999-11.com

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 


แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - เจ๊วู

หน้า: [1] 2 3
1
ข่าวหวย / ข่าวหวย 1 เมษายน 2563
« เมื่อ: มีนาคม 25, 2020, 08:43:22 AM »
วันคล้ายวันพระราชสมภพ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี





















ประณตน้อม ค้อมกราบ ทาบพระบาท

วโรกาส บรรจบ ครบ ๖๕ พรรษา

"องค์ฯพระเทพรัตนราชสุดาฯ"

ผองประชา เทิดองค์ พระทรงชัย

ขอพระองค์ ทรงศักดิ์ ประจักษ์สุข

นิราศทุกข์ ทั้งปวง ล่วงสมัย

สัมฤทธิ์ผล สม พระราชหฤทัย

พลานามัย เกษมศานต์ สำราญเทอญ




ทรงพระเจริญ



ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม

ข้าพระพุทธเจ้า เจ๊วู 





ศาสตราจารย์ พลเอกหญิง พลเรือเอกหญิง พลอากาศเอกหญิง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา
เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี



 เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันเสาร์ที่ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๘ ( ๖๕ )

(ตรงกับวันขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะแม สัปตศก)



 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เป็นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองค์ที่ ๓

 ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช

 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โดยศาสตราจารย์ นายแพทย์ หม่อมหลวงเกษตร สนิทวงศ์ เป็นผู้ถวายพระประสูติกาล

 และได้รับการถวายพระนามจากสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์

ว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์

 พร้อมทั้งประทานคำแปลว่า นางแก้ว อันหมายถึง หญิงผู้ประเสริฐ

และมีพระนามที่ข้าราชบริพาร เรียกทั่วไปว่า ทูลกระหม่อมน้อย

พระนาม "สิรินธร" นั้น นำมาจากสร้อยพระนามของสมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร

 ซึ่งเป็นสมเด็จพระราชปิตุจฉา (ป้า) ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

สำหรับสร้อยพระนาม "กิติวัฒนาดุลโสภาคย์" ประกอบขึ้นจากพระนามาภิไธยของสมเด็จพระบุพการี 3 พระองค์

 ได้แก่ "กิติ" มาจากพระนามาภิไธยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระมารดา (แม่)

 ส่วน "วัฒนา" มาจากพระนามาภิไธยเดิมของสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า

(คือ สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี) สมเด็จพระปัยยิกา (ย่าทวด)

และ "อดุล" มาจากพระนามาภิไธยของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระอัยกา



 เป็นพระโสทรกนิษฐภคินีในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

เป็นเจ้านายพระองค์แรกที่ได้รับสถาปนาพระอิสริยยศที่ “สยามบรมราชกุมารี”

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสภาสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา

 ประธานกรรมการมูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

พระองค์มีพระปรีชาสามารถในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านอักษรศาสตร์และดนตรีไทย

ซึ่งพระองค์ได้นำมาใช้ในการอนุรักษ์ ส่งเสริม และให้การอุปถัมภ์ในด้านศิลปวัฒนธรรมของประเทศ

 จากพระราชกรณียกิจในด้านศิลปวัฒนธรรมนี้ พระองค์จึงได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระสมัญญา

ว่า “เอกอัครราชูปถัมภกมรดกวัฒนธรรมไทย” และ “วิศิษฏศิลปิน”

 นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงประกอบพระราชกรณียกิจในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการศึกษา การพัฒนาสังคม

 โดยทรงมีโครงการในพระราชดำริส่วนพระองค์หลายหลากโครงการ ซึ่งโครงการในระยะเริ่มต้นนั้น

 มุ่งเน้นทางด้านการแก้ปัญหาการขาดสารอาหารของเด็กในท้องถิ่นทุรกันดาร

และพัฒนามาสู่การให้ความสำคัญทางด้านการศึกษาเพื่อการพัฒนาราษฎร




2





















วิกฤตหนัก!!  ภัยแล้ง !

หุ้นไทย ย่อยยับ! ต่อเนื่อง!!!  ร่วงหนัก ผวาโควิด-19

ตลาดหุ้นนะมันเป็น..เกม..บีบหัวใจ

ใคร..ทน..ไม่ได้ ก็ควรออกจากตลาดไป


ที่พักร้านอาหารอ่วม. ระส่ำ  ตายคาบ้าน

ไกด์เปลี่ยนอาชีพหนี  พิษโควิด-19

ช็อก ! ผู้นำโสมแดงเผ่นแล้ว หลังโควิด-19 ระบาดหนัก!




ฟังแล้วอึ้ง  !! หน้ากากผี




ที่น่ากังวลตอนนี้

ไทยเราเข้าสู้ระยะที่ 3 แล้ว

สูดสุดคือ ระยะที่ 4

ข่าวร้าย คือ เชื้อโควิตจะอยู่กับโลกไปอีกนาน ยังมองไม่เห็นจุดจบ

ทุกคนบอกว่าเชื้อนี้ร้ายแรงมาก

มากเกินกว่าความพร้อมของมนุษย์

จะปิดประเทศกันอย่างไรนึกไม่ออก

คนป่วยจะมากกว่าหมอ  และอุปกรณ์การแพทย์

แพทย์ คงต้องเลือกว่าใคร...ควรตาย

เพราะเครื่อง ออกซิเจน และชุดอวกาศของหมอมีไม่พอ


ครั้งนี้มันทรุดแบบรู้ล่วงหน้า ก็ยังเตรียมตัวไม่ทัน

 ประเทศยิ่งจะมืดมน ไร้ทางออก

 ธุรกิจ การค้า จะล้มครืนลง

ร้านรวงจะค่อยๆทยอยปิดกันไป

ป้ายให้เช่า เซ้ง หลายพื้นที่  พวกเราคงจะได้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ

ทุกอย่างเปลี่ยนไปมาก  หมดสิ้น ทุกอย่าง

เวลาเจอ..มรสุม.. คนที่..อ่อนแอ..

ย่อมล้มหายตายจากไปเป็นธรรมดา...

มันหนักมากนะคะ คือดูข่าว จน แบบซึมเศร้าไปเลย

ตอนนี้ ..ไม่มีใคร..บอกความจริง กับทุกคน

ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

พวกเรา ช่วงนี้ ต้องระมัดระวังการใช้จ่ายให้มากๆ นะคะ

 อย่าเพิ่งสร้างหนี้ หรือเพิ่มภาระใดๆ เลย

ปีนี้ดูท่าว่าจะยิ่ง หนักขึ้น หนักขึ้นนะ  เรื่อยๆ

ถ้าคนที่ มีรายได้มาจาก............

โรงงานปิด.. ห้างร้านปิด...

ทำงานไม่ได้ ไม่มีรายได้เข้ามาเลี้ยงชีพ จะทำอย่างไร

60% ของคนไทย ไม่มีเงินใช้  ในภาวะฉุกเฉินเลย

จะอยู่อย่างไร  ใน...ช่วงโรคระบาด


ไม่ต้องพูดถึง ที่ไปกู้มาแบงค์ เลย

ไม่สามารถจ่ายได้เลย คือ ไม่มีตังค์เลย

ไม่มีตังค์ จ่ายค่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ  ค่าโทรศัพท์

ถ้าเกิดป่วยจะทำอย่างไร


ถ้ารัฐไม่อุดหนุนค่าใช้จ่ายรักษาให้ฟรี

คนจะไม่ไปโรงพยาบาล ไม่มีเงินจ่าย

ปล่อยเชื้อโดยไม่รักษา นอนป่วย  นอนตายที่บ้าน 

หรือในซอกมุม  ที่ไหนสักแห่ง




ด้วยความปารถนาดี

เจ๊วู




3











ในสมัยนั้นเกิดขึ้นในราว ปี  2498  ริมถนนพระราม 4

จะมีคลองอยู่ริทางรถไฟ คลองนี้น่าจะยาวถึงจังหวัดสมุทรปราการ

เกิดอาเพศเหตุประหลาด กบ เขียด สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำจำนวนมาก  ยกพวกตีกัน

ระหว่างฝ่ายที่มาจากทางด้าน..ศาลาแดง..หรือสวนลุมฯ

กับอีกฝ่ายมาจากทางด้าน  หัวลำโพง

บ้านเรา อยู่ตรงซอยจินดาถวิล หรือซอยข้างโรงหนังรามานี่เอง


ช่วงเย็นๆ  ยามโพล้เพล้

จะมีชาวบ้านละแวกนั้นออกมายืนริมทางรถไฟ

และบนสะพานข้าม  ซอยต่างๆ

มามุงดู กบยกพวกตีกัน


วิธีการในการต่อสู้กันคือ....
 
กบ ทั้งสองฝ่าย ต่างก็คาบกิ่งไม้เล็กๆ

ตลอดจนไม้ไอสครีมต่างๆ ขอให้เป็นไม้ หรือ ใบหญ้า

ที่กบมันจะมีแรงคาบขึ้นมาได้

มากัดกัน มาแทงกัน อย่างน่าประหลาด 

ล้มตาย ไปเป็นจำนวนมาก

สู้กันอยู่หลายวัน  หลายคืน

ส่วนใหญ่จะยกมาต่อสู้กัน  ช่วงเย็นๆ จนถึงกลางคืนมากกว่า

และผู้คนส่วนใหญ่จะมา ออ มุงดูกัน ตอนยามโพล้เพล้

ถึงประมาณทุ่มกว่า สองทุ่ม ดึกมาก จะไม่ค่อยมีคนดู

เพราะคนในสมัยนั้นยังกลัว  ผีสางกันอยู่

เพราะมีร่ำลือ เรื่องผีตามที่ต่างๆกันมาก

 ในการดูกบยกพวกตีกันนั้นบางคนที่มีกล้องถ่ายรูป ก็จะถ่ายรูปเก็บไว้

 อย่างคุณพ่อของเรา ก็ได้ถ่ายรูปกบคาบกิ่งหญ้าแห้งเก็บไว้นะ

 แต่หลังจากย้ายบ้านไปอยู่ที่จุฬาซอย 11 (สยามสแควสมัยนี้)

รูปก็ได้หายไป  หาไม่เจอ ไม่ทราบว่าไปเก็บอยู่ที่ไหน

น่าเสียดายมาก ......



กบ.. เขียด.. ยกพวกตีกัน

4
ข่าวหวย / ข่าวหวย 16 มีนาคม 2563
« เมื่อ: มีนาคม 05, 2020, 07:11:30 PM »
สุขสันต์ วันคล้ายวันเกิด  พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

วันที่  21 มีนาคม ครบ 66 ปี









































สุขสันต์วันคล้ายวันเกิด ท่าน นายกฯ  ครบ 66 ปี



พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา


เกิด  21 มีนาคม 2497

นายกคนที่ 29 ของประเทศไทย

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.

เข้าควบคุมอำนาจการปกครอง เมื่อ 22 พฤษภาคม 2557

นับเนื่องจนถึงตอนนี้ก็กำลังย่างเข้าสู่ขวบปีที่ 06 ของ  คสช. แล้ว
.
ขณะที่ อายุของ คสช. กำลังเดินไป ‘21 มีนาคม’

ปีนี้ พล.อ. ประยุทธ์ ก็จะอยู่ในวัย 66 ปี บริบูรณ์





สุขประเสริฐ เกิดดิถี ทวีลาภ

สุขภาพแข็งแรง  แกร่งสดใส

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ โปรดช่วย อำนวยชัย

สุขฤทัย เจริญยิ่ง มิ่งมงคล










สุขสันต์ วันคล้ายวันเกิดค่ะ ลุงตู่


เจ๊วู และ ทีมงาน



5
โรยรื่นชื่นบุปผา / ร่ำริน กลิ่น มลุลี
« เมื่อ: มีนาคม 04, 2020, 07:42:11 PM »




จะดูแล มลุลี ที่แห่งรัก

จะฟูมฟัก รักษา พุ่มกอใหญ่

จะเฝ้ามอง ผลิ ดอก ออก-กอ-ใบ

เพื่อจะได้ หวนนึกถึง ซึ่ง..เคยรัก



มลุลี ต้นไม้โบราณ เก่าก่อน

ต้นใหญ่   ใบเลื้อยค่ะ

ดอกมี กลิ่นหอมอ่อนๆ

ออกเป็นช่อ พวงใหญ่ๆ

ที่บ้านออกดอกเยอะ

เห็นทั้งต้นแล้วทึ่งเลยค่ะ   ดอกดกพราว

ทนแดด ฝน ร้อน หนาว ได้ทุกฤดูกาล

เธอน่ารักเสมอ...มลุลี

ดอกขาวสวยบริสุทธิ์

หอมชื่นใจสุดๆ

เดินผ่านซุ้มทีไร ก็อดคิดถึงเพลงเพราะๆไม่ได้เสียที

เด็กรุ่นใหม่ไม่ทราบว่าเคยได้ยินไหม




โอม..มลุลี ร่มนี้มืดมน
ช้ำเหลือทน อับจนหัวใจ
ต้องพรากรักไป
ภายใต้ร่มไม้ ของเจ้านี้

ลืม.รักที่หลั่ง ลงฝัง.กับใจ
ฝังฝากให้ ใต้ร่มมลุลี
จงลืมรักพี่
อย่ามี.ฤดี อาลัยต่อกัน

ยากเย็น กรรมหรือเวรอันใด
นำชักให้ ดวงฤทัยโศกศัลย์
พี่.ตรม สุดภิรมย์รำพัน
บุญไม่เปรียบเทียบทัน
ร้าวราน.ฤทัย

โอ.รักที่ผ่าน ดังฝันชั่วคืน
ครั้นพอตื่น กลับคืนหายไป
โธ่อย่าร้องไห้
พลอยให้ดวงใจ ร้าว.ระทม

ยากเย็น กรรมหรือเวรอันใด
นำชักให้ ดวงฤทัยโศกศัลย์

พี่ตรม สุดภิรมย์รำพัน
บุญไม่เปรียบเทียบทัน
ร้าวราน.ฤทัย

โอ.รักที่ผ่าน ดังฝันชั่วคืน
ครั้นพอตื่น กลับคืนหายไป
โธ่.อย่าร้องไห้
พลอยให้ดวงใจ ร้าว.ระทม

ร่ม.มลุลี เป็นที่สุดท้าย
แห่งจุดหมายน้องพี่
มลุลี.เห็นใจน้องพี่
ว่าสิ้นคืนนี้ น้องพี่สิ้นกัน




6
หายนะ  !!! โรคห่า ระบาดล้างโลก










ห่าลง ปีระกา

เป็นเรื่องที่ร่ำลือ ระบือลั่น กันในสมัยก่อน

เกิดอหิวาตกโรค ครั้งใหญ่

ผู้คนล้มตาย มากมาย ทุกวัน

มีศพ นำมาเผาสูงสุด ถึงวันละ 696 ศพ

แต่กระนั้น ศพที่เผาไม่ทัน เป็นภูเขาเลากา

ถูกกองสุมกัน อยู่ตามวัด
 
โดยเฉพาะวัดสระเกศ มีศพส่งไปไว้มากที่สุด

ฝูงแร้งมากมาย เรียกได้ว่า มืดฟ้า มัวดิน

แห่..ลงกินซากศพ

ที่กองอยู่ ตามลานวัด

บนต้นไม้ บนกำแพง

และหลังคากุฏิ เต็มไปด้วยแร้ง

แม้เจ้าหน้าที่จะถือไม้คอยไล่

ก็ไม่อาจกั้น  ฝูงแร้ง

ที่จ้องเข้ามารุมจิก กินซากศพ

จนเห็นกระดูกขาวโพลน

เป็นที่ น่าสยดสยองมาก ต่อผู้พบเห็น

ตาม แม่น้ำลำคลอง

ก็มีศพลอย เกลื่อนกลาด ไปทุกแห่ง

จนพระสงฆ์  ก็หนี ออกจากวัด

คฤหัสถ์     ก็หนี ออกจากบ้าน

ถนนหนทาง ไม่มีผู้คนเดิน

ตลาดก็ไม่ได้ ออกซื้อขายกัน

ต่างคน ต่างกิน แต่ปลาแห้ง พริก กับ เกลือเท่านั้น

น้ำในแม่น้ำ ก็กินไม่ได้ด้วย เกลื่อนกลาด.ไปด้วยซากศพ

ประชาชนต่างอพยพ หนีออกไปจากเมือง ด้วยความกลัว

ในสมัย รัชกาลที่ 2 พ.ศ. 2363 เกิดโรคห่าระบาดอย่างหนัก

ในกรุงเทพมหานคร ขณะนั้น ยังไม่มีวิธีรักษา และรู้จักการป้องกัน

รัชกาลที่ 2 จึงทรงใช้วิธี ให้กำลังใจ

โปรดฯ ให้ตั้งพิธีขับไล่โรคนี้ขึ้น เรียกว่า "พิธีอาพาธพินาศ"

โดยจัดขึ้นที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

มีการยิงปืนใหญ่ รอบพระนคร ตลอดคืน

อัญเชิญพระแก้วมรกต และพระบรมสารีริกธาตุออกแห่

มีพระราชาคณะโปรยพระพุทธมนต์  ตลอดทาง

ทรงทำบุญเลี้ยงพระ

โปรดให้ปล่อยปลา ปล่อยสัตว์

และประกาศไม่ให้ประชาชน ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต อยู่กันแต่ในบ้าน

7
โรยรื่นชื่นบุปผา / น้ำตา...ไหลอีกแล้ว
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2020, 01:57:45 PM »













ในอดีตที่ผ่านมา ถ้ามีใครที่เกิดไม่ทัน ลองอ่านดู

เช้าหลังวันเกิดเหตุคือวันที่ 15 ตุลาคม 2516

ในหลวง ร.9 รับสั่งให้ 13 แกนนำนักศึกษาและอาจารย์เข้าเฝ้า

บังเอิญผมก็ได้รับหมายเข้าเฝ้าด้วย ซึ่งในวันที่ 10 เมษายนนี้  ผมก็จะอายุ 72 ปี

เช่นเดียวกับคุณกัญชรัตน์ น้องร่วมชาติร่วมหัวอกเดียวกันผู้เผยแพร่บันทึกเหตุการณ์นี้

วันที่ 18 เมษานี้เราก็จะอายุ 53 เต็มพอดี

อยากจะบอก  ว่าตั้งแต่รู้ความจวบจนอายุอานามเข้าเลขห้ามาเนี้ย

เราไม่เคยรู้สึกถูกริดรอนสิทธ์จากสถาบันพระมหากษัตริย์เลยแม้แต่น้อย

มีแต่ความอบอุ่นปลอดภัยภายในพระบรมโพธิสมภารด้วยซ้ำไป

ทุกข์สุขประชาราษฎร์ ทุกพระองค์ไม่เคยเกี่ยงงอนว่าเป็นหน้าที่ของใครจะต้องดูแล

เห็นแต่น้ำพระเสโทไหลอาบพระพักตร์ปานน้ำ พสกนิกรอย่างเราได้แต่เหนื่อยแทน

อยากให้ นักศึกษาที่ถูกเหล่าทหารภายใต้คำสั่งรัฐบาลทรราช(ของแท้)

ที่สั่งยิงในวันหนึ่งของเดือนตุลา ปี 2516

จากกลุ่มนักศึกษาที่เดินขบวนจนต้องถอยร่น

จากถนนราชดำเนินมาจนถึงหน้าพระตำหนักจิตรลดา

ในวันนั้น ทหารรักษาพระองค์ภายในวังตรึงกำลังขับไล่นักศึกษาให้ออกไป

เพราะนักศึกษามากมายที่ยอมว่ายน้ำไปตายเอาดาบหน้าข้ามคูน้ำมาเกาะกำแพงรั้ววัง

แต่ในทันใดนั้นได้มีคำสั่งจากบนตำหนักให้เปิดประตูวังที่ถนนใหญ่ให้นักศึกษาทั้งหมดเข้ามา

เมื่อประตูใหญ่เปิดบรรดานักศึกษาต่างก็หนีตายเข้ามาอย่างเสียขวัญ

 แต่บรรดาทหารที่ไล่ล่าต่างก็ชะงักงันไม่กล้าตามต่อเข้าไปในเขตพระราชฐาน

 ด้วยเกรงจะกระทบในเบื้องพระยุคลบาทองค์เจ้าของพระตำหนัก

สักอึดใจใหญ่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ

เจ้าฟ้าชาย เจ้าฟ้าหญิงสิรินธร เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์​ ได้เสด็จลงมาดูแลบรรดานักศึกษา

ที่หนีตายเข้ามาพึ่งพระเมตตา ในภาพจะเห็นว่าทุกคนก้มหมอบกราบไปที่พื้นอย่างเต็มตื้นหัวใจ

หลายต่อหลายคนต้องหลั่งน้ำตาอาบแก้ม เหมือนลูกโดนรังแกแล้วมาฟ้องพ่อ

องค์พระประมุขได้สั่งให้คุณข้าหลวงและข้าราชสำนักดูแลนักศึกษาเป็นอย่างดี

ในวันนั้นทรงพระราชทานอาหารมี  แกงพะแนงเนื้อ  กับ  ไข่ต้ม 

เลี้ยงพสกนิกรที่เข้าไปพึ่งใบบุญของพระองค์ด้วย

และทรงรับสั่งให้จัดรถในวังส่งกลับบ้านทุกคนอย่างปลอดภัย

 จวบจนเหตุการณ์ต่างๆ​ เริ่มคลี่คลายในเวลาต่อมา

อยากจะถาม ว่านี่นะหรือสถาบันที่คุณด่าทอ

หากรู้ไม่จริงหรือเกิดไม่ทันก็อย่าจำขี้ปากคนอื่นเค้ามาด่าทอจุดศูนย์รวมหัวใจของคนไทยเลย

 จะโดนปากคนกินหมากกินพลูสาปแช่งเปล่าๆ

คิดไปอีกทีก็เสียดายความรู้ที่อุตส่าห์ร่ำเรียนมา

ช่างไม่เกิดประโยชน์แต่อันใดเลย​ ตายไปก็สูญเปล่า!

ใครเกิดไม่ทันได้เห็นภาพนี้ก็ช่วยแชร์ให้เพื่อนร่วมวัยให้รับรู้กันนะ




 ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

เป็นบุญคะได้เกิดมา.........

แผ่นดินรัชกาลที่  9 

แผ่นดินรัชกาลที่10

ภูมิใจ ที่ได้เกิดเป็นคนไทย  มี  ชาติ   ศาสนา พระมหากษัตริย์


เจ๊วู  รักในหลวง   🙏🙏🙏💞💕💖

8







ในชีวิตจริง........

คนที่จะประสบความสำเร็จในวงการได้

ไม่ใช่เพียวเพราะว่าวิ่งไวกว่าเท่านั้น

แต่มันมีปัจจัยอื่นๆอีกมากมายไม่ว่าเป็น เครือข่าย ทีมงาน

และอีกสารพัดที่จะพาคุณประสบความสำเร็จ

เราสามารถเปลี่ยน หรือ เพิ่มความรู้ของเราได้ตลอดเวลา

รุ่นพี่ หรือ เพื่อน ในวงการจะ

ให้แรงสนันสนุนและคอยแนะนำเรา



เมื่อมีใครคนหนึ่งเดือดร้อน ผ่านเข้ามาในชีวิต

แม้ว่าเขาจะร้องขอ

 ชีวิตทำงานล้มลุกคลุกคลาน

บุญน้อย โชคไม่ค่อยดี

เห็นว่ารุุ่นน้องลำบากมาแท้ๆ

แต่โชคยังดี…ได้ไปเจอกับผู้รู้คนหนึ่งเข้า

เขารอบรู้ศาสตร์และศิลป์ในวงการทุกแขนง

ซ้ำยังเป็นอาจารย์ของเหล่าคนดังอีกมากมาย

คุณเคย...ช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนมาไหม

ช่วยไปแล้ว ซักพักก็กลับมาใหม่

พร้อมกับปัญหาเดิมๆ ก็ต้องช่วยกันต่อไปอีก

แล้วเราจะช่วยอย่างไรให้เขาไม่กลับมา..??



สิ่งที่ทำก็คือ…"ฉุกให้เขาคิด"

ไม่ได้มอบเงินทอง ให้

แต่ควรมอบ "แนวคิดสู่ความยั่งยืน" ให้แทน



 "คุณโทษโชคชะตาวาสนานั้นไม่ควรนะ

คุณยังตั้งหลักไม่ได้ นั่น เพราะคุณ


" ขาดคนดี มีปัญญา มาร่วมงาน"


ซึ้งทั้งหมดที่ว่ามานี้  หากคุณไม่มีในบ้างสิ่งนี้

ก็ยากจะประสพความสำเร็จได้

จงพากเพียรไปเสาะหาผู้มีปัญญามาร่วมงานด้วยเถอะ

เมื่อเข้าใจในหลักการ

ในที่สุดเขาก็เริ่มลืมตาอ้าปากได้  เข้าใจท่องแท้



ซึ่งก็ไม่ได้ต้องการอะไรจากคุณเลย

เพียงแค่ได้เห็นว่าคุณอยู่รอดปลอดภัย

"แนวคิดสู่ความยั่งยืน" นี้หากคุณได้รับจากใคร

จงขอบคุณผู้มอบให้ด้วยความจริงใจเถิด

มันมีค่ามากกว่าเงินทองสิ่งของเฉพาะกาลนั้นเสียอีก

คุณค่าของมันเอนก อนันต์ อย่างหาที่เปรียบไม่ได้เลย

คนแบบนี้ถ้าคุณใชคดีได้เจอคบหาไว้ให้ดีเลย

ดังคำกล่าวที่ว่า…

"สอนให้เขาจับปลา…ไม่ใช่หาปลามาให้เขา"

เมื่อเราเดือนร้อน ส่วนมากจะขาดสติ

พอไม่ได้ในสิ่งที่เราต้องการ เราก็มองว่าเขาไม่ช่วย

แต่หากคุณลองตั้งสติพิจารณาให้ดี

ถ้าจะเอาในแบบที่คุณขอ มันก็แก้ไขได้แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว

แต่ถ้าทำตามในแบบที่เขาให้ อาจแก้ไขได้ตลอดกาล

ทีนี้ "จะเอา…หรือไม่เอา" ก็แล้วแต่คุณ

หายากแล้วนะ ทุกวันนี้

คนแบบนี้ถ้าคุณใชคดีได้เจอคบหาไว้ให้ดีเลย



ด้วยความปราถนาดี

เจ๊วู








9
โรยรื่นชื่นบุปผา / ความรัก อยู่กับเราตลอดเวลา
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2020, 10:31:08 AM »






ชีวิตเราส่วนใหญ่ ล้วนแสวงหาอะไรสักอย่าง

ที่เป็นคุณค่าอันลึกซึ้งต่อจิตใจ ซึ่งมีอยู่แล้วในตัวเอง

เรามุ่งแต่จะ แสวงหา เราอาจไม่ได้พบกับอะไรเลย ในครึ่งหนึ่งของชีวิต
 
เมื่อเราจดจ่อกับการบรรลุเป้าหมาย เราจะมองข้าม

 ความงดงามหลากหลายของสิ่งรอบตัวทั้งหมด

สมาธิ สติ ปัญญา ที่นำพาสู่ความสุขอย่างแท้จริงนั้น

ไม่ได้เกิดจากการที่เราพาตัวเองขึ้นไปถึง “จุดสูงสุด”

แต่มันเกิดจากการที่ห้วงอารมณ์ทุกอย่างของเรา

ทั้งคาดหวัง วิตก กังวล หวาดกลัว เกลียดชัง ชื่นชม

ยินดี เศร้า เสียใจ อาลัยอาวรณ์ ถูก “ดับลง” ต่างหาก

ความรักอยู่กับเราตลอดเวลา

ความอบอุ่น  อยู่กับเรา

รอยยิ้ม  อยู่กับเรา

ชีวิตของเราก็ไม่เคยจากเราไปไหน

เราไม่จำเป็นต้องเหน็ดเหนื่อย

ในการเที่ยวตามหาสิ่งซึ่งมีอยู่แล้ว

 สิ่งที่ควรทำ ไม่ใช่แค่เอาแต่ตามหา

มันคือการเปิดใจมองตัวเอง

และ สิ่งที่อยู่รอบตัวในตอนนี้

ชีวิตค่อยๆ บอกกับตัวเราว่า...

อะไรที่ชอบ  ก็ให้ทำบ่อยๆ

อะไรที่ไม่ชอบ  ก็ค่อยๆ ถอยห่างออกมา

ชีวิตคนเรามันไม่ได้ต้องการอะไรมากหรอก

อย่างน้อยแค่เรามีเพื่อนดี ๆ ที่รู้ใจ สัก 2 คน

กับหัวใจที่ไม่ยอม..โรยรา..ไปกับ..ตัวเลข..ของอายุ

แค่นี้ก็..พอแล้วละ

10
โรยรื่นชื่นบุปผา / หัวโขมย ในวังสวนสุนันทา
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2020, 12:25:39 PM »


 ม.ล.เนื่อง นิลรัตน์






ม.ร.ว. เกื้อกมล (นันทวัน) สวัสดิ์สรยุทธ





 ม.ร.ว. วงศ์สินธุ สิงหรา






ม.ร.ว. ศรีคำ ทองแถม




หัวโขมย  ในวังสวนสุนันทา


กิจที่เราต้องยกทีมทำกันเป็นล่ำเป็นสัน คือการออกเก็บผลไม้-ดอกไม้ที่ทรงหวงห้าม

 เพราะพึ่งแรกมี ผลิดอกออกผลใหม่ๆ เช่น ดอกแคทลียาสวยๆ มีมาก หวายช่องาม ดอกไฮเดรนเยียร์สีฟ้าอ่อน กระปุกใหญ่ๆ

ผลไม้ที่พวกเราชอบไปเก็บมี สะท้อน ทับทิม มังคุด มะม่วง มะปรางหวาน ฝรั่งขี้นกไส้แดงๆ

 ไปจนถึงมะดัน เชอรี่ ลูกเลี่ยมซุย มะไฟหวาน ทุกครั้งที่เราแอบชวนกันไปเก็บตอน ๕ ทุ่ม ๒ ยาม

คุณวงศ์สินธุ สิงหรา (หลานหม่อมเจ้าหญิงแย้มเยื้อน สิงหรา) จะเป็นผู้ตำพริกกะเกลือห่อไป

 หม่อมเจ้าหญิงแย้มเยื้อนนี้ ข้าพเจ้าเรียกท่านอา ท่านช่วยกับท่านย่าเลี้ยงข้าพเจ้ามาตั้งแต่ ๑ ขวบ

ท่านรักข้าพเจ้ามากกว่าคุณวงศ์สินธุหลานแท้ๆ ของท่าน คุณวงศ์สินธุเป็นคนด่าเก่งปากจัด เป็นหัวโจกแทบทุกกรณี

 ที่ออกไปล่าดึกๆ และก็ปลอดภัยจากการรู้เห็นของผู้ใหญ่เสียด้วย นับว่าเป็นผู้นำขโมยที่ดีทีเดียว

 ครั้งหนึ่งตอนบ่ายๆ คุณหญิงศรีคำมาบอกข้าพเจ้าว่า “ต้นสะท้อนที่ท่าน้ำข้าหลวงลูกเหลืองเต็มต้น

 เราไปแอบเก็บกันเถอะ ฉันชวนสุดามาด้วยแล้ว เขาขึ้นต้นไม้เก่ง” นางสาวสุดา บูรณศิริ (ธิดาพระยาอรรคราชโยธิน คุณหญิงชมเป็นมารดา)

 เท่านั้นเราก็เปิดฉากเก็บกันเลย ด้วยตอนบ่ายโมงสองโมงแดดร้อนจัด ผู้ใหญ่ไม่ใคร่มาเดินกัน

สุดาขึ้นไปบนต้น ข้าพเจ้ากับคุณหญิงคอยเก็บใส่ถุง ตะโกนคุยกันจากบนต้น คงดังมากแต่เราไม่รู้สึกด้วยกำลังสนุก

 คุณพระเลื่อนเดินมาข้างหลัง จับตัวข้าพเจ้าและคุณหญิง จูงชนิดลากจะเอาตัวไปฟ้องท่านย่า

คุณหญิงตกใจกลัวมาก พอที่คุณพระเลื่อนจะไม่เห็นคุณสุดา ซึ่งกอดอยู่กับกิ่งนิ่งเงียบแทบไม่หายใจ

 คุณหญิงแหงนหน้าตะโกน “สุดาลงมาเหอะ เขาเห็นเราแล้ว”

สุดาโมโหใหญ่ว่า “บอกเขาทำไม เขาไม่เห็นอยู่แล้ว ทีหลังอย่ากินเลย”

ว่าที่จริงอ้ายสะท้อนมันก็ยังอ่อน ถึงเก็บมากินก็ไม่ได้ แต่ด้วยความซุกซน

คุณหญิงตะโกนไปก็เพราะอ่อนหัดไม่ใช่ขโมยในสันดาน อย่าว่าแต่เราเป็นข้าหลวงรุ่นกลางเลย

 รุ่นใหญ่ก็ขโมยด้วย มันตื่นเต้นสนุกดีจัง ม.ร.ว. เกื้อกมล (นันทวัน) สวัสดิ์สรยุทธ

 ก็ไปแอบเก็บมะม่วงมัน ให้ น.ส. มาลี มานิตยกุล (ธิดาเจ้าคุณมานิตกุลพัฒน์)

 เป็นผู้ปีนต้นขึ้นไป ตอนนี้เป็นเวลา ๒ ยามกว่าแล้วกำลังเก็บเพลิน คุณพระเลื่อนเดินมาเรือนพบเข้า

ไม่เห็น น.ส. มาลีบนต้น ก็เลยจับคุณหญิงเกื้อกมล จะเอาตัวไปฟ้องท่านโอภาษผู้เป็นท่านอา

คุณหญิงเกื้อกมลตกใจกลัวมากปากสั่นบอกคุณพระเลื่อนว่า “มาลีเขาอยู่บนต้นอีกคนหนึ่ง"

คุณพระเลื่อนจึงเรียกให้ลงมา เห็นมาลีเขาร้องไห้ เลยใจอ่อนเทศนา ๒-๓ คำแล้วปล่อยตัวไป




ชีวิตในวัง

โดย ม.ล.เนื่อง นิลรัตน์

11
ข่าวหวย / ข่าวหวย 1 มีนาคม 2563
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2020, 04:01:25 PM »


















สลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 มี.ค.นี้ เตรียมสัญจรออกรางวัลที่  จังหวัดลพบุรี

 ทำให้สลากขายดีเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ "เลขเด็ด" สมเด็จพระนารายณ์มหาราช แม่ค้าบอกเกลี้ยงแผงแล้ว

วันที่ 21 ก.พ. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

ได้กำหนดทำการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลสัญจร

ที่จังหวัดลพบุรี ในงวดประจำวันที่ 1 มีนาคม 2563


ค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เลขที่ 226


โทร 036-422627

โทร 036-422628

โทร 036-422629




ณ แหล่งสมาคมหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ อาคาร เลขที 254

 ตำบลทะเลชุบศร อ.เมือง จ.ลพบุรี



 ส่งผลให้บรรยากาศการซื้อขายลอตเตอรี่ใน จ.ลพบุรี คึกคักเป็นพิเศษ

 โดยเฉพาะบรรดาคอหวยได้มีการเก็งตัวเลขต่างๆ เพราะเชื่อว่ากองสลากจะนำโชคมาให้ถึงที่

สำหรับเลขที่ถูกคอหวยกว้านซื้อกันหมดทุกแผง



จัดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครั้งที่ 33

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช

เป็นพระมาหากษัตริย์ไทยรัชกาล ที่ 27

ครองราชย์  32 ปี

พระราชสมภพวันที่ 16  กุมภาพันธ์ 2175

วันสวรรคตวันที่  11 กรกฎาคม 2231 (56 พรรษา)




ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี  นายสุปกิต โพธิ์ปภาพันธิ์

ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560

ปัจจุบันอายุ 59- 60 ปี

เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดลำดับที่ 49

ทะเบียนรถ กท-8999 ลพบุรี

รหัสโทรศัพท์   036

ระหัสไปรณีย์  150000


จังหวัดลพบุรีมีทั้งหมด 11 อำเภอ 121 ตำบล และ 1,122 หมู่บ้าน



อย่างไรก็ตาม แม่ค้าในตลาดอำเภอเมือง เผยว่า เลขเกี่ยวกับสมเด็จพระนารายณ์ไม่เหลือแล้ว

โดยเฉพาะเลข 33 เนื่องจากมีผู้เหมาไปจนหมดตั้งแต่วางแผงวันแรก

ซึ่งแม่ค้าก็พยายามเสาะหาในแผงต่างจังหวัดเสริมให้สำหรับลูกค้าประจำที่พลาดจากเลขนี้ โดยไม่คิดราคาเพิ่ม.

12


หม่อมราชวงศ์วงศ์สินธุ์ สิงหรา





น.ส.พูล อมาตยกุล








เครื่องราง ของขลัง ป้องกันภัยของชาววัง



เช้าวันรุ่งขึ้น คุณวงศ์สินธุ์ (ม.ร.ว.วงศ์สินธุ์ สิงหรา) อาบน้ำแต่งตัวจะขึ้นไปบนตำหนัก

 ก็ล้วงข้าวตังในขวด ห่อไปเพื่อจะไปกินกับเพื่อน คุณวงศ์สินธุ์ออกไปได้สักพักใหญ่

ข้าพเจ้าก็เดินมาเรือนแม่พูล (น.ส.พูล อมาตยกุล) เห็นเจ้าวิไล แม่เพิ่มสาว

(ที่เรียกเพิ่มสาว เพราะมีเพิ่มแก่ อีกคน) พี่สอน แม่พูล นั่งคุยกันบนเรือน

ก็ขึ้นไปนั่งร่วมวง มองดูทุกคนสีหน้าไม่ดี จึงถามว่า "มีเรื่องอะไร"

พี่สอนว่า "คุณวงศ์สินธุ์น่ะซีทำเรื่องอีกแล้ว จะต้องถูกตีแน่นอน

คราวก่อนถูกตีทีนึงแล้ว ที่ไปว่าแม่เพิ่มแก่ ไม่ยักเข็ด"

เจ้าวิไลว่า "เก่งจริงๆ ปากก็ร้าย ไปว่าค่อนขอดเขา ไม่ว่าเด็กไม่ว่าผู้ใหญ่"

ข้าพเจ้าว่า "คราวนี้ไปด่าใครอีกล่ะ"

พี่สอนว่า "ฉันเดินลงมาจากตำหนักเดี๋ยวนี้เอง

เห็นกำลังมีเรื่องเถียงกันใหญ่กับแม่เว้ที่ท่าน้ำพี่หล่อ"

ข้าพเจ้าว่า "เถียงกันเรื่องอะไร"

พี่สอนเล่าว่า "แม่เว้ ถามคุณวงศ์สินธุ์ว่ากินอะไร

แกก็ถามอย่างปราศรัยด้วยไมตรี แต่คุณวงศ์สินธุ์ตอบไปว่า"

"กินข้าวตังหน้าเว้ ตาเหล่ หัวล้าน อีญวนจัณฑาล ชอบเดินขาเป๋"

ข้าพเจ้าว่า "เอาอีกแล้ว คราวก่อนเกิดเรื่องกับแม่เพิ่มแก่

ถูกตบถูกทุบไม่ยักเข็ด"

เจ้าวิไลกับแม่เพิ่มสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกันว่า "มีเรื่องอะไรกับแม่เพิ่มแก่

 แกก็หัวหงอกแล้ว ไปว่าอะไรแก"

ข้าพเจ้าว่า "ก็เกิดเหตุมาจากแม่พูลนั้นแหละ นั่งต้มน้ำอัฐบาลจะเอาไปถวายพระวัดราชบพิธฯ

 แต่เกิดปวดท้องเลยฝากให้ คุณวงศ์สินธุ์นั่งเฝ้าน้ำอัฐบาลบนเตา ให้คนเอาไว้อย่าหยุดมือ

 กลัวน้ำตาลล้นหกจากหม้อ ส่วนแม่เพิ่มแก่ได้กลิ่นหอมยวนใจก็บอกขอแม่พูลกินหนึ่งถ้วย

 แม่พูลว่าให้เอาถ้วยมาขอคุณวงศ์สินธุ์ เพราะจะรีบไปห้องสุขา แม่เพิ่มแก่แกเรียกน้ำอัฐบาลไม่ถูก

 แกมาบอกขอ 'น้ำรัฐบาล' คุณวงศ์สินธุ์ตอบแกไปว่า 'น้ำรัฐบาลไม่มี มีแต่น้ำล้างตีนราษฎร'

 แม่เพิ่มแก่เสียอกเสียใจถึงร้องไห้ หาว่าคุณวงศ์สินธุ์ด่าแกหยาบคายเข้าไปในใส้ "

คำว่า น้ำรัฐบาลไม่มี มีแต่น้ำล้างตีนราษฎร พิจารณาแล้ว ก็ไม่เห็นหยาบตรงไหน

 แม่เพิ่มแก่เอาไปฟ้องท่านอา (หม่อมเจ้าหญิงแย้มเยื้อน สิงหรา)

 เลยโดนตบทีนึงที่ปากไม่ดี แถมทุบไหล่เอาอีก ๒ ตุ้บ

แม่พูลว่า "ทำไมไม่เล่าตอนถูกเรียกตัวเข้าไปหาท่านอ่า"

แม่เพิ่มสาวว่า "เออ เล่าไปซี"

แม่พูลว่า "ก่อนจะเข้าไปสู่มัจจุราช อุตส่าห์มีของขลังป้องกันภัย

ติดตัวไปด้วย แต่ของไม่ขลัง คุ้มภัยไม่ได้"

ข้าพเจ้าหัวเราะว่า "ก็แม่พูลนั้นแหละเป็นต้นคิด ไปช่วยกันเก็บเม็ดดอกพุทธรักษาแห้ง

 เราเลื่อมใส่เพราะชื่อดอกไม้มีคำว่า พุทธรักษา คิดว่าพระจะช่วยคุ้มครอง"

ท่านอาถามว่า "ไปด่าแม่เพิ่มแก่จริงไหม"

คุณวงศ์สินธุ์ตอบไม่ได้ ด้วยอมเม็ดพุทธรักษาไว้เต็มปาก จะพูดก็กลัวเม็ดจะหล่นออกจากปาก

 ได้แต่ทำปากขมุบขมิบพูดไม่ได้ ท่านอาเคืองใจเอามือตบแก้มผัวะเข้าให้

 เม็ดพุทธรักษาแห่กันตกกระจายมาเต็มเตียงที่ท่านอานั่ง ท่านอาเห็นเข้า แปลกใจ ถามว่า

"เม็ดอะไร อมมาทำไม"

ข้าพเจ้าตอบแทนว่า "เม็ดดอกพุทธรักษา อมมาเพื่อป้องกันตัวไม่ให้ถูกลงโทษ"

ท่านอาก็ว่า "แล้วพ้นโทษไหมละ พระท่านคุ้มครองแต่คนประพฤติดี

คนปากชั่วอย่างนังสินธุ์ พระท่านไม่คุ้มครองดอก"

ข้าพเจ้านึกอยู่ในใจ 'ท่านอาก็ปากไม่ดีเหมือนกัน

เขาเป็นหม่อมราชวงศ์ ไปเรียกเขานังสินธุ์เสียนี่'




เรื่องเล่า ชีวิตในวัง

 โดย ม.ล.เนื่อง นิลรัตน์

13


น.ส. พูล อมาตยกุล





แม่ฉวีใหญ่  และ แม่พูล



การหลอกล่วงต้มตุ๋นในวังสวนสุนันทา



ข้าพเจ้าเดินทะลุช่องเขาออกมาสู่ถนน ก็พบคุณวงศ์สินธุ์ (ม.ร.ว.วงศ์สินธุ์ สิงหรา)

คุณศรีคำ (ม.ร.ว.ศรีคำ ทองแถม)  คุณวัฒนพันธุ์ (ม.ร.ว.วัฒนพันธุ์ ชมภูนุช) และแม่สุดา

กำลังเดินมาเจอข้าพเจ้า พวกเขาพากันพูดว่า "กำลังจะไปหาที่เรือนอยู่พอดี มีเรื่องจะปรึกษา"

ข้าพเจ้าก็ว่า "ไปทำอะไรมาอีกล่ะ"

คุณวงศ์สินธุ์ว่า "เปล่ายังไม่ได้ทำ แต่กำลังจะทำ"

ข้าพเจ้าว่า "ชอบก่อเรื่องจริงๆ ความวัวไม่ทันหายความควายเข้ามาแทรก เดี๋ยวเถอะ เดือดร้อนกันอีกจนได้"

คุณศรีคำว่า "เปล่านะเราไม่ได้เอาของเจ้านาย ทีนี้เราจะเอาของเพื่อน"

ข้าพเจ้าตกใจ ก็ว่า "แล้วกัน ทำระยำใหญ่ ดันมาขโมยกันเอง"

แม่สุดาว่า "ฟังก่อนซี พวกเราอยากกินขนมงารั่วที่แม่พูล (น.ส.พูล อมาตยกุล) เขาทำขาย"

ข้าพเจ้าว่า "บ้าไปได้ จะไปขโมยเขาทำไม ก็ซื้อเขากินซี สุดาก็มีเงิน"

คุณวัฒนพันธุ์ว่า "ซื้อกินประจำแต่ไม่จุใจ ตอนนี้แม่พูลไม่อยู่จะไปขโมยเขา"

ข้าพเจ้าว่า "หมดท่าหรือไง มาขโมยกันเอง อย่าทำเลย สู้ให้เขาให้เรากินเองด้วยความเต็มใจดีกว่า"

"ของเขาเอาไว้ขาย ใครจะให้" คุณศรีคำ ค้าน

ข้าพเจ้าว่า "ต้องมีวิธีซี เมื่อวานแม่สุดามาคุยเรื่องหมอดูแม่น ที่บ้านสุดานับถือกันนัก

เราก็โกหกว่า หมอดูเขาทายว่าปีนี้คนเกิดปีวอกเคราะห์ร้ายหนัก แม่พูลเขาเกิดปีวอก เราก็เล่าให้เขาฟังว่าหมอทายคนเกิดปีวอก

 ถ้าไม่ทำทานขนมหวานให้คนกิน จะต้องเคราะห์ร้ายถึงตายโหง แล้วต้องทำทานก่อนสิ้นเดือน นี้ก็อีก ๕-๖วันจะสิ้นเดือนแล้ว

 แต่อย่าให้แม่ฉวีใหญ่ (น.ส.ฉวี มิลิทจินดา) รู้ เพราะเขาชอบพอกับแม่พูลเดี๋ยวพิธีจะแตก"

ทุกคนเห็นด้วย พอแม่ฉวีใหญ่เดินมาเห็นเข้า ก็เข้ามาร่วมคุย ถาม"ว่าปรึกษาอะไรกัน"

ข้าพเจ้าว่า "มานั่งหาทางช่วยแม่พูล เพราะสงสารเขา เขาออกไปจ่ายตลาดทุกวันแล้วกำลังเคราะห์ร้าย กลัวรถชนตาย"

แม่ฉวีใหญ่ตกใจตาพอง ว่า "จริงรึ ใครเป็นหมอดู"

ข้าพเจ้า ว่า "หมอดูที่บ้านแม่สุดานับถือ มีญาติแม่สุดาเกิดปีวอก วันเสาร์ หมอทายว่าปีนี้ยมบาลจะมาเก็บคนเกิดปีลิง วันเสาร์

ถ้าไม่อยากตายให้ทำทานเลี้ยงพระ ด้วยขนมหวาน ทั้งต้องแจกเพื่อนฝูงกินให้ทั่ว

กำลังปรึกษากันว่าจะบอกแม่พูลดีไหม เขาเกิดปีวอก วันเสาร์เหมือนกัน"

ฉวีใหญ่บอกว่า "ต้องบอกซี เรื่องนี้ต้องบอก เดี๋ยวเขาตาย"

เพราะทั้งแม่ฉวีใหญ่และแม่พูลเป็นคนเชื่อโชคลาง

พอดีแม่พูลกลับจากตลาด พบพวกเราจับกลุ่มคุยกัน เลยเรียกให้ไปคุยกันบนเรือน

 แต่แม่ฉวีใหญ่ตกใจกว่าคนอื่นเลยเล่าเรื่องทั้งหมดให้แม่พูลฟัง แล้วยุให้ทำในวันสองวันนี้ ด้วยจะสิ้นเดือนแล้ว

แม่พูลกลัวตายอยู่มาก รับปากว่าจะทำพรุ่งนี้

ฉวีใหญ่ว่า "เร็วไปกระมัง ทำเอาวันสิ้นเดือนก็ได้"

ข้าพเจ้าว่า "การทำบุญทำทาน ทำเมื่อไหร่ก็ได้เมื่อนั้น ฉวยช้าไปวันสองวันเกิดเป็นลมตายไปเสียก่อนจะไม่ทันกาล"

แม่พูลเห็นด้วย ก็นัดพวกเราให้มากินขนมงารั่ว แล้วบอกให้มากันอีกหลายๆคน ทั้งเอาไปถวายพระวัดราชบพิธฯด้วย

 นับว่าแม่พูลได้ทั้งบุญได้ทั้งคุณ แต่พวกเราซีบาป ไปโกหกเขากินเป็นการกระทำที่ไม่ควรเอาอย่าง

ถึงเวลาได้กินฟรีกลับกินได้ไม่มาก คนละสามชิ้นก็หวานคอหอยแตกแล้ว



เรื่องเล่า ชีวิตในวัง

โดย ม.ล.เนื่อง นิลรัตน์

14





คำสอนแป๊ะโรงสี


ลื้อ เคยเห็นมั้ย

เมื่อตอนที่ นกยังมีชีวิตอยู่ มันจะกินหนอนเป็นอาหาร

แต่เมื่อมันตาย..มันก็จะ ถูกหนอนกินเป็นอาหารเหมือนกัน


ต้นไม้หนึ่งต้นนั้นสามารถ ทำเป็นไม้ขีดไฟได้มากมาย

แต่ไม้ขีดไฟเพียงหนึ่งก้านก็สามารถเผาต้นไม้ได้มากมายเช่นกัน

ลื้อ อย่ามองข้ามคนที่ด้อยกว่า เพราะหลงตัวเองว่ายิ่งใหญ่กว่า

อย่ามองข้ามลูกค้ารายเล็กๆ ไม่เห็นคุณค่าของพวกเขา

เพราะสักวันหนึ่งเขาอาจเป็นลูกค้ารายใหญ่ของเราก็เป็นได้

พวกดูถูกคนพวกนี้มีเยอะแยะให้เห็นในโลกใบนี้

จงจำไว้คนรวยนั้นหลายคนไม่ได้รวยมาแต่กำเหนิดทุกคน

 ลื้ออยากเป็นเศรษฐีจงจำประโยคนี้ไว้ให้ขึ้นใจ

ลื้อ อย่ามัวคิดว่าเราแข็งแรงไม่มีวันป่วยเพราะอายุยังน้อย

 "โลงศพไม่ได้มีไว้ใส่คนแก่แต่มีไว้ใส่คนตาย จงจำไว้"

ลื้อ อย่ามัวคิดว่าฉันรวยใช้เงินได้อย่างฟุ่มเฟือย

สักวันเงินเพียงร้อยบาทอาจมีค่ามากมายในวันตกอับก็ได้

ขอเตือนสติทุกคนว่า

ลื้อจงจำไว้ให้ดีไม่มีอะไรแน่นอนในชีวิต 

ใหญ่ได้ก็เล็กได้ รวยได้ก็จนได้

แข็งแรงได้ก็ป่วยได้ เกิดได้ลื้อก็ต้องตายได้เช่นกัน

 ทุกคนไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า จงจำคำอั๊วให้ขึ้นใจ


เทียน กัว สื่อ ฮก โหงว ลี่

ขอฟ้าประทานพรให้ลูกหลานพ้นจากปัญหา

สมดั่งปราถนา ไม่ขัด ร่ำรวยๆ

15



ม.ร.ว. ศรีคำ ทองแถม






ม.ล.เนื่อง นิลรัตน์




หม่อมตละเห็นแก่กินเลยโดนลงโทษ


วันหนึ่งท่านย่า (หม่อมเจ้าหญิงสะบาย นิลรัตน์) ให้แม่เอมทำข้าวตังนังเล็ด 

คือข้าวตังทอดโรยน้ำตาล เคี่ยวเหนียวๆ ใส่มาประมาณ ๑ จานกินข้าว  เอามาวางไว้ที่โต๊ะริมระเบียงเรือน

คุณหญิงศรีคำ (ม.ร.ว.ศรีคำ ทองแถม) ตื่นนอนเข้ามาก่อนข้าพเจ้า  โผล่จากมุ้งมาเจอจานข้าวตังพอดี

ไม่ต้องล้างหน้าแปรงฟัน ตรงเข้าโจ้เลย  ท่านย่าโผล่มาเห็นพอดี ถูกกริ้วหาว่าตะกระตะกราม ของก็จะทำมาให้กินอยู่

 รีบร้อนทำไม ควรไปอาบน้ำแปรงฟันก่อน แต่งตัวเรียบร้อยจึงมานั่งโต๊ะอาหาร  ไม่ได้เลี้ยงให้อดอยากซักหน่อย

 ท่านย่าสั่งแม่เอมให้ทำข้าวตังยังงี้มาอีก ๑  กระด้ง จะให้กินให้หมด ถ้ากินไม่หมดจะเอาข้าวตังยีหัว พอ ๑ ช.ม. ผ่านไป

ข้าวตังมาวาง ๑  กระด้ง ข้าพเจ้าเป็นทุกข์ร้อนแทนคุณหญิงจริงๆ  ถึงจะเข้าไปช่วยเขากินก็กินไม่ไหว มันมากจริงๆ

 คุณหญิงก็ไม่กิน นั่งร้องไห้ตลอดเวลา  ถึงเวลาแล้วที่ข้าพเจ้าจะตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง  รีบวิ่งไปห้องเครื่อง

ที่ท่านย่านั่งทำงานอยู่บนแคร่ใหญ่  ทูลท่านทำหน้าตาตื่นว่า  คุณศรีคำเขาแน่นกำลังจะจุกเพราะเขากินเข้าไปเยอะแล้ว

 ว่าแล้วกราบลงขอประทานโทษแทน  ให้เขาเลิกกินเถอะเขาสัญญาต่อไปจะไม่ตะกระอีกแล้วจะเข็ดจะจำ

 ท่านย่าจะยกโทษให้หรือไม่ข้าพเจ้าไม่รอฟังคำตอบ  รีบวิ่งกลับมาเรือนยกกระด้งข้าวตังมาคืนแม่เอม

 แม่เอมว่า “แหมคุณเนื่องทูลท่านเสียตกใจว่ากำลังจุกกำลังแน่น ข้าวตังไม่แหว่งซักหน่อย"



เรื่องเล่า ชีวิตในวัง

ของ ม.ล.เนื่อง นิลรัตน์

หน้า: [1] 2 3