999-11.com

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 


แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - เจ๊วู

หน้า: [1] 2
1
โรยรื่นชื่นบุปผา / หัวโขมย ในวังสวนสุนันทา
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2020, 12:25:39 PM »


 ม.ล.เนื่อง นิลรัตน์






ม.ร.ว. เกื้อกมล (นันทวัน) สวัสดิ์สรยุทธ





 ม.ร.ว. วงศ์สินธุ สิงหรา






ม.ร.ว. ศรีคำ ทองแถม




หัวโขมย  ในวังสวนสุนันทา


กิจที่เราต้องยกทีมทำกันเป็นล่ำเป็นสัน คือการออกเก็บผลไม้-ดอกไม้ที่ทรงหวงห้าม

 เพราะพึ่งแรกมี ผลิดอกออกผลใหม่ๆ เช่น ดอกแคทลียาสวยๆ มีมาก หวายช่องาม ดอกไฮเดรนเยียร์สีฟ้าอ่อน กระปุกใหญ่ๆ

ผลไม้ที่พวกเราชอบไปเก็บมี สะท้อน ทับทิม มังคุด มะม่วง มะปรางหวาน ฝรั่งขี้นกไส้แดงๆ

 ไปจนถึงมะดัน เชอรี่ ลูกเลี่ยมซุย มะไฟหวาน ทุกครั้งที่เราแอบชวนกันไปเก็บตอน ๕ ทุ่ม ๒ ยาม

คุณวงศ์สินธุ สิงหรา (หลานหม่อมเจ้าหญิงแย้มเยื้อน สิงหรา) จะเป็นผู้ตำพริกกะเกลือห่อไป

 หม่อมเจ้าหญิงแย้มเยื้อนนี้ ข้าพเจ้าเรียกท่านอา ท่านช่วยกับท่านย่าเลี้ยงข้าพเจ้ามาตั้งแต่ ๑ ขวบ

ท่านรักข้าพเจ้ามากกว่าคุณวงศ์สินธุหลานแท้ๆ ของท่าน คุณวงศ์สินธุเป็นคนด่าเก่งปากจัด เป็นหัวโจกแทบทุกกรณี

 ที่ออกไปล่าดึกๆ และก็ปลอดภัยจากการรู้เห็นของผู้ใหญ่เสียด้วย นับว่าเป็นผู้นำขโมยที่ดีทีเดียว

 ครั้งหนึ่งตอนบ่ายๆ คุณหญิงศรีคำมาบอกข้าพเจ้าว่า “ต้นสะท้อนที่ท่าน้ำข้าหลวงลูกเหลืองเต็มต้น

 เราไปแอบเก็บกันเถอะ ฉันชวนสุดามาด้วยแล้ว เขาขึ้นต้นไม้เก่ง” นางสาวสุดา บูรณศิริ (ธิดาพระยาอรรคราชโยธิน คุณหญิงชมเป็นมารดา)

 เท่านั้นเราก็เปิดฉากเก็บกันเลย ด้วยตอนบ่ายโมงสองโมงแดดร้อนจัด ผู้ใหญ่ไม่ใคร่มาเดินกัน

สุดาขึ้นไปบนต้น ข้าพเจ้ากับคุณหญิงคอยเก็บใส่ถุง ตะโกนคุยกันจากบนต้น คงดังมากแต่เราไม่รู้สึกด้วยกำลังสนุก

 คุณพระเลื่อนเดินมาข้างหลัง จับตัวข้าพเจ้าและคุณหญิง จูงชนิดลากจะเอาตัวไปฟ้องท่านย่า

คุณหญิงตกใจกลัวมาก พอที่คุณพระเลื่อนจะไม่เห็นคุณสุดา ซึ่งกอดอยู่กับกิ่งนิ่งเงียบแทบไม่หายใจ

 คุณหญิงแหงนหน้าตะโกน “สุดาลงมาเหอะ เขาเห็นเราแล้ว”

สุดาโมโหใหญ่ว่า “บอกเขาทำไม เขาไม่เห็นอยู่แล้ว ทีหลังอย่ากินเลย”

ว่าที่จริงอ้ายสะท้อนมันก็ยังอ่อน ถึงเก็บมากินก็ไม่ได้ แต่ด้วยความซุกซน

คุณหญิงตะโกนไปก็เพราะอ่อนหัดไม่ใช่ขโมยในสันดาน อย่าว่าแต่เราเป็นข้าหลวงรุ่นกลางเลย

 รุ่นใหญ่ก็ขโมยด้วย มันตื่นเต้นสนุกดีจัง ม.ร.ว. เกื้อกมล (นันทวัน) สวัสดิ์สรยุทธ

 ก็ไปแอบเก็บมะม่วงมัน ให้ น.ส. มาลี มานิตยกุล (ธิดาเจ้าคุณมานิตกุลพัฒน์)

 เป็นผู้ปีนต้นขึ้นไป ตอนนี้เป็นเวลา ๒ ยามกว่าแล้วกำลังเก็บเพลิน คุณพระเลื่อนเดินมาเรือนพบเข้า

ไม่เห็น น.ส. มาลีบนต้น ก็เลยจับคุณหญิงเกื้อกมล จะเอาตัวไปฟ้องท่านโอภาษผู้เป็นท่านอา

คุณหญิงเกื้อกมลตกใจกลัวมากปากสั่นบอกคุณพระเลื่อนว่า “มาลีเขาอยู่บนต้นอีกคนหนึ่ง"

คุณพระเลื่อนจึงเรียกให้ลงมา เห็นมาลีเขาร้องไห้ เลยใจอ่อนเทศนา ๒-๓ คำแล้วปล่อยตัวไป




ชีวิตในวัง

โดย ม.ล.เนื่อง นิลรัตน์

2
ข่าวหวย / ข่าวหวย 1 มีนาคม 2563
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2020, 04:01:25 PM »

3


หม่อมราชวงศ์วงศ์สินธุ์ สิงหรา





น.ส.พูล อมาตยกุล








เครื่องราง ของขลัง ป้องกันภัยของชาววัง



เช้าวันรุ่งขึ้น คุณวงศ์สินธุ์ (ม.ร.ว.วงศ์สินธุ์ สิงหรา) อาบน้ำแต่งตัวจะขึ้นไปบนตำหนัก

 ก็ล้วงข้าวตังในขวด ห่อไปเพื่อจะไปกินกับเพื่อน คุณวงศ์สินธุ์ออกไปได้สักพักใหญ่

ข้าพเจ้าก็เดินมาเรือนแม่พูล (น.ส.พูล อมาตยกุล) เห็นเจ้าวิไล แม่เพิ่มสาว

(ที่เรียกเพิ่มสาว เพราะมีเพิ่มแก่ อีกคน) พี่สอน แม่พูล นั่งคุยกันบนเรือน

ก็ขึ้นไปนั่งร่วมวง มองดูทุกคนสีหน้าไม่ดี จึงถามว่า "มีเรื่องอะไร"

พี่สอนว่า "คุณวงศ์สินธุ์น่ะซีทำเรื่องอีกแล้ว จะต้องถูกตีแน่นอน

คราวก่อนถูกตีทีนึงแล้ว ที่ไปว่าแม่เพิ่มแก่ ไม่ยักเข็ด"

เจ้าวิไลว่า "เก่งจริงๆ ปากก็ร้าย ไปว่าค่อนขอดเขา ไม่ว่าเด็กไม่ว่าผู้ใหญ่"

ข้าพเจ้าว่า "คราวนี้ไปด่าใครอีกล่ะ"

พี่สอนว่า "ฉันเดินลงมาจากตำหนักเดี๋ยวนี้เอง

เห็นกำลังมีเรื่องเถียงกันใหญ่กับแม่เว้ที่ท่าน้ำพี่หล่อ"

ข้าพเจ้าว่า "เถียงกันเรื่องอะไร"

พี่สอนเล่าว่า "แม่เว้ ถามคุณวงศ์สินธุ์ว่ากินอะไร

แกก็ถามอย่างปราศรัยด้วยไมตรี แต่คุณวงศ์สินธุ์ตอบไปว่า"

"กินข้าวตังหน้าเว้ ตาเหล่ หัวล้าน อีญวนจัณฑาล ชอบเดินขาเป๋"

ข้าพเจ้าว่า "เอาอีกแล้ว คราวก่อนเกิดเรื่องกับแม่เพิ่มแก่

ถูกตบถูกทุบไม่ยักเข็ด"

เจ้าวิไลกับแม่เพิ่มสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกันว่า "มีเรื่องอะไรกับแม่เพิ่มแก่

 แกก็หัวหงอกแล้ว ไปว่าอะไรแก"

ข้าพเจ้าว่า "ก็เกิดเหตุมาจากแม่พูลนั้นแหละ นั่งต้มน้ำอัฐบาลจะเอาไปถวายพระวัดราชบพิธฯ

 แต่เกิดปวดท้องเลยฝากให้ คุณวงศ์สินธุ์นั่งเฝ้าน้ำอัฐบาลบนเตา ให้คนเอาไว้อย่าหยุดมือ

 กลัวน้ำตาลล้นหกจากหม้อ ส่วนแม่เพิ่มแก่ได้กลิ่นหอมยวนใจก็บอกขอแม่พูลกินหนึ่งถ้วย

 แม่พูลว่าให้เอาถ้วยมาขอคุณวงศ์สินธุ์ เพราะจะรีบไปห้องสุขา แม่เพิ่มแก่แกเรียกน้ำอัฐบาลไม่ถูก

 แกมาบอกขอ 'น้ำรัฐบาล' คุณวงศ์สินธุ์ตอบแกไปว่า 'น้ำรัฐบาลไม่มี มีแต่น้ำล้างตีนราษฎร'

 แม่เพิ่มแก่เสียอกเสียใจถึงร้องไห้ หาว่าคุณวงศ์สินธุ์ด่าแกหยาบคายเข้าไปในใส้ "

คำว่า น้ำรัฐบาลไม่มี มีแต่น้ำล้างตีนราษฎร พิจารณาแล้ว ก็ไม่เห็นหยาบตรงไหน

 แม่เพิ่มแก่เอาไปฟ้องท่านอา (หม่อมเจ้าหญิงแย้มเยื้อน สิงหรา)

 เลยโดนตบทีนึงที่ปากไม่ดี แถมทุบไหล่เอาอีก ๒ ตุ้บ

แม่พูลว่า "ทำไมไม่เล่าตอนถูกเรียกตัวเข้าไปหาท่านอ่า"

แม่เพิ่มสาวว่า "เออ เล่าไปซี"

แม่พูลว่า "ก่อนจะเข้าไปสู่มัจจุราช อุตส่าห์มีของขลังป้องกันภัย

ติดตัวไปด้วย แต่ของไม่ขลัง คุ้มภัยไม่ได้"

ข้าพเจ้าหัวเราะว่า "ก็แม่พูลนั้นแหละเป็นต้นคิด ไปช่วยกันเก็บเม็ดดอกพุทธรักษาแห้ง

 เราเลื่อมใส่เพราะชื่อดอกไม้มีคำว่า พุทธรักษา คิดว่าพระจะช่วยคุ้มครอง"

ท่านอาถามว่า "ไปด่าแม่เพิ่มแก่จริงไหม"

คุณวงศ์สินธุ์ตอบไม่ได้ ด้วยอมเม็ดพุทธรักษาไว้เต็มปาก จะพูดก็กลัวเม็ดจะหล่นออกจากปาก

 ได้แต่ทำปากขมุบขมิบพูดไม่ได้ ท่านอาเคืองใจเอามือตบแก้มผัวะเข้าให้

 เม็ดพุทธรักษาแห่กันตกกระจายมาเต็มเตียงที่ท่านอานั่ง ท่านอาเห็นเข้า แปลกใจ ถามว่า

"เม็ดอะไร อมมาทำไม"

ข้าพเจ้าตอบแทนว่า "เม็ดดอกพุทธรักษา อมมาเพื่อป้องกันตัวไม่ให้ถูกลงโทษ"

ท่านอาก็ว่า "แล้วพ้นโทษไหมละ พระท่านคุ้มครองแต่คนประพฤติดี

คนปากชั่วอย่างนังสินธุ์ พระท่านไม่คุ้มครองดอก"

ข้าพเจ้านึกอยู่ในใจ 'ท่านอาก็ปากไม่ดีเหมือนกัน

เขาเป็นหม่อมราชวงศ์ ไปเรียกเขานังสินธุ์เสียนี่'




เรื่องเล่า ชีวิตในวัง

 โดย ม.ล.เนื่อง นิลรัตน์

4


น.ส. พูล อมาตยกุล





แม่ฉวีใหญ่  และ แม่พูล



การหลอกล่วงต้มตุ๋นในวังสวนสุนันทา



ข้าพเจ้าเดินทะลุช่องเขาออกมาสู่ถนน ก็พบคุณวงศ์สินธุ์ (ม.ร.ว.วงศ์สินธุ์ สิงหรา)

คุณศรีคำ (ม.ร.ว.ศรีคำ ทองแถม)  คุณวัฒนพันธุ์ (ม.ร.ว.วัฒนพันธุ์ ชมภูนุช) และแม่สุดา

กำลังเดินมาเจอข้าพเจ้า พวกเขาพากันพูดว่า "กำลังจะไปหาที่เรือนอยู่พอดี มีเรื่องจะปรึกษา"

ข้าพเจ้าก็ว่า "ไปทำอะไรมาอีกล่ะ"

คุณวงศ์สินธุ์ว่า "เปล่ายังไม่ได้ทำ แต่กำลังจะทำ"

ข้าพเจ้าว่า "ชอบก่อเรื่องจริงๆ ความวัวไม่ทันหายความควายเข้ามาแทรก เดี๋ยวเถอะ เดือดร้อนกันอีกจนได้"

คุณศรีคำว่า "เปล่านะเราไม่ได้เอาของเจ้านาย ทีนี้เราจะเอาของเพื่อน"

ข้าพเจ้าตกใจ ก็ว่า "แล้วกัน ทำระยำใหญ่ ดันมาขโมยกันเอง"

แม่สุดาว่า "ฟังก่อนซี พวกเราอยากกินขนมงารั่วที่แม่พูล (น.ส.พูล อมาตยกุล) เขาทำขาย"

ข้าพเจ้าว่า "บ้าไปได้ จะไปขโมยเขาทำไม ก็ซื้อเขากินซี สุดาก็มีเงิน"

คุณวัฒนพันธุ์ว่า "ซื้อกินประจำแต่ไม่จุใจ ตอนนี้แม่พูลไม่อยู่จะไปขโมยเขา"

ข้าพเจ้าว่า "หมดท่าหรือไง มาขโมยกันเอง อย่าทำเลย สู้ให้เขาให้เรากินเองด้วยความเต็มใจดีกว่า"

"ของเขาเอาไว้ขาย ใครจะให้" คุณศรีคำ ค้าน

ข้าพเจ้าว่า "ต้องมีวิธีซี เมื่อวานแม่สุดามาคุยเรื่องหมอดูแม่น ที่บ้านสุดานับถือกันนัก

เราก็โกหกว่า หมอดูเขาทายว่าปีนี้คนเกิดปีวอกเคราะห์ร้ายหนัก แม่พูลเขาเกิดปีวอก เราก็เล่าให้เขาฟังว่าหมอทายคนเกิดปีวอก

 ถ้าไม่ทำทานขนมหวานให้คนกิน จะต้องเคราะห์ร้ายถึงตายโหง แล้วต้องทำทานก่อนสิ้นเดือน นี้ก็อีก ๕-๖วันจะสิ้นเดือนแล้ว

 แต่อย่าให้แม่ฉวีใหญ่ (น.ส.ฉวี มิลิทจินดา) รู้ เพราะเขาชอบพอกับแม่พูลเดี๋ยวพิธีจะแตก"

ทุกคนเห็นด้วย พอแม่ฉวีใหญ่เดินมาเห็นเข้า ก็เข้ามาร่วมคุย ถาม"ว่าปรึกษาอะไรกัน"

ข้าพเจ้าว่า "มานั่งหาทางช่วยแม่พูล เพราะสงสารเขา เขาออกไปจ่ายตลาดทุกวันแล้วกำลังเคราะห์ร้าย กลัวรถชนตาย"

แม่ฉวีใหญ่ตกใจตาพอง ว่า "จริงรึ ใครเป็นหมอดู"

ข้าพเจ้า ว่า "หมอดูที่บ้านแม่สุดานับถือ มีญาติแม่สุดาเกิดปีวอก วันเสาร์ หมอทายว่าปีนี้ยมบาลจะมาเก็บคนเกิดปีลิง วันเสาร์

ถ้าไม่อยากตายให้ทำทานเลี้ยงพระ ด้วยขนมหวาน ทั้งต้องแจกเพื่อนฝูงกินให้ทั่ว

กำลังปรึกษากันว่าจะบอกแม่พูลดีไหม เขาเกิดปีวอก วันเสาร์เหมือนกัน"

ฉวีใหญ่บอกว่า "ต้องบอกซี เรื่องนี้ต้องบอก เดี๋ยวเขาตาย"

เพราะทั้งแม่ฉวีใหญ่และแม่พูลเป็นคนเชื่อโชคลาง

พอดีแม่พูลกลับจากตลาด พบพวกเราจับกลุ่มคุยกัน เลยเรียกให้ไปคุยกันบนเรือน

 แต่แม่ฉวีใหญ่ตกใจกว่าคนอื่นเลยเล่าเรื่องทั้งหมดให้แม่พูลฟัง แล้วยุให้ทำในวันสองวันนี้ ด้วยจะสิ้นเดือนแล้ว

แม่พูลกลัวตายอยู่มาก รับปากว่าจะทำพรุ่งนี้

ฉวีใหญ่ว่า "เร็วไปกระมัง ทำเอาวันสิ้นเดือนก็ได้"

ข้าพเจ้าว่า "การทำบุญทำทาน ทำเมื่อไหร่ก็ได้เมื่อนั้น ฉวยช้าไปวันสองวันเกิดเป็นลมตายไปเสียก่อนจะไม่ทันกาล"

แม่พูลเห็นด้วย ก็นัดพวกเราให้มากินขนมงารั่ว แล้วบอกให้มากันอีกหลายๆคน ทั้งเอาไปถวายพระวัดราชบพิธฯด้วย

 นับว่าแม่พูลได้ทั้งบุญได้ทั้งคุณ แต่พวกเราซีบาป ไปโกหกเขากินเป็นการกระทำที่ไม่ควรเอาอย่าง

ถึงเวลาได้กินฟรีกลับกินได้ไม่มาก คนละสามชิ้นก็หวานคอหอยแตกแล้ว



เรื่องเล่า ชีวิตในวัง

โดย ม.ล.เนื่อง นิลรัตน์

5





คำสอนแป๊ะโรงสี


ลื้อ เคยเห็นมั้ย

เมื่อตอนที่ นกยังมีชีวิตอยู่ มันจะกินหนอนเป็นอาหาร

แต่เมื่อมันตาย..มันก็จะ ถูกหนอนกินเป็นอาหารเหมือนกัน


ต้นไม้หนึ่งต้นนั้นสามารถ ทำเป็นไม้ขีดไฟได้มากมาย

แต่ไม้ขีดไฟเพียงหนึ่งก้านก็สามารถเผาต้นไม้ได้มากมายเช่นกัน

ลื้อ อย่ามองข้ามคนที่ด้อยกว่า เพราะหลงตัวเองว่ายิ่งใหญ่กว่า

อย่ามองข้ามลูกค้ารายเล็กๆ ไม่เห็นคุณค่าของพวกเขา

เพราะสักวันหนึ่งเขาอาจเป็นลูกค้ารายใหญ่ของเราก็เป็นได้

พวกดูถูกคนพวกนี้มีเยอะแยะให้เห็นในโลกใบนี้

จงจำไว้คนรวยนั้นหลายคนไม่ได้รวยมาแต่กำเหนิดทุกคน

 ลื้ออยากเป็นเศรษฐีจงจำประโยคนี้ไว้ให้ขึ้นใจ

ลื้อ อย่ามัวคิดว่าเราแข็งแรงไม่มีวันป่วยเพราะอายุยังน้อย

 "โลงศพไม่ได้มีไว้ใส่คนแก่แต่มีไว้ใส่คนตาย จงจำไว้"

ลื้อ อย่ามัวคิดว่าฉันรวยใช้เงินได้อย่างฟุ่มเฟือย

สักวันเงินเพียงร้อยบาทอาจมีค่ามากมายในวันตกอับก็ได้

ขอเตือนสติทุกคนว่า

ลื้อจงจำไว้ให้ดีไม่มีอะไรแน่นอนในชีวิต 

ใหญ่ได้ก็เล็กได้ รวยได้ก็จนได้

แข็งแรงได้ก็ป่วยได้ เกิดได้ลื้อก็ต้องตายได้เช่นกัน

 ทุกคนไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า จงจำคำอั๊วให้ขึ้นใจ


เทียน กัว สื่อ ฮก โหงว ลี่

ขอฟ้าประทานพรให้ลูกหลานพ้นจากปัญหา

สมดั่งปราถนา ไม่ขัด ร่ำรวยๆ

6



ม.ร.ว. ศรีคำ ทองแถม






ม.ล.เนื่อง นิลรัตน์




หม่อมตละเห็นแก่กินเลยโดนลงโทษ


วันหนึ่งท่านย่า (หม่อมเจ้าหญิงสะบาย นิลรัตน์) ให้แม่เอมทำข้าวตังนังเล็ด 

คือข้าวตังทอดโรยน้ำตาล เคี่ยวเหนียวๆ ใส่มาประมาณ ๑ จานกินข้าว  เอามาวางไว้ที่โต๊ะริมระเบียงเรือน

คุณหญิงศรีคำ (ม.ร.ว.ศรีคำ ทองแถม) ตื่นนอนเข้ามาก่อนข้าพเจ้า  โผล่จากมุ้งมาเจอจานข้าวตังพอดี

ไม่ต้องล้างหน้าแปรงฟัน ตรงเข้าโจ้เลย  ท่านย่าโผล่มาเห็นพอดี ถูกกริ้วหาว่าตะกระตะกราม ของก็จะทำมาให้กินอยู่

 รีบร้อนทำไม ควรไปอาบน้ำแปรงฟันก่อน แต่งตัวเรียบร้อยจึงมานั่งโต๊ะอาหาร  ไม่ได้เลี้ยงให้อดอยากซักหน่อย

 ท่านย่าสั่งแม่เอมให้ทำข้าวตังยังงี้มาอีก ๑  กระด้ง จะให้กินให้หมด ถ้ากินไม่หมดจะเอาข้าวตังยีหัว พอ ๑ ช.ม. ผ่านไป

ข้าวตังมาวาง ๑  กระด้ง ข้าพเจ้าเป็นทุกข์ร้อนแทนคุณหญิงจริงๆ  ถึงจะเข้าไปช่วยเขากินก็กินไม่ไหว มันมากจริงๆ

 คุณหญิงก็ไม่กิน นั่งร้องไห้ตลอดเวลา  ถึงเวลาแล้วที่ข้าพเจ้าจะตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง  รีบวิ่งไปห้องเครื่อง

ที่ท่านย่านั่งทำงานอยู่บนแคร่ใหญ่  ทูลท่านทำหน้าตาตื่นว่า  คุณศรีคำเขาแน่นกำลังจะจุกเพราะเขากินเข้าไปเยอะแล้ว

 ว่าแล้วกราบลงขอประทานโทษแทน  ให้เขาเลิกกินเถอะเขาสัญญาต่อไปจะไม่ตะกระอีกแล้วจะเข็ดจะจำ

 ท่านย่าจะยกโทษให้หรือไม่ข้าพเจ้าไม่รอฟังคำตอบ  รีบวิ่งกลับมาเรือนยกกระด้งข้าวตังมาคืนแม่เอม

 แม่เอมว่า “แหมคุณเนื่องทูลท่านเสียตกใจว่ากำลังจุกกำลังแน่น ข้าวตังไม่แหว่งซักหน่อย"



เรื่องเล่า ชีวิตในวัง

ของ ม.ล.เนื่อง นิลรัตน์

7
โรยรื่นชื่นบุปผา / หนีออกจาก ตำหนัก
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2020, 07:21:38 PM »


โขลนในวัง






ม.ล.เนื่อง และ  เพื่อน



หม่อมหนีออกจากตำหนักเที่ยวตอนกลางคืน

กลัวโดนโขลนจับถลกผ้าถุงวิ่งเร็วจี๋

จนเหลือแต่ กกน.ก็ยอม


วันเวลาผ่านไปต่างก็โตเป็นสาวขึ้นตามลำดับ ชักจะเห็นว่าการซุกซนภายในเขตรั้วตำหนักพระวิมาดาไม่สนุกเสียแล้ว จืดชืดซ้ำซาก

เลยชวนกันหนีเที่ยวไปหาเพื่อนฝูงต่างตำหนัก เช่น ตำหนักเสด็จพระองค์เหมวดี ตำหนักเสด็จพระองค์อาทรทิพยอาภา ตำหนักเสด็จพระองค์อภันตรีประชา

 เสด็จพระองค์ทิพยาลังการและไปสวนหงส์ ตำหนักทูลกระหม่อมหญิงวลัยอลงกรณ์ เสด็จพระองค์เยาวภาพงศ์สนิท

พวกเราจำเป็นต้องหนีออกไปตอน ๕ ทุ่มไปแล้ว พวกข้าหลวงคอยเสวยเสร็จลงจากบนตำหนัก แล้วต้องมาคอยเอาตัวข้าพเจ้า

 ซึ่งต้องเหยียบท่านย่าทุกคืนประจำ กว่าจะเลิกเหยียบก็ ๔ ทุ่มกว่า พอท่านย่าหลับก็แอบไปรวมกับเพื่อนๆ ที่มาคอย มี ๖ คนด้วยกัน

 มี ม.ร.ว. อาไทย ลดาวัลย์ ม.ร.ว. วัฒนพันธ์ ชมพูนุช ม.ร.ว. วงศ์สินธุ์ สิงหรา ม.ร.ว. ศรีคำ ทองแถม น.ส. สุดา บูรณศิริ และข้าพเจ้า

 ย่องปีนรั้วออกไปทางหลังเขาดิน เป็นรั้วไม้ตีโปร่ง ทาสีฟ้าปีนง่ายมาก คืนหนึ่งก็ไปตำหนักเดียวแล้วหมุนเวียนกับไปจนทั่วทุกตำหนักที่รู้จักกัน

พวกเขารู้ว่าพวกเราไป เขาก็จะออกมากันหลายๆ คน มานั่งรวมกลุ่มคุยกันที่ท่าน้ำหน้าตำหนัก

พอเห็นพวกโขลนออกเดินตรวจ (โขลน คือผู้หญิงนุ่งน้ำเงินใส่เสื้อขาว ออกเดินตรวจตามถนนในวังตลอดทุกยามจนเช้า)

 มาแต่ไกล ๒ คน พวกเราต่างลุกหนีกันจ้าละหวั่น พวกข้าหลวงเสด็จเขาก็วิ่งเข้าตำหนักไป พวกเราอยู่ไกลวิ่งหนีกันสุดฝีเท้า

 ม.ร.ว. วัฒนพันธ์ ขาสั้นตัวเตี้ย วิ่งช้าไม่ทันพวก ความที่กลัวพวกโขลนจะจำได้ ถลกผ้าถุงที่นุ่งขึ้นมาม้วนพันไว้รอบเอว

 เหลือแต่กางเกงในวิ่งแจ้น โขลนวิ่งไล่มาไม่ทัน พวกเรา ๖ คน ปีนรั้วไม้โปร่งหายเข้ามาภายในหมด กลัวคนจนลืมกลัวผี

 นึกว่าเรื่องจะจบแค่นั้น ที่ไหนได้ตอนสายวันรุ่งขึ้น โขลนเข้าเฝ้าทูลฟ้องว่าข้าหลวงที่ตำหนักนี้หนีเที่ยวเมื่อคืนไล่จับไม่ทัน

เห็นชัดคนเดียวนุ่งกางเกงขาสั้นสีขาว เมื่อทรงสอบสวนดูทุกคนแล้ว ข้าหลวงไม่มีใครนุ่งกางเกง เรื่องก็เลยเงียบไปโดยหาตัวลงโทษไม่ได้

แต่พวกเราก็ไม่เข็ด คราวต่อไปเรารีบกลับก่อนโขลนออกตรวจตอน ๒ ยาม

น่าเห็นใจชีวิตที่ถูกขังอยู่ในวัง ไกลพ่อไกลแม่ ไปไหนก็ไม่ได้ไป เล่นอะไรก็ไม่ได้ถูกห้ามไปทุกอย่าง สมัยนั้นวิทยุก็ยังไม่มีฟัง โทรทัศน์ก็ยังไม่มีดู

 ออกจากประตูวังไปไหนก็ไม่ได้ เหมือนนกติดกรงขัง ร้องเพลงเล่นกันดังก็ไม่ได้ต้องกระซิบร้องกันเบาๆ

เด็กมันไม่มีทางออกหาความเพลิดเพลิน ก็เลยซุกซนขโมยโน่นนี่ไปตามเรื่อง



เรื่องเล่า ชีวิตในวัง

ม.ล.เนื่อง นิลรัตน์



8
โรยรื่นชื่นบุปผา / ในที่สุด เราก็ได้พบกัน
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2020, 03:04:31 PM »





















ใช้ชีวิตให้มีความสุข ตามเท่าที่มี
10 บาท หรือ 1 ล้านบาท
 ความสุข ก็สะกดเหมือนกัน “สุข “



ดอกบุนนาค มากกลิ่นหอม พร้อมพิสุทธิ์

กลีบขาวดุจ สีสำลี มีเกสร

เหลืองอำพัน กลิ่นชวน ยวนภมร

ให้บินร่อน ดอมหลง  อนงค์นวล....


ลม เย็น เอื่อยๆ  พัด เอา กลิ่น หอมอ่อนๆ

ของ ดอกไม้ มา แตะ จมูก .

หวานอ่อน ละมุนสบาย จมูก ... 

กลิ่นหอม ที่สัมผัส แรกจะหวาน

แต่นานๆ แล้ว  กลิ่นจะหอมเย็น

เค้าหอม จนอยากจะกลืนเข้าไปทั้งดอก

หลงเสน่ห์ในกลิ่น หอมของเธอแล้วละ


ต้นไม้แห่งความฝัน ...

ด้วยหวังว่า สักวันหนึ่งจะได้พบเธอ

เดินวน รอบตัวเธอมา  9 ปี  เต็มๆ

ในที่สุด เราก็ได้พบกัน

สวยงามอลังการ ตื่นตาตื่นใจมากค่ะ

ออกดอกเต็มต้นเลย ดอกดก มาก

ไม้เก่าแก่ ดอกไม้ในวรรณคดีไทย

 บุนนาคสีชมพู

คนรักดอกไม้ ชื่นใจไปตามๆกัน

 
โบราณเชื่อว่า ปลูกต้นบุนนาคไว้ประจำบ้าน

จะทำให้ เป็นผู้มีความประเสริฐ และ มีบุญ

 เพราะบุนนาค คือ ผู้มีบุญผู้ประเสริฐ

และยังเชื่ออีกว่ายังสามารถป้องกันภัยอันตราย

จากภายนอกได้อีกด้วย

เพราะ ใบของ บุนนาค สามารถรักษาพิษสัตว์ต่าง ๆ ได้

 เช่น พิษงู นอกจากนี้แล้ว นาคยังหมายถึง พญานาค

ซึ่งเป็นพญาสัตว์ชนิดหนึ่งในสมัยพุทธกาล ที่มีแสนยานุภาพ

 ที่จะปกป้องและคุ้มครองพิษภัยได้

เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย

ควรปลูกต้นบุนนาคไว้ทาง....ทิศตะวันตก

ผู้ปลูกควรปลูกใน..วันเสาร์..

เพราะโบราณเชื่อว่า

การปลูกไม้เพื่อ..เอาคุณ..ทั่วไป

ให้ปลูกใน.....วันเสาร์

9
ข่าวหวย / ข่าวหวย 16 กุมพาพันธ์ 2563
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2020, 07:25:54 PM »
“เง็กเซียนฮ่องเต้” เกิด วันที่ 02 กพ 2563

เง็กเซียนฮ่องเต้ คือ กษัตรย์ปกครองสวรรค์

ถ้าใช้ชื่อของพราหมณ์ จะเรียกว่า ท้าวสักกะเทวราช

หรือพระอินทร์นั้นเอง

 เง็กเซียนฮ่องเต้ เป็นตำแหน่งสืบทอดที่มีวาระ

 องค์ปัจุบันเป็นลำดับที่ 18














 เง็กเซียนฮ่องเต้  คือ ผู้ดลบันดาลทุกอย่างที่มีบนสวรรค์ โลก และนรก

ทั้งธรรมชาติ ดวงชะตาและความเป็นไปของมนุษย์

 คือ ประมุขฟ้า  สร้างความสงบสุข มีหน้าที่ปกครองทั้ง 3 ภพ

สามารถควบคุม พระอาทิตย์ พระจันทร์ ลม ฟ้า

ซึ่งเป็นธรรมชาติ และตลอดจนการดำรงชีพของมนุษย์

 เช่น การเกิด การตาย อายุขัย 

จึงมีผลต่อวิถีของชาวจีนเป็นอย่างมาก โดยตามศาลเจ้าหรือวัดจีนต่าง ๆ

 ก่อนที่จะทำการบูชาเทพเจ้าองค์อื่น ต้องบูชาเง็กเซียนฮ่องเต้ก่อนเป็นอย่างแรก

 เพื่อเป็นการให้เกียรติ โดยตามศาลเจ้าจีนส่วนมากจะตั้งกระถางธูป

ของเง็กเซียนฮ่องเต้ไว้ตรงบริเวณหน้าศาล มีกระถางธูปบูชาเด่นชัด

 รวมถึงป้ายบูชาเง็กเซียนฮ่องเต้ของคนจีนที่จะสลักตัวอักษรแตกต่างออกไป

 เช่น ศาลเจ้าของชาวฮกเกี้ยน และชาวกวางตุ้ง จะสลักคำว่า เทียนก๊วนซูฮก

 ส่วนศาลเจ้าของชาวจีนแต้จิ๋วและจีนไหหลำ จะสลักคำว่า เทียนเต่เป่โบ้

ส่วนในวรรณกรรม ไซอิ๋ว นั้น เง็กเซียนฮ่องเต้ ถือว่ามีบทบาทสำคัญไม่น้อย

นอกจากจะเป็นผู้เนรเทศปีศาจทุกตนสู่ภูเขาเพลิง

แล้วก็ต้องต่อกรกับ เห้งเจีย อยู่หลายครั้ง

 และยังเป็นผู้สั่งขัง เห้งเจีย ไว้ใต้ภูเขานานกว่า 500 ปี



10
พ่อมดจอมขมังเวทย์ 

มีดวงตา อกาม็อตโต

พลังร้ายกาจ หยั่งรู้..เลขที่จะออกได้

"ตำหนัก เจ้าพ่อหวย "พลังเวทย์แกร่งที่สุด

ทุบ โป้งๆ อุ้ย !  จบปิ๊ง !

มีพลังพิเศษเป็นของตัวเอง

ไอเทมแปลกๆทำเอาคนชอบเล่นหวย

ตื่นตาตื่นใจ   เริ่ดเนอะ !!!

งานนี้มีลูกศิษย์มาขอหวยกันเพียบ!



เฮ้ย !!! นี่พวกมึงรู้..เลข..ก่อนหวยจะออกนี่หว่า





















































ถ้า    อิตาลี  มี " ก็อดฟาเธอร์  "

        เมกา  มี "  อัล คาโปน    "

        จีน     มี "  สี่เหวินเฉียง " เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ "


ที่ "ไทย" ต้องมี.... "เจ้าพ่อตูบ" (ฉบับเหนียงยาน)

 2 คน  2คม กินกันไม่ลง

ปฐมบท การก่อเกิดตำนาน  "เจ้าพ่อ "

ประกาศศักดา สุดอหังการ..

ในห้องน้ำสำคัญๆ ทุกแห่ง

ทั้งเบอร์ลินตะวันตก ไปจนสุดฝั่งตะวันออก !

พลาดไม่ได้กับบทสรุปไตรภาค จารึกประวัติศาสตร์

 "ตะลุยเส้นทาง  ในฝัน !!!

ช้างเหยียบนา พระยาเหยียบเมือง!!!

ช้างเหยียบคนบ้า พญาขึ้นแท่น!

เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ เราได้เห็น “ช้างเหยียบคน เละคาตีน !!!

จัดไว้สำหรับผู้เป็นเจ้าขุนมูลนาย อวดบุญกุศลแน่นหนา

นี่เป็นความพิสดารในบ้านเมือง เรา

กระดกกันก้น ลอย

..ท่ามกลางเสียงเชียร์ของคนกลุ่มใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่ม..

สอดแทรกด้วยเสียงโหยหวนของชนกลุ่มน้อยเป็นกระสายยา

เจ้ามือหวย  !!! ก็ตาย  ในบัดดล !

ทำพิเรนทร์เกินคนธรรมดา

นุ่งขาว ห่มขาว ดูดพลังจักรวาล

ยังเป็นต้นแบบของพฤติกรรมแผลงเพี้ยนๆ

เจื้อยแจ้ว ชี้โบ๊ ชี้เบ๊ สร้างหลักรัฐศาสตร์ใหม่

ชาติเชื้ออาชาไนย กลายเป็นหนุ่มใหญ่ไร้น้ำยา

เดินตามก้นผู้นำ เด้งหน้า เด้งหลัง

ผู้มีอำนาจหน้าที่ปกป้องรักษาอธิปไตย

ท่องซ้ำซากประโยคเดียว

ทำเอานกแก้ว  นกขุนทอง  แอบอาย !

เป็นความสัตย์จริงแท้ ไม่ได้ตอแหล !!

เสียดายโอกาส…เสียดายชีวิตแกเนาะ

ไม่เป็น "ตำหนัก เจ้าพ่อสเตรนจ์ " หรือค่ะ

....โห้ยย ไม่เอาอะ กระจอก


 เหมือนกลัวจะไม่ได้เห็นผลงานโคตรโกงอันอัปยศ

คนสาปแช่งทั้งแผ่นดิน

ก่อกรรมทำเข็ญสารพัดไม่มีใครทาบชั้น

ทำพิเรนทร์เกินคนธรรมดา

 เหมือนเร่งสร้างอนุสาวรีย์ให้ชนรุ่นหลังจดจำ

เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์!

มีแต่เรื่องดีๆทั้งนั้น

ถึงบอกไงว่าเดี๋ยวนี้ไม่ต้องอายกันแล้ว

เดินลากหางแลบลิ้นแผล็บๆ


มาเฟีย...ฟุตบอล มีอยู่จริง

มาเฟีย...ม้าแข่ง มีอยู่จริง

มาเฟีย...มวย    มีอยู่จริง

มาเฟีย..โต๊ะสนุค  มีอยู่จริง

มาเฟีย.. ล็อกหวย ก็ มีอยู่จริง



สักวัน...พวกอำมหิต ที่ชอบล็อกหวย

ก็ต้องล้มหายตายจากไปจากโลกนี้

ด้วยความทรมาน  อย่าง แสนสาหัส

ตาม กฏ แห่ง กรรม



11
โรยรื่นชื่นบุปผา / แม่วาสนา เจ้ามาแล้ว
« เมื่อ: มกราคม 30, 2020, 11:58:12 AM »















ดอกวาสนา  สีขาว  พราวพร่าง

ในท่ามกลาง  แมกไม้  หลากหลายสี

ส่งกลิ่นหอม  ขจรไกล  ในราตรี

บ้านใครมี  เป็นวาสนา  ชะตาตน





รอวัน ต้นวาสนา บาน

วาสนาเป็นไม้ที่แปลก

คือนานๆ ถึงจะออกดอกซักครั้ง

แต่เวลาที่วาสนาออกดอก

มักออกพร้อมๆ กันหมดทุกต้น

ไม่ว่าจะต้นเล็กต้นใหญ่แค่ไหน

ต้นที่ชำเพิ่งเป็น สูงแค่คืบเดียวยังออกกับเขาด้วยเลย

เพราะเป็นไม้ที่ออกดอกยากนี่แหละ

 เขาถึงเรียกว่า ...วาสนา

ชื่อเต็มๆ ของต้นวาสนาก็คือ วาสนาอธิษฐาน

ถือเป็นไม้เสี่ยงทาย คนโบราณว่าถ้า วาสนา ออกดอก

ว่ากันว่า เจ้าของกำลังจะโชคดี  มีวาสนา

ยามพลบค่ำ ดอกบาน หอมฟุ้งไปทั้งบ้าน กลิ่นโหยหวนมาก

กลิ่นหอม จนนึกถึงผีไทย




ต้นวาสนา ก็เป็นเพียงไม้ธรรมดาๆ ทั่วไปนั่นแหละค่ะ

 การออกดอก ออกผลของเค้า

ก็เป็นไปตามปกติของธรรมชาติ จะไปเอามายึดถืออะไร คงเป็นไปไม่ได้


ความเชื่อ เป็นเรื่องที่ควรใช้เหตุผลในการพิจารณา

ต้นไม้เกิดก่อน มีมนุษยชาติ ต้นไม้เกิดก่อนพระเจ้า

คนเราเกิดมาทีหลังต้นไม้อีก 


ปลูกเถอะ แต่ปลูกให้เหมาะสมกับพื้นที่รอบบ้าน

ข้อเท็จจริงคือ ต้นไม้ทุกชนิด จะผลิตออกซิเจนให้เรา

 

12
โรยรื่นชื่นบุปผา / แม่มณี
« เมื่อ: มกราคม 26, 2020, 02:12:16 PM »


ท่านพระยาอรรคราชวราทร (ตัวจริง)

ท่านมีชื่อนามอยู่ในประวัติศาสตร์ ชาติสยาม

เป็นอดีตอรรคราชทูตสยามประจำกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา
 
 และเป็นอรรคราชทูตคนแรกของสยามอีกด้วย










คุณหลวงอัครเทพวรากร

ได้พบรักกับ แม่มณี ที่ทะลุมิติผ่านกระจก (คันฉ่อง)

ที่บ้านเมืองล้ำยุค ของคุณหลวงไปมาก

หล่อนมาจากไหน หล่อนคือใครไม่ทราบแน่ชัด

แต่ คุณหลวง ก็ตกหลุมรักแม่มณีตั้งแต่แรกพบ

คุณหลวงอัครเทพวรากร ผู้อยู่ในยุคอดีตกาล

กับ แม่มณี หญิงสาวที่มีชีวิตอยู่ในยุคปี พ.ศ. ปัจจุบัน

กลับต้องไปใช้ชีวิตอยู่ในอดีต

ความรักต่างภพ ระหว่าง..อดีต..และ..ปัจจุบัน..มาบรรจบกัน




แต่..เชื่อหรือไม่ว่า ท่านพระยาอรรคราชวรา นั้นมีตัวตนจริง !! ??

เล่าถึงท่านพระอนันต์นรารักษ์ (ภัสดา บุรณศิริ ) หรือ พระยาอรรคราชวราทร


 ท่านเป็นปู่ทวดของ คุณนีโน่ บุรณศิริ

 จริงแล้วนามท่านต่างจากที่ในบทละครนิดหน่อยคือในละครเป็น พระยาอรรคราชวรากร .

อรรคราชทูตสยามประจำกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เป็นคนแรกในประวัติศาสตร์.


ท่านเป็นสามัญชนชุดแรกที่ พระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ ๕

 ทรงโปรดเกล้าฯให้ร่วมไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษ

โดยได้เดินทางร่วมคณะไปกับสมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ (รัชกาลที่ ๖)

 และเจ้านายชั้นสูงพระองค์อื่นอีกหลายพระองค์

เดินทางไปศึกษาต่อที่อังกฤษในปี พ.ศ. ๒๔๒๕

สำเร็จการศึกษาจากอังกฤษก็เมื่อปีพ.ศ.๒๔๓๒

เข้ารับราชการในกรมมหาดเล็ก และ เป็นเสนาบดีกระทรวงการต่างประเทศ

ต่อมาในปีพ.ศ.๒๔๓๔ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯเป็นปลัดกรมกองตระเวน ในกรมพระนครบาล.

พ.ศ. ๒๔๓๕ เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระอนันต์นรารักษ์ เกษียณอายุ.

ท่านอยู่ในตำแหน่งพระอนันต์นรารักษ์ จนวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๔๐

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใปเป็นข้าหลวง

จัดราชการเมืองสมุทรปราการแลเมืองนครเขื่อนขันธ์(พระประแดง)

ได้รับพระราชทานเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็นพระยาเพชรชฎา

 พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาอรรคราชวราทร


13
โรยรื่นชื่นบุปผา / เจ้าคุณ อรรคเทพวรากร
« เมื่อ: มกราคม 25, 2020, 08:05:50 PM »


จากอดีต  กลับมีสีสรรพ์ มีชีวิตชีวา

นกกาโบยบิน ผู้คนเคลื่อนไหว








แม่มณี ครุ่นคิดคะนึงถึงสิ่งที่ได้พานพบ สิ่งเหล่านั้นสัมผัสได้

ชัดเจนเป็นจริงเกินกว่าจะเป็นเพียงฝัน

ที่สำคัญ คือความรู้สึกอบอุ่น ความสุขที่ใฝ่หา






ได้ชุบชีวิตในอดีตจากรูปถ่ายเก่า








แม่มณี ว่า มาจากที่นี่-บางกอก แต่จากปีที่ไกลไปข้างหน้า

 และพยายามจะอธิบาย เรื่องเวลาอดีต อนาคต








ภาพสะท้อนในกระจกที่บ้านปัจจุบัน

แปรเปลี่ยนเป็นภาพเรือนในอดีต









มิติแห่งกาลเวลา เข้ามาเหลื่อมล้ำกัน

คันฉ่องตั้งขนาดใหญ่ และโถ ชามอ่างล้าหน้ามาตั้งในห้อง

ดังนี้แล้ว มิติแห่งกาลเวลาอดีตและปัจจุบันวางขนานกัน และดำเนินควบคู่กันไป

 จนเมื่อกระจก และอ่างล้างหน้าวางอยู่ตำแหน่งเดียวกันแล้ว

มิติแห่งกาลเวลาก็พาทั้งสองภพเปิดหากันได้






หล่อนพูดภาษาอังกฤษ และ ฝรั่งเศสได้ 









รื่องการย้อนเวลาของแม่มณีไม่อาจทำให้พ่อตรีปลงใจเชื่อ ส่วนพ่อเทพสนใจว่า

สยามเป็นเมืองขึ้นใครหรือไม่ แม่มณีตอบว่าไม่ แต่เราต้องเสียดินแดนไปบ้าง







แม่มณี เดินทางกลับไปในอดีต 

เข้าไปเหตุการณ์ประวัติศาสตร์

 เหตุการณ์วิกฤกการณ์ ร.ศ. ๑๑๒

"การเปลี่ยนแปลงอดีต จะส่งผลถึง อนาคตกับสยามได้อย่างไร"


ทิวภพ...พาแทรกกายไปพบเจ้าคุณเทพวรากร ช่วยร่วมเจรจาภาษาต่างประเทศ

ร่วมจัดงานต้อนรับทูตต่างประเทศ ยังมีผลให้สยามมีอารยะ ทัดเทียมต่างประเทศ

 ช่วยผ่อนปรนสถานการณ์ในระดับหนึ่ง จนสยามรอดพ้นวิกฤตการณ์







14
โรยรื่นชื่นบุปผา / ชำมะเลียง แก้วตา
« เมื่อ: มกราคม 25, 2020, 06:41:10 PM »












..ชำมะเลียง แก้ว ตา

สัญญา ข้ามีด้วยใจ

จากชาวดิน

ที่ยุพิน ลืมได้

หลงเพลินกับใคร

เหิร ฟ้า ลืม ดิน



ชำมะเลียง  เป็นผลไม้ไทยโบราณ

ออกดอกเล็กๆ  น่ารัก

เหมือน ช่อตะลิงปลิง

ช่วงเดือนกุมภาพันธ์

จะเป็นช่วงที่ชำมะเลียง ติดผลเต็มต้น

ห้อยระย้าเป็นพวงยาว

เมื่อสุกงอม ได้ที่ผลจะมีสีดำ

เด็ดมาชิมหนึ่งพวง

รสชาดออก หวานๆ  ฝาดๆ

ยอดอ่อน ลวกจิ้ม น้ำพริกอร่อย

หรือจะทานเป็นผักสด ก็อร่อยค่ะ

เมล็ดที่แก่แล้ว เอามาหมกไฟ

แกะทานข้างในก็อร่อยดี

ชำมะเรียงเป็นสมุนไพร

คนโบราณใช้ผลแก่สีดำ

ให้เด็กทานแก้ท้องเสีย

ผลสุก แก้ร้อนใน  เลือดกำเดาไหล 
 

15














กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานพรวันตรุษจีน ปี 63 ‘ฉู่เจ้าเฟิงเหนียน’


กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพรเนื่องในวันตรุษจีนปี 2563

 “ฉู่เจ้าเฟิงเหนียน” หรือ “หนูนำพืชผลเจริญ”

ซึ่งผู้ได้รับพรพระราชทานปีนี้ จะพบแต่ความสุข ความเจริญ และความอุดมสมบูรณ์ยิ่ง

“鼠兆丰年” ฉู่ หรืออาจออกเสียง สู่ คือ หนู

“兆” เจ้า หมายถึงจำนวนมากมาย

“丰年” เฟิงเหนียน หมายถึง ปีที่มีความอุดมสมบูรณ์ เก็บเกี่ยวผลทางการเกษตรได้มาก

ฉู่เจ้าเฟิงเหนียน จึงหมายถึง การมีหนูจำนวนมาก

เป็นสัญญาณว่าปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนั้น จะเป็นปีที่อุดมสมบูรณ์ เจริญรุ่งเรืองอย่างแท้จริง

ดังนั้น พรพระราชทานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

ในวันตรุษจีนปีนี้ คือ “ฉู่เจ้าเฟิงเหนียน” หรือ “หนูนำพืชผลเจริญ”

ซึ่งผู้ได้รับพรพระราชทานปีนี้ จะพบแต่ความสุข ความเจริญ และความอุดมสมบูรณ์ยิ่ง


หน้า: [1] 2