999-11.com

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 


แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - เจ๊วู

หน้า: [1] 2 3
1
โรยรื่นชื่นบุปผา / ผีที่เกาะ กลางน้ำ
« เมื่อ: ธันวาคม 14, 2018, 09:09:41 PM »





เนื่องในโอกาส 80 ปีสวนสุนันทา

ขออนุญาตหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเล่าอีกรอบคะ



เป็นครั้งแรกที่ข้าพเจ้าดีใจ เมื่อผู้ใหญ่สั่งทำงาน

 นึกดีใจวันนี้จะได้กินสะเต๊ะลืออีกแล้ว

เมื่อข้าพเจ้าเสียบเสร็จแล้วยังถูกใช้ให้ปิ้งด้วย

พอปิ้งเสร็จข้าพเจ้าก็ส่งไปให้แม่เฉลยคนจัดเครื่อง

แต่แอบเอาห่อซ้อนไว้ 10 ไม้ ค่ำๆจะแอบออกไปนอกตำหนัก

เอาไปฝากข้าหลวงเสด็จ พระองค์อัพภันตรีปชา

คือนางสาวนภาหลิมรัตน์

เจ้าพันธุ์พิสิทธ ณเชียงใหม่

เจ้าพรรณคำ ณเชียงใหม่

พอทุ่มครึ่ง ก็ชวน ม.ร.ว. วงค์สิน กับ ม.ร.ว. สรัท ทั้งข้าพเจ้าด้วยรวม 3 คน

ค่อยลัดเลาะ แฝงเงามืดออกไปนอกประตูตำหนัก

เดินผ่านหน้าตำหนัก เสด็จพระองค์เหมวดี 

ผ่านตำหนัก เสด็จพระองค์สุวภักตร์พิมล

 เดินกันมาเงียบๆถึงเกาะกลางน้ำในสระใหญ่ บนเกาะมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นปกคลุม

ไม่ผิดป่าดงดิบ เถาวัลย์โคนต้น  ใหญ่กว่าแขน ขึ้นปกคลุม รก รุง รัง

ค่ำมืดเช่นในขณะนี้ มองดูเกาะมืดทะมึน ไม่เคยมีใครมาดูแลรักษา

ต้นไม้ ขึ้นได้ ขึ้นเอา เบียดกันแน่นทึบบนเกาะ  รู้สึกวังเวงใจพิกล

ดูคล้ายฝนจะตก ลมเริ่มพัดกรรโชกแรง  ฟ้าแลบแปลบปลาบ

ขณะนั้นบรรยากาศ น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก  เรา 3 คน จับมือกันแน่น

รีบสาวเท้าให้เร็วขึ้น ไม่พูดจากันเลย

ชักเริ่มใจเสียนิดๆแล้ว มือที่จับกันไว้เย็นเฉียบ



ในทันที  คุณสรัทหยุดกึก" ไม่ยอมเดิน


ข้าพเจ้าดุเอา คนยิ่งกลัวอยู่  หยุดทำไหม

เดินเดินซี จะได้ถึงเร็วๆ คุณสรัท หน้าซีด

ปากคอสั่น กระซิบว่า เดินไปยังไง

เห็นไหมหมาดำตัวสูงใหญ่ เท่าลูกม้า ยืนขวางอยู่นั่น

ข้าพเจ้ากับคุณวงค์สินธุ์มองยังไงก็ไม่เห็นหมา

ฟ้าแลบมา สว่างแว้บ ก็ไม่เห็นหมาดำสักตัว

คุณสรัทสะบัดมือหลุดจากข้าพเจ้า

แล้วร้องว่า   เห็นไหม  นั่นมันแยกเขี้ยวขาว เดินตรงเข้ามาหาเราแล้ว

ว่าแล้วเขาก็ทำท่าจะออกวิ่งหนี  ข้าพเจ้ายึดแขนเขาไว้

 เขากลับสลัดแขนออกโดยแรง


แล้วร้องตะโกนว่า

ผี!  ผี!  หลอก ! โอ้ย!!! ..กลับแล้ว ไม่ไปแล้ว


ว่าแล้วเขาก็ออกวิ่งไม่คิดชีวิต มุ่งตรงกลับมาตำหนัก

ข้าพเจ้า กับ คุณวงค์สินธุ์ ก็กลัวสุดขีดอยู่แล้ว ถึงแม้จะมองไม่เห็นผี

รีบขว้างห่อสะเต๊ะลือที่ถือไปให้หมาดำกินหมดเป็นการประจบเอาใจผี

แล้วเรา 2 คนก็วิ่งโกยไม่คิดชีวิตมาหยุดนั่งหอบที่เรือนแม่พลู

พี่สอนกำลังอยู่ในห้องยื่นหน้ามาถามว่า

เกิดอะไรขึ้น วิ่งหนีใครมา

เรา 2 คนแย่งกันเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้แม่พลู และ พี่สอนฟัง

แม่พลูว่าทำไหมไม่ไปกันหลายๆคน  เกาะนั้นผีดุ 

ใครๆก็รู้นี่เพราะไม่เอาสะเต๊ะมาให้ฉันกินมั่ง

ถ้าเอามาให้ฉันก็ไม่ต้องไปไกลยังงั้นนะซี

พี่สอนถามว่า แล้วห่อสะเต๊ะอยู่ไหนละ

ข้าพเจ้าว่าไม่มีหรอกให้ผีกินหมดแล้ว

พี่สอนหัวร่อชอบใจ แล้วว่า

 ผีมันไม่ชอบใจใหญ่รึ ! !ได้กินของดีๆ

แม่พลูถามว่า แล้วคุรสรัทล่ะ

คุณวงค์สินธุ์ว่า อีรายนั้นเขาเป็นคนเห็นเลยกลัวมาก

วิ่งแจ้นกลับไปหาหม่อมแม่ที่เรือนแล้ว

รุ่งขึ้นตอนบ่ายได้ข่าวว่าคุณสรัทนอนซมลุกไม่ขึ้น

ข้าพเจ้าสงสารเขามากแต่ไม่กล้าไปเยี่ยม

กลัวหม่อมเขียนเห็นหน้าแกจะด่าเอา

หลายวันผ่านไปอาการคุณสรัทไม่ดีขึ้น

คุณหลวงพินิจหมอประจำที่ตำหนักเข้ามารักษา

ตรวจดูว่าคุณสรัทเป็นไข้ไทฟอยด์

ตอนค่ำแม่สุดามาหาข้าพเจ้าที่เรือน

เล่าเรื่องให้ฟังว่าหม่อมเขียนเขาฝากมาด่าเยอะแยะ

ชวนใครไม่ชวนไปชวนคุณสรัท  แม่เขาหวงจะตาย

หม่อมเขียนว่าชวนลูกแกไปถูกผีหลอกจนเป็นไข้แล้วใครจะรับผิดชอบ

ข้าพเจ้าฟังแล้วโมโหจัง... หนอยแน่...มาหาคนรับผิดชอบ

ก็ไปต่อว่าผีซี  ว่ามันดันมาหลอก

ทำไหมไม่ให้ผีมันรับผิดชอบไป

ตอนชวนไปก็ไม่ได้รู้ว่าจะถูกผีหลอก

ถ้ารู้ล่วงหน้าใครล่ะจะไป....




**ความตอนหนึ่งจากหนังสือชีวิตในวัง

(หม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์)

2
โรยรื่นชื่นบุปผา / เหมันต์ สันต์ภิรมย์
« เมื่อ: ธันวาคม 11, 2018, 10:26:29 AM »





#เหมันต์สันต์ภิรมย์


◎ มาลีพรรณ  ในวัน  อากาศหนาว

ใบร่วงกราว  กรอบแห้ง  แกว่งกวัดไหว

ดอกดูเด่น  เห็นสง่า  งามละไม

ยวนเย้าให้  ใจภิรมย์ สมสุขครัน


◎ มาลีวัลย์  ในวัน  อากาศหนาว

หมอกฟุ้งขาว  พราวพร่าง  ราวสวรรค์

เย็นระรื่น  ชื่นกมล  สุดรำพัน

ยามเหมันต์  สันต์ภิรมย์  สมสุขเอย ๚ะ๛




ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์





ยิ่งผ่านไปหลายปี

ยิ่งคิดถึงอากาศหนาวในเมือง

ซึ่งทำให้คนในเมืองแต่เก่าก่อน...

ไม่ต้องตะเกียกตะกายไปตามหา “#ความหนาวเย็น”

ถึงในป่าดงดอย

มาร่วมกันปลูก “#ไม้ยืนต้น”...ในเมืองกันเถอะ!
 

3

#ชีวิตไทย

◎ ชีวิตไทย  ใช่เชย  ชีวิตเรา

อย่าอยากเป็น  อย่างเขา  จนเขลาขลาด

ชีวิตเรา  อยู่อย่างเรา  ใช่เช่นทาส

อย่าเผลอพลาด  ทาสเงินตรา  บ้าบอ

◎ ชีวิตไทย  พอเพียง  เพียงพออยู่

คอยอุ้มชู  ดูแลกัน  ไม่หน่ายท้อ

สังคมดี  มีสุข  เพราะเพียงพอ

ทุกคนพอ  เพียงเป็นสุข  ทุกคนเอย ๚ะ๛





























4








งวดนี้ แค่...น้ำจิ้ม

ของจริง คือ....งวดหน้า


ระฆังแห่งความตาย... ยกแรก...เริ่มแล้ว

ยินดีต้อนรับ เหล่านักรบ RONIN ทั้งหลาย

เข้าสู่ ศึก วันแดงดือด เลือดพล่าน

...ยำรวม... สถานการณ์สุดมันในรอบสัปดานี้

รบกันฝุ่นตลบเลย

หมัดฮุบ

หมัดเเย๊ป

 มาเป็นชุด นับครั้งไม่ถ้วน




เงียบสงัด ........

สุดช็อก !  ถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ขณะยังมีลมหายใจ

เตรียมรับมือเข้าสู่สถานะการณ์ “หายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นใน..งวดหน้า

เวลานี้เป็นห้วงเวลาพายุร้าย.........

 ก่อนสิ้นปี  ชี้ จุดแตกหัก

ฝึกซ้อมขุดหลุมหลบภัยขนาดใหญ่กันไว้นะพวกเรา

งานนี้ต่างรู้ตัวกันดี  เพราะมันหลีกเลี่ยงไม่ได้


รู้ถึงความโลภไม่เคยปราณีใคร




หีบสมบัติ เชิญ  ขุดกันให้อร่อยเหาะไปเลย


 
โฉมหน้า ปีศาจ อำมหิต  ผู้หิวโหย

 ที่เต็มไปด้วย กิเลสตัณหา ตระกละหิวเงิน ไม่รู้จักพอ

สั่งถล่ม ปล้นสะดม

ลุยเปิดหน้าสื่อ  สร้างความกลัวให้ชาวโลกผวา

ลับ ลวง พลาง

กลเม็ด เคล็ดลับ

ล้วง ตับ ไต ใส้ พุง

ใครขวางกูตาย ใครหนีกูเก็บ ใครหักหลังกูเฉือดหมด

จะโดนเป็นเหยื่อไปด้วย หากไม่ทันเกมส์


กูไม่ยอมล้มละลายคนเดียว

มา มะ มาเป็นเพื่อนกู

ล้มละลายให้หมดทั้งโลก

เข้าสูโหม๊ดสงครามกันเต๊อะ

ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องด้วยกล เล่นทุกหน้าไพ่ เท่าที่มี

แต่ระวังให้ดี  สวนกลับจะเจ็บกว่า เค้าแรงกว่าเยอะ

 ดึงสนามรบที่เสียเปรียบอยู่ ย้ายมา..บนจอ..สี่เหลี่ยมแทน

ในเมื่อได้เลือกตัดสินใจเองแล้วว่า จะทำหน้าที่เป็นนักรบใต้ดิน

มั่นใจหลายคนรู้ทันแผนร้าย เดินหมากรัดกุม


จำไว้จงดี ชาวหวยทั้งหลาย ชีวิตของมรึง อยู่ในกำมือของกู

อย่าแกล้งโง่กันไปหน่อยเลย

ทุกหน่วยงาน พวกกูสั่งทั้งนั้น เงินกู  ผลประโยชน์กู

โลกเป็นของพวกกู ไม่ใช่ของพวกมรึง 70 ล้านคน

กูแค่จ่ายงามให้คนโลภขายชาติ ก็เท่านั้นเอง

จะซื้อ จะแดก จะหายใจ จะใช้ชีวิต...ก็ต้องขออนุญาตกูก่อน
จะออกสื่อ จะแฉเหี้ย จะชี้เป้า.       ..ก็ต้องขออนุญาตกูก่อน
จะตาย จะประท้วง จะฆ่ามรึง.       . .ก็ต้องขออนุญาตกูก่อน
จะสืบพันธุ์ หาเมีย สร้างชาติ         ..ก็ต้องขออนุญาตกูก่อน
จะมีบ้าน จะมีรถ จะมีงาน             ..ก็ต้องขออนุญาตกูก่อน
จะออกบนเลขไร ล่างเลขไร           ...ก็ต้องขออนุญาตกูก่อน

ปล. กูถามคำเดียว? แล้วจะมีโลกนี้ไว้ทำไม?


หากทุกคนไม่รู้จักรักษา ปกป้อง กู้ชาติ และเสียสละ เพื่อคนรุ่นหลัง

 เพื่อแผ่นดินที่ลูกหลานชาวโลกหวยต้องใช้ไปอีกหลายพันปี

คนเพียงกลุ่มเดียว มันจะสู้ตรีนคนทั้ง 70 ล้านคนได้อย่างไรวะ

 เมื่อตื่นแล้ว จงสู้ให้ถึงที่สุด

ครั้นเมื่อวาระสุดท้ายของชีวิตมาถึง จะได้ไม่เสียชาติเกิด

เกิดครั้งเดียว ตายครั้งเดียว

 อยากเป็นแค่ปุ๋ย ผีไร้ญาติ

หรือ อยากให้คนรุ่นหลังจดจำไว้

ว่า มรึง คือบรรพบุรุษของมันทั้งหลาย  ที่รักษา..แผ่นดินหวย..นี้ไว้

 ไม่สู้ ก็แพ้ อายผีปู่ ผีย่าบ้าง อย่าให้ลูกหลานมาด่าได้

...ชาติหวย... กำลังต้องการคุณมากที่สุด เท่าที่เคยมีมา

ภายในต้องเข้มแข็งสามัคคี  ภายนอกต้องแข็งแกร่ง

ไม่ให้ใคร ราวี ตอนนี้ เราถูกยึดไปแล้วภายใน ด้วยระบบเหี้ยทุนนิยมสามานย์

กำจัดมันออกไปซะ ใครโกง ใครล็อกหวย ต้องไม่มีแผ่นดินอยู่

 นับจากนี้ ! แค่ปราบคอรัปชั่นได้ แผ่นดินสูงจะสูงขึ้นอีก 100 เมตร

และพวกเราชาวหวย จะรวยที่สุดในโลก

 ลูกหลานสบาย เพราะบรรพบุรุษ..มันเอาใจใส่ ...


จำไว้นะคนดี  !


เจ๊วู

5
ข่าวหวย / ข่าวหวย 16 ธันวามคม 2561
« เมื่อ: ธันวาคม 03, 2018, 12:44:57 PM »
ภาระกิจ ท่าน นายก


คนชัยภูมิ  แห่ต้อนรับ  'บิ๊กตู่'  ลุยพื้นที่ ชัยภูมิ



























3 ธ.ค.61 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

 พร้อมด้วยพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย

นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ และพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 เดินทางไปตรวจราชการพี่จ.ชัยภูมิ และเปิดโครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุง

อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.หนองแวง อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ

โดยนายกฯและคณะนั่งเครื่องบินแอมแบร์ บ.ท.135 มายังกองบิน 1 ต.ปรุใหญ่ อ.เมืองจ.นครราชสีมา

จากนั้นนายกฯและคณะเดินทาง โดยเฮลิคอปเตอร์แบล็คฮอคมายังจุดจอดเฮลิคอปเตอร์

 บริเวณพื้นที่ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำสะพุง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ชัยภูมิ

 ต่อมานายกฯ นั่งรถยนต์ โตโยต้าอัลพาร์ด ทะเบียน 1กษ 4747 กรุงเทพมหานคร

มายังพื้นที่โครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุง เพื่อฟังบรรยายสรุป

พร้อมพบและกล่าวกับประชาชน 20,000 คน






6
โรยรื่นชื่นบุปผา / ฤา...ด้วยรัก ภักดี บดินทร์
« เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2018, 08:17:26 AM »





ล้นเกล้า รัชกาลที่ 6


กลัวผีก็กลัว..แต่กลัวทูลกระหม่อมมากกว่า !!

เมื่อพระพุทธเจ้าหลวง รับสั่งให้ ร.๖ เข้าไปหยิบของในพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ในตอนกลางคืน!!


ในสมัยรัชกาลที่ ๕ นั้นพระองค์ได้ทรงยกเลิกตำแหน่งวังหน้า แล้วก็สถาปนาให้ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ

ทรงเป็น พระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร  คนแรก  ของประวัติศาสตร์ไทย และในเหตุการณ์นี้พูดถึงว่า.....


 มีอยู่ครั้งหนึ่ง รัชกาลที่ ๕ ทรงใช้ให้ไปเอาของใน  พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ซึ่งเป็นที่ พระวิมานบรรทม  ของพระมหากษัตริย์ ในรัชกาลก่อนๆ

แต่เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศท่าน ทรงกลัวผี เนื่องจาก พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน มืด และเป็นที่มีความศักดิ์สิทธิ์มาก

"ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมานนั้น ในรัชกาลที่ ๕ ฉันไม่เคยจำได้ว่าเปนอื่นนอกจากที่เก็บของเก่าๆ

 และปิดมืดครึมเครืออยู่โดยมาก จึ่งมีกลิ่นอับๆ และอากาศในนั้นเย็นชืด ๆ และคนโดยมากกลัว ผี ในที่นั้นกันนัก

ฉันยังจำได้ว่าวันนั้นเปนเวลาพลบค่ำแล้ว ทูลกระหม่อม ต้องพระราชประสงค์ของอะไรสักอย่างหนึ่งซึ่งอยู่ใน พระที่นั่งจักรพรรดิ



 รับสั่งขึ้นว่า "ลูกไปเอามาคนหนึ่งเถิด" ไม่มีใครลุกขึ้นไปเลยสักคนเดียว

ทูลกระหม่อมทรงเหลียวไปไม่เห็นใครเข้าไป จึงทรงหยิบเทียนที่จุดอยู่เล่มหนึ่งข้างพระองค์ แล้วรับสั่งว่า...



"ชายใหญ่ (สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ) เอ้า !! เอาเทียนนี่ถือไป"


และตรัสชี้แจงโดยแจ่มแจ้ง ว่าของที่ต้องพระราชประสงค์นั้นอยู่ใน ตู้ในพระฉาก

ทูลกระหม่อมใหญ่ ท่านนั่งนิ่ง ไม่รับเทียนจากพระหัตถ์ทูลกระหม่อม

และไม่ทูลว่ากระไรจนคำเดียว เห็นพระพักตร์ซีดพิกล ทูลกระหม่อมรับสั่งเตือนว่า ....


"อย่างไรเล่า ? ใช้ไม่ไปหรือ ?"


ทูลกระหม่อมใหญ่จึงกราบบังคมทูล อ้อมแอ้มว่า


"จะไป แต่ขอผู้ใหญ่เข้าไปด้วยสักคนหนึ่ง"


ทูลกระหม่อมรับสั่งถามว่า


"ทำไม? ......กลัวอะไร?"


ทูลกระหม่อมใหญ่กราบบังคมทูลตอบว่า


" กลัวผี "


ทูลกระหม่อมพระพักตร์บึ้ง ทรงเหลียวไปทางฉัน แล้วตรัสว่า..


" โต (ร.๖) จะรับใช้พ่อได้หรือไม่ได้ ?"


ฉันก็กราบบังคมทูลว่า ได้ และรับเทียนจากพระหัตถ์แล้วเข้าไปใน พระที่นั่งจักรพรรดิ

แข็งอกแข็งใจเดินอย่างหน้าตาเฉยขึ้นอัฒจันท์ไป แต่ก็ชอบกล พอเข้าไปถึงในพระที่นั่งแล้วก็หายกลัว

 เพราะใจมุ่งแต่ที่จะไปหยิบของที่ต้องพระประสงค์

เมื่อได้ของออกมาแล้ว ทูลกระหม่อมทรงชมเชยทับถมทูลกระหม่อมใหญ่เสียขนานโต ทรงกอดฉันและตรัสว่า


"อย่างนี้สิเป็นลูกพ่อแท้ ลูกพ่อกลัวผีไม่ได้"


ก็เป็นธรรมดาที่ฉันจะต้องยินดีมากที่ได้รับทรงชมเชยอย่างนั้น แต่ฉันต้องรับสารภาพว่า ถึงฉันจะได้นึก กลัวผี อยู่สักเท่าใด


ก็ยังกลัว  ทูลกระหม่อม  มากกว่า ฉันจึงได้สู้แข็งใจเข้าไปตามที่ทูลกระหม่อมทรงใช้


ภายหลังต่อแต่นั้นมาอีกนานเมื่อทูลกระหม่อมใหญ่สวรรคตแล้ว ทูลกระหม่อมจึงได้มีพระราชดำรัสแก่ฉันว่า


"พอพ่อใช้ชายใหญ่ให้เข้าไปในพระที่นั่งจักรพรรดิ เขาไม่ยอมเข้าไปเพราะกลัวผี


พ่อก็นึกรู้ในใจทีเดียวว่าชายใหญ่คงจะไม่มีบุญพอที่จะได้ใช้ที่นั้นเป็นที่อยู่


แล้วก็พอโต (ร.๖) กล้ารับใช้เข้าไป พ่อก็รู้ว่าโต คงจะต้องเป็นแทนตัวพ่อต่อไป" แล้วก็เป็นจริงดังพระราชดำรัส

เมื่อเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธเสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติเป็น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖

พระองค์มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะซ่อมแซมพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน เป็นการใหญ่

 จนกระทั่งสวยสง่างาม เป็นพระที่นั่งสำคัญในพระบรมมหาราชวังมาจนถึงทุกวันนี้





#น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

7
โรยรื่นชื่นบุปผา / ก่อนทุกอย่าง จะสายเกินไป
« เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2018, 12:45:33 PM »







มันแปลกดีนะ

เราเสียเงินเป็น ล้าน  สร้างบ้าน  มันเป็นเรื่อง ปรกติ

เราเสียเงินเป็น แสน   ซื้อรถ มันเป็นเรื่อง  ปรกติ

เราเสียเงินเป็น หมื่น  ซื้อโทรศัทพ์  มันเป็นเรื่อง ปรกติ

เราเสียเงินเป็น พัน   ซื้อเสื้อผ้ามาใส่ มันก็เป็นเรื่อง  ปรกติ

เราเสียเงินนับไม่ถ้วน  กับการกินเหล้า สูบบุหรี่  หวย การพนัน  มันก็เป็นเรื่องปรกติ

แต่  ถ้าเรา  เสียเงิน  กับการดูแลตัวเอง แค่2-3พัน 

กับอ้างว่า..แพง..จัง  สิ้นเปรื้องจัง ยังไม่ถึงเวลาเดียวก่อนก็ได้

คุณเชื่อไหมว่าเวลาที่คุณไป..งานศพ...

 เขาแค่ถามว่าตายเพราะอะไร ไม่มีใครหรอกนะที่ถจะถามว่า

นำศพไปเผาด้วย  รถ  ยี่ห้ออะไร

โลงศพ   ราคาเท่าไหร่

คนตายใส่  เสื้อผ้า  ยี่ห้ออะไร

โทรศัพท์  ราคาเท่าไหร่

สรุปแล้ว  ชีวิคนเรามีค่า..น้อยกว่า...บ้าน.. รถ.. โทรศัพท์.. เสื้อผ้า ...

หรือแท้จริงแล้วสุขภาพเรา..มีค่า..สำคัญกว่าทุกอย่าง

ข้อคืดจากคำพูดสุดท้ายของ...สตีฟ จ๊อบ....

บอกว่า..เงิน...สามารถซื้อทุกอย่าง 

แต่...ไม่สามารถ ขอให้ใครมา..ป่วย...แทนเราได้

เราใส่ใจสุขภาพของตัวเราเองน้อยเกินไป  และเรามักจะรู้ตัวเมื่อสายไปเสมอ

เริ่มใส่ใจสุขภาพตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป


8










บุญกุศลเป็นสิ่งเชื่อมโยงจิตใจคน เชื่อมโยงความดีงาม

ในรูปเก่า ตรงข้ามกับ   วัดรังษีสุทธวาส

ภายหลังถูกกลืนรวมมาเป็นส่วนหนึ่งของ  วัดบวรนิเวศวิหาร

แต่ยังคงชื่อเดิมวัดรังษีว่า"คณะเหลืองรังษี"


" ประตูเมืองแห่งสุดท้าย "

กำแพงเมืองพระนครสร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1

โดยนำอิฐจากกำแพงกรุงศรีอยุธยามาสร้าง

รวมความยาวทั้งหมด 7 กิโลเมตร

ครอบคลุมเขตเกาะกรุงรัตนโกสินทร์

มีประตูใหญ่ 16 ประตู

 ประตูเล็ก 47 ประตู

และมีป้อม 14 ป้อม

บริเวณระหว่าง ป้อม กับ กำแพงพระนคร คือ ประตูเมือง

ในปัจจุบันกำแพงและประตูพระนคร หลงเหลือป้อมอยู่ 2 แห่ง

 คือ   ป้อม พระสุเมรุ  บริเวณกำแพงเมือง 

และ   ป้อม มหากาฬ

ส่วนประตูเมืองเหลือเพียงประตูเมือง ด้านทิศเหนือ

หรือหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร บนถนนพระสุเมรุ



พระวัดรังษี วัดรังษีสุทธวาส 

พระผงที่เหลือแต่เพียงตำนาน

ในยุคของท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี ) หรือในสมัยต้นรัชกาลที่ 5

พระเถระที่ทรงวิทยาคมอีกรูปหนึ่ง ได้แก่ พระธรรมกิตติ ( แจ้ง ) แห่งวัดรังษีสุทธาวาส

 ท่านเป็นพระที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัยและเชี่ยวชาญทางวิปัสสนาธุระรูปหนึ่ง

กล่าวกันว่า เป็นพระเถระที่สำเร็จวิชาสรตะโสฬส

ซึ่งนอกจากสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต ) แล้วในยุคนั้นมีเพียงไม่กี่รูปเท่านั้น

พระธรรมกิตติ รูปนี้เป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ 5 แห่งวัดรังษี

ท่านได้สร้างพระผงไว้เมื่อประมาณ พ.ศ. 2437

พระผงวัดรังษีเป็นพระที่มีพระพุทธคุณสูงองค์หนึ่งของกรุงรัตนโกสินทร์

ในยุคสงครามโลกมีผู้คนจำนวนมากได้ประสบกับพุทธานุภาพเป็นที่ประจักษ์และเล่าขานกัน

 ถึงขนาดในเรื่องที่เกี่ยวกับของดีแห่งรัตนโกสินทร์

ซึ่งเป็นพระนิพนธ์ใน สมเด็จกรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ได้กล่าวถึงพระวัดรังษี

จนมีคำแหล่เทศน์ในสมัยนั้นว่า “ ใครมี  พระวัดรังษี   ชีวีไม่วอด  รอดกลับมา “

ในสมัยสงครามอินโดจีน และสงครามโลกครั้งที่ ๒

 ทหารคนใดห้อยพระวัดรังษีรอดตายกลับมาทุกราย

ในยุคก่อนพระวัดรังษีมีค่านิยมสูงมาก

 การเช่าหากันในสมัยนั้นพระวัดรังษี 1 องค์ มีค่านิยมเท่ากับ  พระสมเด็จบางขุนพรหม 3-4 องค์

และหากจะพูดถึงความหายากแล้วเป็นพระเครื่องที่หายากกว่า  สมเด็จวัดระฆัง  มาก

น่าเสียดายว่าพระวัดรังษีมีจำนวนการสร้างน้อย นักนิยมพระในยุคหลังจึงไม่ค่อยได้พบเห็นบ่อยนัก

สุดยอดของพระผงที่ทรงพุทธานุภาพสูงส่งยิ่งนัก และเป็นพระที่หายากที่สุดองค์หนึ่ง








9
โรยรื่นชื่นบุปผา / รุ้งแสงจันทร์
« เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2018, 11:29:20 AM »




#รุ้งแสงจันทร์

◎ ละอองน้ำ  ประกายวับ จับขอบฟ้า

ด้วยแสงฉาย  ในนภา  เวหาห้อง

ยามทิวาร  วิกล้าแสง  เรืองรอง

ยามราตรี  มีแสงผ่อง  แขไขดวง



◎ ละอองน้ำ ประกายวับ  จับขอบฟ้า

จึงเกิดม่าน  พราวตา  สลับช่วง

หลากพรรณพร่าง  สลับสี  พรายพรรณพวง

รุ้งแสงจันทร์  จรัสช่วง  ราตรีกาล ๚ะ๛


ปรากฏการณ์หายาก “รุ้งแสงจันทร์”

ตามปกติรุ้งจะเกิดจากแสงอาทิตย์

ต้องอาศัยหยดน้ำในอากาศตอนกลางวัน

แต่นานๆ ครั้งจึงจะพบรุ้งที่เกิดจากแสงจันทร์


เครดิตภาพ :

“Thomas Thies”

ถ่ายภาพนี้ได้ในรัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ๒๕๔๖

ปรากฏแสงรุ้งจากจันทร์เต็มดวงด้านหลังผู้ถ่ายภาพ

อยู่นาน 20  นาที ก่อนจะเลือนหายไป — ที่ Oregon

10
ข่าวหวย / ข่าวหวย 1 ธันวามคม 2561
« เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2018, 10:13:36 AM »
   วันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม







วันพ่อแห่งชาติของประเทศไทย ตรงกับวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี

ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช


เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2470

และยังได้มีการกำหนดให้ดอกพุทธรักษา

เป็นสัญลักษณ์ วันพ่อแห่งชาติ

 เนื่องจาก "พ่อ" คือผู้ที่ควรได้รับการเทิดทูน และยกย่อง

ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระราชบิดาของพระราชโอรสและพระราชธิดา

และทรงทำนุบำรุงพระราชโอรส และพระราชธิดาด้วยความรัก ทรงอบรมอนุศาสน์ให้ทรงเจริญวัยสมบูรณ์

และทรงบำเพ็ญคุณานุประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนเพื่อให้เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท

นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยังมีพระมหากรุณาธิคุณ

ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้พสกนิกรถ้วนหน้า จึงถือเป็น "พ่อแห่งชาติ" ของพสกนิกรชาวไทยทุกคน

ที่อาณาประชาราษฎร์เทิดทูนด้วยความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

และยึดมั่นในการเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท


 วัตถุประสงค์ของการจัดงานวันพ่อแห่งชาติ คือ

1. เพื่อเทิดทูนพระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

2. เพื่อเทิดทูนพระคุณของพ่อ และยกย่องบทบาทของพ่อที่มีต่อครอบครัวและสังคม

3. เพื่อให้ลูกได้แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อ

4. เพื่อให้ผู้เป็นพ่อ สำนึกในหน้าที่และความรับผิดชอบของตน

5. เพื่อประกาศเกียรติคุณให้กับพ่อ และลูกที่ปฏิบัติหน้าที่ของตนได้เป็นอย่างดี สมควรแก่การยกย่องของสังคม

6. เพื่อรักษาประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของชาติไทยให้คงอยู่ต่อไป


  กิจกรรมที่นิยมปฏิบัติในวันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ได้แก่ การประดับธงชาติที่อาคารบ้านเรือน,

การจัดพิธีศาสนสงฆ์ ทำบุญใส่บาตร, การจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์

และที่ขาดไม่ได้สำหรับกิจกรรมวันพ่อแห่งชาติ คือการมอบรางวัลพ่อตัวอย่างหรือพ่อดีเด่น

เพื่อเทิดทูนพระคุณของพ่อ และยกย่องบทบาทของพ่อที่มีต่อครอบครัวและสังคม

 อีกทั้งยังเพื่อให้ผู้เป็นพ่อได้สำนึกในหน้าที่และความรับผิดชอบของตน 

 และในวันพ่อแห่งชาตินี้ ลูก ๆ ทั้งหลายก็อย่าลืมแสดงความกตัญญูกตเวทีที่มีต่อพ่อ

 แม้ว่าจริง ๆ แล้วการแสดงความรักและความกตัญญูต่อพ่อสามารถแสดงได้ทุกวัน

ไม่ใช่แค่วันพ่อแห่งชาติ เพียงวันเดียว








11
โรยรื่นชื่นบุปผา / อีโก้....
« เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2018, 03:15:52 PM »





เคยไหม ที่ไม่ว่าพยายามแค่ไหน ก็ยังอยู่ที่เดิม

หลายๆคนอาจเป็นอยู่เลยตอนนี้

ก็พยายามขึ้นแล้วนะ ทุ่มเทกับงาน

 ใส่แรงเต็มที่ สุดๆ แล้ว ..แต่ทำไหมก็ยังอยู่ที่เดิม

เกิดขึ้นได้กับทุกคนเลย นะ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด

การวิ่ง บนลู่วิ่ง คุณ เคยเห็นคนที่วิ่งตามฟิตเนสไหม

ถามว่า   เขาตั้งใจไหม

ถามว่า   เขาพยายามไหม แน่นอน เขาเต็มที่เลย

ถามว่า   แล้วไปไหนไหม ก็ยังวิ่งอยู่ที่เดิมเลย ไม่ว่าพยายามแค่ไหนก็ตาม

บางที     เราแค่ไม่รู้ตัวว่าเราอยู่บนลู่วิ่งไปไหนไม่ได้

จุดพีค    ที่ไม่สามารถไปได้มากกว่านี้แล้ว

การเงิน  ก็เป็น

ความรัก ก็เป็น

การงาน  ก็เป็น

วิธีการที่จะหลุดจากตรงนี้ต้องทำอย่างไร

หนึ่งต้องยอมรับตัวเองก่อน 

ว่า ไม่ว่าคุณจะตาดีแค่ไหน  ก็ ไม่เห็นคิ้วตัวเอง

ต้องยอมรับก่อน  ว่ามันเป็นสัจธรรมอย่างหนึ่ง

ไม่เชื่อลองทำดู มองให้ตายมันก็ไม่เห็น จริงไหม

นั่นเพราะมัน เป็นไปไม่ได้

แปลว่า ไม่ว่าเก่งแค่ไหนก็ไม่สามารถทำได้

ต้องยอมรับก่อนนะว่าคุณไม่มีทางเห็นคิ้วตัวเองได้

ต้องมีกระจกมาสะท้อน  จริงไหม

ต้องยืนหน้ากระจกถึงเห็นว่าคิ้วอยู่ตรงนี้

การดุว่าเราที่ผ่านมา ดี ไม่ ดี

อะไรที่ควร เพิ่ม อะไรที่ควร ลด

หรือไปยืนต่อหน้า คนอื่น

คุณไม่เห็น..ตัวเอง..แต่..คนอื่น..เห็นไง

แต่ข้อนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคุณลด..อีโก้..ลง

ถ้าไม่ฟังใครก็ไม่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เสียที

ภาษาอังกฤษสะกดว่า E-G-O นะ

ถ้าตัดตัว E ออกไปตัวเดียว เหลือแต่  GO

 GO แปลว่า ไป

ถ้าคุณตัด E ออกไปได้  ก็จะ GO ก็ จะไป

ก็จะก้าวหน้าพัฒนาขึ้น


12






ห้วง..เวลาแห่งความยุ่งยาก
พลังของ ..หมูตกหล่ม..หนังหนา หน้าด้าน
กำลังจะมาเยือน ท่านๆแล้ว
จะไม่มีสิ่งใด…มาทำลายลงได้..??
เตรียมวางแผนรับมือกันให้ดี  ๆ

ตั้งแต่...........เข้ามาสร้างความวุ่นวายในเมืองหลวง
แผ่นดินในใต้หล้าถูกแบ่งออกเป็นสามส่วน
ความยุติธรรมที่เคยมี  ก็เปลี่ยนเป็นความลำเอียง
ขั้นตอนปกติ  ก็เปลี่ยนเป็น  ขั้นตอนอย่างพิสดาร

เมื่อถึงเวลานั้น…
วัดกันที่กึ๋น  ใครพลาด  ไม่มีแผ่นดินให้อยู่
ต้องหอบความเจ็บช้ำสะบักสะบอม  “หนีตาย”

แต่....ถ้ารอดมาได้..
นับว่า  “ฟ้าให้โอกาส ”

เตรียม “ยุทธศาสตร์ชีวิต” ของคุณให้พร้อม

ว่าต่อจากนี้อีก 1 งวด คุณจะเป็นยังไง..??
ว่าต่อจากนี้อีก 2 งวด คุณจะทำยังไง.??
ว่าต่อจากนี้อีก 3 งวด คุณจะยืนอยู่จุดไหน..??
และ “ยุทธศาสตร์ชีวิต” ของคุณนั้น
มันจะถูกทำให้เป็นจริงด้วย… “วิธีอะไร”


“เฮียเหลียง”ยอดขุนพลระดับพระกาฬ ฉายา มังกรหลับ

ห้าวหาญชำนาญศึก องอาจ สง่างาม

ผู้เป็นดั่งเทพสงคราม แห่งยุค กล้าได้ กล้าเสีย ชื่อเสียงโด่งดังขจรขจาย

เขาใช้ความเข้มแข็ง ทุนหนา ขาใหญ่ ไล่สยบมาแทบทั้งแผ่นดิน

นักเล่นชื่อดังนับไม่ถ้วนล้วนสิ้นชื่อลงด้วยน้ำมือเขา

ในช่วงที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของชีวิตนั้น

ไม่ว่าใครหน้าไหน  ยุคไหน ก็ไม่สามารถเอาชนะเขาได้

วีรกรรม อันยิ่งใหญ่ที่ลือลั่นไปทั้งปฐพี

นั่นคือ รับทุกตัว รับไม่มีอั้น รับจนนาทีสุดท้าย

ไม่ว่าจะ
ยอดคน หรือ คนธรรมดา

มหาบุรุษ หรือ จอมลวงโลก

“บางครั้ง…จุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่

ล้วนเกิดจาก…ความโลภ”

ไม่สนใจเครือข่ายพันธมิตรที่เตือน ว่า…

“ลูกบอล ยุค นี้เป็น ลูกบอลที่มีภูตผีปีศาจสิงสถิตอยู่” งดห้าว.!!

ขื่นยังทำงานแบบนี้ มองชะตากรรม แล้ว...รอดยาก

จะถูกถล่มยับ แบบไม่ทันกระดิกตัว แดกเร็ว ไปเร็ว

เฮียเหลียง ได้ฟังก็ฉุนจัดถึงกับขนาดว่าควบม้าไปหน้างาน

ปัญญาที่เคยสูงส่ง  ก็กลายเป็นโง่งมในพริบตา

ประกาศก้องออกไปอย่างชัดเจนว่า…

“ตัวข้าฯ กรำศึกรับหวย ขึ้นเหนือ ล่องใต้ มา 4 . 0 ปี

ตั้งแต่..ไพร่ฟ้า..ไปยัน..ต้าหวัง..ยังต้องก้มหัวให้

แล้วจะมากลัวอะไรกับ  แค่..“!!ผีลูกบอล !! ”

ว่าแล้วก็ คุมทัพมาด้วยตนเองพร้อมโชว์ฟอร์ม

แต่อนิจจา…เพราะอะไรมันก็เกิดขึ้นได้ในชีวิต


เย็นวันนั้น  ทันที ที่ เปิดฝาลูกบอล

ก็มี...เลือดสด ๆ พุ่ง ออก มา

พร้อมกับเสียง  กรีดร้อง !!  โหยหวน !!   ชวนให้ ขนหัวลุก !!
                   
 เห็นทั้งเลือด  ทั้งเสียง ให้สยดสยอง  ก็ตื่นกลัว

หน้าตาถอดสีแล้วลนลานขึ้นม้าควบหนีจากไป

นี่คือ.........ปีศาจ !! ” ที่สิงสถิตอยู่ใน  !!  ลูกบอล !! ”

ที่เขย่าขวัญเจ้าหวย จนต่างพากันครั่นคร้าม

เสียงลมอื้ออึง เงาอันดำทะมึน ได้พัดพาทุกสิ่งทุกอย่างไป  อย่างไร้ทิศทาง




วีรกรรมอันห้าวหาญที่ดับซ่าในครั้งนี้

ทำให้ เงินที่เก็บมาทั้งชีวิตได้หมดลง

เขาหอบเอาความเจ็บช้ำสะบักสะบอมหนีตายพร้อมไฟแค้น

ช่วงชีวิตที่รุ่งโรจน์นั้นได้เลยผ่านไปแล้ว

 เก็บตัวดื่มเหล้าอยู่ในห้องด้วยความสิ้นหวัง

 สภาพอิดโรย ทรุดโทรม ไร้ราศรี

ภาพจอมคนผู้ยิ่งใหญ่ ฝีมือไร้เทียมทาน  ได้หายไปแล้ว

เหลือแค่เพียง..ไอ้ขี้แพ้..ที่ไม่คิดแม้แต่จะ..ลุกขึ้นสู้


ในจังหวะที่ ท้อแท้   ในจังหวะที่ สิ้นหวัง

ทุกวันนี้ ถ้าคิดว่ากำลังตกต่ำที่สุด

สิ้นหวัง หมดหวัง หมดกำลังใจ

แล้วคิดว่า…จะผ่านมันไปได้อย่างไร..??


“ยังจำได้ไหม…ว่าเราเคยเข้มแข็งกว่านี้”


ที่ผ่านมา…ไม่ว่าจะเจอเรื่องร้ายอะไรก็ตาม

ที่ผ่านมา…ไม่ว่าจะมีใครรังเกียจตัวเราก็ตาม

ที่ผ่านมา…ไม่ว่าจะไร้คนยื่นมือเข้ามาช่วยก็ตาม

ที่ผ่านมา…เราไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆแบบนี้

“เพราะที่ผ่านมา…เราเคยเข้มแข็งมากกว่านี้”

ที่ผ่านมาแม้จะเจอหนักกว่านี้ ก็ยังดูองอาจ

แล้วจะมัวมานั่งซังกะตายถอดใจสิ้นหวังเพื่ออะไร

ฮึดสู้ ขึ้นอีกครั้ง ผลจะเป็นอย่างไร..ไม่รู้

แต่ที่รู้คือต้อง “กลับออกไปสู้”


แล้วคุณล่ะ…หมดอาลัยตายยากกับชีวิตในวันนี้

ลองคิดดูซิว่าเรื่องหนักกว่านี้คุณผ่านมันมาได้

ปรับเปลี่ยนตัวเองให้เป็นยอดนักรบคนเดิม

สวมเกราะ คว้าทวน กรีด นภา ขึ้นม้าสีเธา

แล้วกลับออกไปวาดลวดลายในสนามรบ...อีกครั้งเถอะ


ด้วยความปรารถนาดี

เจ๊วู

13








นางสำมนักขา ( ตัวต้นเหตุทำให้วุ่นวายทั้งเรื่อง )

เป็นน้องสาวของทศกัณฐ์ กุมภกรรณ พิเภก ขร ทูษณ์และ ตรีเศียร

นางสำมะนักขามีสามีชื่อ ชิวหา ซึ่งชิวหาผู้นี้ทำหน้าดูแลกรุงลงกา

เมื่อทศกัณฐ์ได้ไปเที่ยวป่ากับนางมณโฑตลอดเวลา 7 วัน 7 คืน

ทำให้เกิดง่วงนอน จึงได้แลบลิ้นยาวออกมาปกคลุมกรุงลงกาและนอนหลับพักผ่อน

 เมื่อทศกัณฐ์กลับมาพบว่ากรุงลงกาถูกปกคลุมก็คิดว่าเป็นเวทมนตร์ ของศัตรู

จึง ขว้างจักร ไปตัดลิ้นชิวหาจนขาดทำให้ชิวหาถึงแก่  ความตาย

ยังความเศร้าโศกเสียใจให้แก่  นางสำมะนักขา  ยิ่งนัก

หลังจากชิวหาสิ้นไป วันหนึ่งนางสำมะนักขาไปเที่ยวป่า

และได้พบ พระราม จึงเกิดหลงรักขึ้นและได้เข้าไปเกี้ยวพาราสี

 แต่ พระราม ไม่สนใจ นางสำมะนักขา จึงตาม พระราม ไปที่อาศรมเห็น นางสีดา

 จึงคิดว่า ถ้า หากตนกำจัด นางสีดา ได้ พระราม คงจะหันมาสนใจตน

ดังนั้น นางสำมะนักขา จึงเข้าไปทำร้าย นางสีดา แต่ถูก พระราม จับได้

 จึงถูก พระลักษณ์ ลงโทษด้วยการตัดหูและจมูก และปล่อยนางคืนไป


 เป็น...เหตุ..ให้เกิด สงครามระหว่าง..พระราม..กับ..ทศกัณฐ์



เป็นเพราะความคันของนางแท้ๆเลย

เป็น ตัวต้นเหตุ  เล่นเอาวุ่นวายเลย

ม่ายยุ่ง ก้อม่ายมีเรื่อง

นึกว่ามันมีอยู่แต่ในวิชาวรรณคดีซะอีกอะนะ

งานการไม่ทำ ออกเที่ยวป่า เกิดเรื่องเลย เป็นมหากาพย์


 ที่สำคัญ คือ นางมีขนหน้าแข้งด้วย


14
โรยรื่นชื่นบุปผา / กรุ่นกลิ่น ลำดวน
« เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2018, 08:46:50 PM »





ทำไมนะ ใคร ๆ ถึงชอบ ให้ ‘ลำดวน’ หมายถึงผู้สูงอายุ ซึ่งไม่ใคร่เห็นด้วยนัก

สูงวัยใจอารีต้องอย่าง ‘ต้นไทร’ นั่นสิ … เป็นทั้งที่อิ่ม ทั้งที่อุ่นอิงพิงนอน

ดังคำเก่าเล่าขานว่า ‘ร่มโพธิ์ ร่มไทร’ ให้พึ่งพิงอาศัย ให้ร่มเย็น

 เหล่าส่ำสัตว์น้อยใหญ่ทั้งเดินบนดิน ที่บินบนฟ้า ได้อาศัยร่มเงา

เป็นความหมาย และให้ภาพของผู้สูงวัยได้กว่าเป็นไหน ๆ








ลำดวน’ อาบไปด้วยเสน่ห์ลับเร้น ทรวดทรงน่าพิศวาส

 ปลีกลีบอวบอูม กลิ่นกรุ่นไม่ฉุนนัก

 แต่หอมหวนนวลนาสา

ชวนให้นึกถึง เสภาขุนช้างขุนแผน

ตอน พิมพิลาไลยเอื้อนเอ่ยอำลา คร่ำครวญหวนไห้

ก่อนจะหนีขุนช้างไปกับยอดชู้








ลำดวนเอ๋ย  จะด่วนไป  ก่อนแล้ว

ทั้งเกดแก้ว  พิกุล  ยี่สุ่นสี

จะโรยร้าง  ห่างสิ้น  กลิ่นมาลี

จำปีเอ๋ย  กี่ปี  จะมาพบ

ที่มีกลิ่น ก็จะคลาย หายหอม

จะพลอยตรอม เหือดสิ้น กลิ่นตลบ

ที่มีดอก  ก็จะวาย  ระคายครบ

จะเหี่ยวแห้ง  เซาซบ  สลบไป

ต้นน้อยน้อย ลูกย้อย  ระย้าดี

ตั้งแต่นี้ จะไปชม  ต้นไม้ใหญ่

จะทิ้งเรือน  ไปร้าง  อยู่กลางไพร

ยุงร่าน ริ้นไร  จะตอมกาย

รากไม้  จะต่างหมอน  นอนอนาถ

ดาวดาษ  จะต่างไต้  น่าใจหาย

ลงบันได  ใจเจียน  จะขาดตาย

น้ำตาตก  กระจายพรั่ง  พรายลง ฯ













ชายไทย จะจำตอนนี้ได้ฝังใจที่สุด

ตอนขุนแผนดอดขึ้นเรือนขุนช้างไปฉุดนางพิมพิลาไลย

 มีทั้งลูกอ้อน ลูกตัดพ้อ แถมเป่ากระหม่อมให้เคลิ้มอีกต่างหาก

 ครบทั้งเล่ห์กลมนต์คาถาอย่างนี้

แล้วหนูพิมจะไปเหลืออะไรเล่า

นี่ไม่นับที่ไอ้แผนตัวดีย่องไปเด็ด ดอกแก้วกิริยา มาเชยก่อนเข้าหาหนูพิมอีกนะ

 เรียกว่าพี่แกล้างแค้นหมดจดเหมือนล้างเขียงยังไงยังงั้น

 ขัดอย่างเดียวไม่พอ พี่เล่นขูดเนื้อเขียงติดคมมีดไปซะเกลี้ยง

ทรามแท้พ่อเจ้าประคุณ!




15
โรยรื่นชื่นบุปผา / "เข็มขัดนาก"
« เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2018, 01:33:19 PM »





เนื่องในโอกาส 80 ปีสวนสุนันทา

ขออนุญาตหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเล่าอีกรอบคะ



"เข็มขัดนาก"


ในเรือนข้าหลวงพระวิมาดาเธอฯ ในวังสวนสุนันทา(ประมาณพ.ศ.2470)

"เข็มขัดนาก" สมัยนั้นนากอย่างดี

เนื้อผสมทองขายกันเส้นละ120บาท

แม่เอมมีรายได้เดือนละ 4 บาท

คิดจะหยอดกระปุกไว้เดือนละ 2 บาทซัก 5 ปี

ค่อยเทออกมาทำเข็มขัดนาก

แม่เอมยังไม่ทันจะเก็บซักบาท

ท่านย่ารู้เข้าจึงเรียก แม่เอม มาว่า

การเก็บเงินได้นั้นเป็นของดี แต่จะทำอะไรต้องดูตัวของตัวเองก่อน

ทุกวันนี้คาดเข็มขัดเงิน เหมือนแม่จำเนียรก็ดีอยู่แล้ว อย่าคิดไปคาดนากเลย

จะไปเหมือนคุณๆข้าหลวงบนตำหนัก ประหนึ่งตีตัวเสมอคุณ ๆ

คนอื่น เขาจะด่ามาถึงเราด้วยเหมือนคางคกขึ้นวอ

ในวังที่คาดนากกันเกลื่อนก็มีแต่ ชั้นหม่อมหลวงหม่อมราชวงศ์ ถึง หม่อมเจ้า

ถ้าเป็นชั้นพระองค์เจ้าขึ้นไปก็ทรงคาด เข็มขัดทอง

พวกนางสาวที่คาดนาก ก็ล้วนแต่เป็นลูกพระน้ำพระยา

คนอย่างตัวจะคาดมิสมควร เก็บไว้เถอะเงินน่ะ เก็บไว้ซื้อสร้อยข้อมือทองคำมาใส่

 เพราะพวกคุณๆใส่กันมีแต่ทองคำฝังเพชร หรือไม่ก็ทองคำลงยาประดับพลอย

เราใส่ทองเกลี้ยงไม่เป็นไร แม่เอมค่อยหายเสียใจ

ก้มหน้าเริ่มเก็บเงินเดือนละ 1 บาท จนครบ 3 ปี

ซื้อสร้อยข้อมือได้ 1 เส้น

หลังจากนั้นไม่นาน แม่เอมก็โดนขโมยข้อมือที่สู้อุตส่าเก็บเงินซื้อ

 ถูกแอบถอดไป ตอนหลับ




**ความตอนหนึ่งจากหนังสือชีวิตในวัง

(หม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์)


หน้า: [1] 2 3