนั้น

มันขึ้นอยู่กับว่า…คุณจะเลือก "จม" อยู่กับมัน

หรือคุณจะเลือก "เรียนรู้" จากมัน

สำคัญที่สุดคือ คุณต้องใช้อดีต ในการผลักดันตัวเองไปสู่ "อนาคต"

ในชีวิตจริง…เราก็ยังพบเห็นผู้ที่ไม่ยอม "จม" อยู่กับอดีตนะ

มันคือบทเรียนของชีวิต คุณอาจจะพลาดไป…แต่ไม่เป็นไร

เพราะมัน…"ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตคุณ"

จงใช้บทเรียนนั้น เป็นแรงผลักดันเพื่อก้าวสู่อนาคตที่ดี

คุณอาจจะต้องออกแรงมากกว่าคนอื่น

นั่นเพราะคุณไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์

แต่เพราะ…คุณต้องเริ่มจากจุดที่ "ติดลบ"

ถ้าคุณยอมรับและพร้อมจะออกแรงมากกว่า…

เชื่อไหมว่าพอคุณประสบ...ความสำเร็จ

คุณจะ..ยิ่งใหญ่..และ..ภูมิใจ..ในตัวเองมาก

 เคยล่มเหลวมาก่อน กว่าจะผ่านงานแต่ละงวดก็แสนลำบาก

บางที่พอได้แล้วก็ไม่สมใจ…

ก็ สู้ๆๆๆ ทำๆๆ จนทุกคนยอมรับ

ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องไปก่อน แล้วค่อยกลับมาสู้นะ

แค่ต้องการชื่นชมว่า…หากกลับมาได้จากจุดที่ "ติดลบ" ด้วยการทุ่มเทแรงใจ แรงกาย

 มากกว่าคนอื่น

อยากบอกคุณว่า… "คุณยิ่งใหญ่มาก"


ด้วยความปรารถนาดี



เจ๊วู

7



Q.....จ้าง ซินแส มาดู ฮวงจุ้ย หมดเงินไปเยอะเลย
        อันนี้ก็ ไม่ดี อันนี้ก็ ชง แก้แล้ว ที่ว่าทุกอย่างที่เขาให้ทำ
        แต่ ก็ไม่เห็นรวยเลยแย่กว่าเดิมสะอีก
        เพราะต้องไปหาเงิน มาใช้เขาที่ไปกู้เขามาแก้
        ตอนนี้จิตตกกังวลไปหมดเลยค่ะ

           
       ....................

A.....ได้แต่..ยิ้มอ่อน.ๆ.กับ..คำถามนี้...

ฮวงจุ้ย.. เชื่อถือไม่ได้หรอกนะ

มันไม่ต่างจากการ..เดา.. คือ แค่ตำรานั้นเอง

ขณะที่วิทยาการของมนุษยชาติ   ข้ามดวงดาว

 ไป ดาว ใกล้  ๆ กันได้แล้ว

แต่บางคนยังยึดติดอยู่กับ...ศาสตร์แห่งความกลัว

.. ทำตัวเหมือนอยู่ใน..ยุคมืด..

ซึ่งเกือบทุกศาสตร์ตั้งอยู่บน..ความกลัว..

 และ.ถูกใช้เป็นเครื่องมือ

คนที่เชื่อถือใน ฮวงจุ้ยทั้งหมดในโลกก็คือ.. พวกหลงยุค..

พวกทีพร้อมจะ..ตกเป็นเครื่องมือ..ของใครสักคน

ด้วยเหตุผลจาก..การเดา.. และ..การหลอกลวง..

.. อิสรภาพ  ง่าย  ๆ  ยังไม่รู้จักจะสร้างในตน

ก็คงไม่พ้น..บ่วงกรรม.. ที่คนอื่นสร้างให้ก็ชดใช้กันไปเถอะนะ

หากมีการศึกษา ก็เสียดายแทนที่ไปเสียเวลาร่ำเรียนมา

ครูบาอาจารย์ในอดีตกาล

ที่ช่วยกันดันผ่าน..ยุคมืด.. อวิชชามา.ได้

จนกระทั่งบางท่าน ชีวิตยังต้องเสียสละ.. คงร่ำไห้..

 เมื่อมาอ่าน คำถามแบบนี้

......

ช่วงที่จีนอยู่ในยุคการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 
ได้มีการทำลายวัฒนธรรม  และความรู้ในเรื่องฮวงจุ้ยไปเยอะ
เรียกว่าอะไรที่เป็นของเก่า    ไม่ดี  ต้องทำลายทิ้ง
เพิ่งมีการฟื้นฟูเอาจริงจังเมื่อไม่กี่สิบปีนี่เอง
ตำราทั้งหลายมีบางส่วนที่อาจจะเขียนขึ้นใหม่
อาจไม่แม่นเป๊ะเหมือนศาสตร์ในสมัยโบราณ
ดูได้จากหลายตำรามีการจัด  ตกแต่งที่แตกต่างกัน


อย่ายึดติดให้มากไม่งั้นจะเหนื่อย

 จะกลายเป็นอยู่ไม่เป็นสุขแทน

อะไรที่พอทำตามได้โดยไม่เสียหลายเท่าไหร่

 เพื่อความสบายใจก็ทำไป 
 
หากเราแต่งแล้วผลคือบ้านออกมาดูดี 

โล่งโปร่ง   สะอาดตา   ก็ถือว่าดี

เชื่อได้ แต่อย่าเชื่อมากไปจนชีวิตขาดความสุข

เพราะนั่นคือการ "ยึดติด" จนเกินความพอดี

จะเป็นช่องทางของพวกที่หากินกับคนที่ไม่มีความมั่นใจ

เอาตัวเข้าไปผูกกับความเชื่อที่พ่นออกมาจากปากคน

ระวังจะมีแต่เรื่องร้อนใจ

จะเป็นจะตายจะดีจะชั่ว อยู่ที่ตัวเรานี่ล่ะ

ยึด  ใจ  และ  กาย  เป็นหลัก...

ถ้าอยู่แล้วไม่สบายใจ..ต่อให้โคตรฮวงจุ้ยดี

มันก็ไม่มีทางทำให้ชีวิตเราดีได้...

แต่ถ้าเราอยู่แล้วสบายใจ..ครอบครัวอบอุ่น...

ต่อให้ฮวงจุ้ยเลวอย่างไรมันไม่มีผล

ต่อการดำเนินชิวิตแต่อย่างใด

ถ้าเอาชีวิตไปผูกกับดวงหรือโชคชะตาที่พิสูจน์ไม่ได้...

งอมือ งอเท้า รอให้โชคช่วย..คงต้องรอไปตลอดชาติ...

และไม่ใช่แค่ชาตินี้...คงต้องไปทุก ๆ ชาติ....

.........

“สัตว์ทั้งหลายประพฤติชอบใน...เวลาใด ..
เวลานั้นชื่อว่าเป็น..ฤกษ์ดี. มงคลดี. สว่างดี.
รุ่งดี .ขณะดี .ยามดี.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์เหล่าใดประพฤติสุจริต
ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจใน...เวลาเช้า ..
เวลาเช้า..ก็เป็น..เวลาเช้าที่ดี..ของสัตว์เหล่านั้น
สัตว์เหล่าใด...ประพฤติสุจริต
ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจใน..เวลาเที่ยง
เวลาเที่ยง.ก็เป็น.เวลาเที่ยงที่ดี..ของสัตว์เหล่านั้น
สัตว์เหล่าใด...ประพฤติสุจริต..
ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจใน..เวลาเย็น ..
เวลาเย็น..ก็เป็น..เวลาเย็น..ที่ดีของสัตว์เหล่านั้น...”

พระพุทธองค์สั่งสอนชาวพุทธเช่นนี้

ทำคุณความดีไว้ ผลความดีจะตอบแทน ร้ายจะกลายเป็นดีเอง

คนที่มีเงิน มีอำนาจวาสนา แต่จิตใจชั่วร้าย

 แม้ว่า จะจ้างหมอดูฮวงจุ้ยเก่งๆ

มาแต่งมาเสริมให้ดีแค่ไหน

 ฮวงจุ้ยก็กลายเป็นร้ายไปได้ ดั่งที่เห็นๆกันอยู่นะ
 
รวยล้นฟ้า  แต่...หาความสุข..ได้ไม่..


...ไม่งมงาย.. ใช้สติ ..หยุดโทษฟ้าดิน..ทำอะไรก็สำเร็จ...

8



Q.....ฆ้อนสวรรค์เคาะแล้วเรียกเงินได้ จริงเหรอ
บุญ..มีเงินเราสามารถซื้อหาได้  จริงเหรอ
แก้กรรมได้ด้วยการซื้อบุญ จริงไหม
ฝากเงินเอาไปใช้ในชาติหน้าได้ด้วยเหรอ
...........


A... "  พี่กำลังจะอ้วกนะ   "


ไม่ได้ต่อต้านวัด ไม่ได้ต่อต้านศาสนา

แต่เป็นตัว...บุคคล...

และ..พิธีกรรมที่แปลกประหลาด ผิดเพี้ยน

ตราบใดที่คนยังเชื่อ..หมอดู ..ลูกเทพ.. แก้กรรม ..ราหู

 จะมีคนนับถือมากก็ไม่แปลก

คนบางจำพวกก็หากินกับคนขาดพร่อง

ที่พยายามหาสิ่งเติมเต็มทางจิตใจ

 
 "...ฆ้อนเทพเจ้า..มีพลังกว่า..ธอร์..พันเท่า

สามารถทุบพื้นให้โลกหยุดหมุนได้สิบนาที ชาบู.ๆ.ๆ.. "


ฆ้อนสวรรค์ใช่มั้ยเห็น ช่อง d..เอามาออกอากาศ

ทางทีวีช่องหนึ่งบ่อยๆ

ทำงานเครียดๆ มานอนไม่หลับ  ดูตลกช่อง d.. แล้วขำๆ

ค่อยนอน

 งั้นคนไม่ศรัทธามากมายขนาดนี้หรอก

ดูหน้าตาซิ..ล้วนเศรษฐีอันดับ..ต้น.ๆ.ของเมืองไทยทั้งนั้น

คนรวยมีคุณสมบัติที่..เด่นชัด..

อยู่สองประการคือ ..รวย. แล้วก็.. โง่

ท่านเหล่านี้ทุ่มเทในการทำบุญ

 แถวหน้านะประมาณเอาว่ากว่า..ร้อยล้าน..นะ

แถวถัดมาก็ลดหลั่นกันลงมา
 
ที่แน่ๆแถวหลังๆไตรละ 1 ล้านนะปีที่แล้ว

หลัก..แสน..ได้แค่อนุโมทนาอยู่ข้างๆ

กู้สหกรณ์มาทำบุญก็ได้นะ

มีตัวอย่างให้เห็นแล้วไง

กู้มาทำบุญเป็น..ร้อยล้าน..เลย

เชื่อเรื่อง..เวรกรรม ..แต่ไม่เชื่อเรื่อง..ลัทธิแก้กรรม..ค่ะ

คนเราทำอะไรย่อมได้รับผลกรรมที่ทำไว้ไม่ว่า

จะ..ดี..หรือ..ชั่ว

ถ้า..ฆ่าคนตาย..แล้วสามารถ..แก้กรรม..ได้ เพราะทำพิธี

ปล่อยนกปล่อยปลาว่าคาถา ถ้าแก้ไขได้มากขนาดนั้น

ป่านนี้ฆาตกรคงมีอยู่เต็มบ้านเมืองไปหมดละ

การแก้กรรมที่ดีที่สุดก็คือการ...ยอมรับผิด.. การขอโทษ

การใช้ชีวิตปัจจุบัน..ไม่ให้..ผิดพลั้ง..สร้างเวรกรรม..เพิ่มอีก

บวชแล้วต้องปล่อยวาง

บวชแล้วควรคิดถึงการให้..โดย..ไม่หวังสิ่งใดตอบแทน

บวชแล้ว ปฏิบัติดีแล้ว ควรรู้สึกเบื่อหน่ายในกามคุณ 5

การบวช คือ การลดทิฏฐิ อวดดื้อ ถือตน

โดยการออกบิฑบาตเป็นประจำ

คำว่า มหาอุบาสิกา นั้น เป็นตำแหน่งที่พระพุทธเจ้า

ทรงแต่งตั้งยกย่องเชิดชูเกียรติให้ นางวิสาขา

แต่...เธ่อ..แต่งตั้งแม่ชีจันทร์ ขนนกยูง

 เป็น คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง

 เป็นตำแหน่งพิเศษ

แล้ว..เธ่อ..เป็นใคร จึงมาแต่งตั้งใครก็ไม่รู้ให้ดูยิ่งใหญ่

และดูใหญ่โตกว่า เหนือกว่า มหาอุบาสิกาวิสาขา

ศาสนานี้สอนให้สะสมเงินทองทรัพย์สินกันหรือ

 มีแต่สอนว่า..ตาย..ก็เอาไปไม่ได้...ไม่ใช่หรือ

 ไม่เห็นจะมีสอน..ฝากเงิน..เอาไปใช้ชาติหน้าด้วยเลย

เสียงที่ชาวสวรรค์ชอบนั่น ถามจริงๆ

ได้เห็นชาวสวรรค์มาแล้วหรือ

 ไม่เห็นได้ยินหลวงพ่อสดสอน

เรื่องสวรรค์วิมานอะไรนั่นเลยนี่นา

เคยยได้อ่านท่านว่าแค่..เห็นดวงแก้วในกาย

 ซึ่งก็น่าจะเป็นแค่สมาธิในอีกวิธีนึงจาก 40 วิธี

เชื่อว่า หลวงพ่อสด ไม่ได้สอนแบบนี้

.ลัทธินี้ เค้าจับจุด ลักษณะคนไทยได้ออก

1...รักสบาย.. ขี้เกียจ..ว่างั้นเถอะ

คือนิพพานมันยาก ก็เลยสร้าง...ดุสิตแลนด์ ..แค่ทำบุญมาก ๆ

ได้จองพื้นที่ไปพัก รอจ้าวสำนัก

 ต้นธาตุธรรมมา..ถล่มวัฏฏสงสาร..ก็ได้ไปนิพพาน


2. ..ขี้อวด  ก็คือว่า นี่ทำบุญมาก ๆ รับไอค่อนพิเศษประจำตัว

ไปอยู่สวรรค์ ก็จะได้มีชุดคลอธสวยงามกว่าชาวบ้าน

เหมือนศังกราจารย์ ที่ใช้อุบายพลิกแพลงชาวพุทธ

ในอินเดียแบบเนียน ๆ

ไอ้ที่ว่าคนเข้าวัดเป็นแสน นี่เอาจำนวนมาพูดทำไม

คนเยอะไม่ได้หมายความว่ามันถูกต้อง

สมัยพุทธกาลจนถึงบัดนี้ ผู้ที่ถึงธรรมเองก็มี..

น้อยกว่า..ผู้ไม่ถึงมาก

 ผู้ไม่ถึงธรรม..มีจำนวนมากกว่า..อย่างเทียบไม่ได้

ดังนี้เขาเหล่านั้น..มีปัญญามากกว่า..คนถึงธรรมคนเดียว

หรือพวก หนอน.แมลง..มันก็มีจำนวนมากกว่ามนุษย์เยอะนะ

แต่ก็ไม่มีเลยซักตัวที่จะมีสติปัญญาเท่า..มนุษย์คนเดียว

ส่วนที่เขาถามว่าไอ้ฆ้อนอะไรนั่น มันถูกต้องตามธรรมหรือไม่

ก็ไม่เห็นสาวกคนไหนจะมาตอบได้

นอกจาก..แถไป..แถมา..ออกทะเล เปลี่ยนประเด็นไปเรื่อยๆ



คิดดี พูดดี ทำดี

มีเมตตา ตั้งจิตปรารถนาดี ซึ่งกัน..และกัน

9
โรยรื่น ชื่นบุปผา / ชีวิตเราในโลกใบเดิม
« เมื่อ: 29 พฤษภาคม 2017, 19:01:33  »



ชีวิตของเราในโลกใบเดิม

ความสุขที่เรา หาได้จากสิ่งเล็กๆใกล้ตัว

สวนหลังบ้าน แม่น้ำ ลำคลอง  เดินเล่น ชมดอกไม้

นกร้อง  ฟังเสียงน้ำไหล  พักใจให้คลายครียด

เรื่องราวรอบ ๆ ตัว  มุมมอง วิธีคิดในชีวิต

ในทุก ๆ วัน ผูกพันเป็นเรื่องราว ร้อยเรียง

รอยยิ้ม และ ความมีมิตร ที่ส่งออกมาให้คนรอบข้าง

 เราควรจะ สะสม อะไรไว้ในชีวิตของเราบ้าง

ที่จะสร้างให้เกิดความสุข ที่แท้จริง

รู้จักรักตัวเองอย่างไม่แสแสร้ง อมยิ้ม อิ่มสุข ใจเบิกบาน

กระตุ้นเตือนให้ได้ย้อนกลับมาดููใจตัวเรา

ทำให้ใจ มีแรงฮึด ที่จะทำให้ทุกวินาทีของชีวิตมีคุณค่ามากที่สุด

มุมมองชีวิต ของเรา ได้คิด ได้ทบทวนตัวเอง

เพื่อดำรงชีวิตให้เป็นสุขขึ้นได้


ไม่มีใครเดินไปข้างหน้าได้ โดยไม่ยกเท้าก้าวออกจากจุดที่ยืนเดิม

 คงเหมือนชีวิตเรา หากไม่ก้าวข้าม เรื่องในอดีต ไปบ้าง

 ก็เท่ากับ จมปลัก อยู่กับที่เดิม ยากจะก้าวไปไหนได้

ก้าวข้าม ความผิดพลาดใน..อดีต..เพื่อใช้ชีวิตที่เหลืออยู่

พวกเราทุกคน บางคน ก้าวข้ามบางอย่าง ในชีวิตมาแล้ว

บางคนยังติดอยู่กับอะไรบางอย่าง

บางคนกำลังตัดสินใจว่าจะก้าวข้ามไปหรือจะหยุดไว้ตรงนี้

อยากจะบอกว่า

ชีวิตไม่มีสูตรสำเร็จ ไม่มีใครคิดแทนใครได้

อะไรดีที่สุด  สำหรับเรา

ที่ใครเคย ทำกับเรา ที่เรา เคยทำกับเขา

ไม่ได้บอกว่าชีวิต ต้อง เดินหน้าตลอด

เพราะบางเวลามันต้องรู้จัก...หยุดบ้าง

ใคร...จะเดินตลอดละ

10
โรยรื่น ชื่นบุปผา / เพื่อน
« เมื่อ: 29 พฤษภาคม 2017, 18:58:27  »




อย่า.. ไปใส่ใจ กับ ภาพที่ปรากฏ เสียงที่ได้ยิน

มากไปกว่า .. อารมณ์..ที่เกิด ในใจ..ตัวเอง


 เคยคบเพื่อนสนิทมากๆไม่มีระยะห่าง รักเขามาก

เป็นทั้ง เพื่อน และ พี่


คิดเสมอ ว่า ชาติก่อน เราคงร่วมครอบครัวเดียวกันมา

 เลยมา รักกันมาก ในชาตินี้ เค้ารู้ทุกอย่าง เราทุกข์ เราสุข

 เราทั้งคู่ เป็นที่ปรึกษา ของกัน และกัน

 วันหนึ่งชีวิตเจอ มรสุมหนักมากๆ เค้าก็เดินจากเราไป

ไม่คุยไม่ทักทาย เสียใจน้อยใจที่สุด

 ได้แต่ ตัดพ้อ ตัวเอง ว่า"ทำไมๆๆๆ"

วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป แต่ไม่เสียใจ เพราะ เข้าใจ

และขอบคุณเวลาที่ทำให้เราได้เห็นเนื้อแท้ของคน..ซาบซึ้ง..

ถึงตอนนี้แล้ว..ถ้าเค้าไปจากเราแล้วมีความสุขกว่า

ก็ไม่เป็นไร ก็ยินดีกับเพื่อน

อย่างน้อยที่ผ่านมาเราก็ทำดีกับเพื่อนมาตลอด

 ไม่มีใครเห็น เทวดาก็เห็น

ถึงเทวดาไม่เห็น เราเองก็รู้อยู่แก่ใจ

สุขทุกข์อยู่ที่ตัวเรา ถึงจะต้องไม่มีใครจริงๆ

เราก็ยังเป็นเพื่อนกับ  ตัวเองได้

 ชีวิตมันเป็นของเรานี่ จะไปผูกติดกับเขาทำไม

 เดินหน้าต่อไป   ดีกว่ามาเสียเวลาหาเหตุผล

ว่า...ทำไม ทำไม ทำไม

และ สุดท้าย การเดินจากกัน ง่ายกว่าการปรับตัว


"คนส่วนใหญ่มักจะตั้งคำถามผิด"

แต่..มันผิด  ที่ตั้ง คำถาม


เพื่อน คือ คนร้อยพ่อพันธุ์แม่ มาเจอกัน

มาคบ เพื่อปรับ หลายๆอย่าง

แล้วมาใช้ชีวิตร่วมกัน ในฐานะเพื่อน

เรา    นิสัย อย่างหนึ่ง

เพื่อน นิสัย อย่างหนึ่ง

เราภูมิใจในนิสัยเรา หรือพอใจในสิ่งที่เราแสดง

ตัวเพื่อนเอง เขาก็ภูมิใจในความ ชอบ   ไม่ชอบ

ในตัวเขา และก็ ตัวเรา เหมือนกัน

การปรับตัว คือสิ่งเดียวที่  มิตรภาพ  คงอยู่

ไม่ว่าเราจะทำอะไร

ให้มองมุมกลับ ว่า เขาจะรู้สึกอย่างไรด้วย

แต่ ถ้าวันหนึ่ง เราสองคน

ปรับทุกทางแล้ว ไม่ดีขึ้น

ทางข้างหน้า มีอีกเยอะ

เพราะโลกนี้ จะมีคนที่พอดีกัน

แม้แตกต่างกัน..ก็ตาม...เชื่อสิ

11




ถ้าคุณรักใครสักคน  ไม่ควรรัก ด้วยหวังอะไร

เพราะมันจะทำร้าย เบียดเบียน ทำให้ชีวิตตัวเอง ตกต่ำ

เป็นทุกข์หนัก บัก โกรก โศก ซ้ำ จำทน

ไม่ใช่ความพอดี ของความรัก   
 
เสียใจเป็นเรื่องของธรรรมชาติ

ไม่ซ้ำเติมตัวเองยอมรับมันอย่างเข้าใจ

สิ่งที่ดีที่สุดของ..ความรัก

คือ หนทางการใช้ชีวิตร่วมกัน ด้วยสติ อย่างมีสุข และร่มเย็น

แค่นี้ก็ฟัง  ดูเก๋.". แล้ว อย่าไปหวังถึงขนาดว่า

มันจะไม่มีทุกข์เลยนะ

แม้แต่ตัวเราเองเราจะสั่งให้มันเป็น

 อย่างนั้น อย่างนี้ ยังไม่ได้เลย

แล้วจะไปเรียกร้องอะไรจากคนอื่น

ว่าจะต้องเป็นอย่าง ที่เราชอบ ที่เราอยาก

ใครจะอยู่ จะไป  มันเป็นเรื่องของเขานะ

 เพราะความรักมันบังคับกันไม่ได้

เคยได้ยินกลอน  ที่ว่า
 

อันความกรุณาปรานี จะมีใครบังคับ ก็หาไม่

หลั่งมาเอง เหมือนฝน อันชื่นใจ จากฟาก

 ฟ้าสุราลัย สู่แดนดิน ...ไหม


เราทำได้ดีที่สุดคือฝึกตัวเองให้..มีสติ

มีความสุขได้ในทุกสภาวะ

ไม่ใช่หวังแต่จะสุขเพราะได้ทุกอย่าง

 อย่างใจที่ปรารถนา

คนที่มีสติ มีปัญญา  สุขเพราะเข้าใจ

 ยอมรับความจริง ของโลก ของชีวิตได้

ว่าความสุข ความทุกข์ หรือ ทุกอย่างในชีวิต

ก็เหมือนการเรียนรู้ว่าทุกอย่างในชีวิต

มันมีช่วงเวลา มีอายุของมัน

สุข กับ ทุกข์ มันเกิดสลับกันง่ายๆแบบนี้นี่เองนะ

บางทีการรู้จัก.กับ การเข้าใจ.. มันอาจจะอยู่ห่างกัน

."...คนละ ขอบฟากฟ้า.ของ.แม่น้ำ..."

เหมือนๆเรารู้จักคนๆหนึ่ง มาหลายปีดีดัก

ก็ไม่ได้แปลว่า จะเข้าใจคนๆนั้นเสมอไป

การรู้จักใครคนหนึ่งอาจวัดด้วย ..เวลา

แต่ ความเข้าใจนี่ วัดด้วยเวลาไม่ได้นะ

ตลกดีนะมีอะไรตั้งหลายอย่างที่พอเรียนรู้มากๆขึ้น

เรากลับพบว่าการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่

มากในชีวิตของเราก็คือการที่เรารู้ว่า ที่ผ่านมา

 เรา"...แทบไม่รู้อะไรเลย นั่นแหละ"

เสียใจเป็นเรื่องธรรมชาติไม่ซ้ำเติมตัวเอง

ยอมรับมันอย่างเข้าใจ

ให้มองว่าเขาก็ มีร่างกาย มีจิตใจ เหมือนเรา

สุขเป็น " ทุกข์เป็น" เจ็บเป็น "เสียใจเป็น"

เหมือนๆกับที่เราเคยเป็น และยังเป็นอยู่

เห็นแบบนี้แล้วจะรู้สึกว่า ทั้งเรา ทั้งเขา น่าสงสารพอกัน

ถ้าเดินบนทาง สายกลางของความรัก

จะรู้ว่าถ้า ปรารถนาดี กับ คนอื่นแล้วเขา ไม่พร้อม จะรับ

เขาไม่ยินดี จะรับ ก็ อย่า..ไปพยายาม

..ยัดเยียด..ให้เขาลำบากใจ

"เก็บ..ความปารถนาดี..นั้นไว้..ในใจ..ดีกว่า"

ความปราถนาดีจะมีค่าก็ต่อเมื่อคนที่เราให้เขาอยาก..รับ..นะ

สิ่งที่ดีที่สุดของความรักคือการได้เห็นคนที่เรารักมีความสุข

มีชีวิตที่ดี เพราะความสุขของเรา

  คือการได้เห็นเขามี..ความสุข



"ไม่รักฉัน.. มันก็..เรื่องของ..เธอ   "

 "จะรักเธอ.. มันก็..เรื่องของ..ฉัน "

เข้าใจได้ แค่นี้ก็ สุขหลายแล้ว..คุณนะ"


12




"ตอนกำลังรุ่ง…ก็มุ่งเอาแต่สบาย"

คุณเคยเห็นคนที่กิน ที่ใช้แบบเต็มที่

เพราะมั่นใจในความสามารถของตัวเองไหม

ถ้าวันหนึ่ง…ต้องตกงาน จะทำอย่างไร..??

……
……

"โจสิด" เป็นลูกชายคนที่ 3 ของโจโฉ

เป็นสุดยอดนักกวี สติปัญญาเฉียบแหลม

เป็นคนเรียบง่าย สบายๆ ไม่มากเรื่อง

เขาจึงมีเพื่อนฝูง มิตรสหายมากมาย

โจโฉ เคยทดสอบสติปัญญาของเหล่าลูกชาย

ในการทดสอบหลายต่อหลายครั้งนั้น

โจสิด สร้างความประทับใจให้กับโจโฉเป็นอย่างมาก

จนคะแนนในใจของโจโฉนั้น

 เลือกให้โจสิดเป็นผู้สืบทอดธุรกิจต่อจากตน

เหนือกว่า โจผี ลูกชายคนโตเสียด้วยซ้ำ.!!

โจผี นั้นรู้ตัวดีว่าคะแนนเป็นรองน้องชาย

ก็เฝ้าหาวิธี และพยายามทำทุกหนทาง

เพื่อให้ตนเองนั้นได้รับตำแหน่งมาครอง

ต่างจาก โจสิด ที่สบายๆเพราะคะแนนนำมา

ก็เลยไม่ได้คิดอะไรมาก กินเหล้า เสเพลไปวันๆ

สุดท้ายผลเสียจากการเป็นนักดื่มของเขา

ทำให้เขา...พลาด...เสียงานใหญ่

จนโจโฉต้องตัดสินใจเลือกให้ โจผี ลูกชายคนโต

สืบทอดธุรกิจต่อจากตน

และเมื่อโจโฉ เสียชีวิตลง…

โจผี จึงตั้งใจจะประหาร โจสิด ให้สิ้นเสี้ยนหนาม

เคราะห์ยังดีที่โจสิดใช้ไหวพริบ ทำให้โจผี

 คิดถึงความเป็นพี่น้อง

สามารถเอาตัวรอดจากความตายไปได้

โจผี จึงแค่สั่งให้ลดตำแหน่งของโจสิดลง

แล้วเนรเทศให้ออกไปอยู่ที่ชายแดน

จากว่าที่ประธานบริษัทหนุ่มอนาคตไกล

ที่ชอบกิน เล่น เที่ยว เสเพล จนเสียงาน

จึงต้องมาตกงานแบบไม่ทันได้ตั้งตัว

และตรอมใจตายด้วยวัยเพียง 40 ปีเท่านั้นเอง

……
……

มีให้พบเห็นได้ในทุกยุคสมัยเลยนะ

คนที่คิดว่าตัวเองมีความสามารถ

จะทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ ก็ย่อมได้

ตอนมีโอกาส ก็ไม่รู้จักที่จะไขว่คว้าเอาไว้

เอาแค่สนุก เอาแค่เฮฮา ไปวันๆ

ไม่เคยคิดที่จะวางแผนชีวิตไว้ล่วงหน้า

หามาได้เท่าไหร่ ก็ใช้จนหมด ไม่รู้จักออม

จนวันหนึ่งต้องพบกับจุดพลิกผันในชีวิต

ต้องมา… "ตกงาน…แบบกระทันหัน"

ตกงานแบบที่ไม่เคยคิดเตรียมตัวมาก่อน

ตกงานแบบที่ถูกถอดยศ ถอดตำแหน่ง

ตกงานแบบที่ว่าเงินเก็บอะไร…ก็ไม่มี

แย่เลยนะ  ถ้าคุณต้องอยู่ในสภาพนั้น

เตรียมความพร้อมเอาไว้เสมอ…

เพื่อรับมือกับการตกงานแบบกระทันหันดีไหม

เพราะอะไรๆ มันก็สามารถเกิดขึ้นได้

ทีนี้คุณจะตกงานเมื่อไหร่ก็ไม่ต้องกลัว

เพราะคุณมีแผนสำรองเตรียมไว้แล้ว

ดีกว่าไม่ได้เตรียมแผนสำรองอะไรไว้เลย

คิดแต่ว่าฉันคงไม่โดนการเมืองในองค์กรเล่นงานหรอกน่า

และพอต้องมาตกงานจริงๆ ก็ทำอะไรไม่ถูก

สุดท้ายจะตรอมใจตายเอา แบบ "โจสิด" น่ะ

13




ผู้หญิงเรา ปรารถนาจะมีใคร สักคน มาครอง

ก็ย่อมมีผู้ชาย ที่พร้อมจะก้าวขาเข้าไปในวังวนนั้น

 มีหลายคนที่ต้องประสบกับสิ่งที่ไม่รัก

หรือพลัดพรากจากสิ่งที่รัก แล้วร้องไห้คร่ำครวญ

 โศกเศร้า ร่ำไร รำพัน

ถ้าเอาน้ำตา ผู้หญิง ที่เคยไหลจาก..ทุกชาติ..มารวมกัน

จะมีปริมาณมากกว่าน้ำจากแหล่งน้ำทั้งหมดในโลกรวมกันอีก

เคยมีเวรกรรมร่วมกันมาเป็นชาติแรก

มันก็วนๆเวียนๆผลัดกันเป็นเจ้าเวรนายกรรมกัน

มาแล้วไม่รู้กี่ร้อยกี่พันรอบ

ฉะนั้น ป่วยการจะไปพูดว่า ใครผิด ใครถูก

มีคำพูดว่า เมื่อประตูบานหนึ่งปิดลง

ประตูอีกบานมักจะเปิดขึ้น

แปลก หรือไม่แปลก มันขึ้นกับว่า เราจะเอาเกณฑ์ไหนมาวัด

"แต่บางทีก็เป็นแผลเป็นให้เราจดจำ ทั้งที่ไม่อยากจำ

ความทรงจำ ที่ดี หรือรอยแผล ที่ยากจะลบ

ความรักคงเหมือนเหยื่อล่อ

ที่ทุกคนต่างคาดว่า หอมหวาน

แต่ที่แตกต่างเกิดจากความไม่พอ

หรืออาจเกิดจาก การที่เราไม่เคยรักกันเลย

เราแค่มีความชอบ แค่ชอบ เท่านั้นเอง

ปล่อยเรือไหลตามน้ำสิ สบายออก แต่มันก็ออกทะเลไปเรื่อยๆ

ปลาที่ไม่ยอมว่ายทวนน้ำ ก็มีแต่ปลาตาย

 ทุกข์ไม่ได้อยู่ที่จำหรือลืม มันทุกข์เพราะ"ไม่อยาก"

แฟนคนแรก ทิ้งตอนปีสองยังจำได้แม่น ไม่ลืม

 แต่ก็ไม่เห็นทุกข์เลย

เพราะยอมรับได้ไง ว่ามันเป็นแค่อดีต แค่ความจำ

และไม่ได้จำเป็นจะต้องไปอยากเปลี่ยนอะไรเลย

อกหัก  แล้วไง ?

ยังจำได้  แล้วไง ?

ยัง หายใจได้มั้ย

กินข้าวทางปากได้มั้ย

โลกยังหมุน ชีวิตก็ดำเนินไปซื่อๆแบบนั้นแหละ

ถ้าเรา ไม่ ติดกับ ดักความอยากจะให้ทุกอย่างมันดี

ได้อย่างใจในทุกวัน

ให้มันสุขทุกวัน นั่นแหละ เราจะเป็นคนที่ทุกข์น้อย

พวกเกลียดทุกข์ แล้วเรียกร้องโหยหาความสุขมากๆ

พวกนี้จะทุกข์เยอะ สังเกตสิ

ในชีวิตคู่ มันจะมีจุดหนึ่งที่เริ่มเบื่อกัน

เพราะสิ่งที่ไม่ได้เห็น จะปรากฏเต็มสองตา

ให้เรารับรู้ และให้เรายอมรับในตัวตนของเขา

นั่นคือประเด็น ที่จากสภาพรักไม่ลืมหูลืมตา

กับรักที่อยู่ในโลกความเป็นจริง ที่แตกต่างกัน

แล้วเมื่อผ่านด่านนิสัยแย่ ค่อยมาดูด้านดี ที่อย่าเพิ่ม

การคาดหวัง อย่าคิดว่าเขาจะปรับ

และอย่าคิดว่าจะเจอสิ่งดีๆ มากกว่าตอนคบ

ยิ่งอยู่กันนานวัน ความรักในร่างกายจะถดถอย

ที่เหลือคือ น้ำใจ น้ำคำ การดูแลกัน

แต่ก็คงมีเยื่อใย ในคำว่า ชีวิตคู่

ที่วันหนึ่งคงสภาพชีวิตคู่

เมื่อจบกันไป สามารถคุยได้

แต่หลักของการมีชีวิต เอาที่สบายใจ

สบายทั้งกาย และอิ่มเอมทั้งใจ

คนอื่นแค่ส่วนประกอบของชีวิต

มนุษย์เราไม่สามารถ เลือกได้ทุกอย่าง

เป็นไปได้ทุกอย่าง ตามที่ทุกคนเห็นควร

อย่างวันนี้ ฝนจะตกอีก ก็ไม่แปลก

แดดจะออกแรง ก็ห้ามไม่ได้

เพียงแต่เรา ใช้ชีวิตที่ปรับตามสภาพที่ควรจะเป็น

แดดออก ก็เอาผ้าไปตาก

ฝนตก ก็เก็บผ้า

ชีวิต ก็มีแค่นี้ จริง จริง

14



ชีวิตคู่ มีผิด กับ มีถูก มี รัก กับ หมดรัก

มีไว้ใจ กับ ไม่ไว้ใจ มี เริ่มใหม่ กับ จบ

ถ้าเลือกได้ จงเลือก ถ้าอภัยได้ จงอภัย

เพราะชีวิตที่เหลือเป็น  ของเรา

สิ่งที่ดูแลยากจริงๆ คือ ใจ

เพราะเขาพยายามที่เป็น..ใหญ่ กว่า กาย

ถ้าไม่ฝึก ไม่ดู ใจ ก็แยกไม่ออกว่า

ระหว่างสิ่ง ถูก กับ สิ่งผิด คืออะไร

อะไรคือต้นทางของ  ความทุกข์

กลับมาใช้ชีวิตใหม่ ในข้อตกลงใหม่

พร้อมกับละล้างความไม่ไว้ใจกันออกไป

...ถ้าคิดดีก็เป็น..ทางเย็น ...

....คิดไม่เป็นก็..เย็นสบาย ...

แปลว่า เรามองเห็นอะไร ใจก็คิดเรื่องนั้น

และคิดแบบไหน ใจก็มองเห็นสิ่งเดียวกัน ต่างกัน

ถ้าจิตคิดดี ก็เป็นเหตุให้จิตใจสงบเย็น

ถ้าจิตไม่คิดอะไร ใจก็เย็นสบาย

ไม่ได้ห้ามจิตคิดไม่ดี แต่จิตคิดไม่ว่าจะดีหรือร้าย ให้รู้ทัน

มีสติ รู้ทันตัวเองบ่อยๆ ดูกิเลสตัวเองมากๆ

แล้วทำสิ่งที่เราสามารถทำได้ ให้ดีที่สุดในกำลังที่มี

อย่าทำเกินกำลัง อย่าทำสิ่งที่ไม่มีประโยชน์

คนอื่นในโลกสร้างปัญหาให้เราได้

แต่ความ..ทุกข์ใจนี่ ..ไม่มีใครสร้าง..ให้เราได้นะ เราต้องสร้างเอง

ตัวเราก็แค่ก้อนเนื้อ มีธาตุต่างๆแค่นั้น

ไหลเข้าไหลออก จนวันหนึ่งก็หยุดไหล

นั่นก็คือ หยุดคิด หยุดหายใจ

แต่สิ่งที่ถูกบันทึกนี่แหละ น่ากลัว

การสร้างความจำ กลับมาทำร้ายตัวเรา

ยามที่เครียด หรือจิต ไม่อยู่นิ่ง

คล้ายกั้นคอก จิต ให้อยู่ในที่ๆควรอยู่ สักพัก

ทุกคน ตกอยู่ใต้ "ความคิด" แต่สร้าง"ความรู้สึกตัว"ได้น้อย

วันๆหลงคิด คิด คิด แล้วก็คิด

พอคิดเรื่องสุข ก็จม กับ ความสุข

พอคิดเรื่องทุกข์ ก็อึดอัด ทุรนทุราย

เราปล่อยใจหลงใหลไปกับเจ้าความคิด

คิดจนกลายเป็นการแสดงออก

นิสัย พฤติกรรม จนบางที เราแยกไม่ออก

เลยมีคำบางคำที่ได้ยินบ่อยขึ้น

คือให้พยายามคิด  "บวก"

ไม่ได้หลอกตัวเอง เพียงแต่มองว่าดีกว่าคิด   "ลบ"

เอาตัวเอง ไปเทียบ กับ ทุกคนที่เข้ามา

แต่ปัญหาที่เกิด คือ เมื่อเทียบแล้วตัวเอง คิดลบ

นั่นคือ ภาระทางจิตที่สร้างมา

เลือกคิด  และ  เลือกมองในแบบที่เราสบายใจก็แล้วกัน

ถ้าตัดสินใจแล้ว ก็ต้องรับผิดชอบมันด้วย...นะ

15



Q...ช่วยเหลือคนอื่นจนเดือดร้อน อยากให้ตัวเองใจแข็งค่ะ เป็นคนใจอ่อนชอบสงสารคนอื่น
เพื่อนมายืม แล้วยืมแบบไม่ยอมคืนด้วยหนูต้องหาเงิน มาใช้แทนเพราะไปกู้เขาให้ กลุ้มๆๆๆค่ะพี่
..............................


A...พกรูป.. ลูก.. ติดตัวไว้นะ พอมีคนมาขอให้ช่วย

ก็เอารูป ..ลูก ..ออกมาดูก่อน..ตัดสินใจ

การช่วยเหลือคนอื่นเป็นสิ่งที่ดี

แต่ ต้องรู้จักประมาณตน

 ช่วยแล้วต้องไม่ทำให้ตัวเองและ.ครอบครัว.ลำบาก

บอกเขาว่าเรามีรายจ่ายอะไรบ้าง ทำรายการไปให้ดูเลย

บางทีเค้าอาจจะไม่เข้าใจ

นึกถึง ลูก และ ครอบครัว ให้มาก ๆ ใครจะโกรธก็จงดีใจ

 ที่ตัดคนที่ไม่ดี ออกไปจากชีวิตได้

 เพื่อนๆควรจะรักและเป็นห่วงเราเหมือนกัน ถ้าเค้าเห็นแก่ตัว

จะเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว ก็เอาตัวห่างออกมาเถอะ

อะไร ที่ทำให้คิดว่า..ให้ยืม..แล้วจะได้ดี.. ศาสนาหรอ

 หรือ ความเชื่อ หรืออะไร

วิญญูชน ชักหน้าไม่ถึงหลัง ไม่มีใครให้คนอื่นยืมเงินหรอก

ปรับปรุงสมองโดยด่วน


ลึกลงไปในใจให้ยืมเพราะอะไร กลัวคนมายืมเงินไม่รัก

ไม่คบหาหรือเปล่าเลยต้องให้เค้ายืม

ถ้าถึงขั้นไปกู้มาให้คนอื่นยืม

พี่ว่าแนวคิดที่แปลกประหลาดมากนะ

ถ้าคิดว่าช่วยเหลือคนอื่นเพื่อทำบุญ

ยังงี้เค้าเรียกเบียดเบียนตัวเอง ถือว่าเป็นบาปกับตัวเองนะ

ถ้าจะช่วยคนอื่นได้ เราต้องแข็งแรงก่อน ฉันใดก็ฉันนั้น

 มีเงินให้คนอื่นยืม เราก็ต้องมีมากพอที่ตัวเอง

ไม่เดือดร้อนและเป็นเงินเย็นเงินเก็บในส่วนที่ไม่ได้ทำอะไร

ไม่ใช่เงินร้อนที่ต้องไปหยิบยืมคนอื่นมาอีกทอด

มีดอกเบี้ยลุกลามนะ

ต่อไปคนอื่นจะมายืม บอกเลยว่าไม่มี จะโกรธก็โกรธไป

 เลิกคบไป เพราะถือว่าเค้าไม่มีเหตุผลพอจะคบต่อ


จัด..ธรรมะ..ข้อนี้ให้นะ

พรหมวิหาร 4

เมตตา ..   ความปรารถนาให้ผู้อื่นได้รับสุข

กรุณา ..    ความปราถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์

มุทิตา ..  . .ความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี

อุเบกขา ..   การรู้จักวางเฉย

พิจารณาดูนะว่าถึงเวลาที่ต้องใช้ข้อ อุเบกขา หรือยัง

ถ้า ทำได้ทุกข้อ

จะเป็น "พรหม" สำหรับคนเหล่านั้นแล้ว


การสงสารและมีเมตตากรุณาต่อผู้อื่นเป็นสิ่งที่ดี

แต่หากเกินเลยขอบเขตที่รับได้ ก็สร้างทุกข์ให้เราได้

จึงต้องเมตตาตัวเราเองควบคู่ไปด้วย

ให้เท่าไหร่ พอแค่ไหน ไม่มีใครบอกได้

เพราะจำนวน หรือปริมาณเป็นเรื่องสมมติ

มากน้อยเท่าไหร่ เรารู้ด้วยตัวเอง

เท่าไหร่จึงมากไป เท่าไหร่จึงน้อยไป

 เท่าไหร่จึงพอดี เท่าไหร่จึงไม่ลำบาก

เราต้องพิจารณาด้วย

ไม่สมควรให้มากกว่าที่ใจรับได้หรือจนทำให้ทุกข์เกิดจากการให้

ถ้าเริ่มด้วยการให้ โดยที่พิจารณาแล้วว่าเรามีพอที่จะให้

 มากน้อยตามกำลัง และให้ไปแล้วไม่ลำบาก ไม่เป็นทุกข์

นั่นจึงเป็นการให้ที่ดี ด้วยรู้จักประมาณ ไม่ก่อทุกข์ให้เราเอง

ถ้าให้ทั้งที่รู้ว่าต้องประสบความลำบากอันเป็นผลจากการให้

ไม่ว่าจะให้มากหรือน้อยแต่เมื่อให้ไปแล้วเป็นทุกข์

 นั่นจึงเป็นการให้ที่เกินพอดี ไม่รู้จักประมาณ

ให้ยืมแล้วเค้าไม่คืน ไม่ว่าจะตั้งใจไม่คืน

หรือยังไม่อยุ่ในภาวะที่สามารถคืนได้

แล้วก่อทุกข์ให้ตนเอง อย่างนี้ยิ่งต้องพิจารณาก่อน

เร่าร้อน หมองใจ จับจ้อง กับความอยากได้คืน เกิดกับเราแล้ว



เมื่อมี..จงรู้จักให้

เมื่อได้...จงรู้จักพอ

เมื่อขอ..จงรู้จักคุณค่า

เมื่อได้เวลา..ก็จงรู้จักจากไป

หน้า: [1] 2 3 ... 14