999-11.com

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 


แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - เจ๊วู

หน้า: [1] 2 3 ... 5
1
โรยรื่นชื่นบุปผา / อธิษฐานขอพร จากดวงดาว
« เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2020, 07:31:24 PM »



























วันที่ 7 เดือน 7 อธิษฐานขอพร จากดวงดาว



วันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี

เป็นวันทานาบาตะ

เทศกาลขอพรจากดวงดาว ของญี่ปุ่น

 ตำนานนิทานกลุ่มดาว

ชาวญี่ปุ่น วันที่ 7 เดือน 7 เรียกกันว่า #วันทานาบาตะ 
เป็นตำนานของวันแห่งความรักของญี่ปุ่น
เป็นเรื่องราวความรักของ “หนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า”
 

กาลครั้งหนึ่ง มีนางฟ้าองค์หนึ่งซึ่งเป็นธิดาของเทพผู้ครองสวรรค์ ชื่อว่า “โอริฮิเมะ”
 นางมีความงดงามและยังขยันขันแข็งในการทำงาน รวมถึงมีฝีมือในการทอผ้าที่ดีมากอีกด้วย
ทำให้เหล่าเทพทั้งหลายพึงพอใจเป็นอย่างมาก เวลาส่วนใหญ่ของโอริฮิเมะจึงเป็นการนั่งทอผ้า
 ซึ่งแทบจะไม่ได้หยุดพักเลย ทำให้เทพผู้ครองสวรรค์ผู้เป็นบิดาเป็นห่วงและสงสารธิดาของตน
จึงคิดที่จะให้นางมีคู่ครอง เทพผู้เป็นบิดาจึงประกาศจัดพิธีเลือกคู่ให้กับโอริฮิเมะ
ในพิธีมีเหล่าชายหนุ่มมากมายมาให้โอริฮิเมะเลือก
แต่โอ้ เจ้ากรรม ชายหนุ่มที่โอริฮิเมะถูกใจกลับเป็นเพียงแค่ชายเลี้ยงวัวธรรมดา ๆ เท่านั้น
ชายหนุ่มคนนี้ชื่อว่า “ฮิโกโบชิ”
 ทั้งสองตกหลุมรักกันตั้งแต่แวบแรกที่สบตากัน
เทพผู้เป็นบิดาเห็นว่าทั้งสองถูกตาต้องใจกัน จึงจัดการให้ทั้งสองได้แต่งงานกันสมดังใจปรารถนา

แต่ว่า ปัญหาก็เกิดขึ้น…

เมื่อได้ใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว ทั้งสองคนต่างก็ลุ่มหลงอยู่ในความรักที่มีให้กันและกัน จนโอริฮิเมะไม่เป็นอันทำการทำงาน
 ไม่กลับมาทอผ้าดังเดิม ส่วนฮิโกโบชิก็ละทิ้งวัวของตัวเอง จนมีวัวเดินเพ่นพ่านไปทั่วสวรรค์
ก่อความเดือดร้อนให้กับเทพบนสวรรค์ เทพผู้ครองสวรรค์ผิดหวังและพิโรธอย่างมาก
จึงลงโทษทั้งสองให้แยกจากกัน ขีดทางช้างเผือกขึ้นมาขวางกั้นทั้งสองเอาไว้

เมื่อทั้งสองต้องแยกจากกัน โอริฮิเมะก็เศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก จนไม่เป็นอันจะทอผ้าให้งดงามดังเดิม
แถมยังหดหู่จนเจ้าผู้ครองสวรรค์เวทนาสงสาร
จึงใจอ่อนยอมให้ทั้งสองได้พบกันปีละครั้ง ในวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี
แต่มีเงื่อนไขว่า ทั้งสองต้องกลับมาทำงานอย่างขยันขันแข็งเหมือนเดิม จึงทำให้ในทุก ๆ ปี
เมื่อถึงวันที่ 7 เดือน 7 ทั้งสองจะมาเจอกันที่ทางช้างเผือก

ทั้งสองยังคงไม่สามารถข้ามทางช้างเผือกมาพบกันได้ ทำได้เพียงแค่เจอหน้ากันอยู่คนละฟากฝั่ง
ของทางช้างเผือกเท่านั้น และแล้วก็มีฝูงนกกางเขนบินผ่านมาและได้ไถ่ถามทั้งสอง
เมื่อฝูงนกกางเขนได้ทราบทุกอย่างแล้ว ก็เกิดความสงสารและต่อตัวกันเป็นสะพานนกกางเขน
 ทำให้โอริฮิเมะและฮิโกโบชิสามารถข้ามทางช้างเผือกมาพบกันได้
นกกางเขนสัญญาว่าจะมาเป็นสะพานให้ทั้งสองได้ข้ามมาพบกันทุกปี
แต่หากปีใดเกิดฝนตกขึ้นมา ฝูงนกกางเขนก็จะไม่มา ทำให้ทั้งสองไม่มีสะพานข้ามไปพบกัน
 จึงต้องรอให้ถึงวันที่ 7 เดือน 7 ในปีถัดไป…

2
ข่าวหวย / ข่าวหวย 16 กรกฎาคม 2563
« เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2020, 03:42:12 PM »

















 
เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา


พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว



๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓ (๖๘)


รัฐบาลขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน

• ประดับธงชาติคู่กับธงอักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร.

• ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

• เครื่องสักการะพร้อมประดับผ้าระบายสีเหลืองร่วมกับผ้าระบายสีขาว





เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ



ข้าพระพุทธเจ้า

เจ๊วู




3






“ล็อกอำมหิต” ที่ไม่มี “วันพระ”

4
โรยรื่นชื่นบุปผา / วาสนา อยู่ไหน
« เมื่อ: มิถุนายน 29, 2020, 06:02:32 PM »





เส้นวาสนา อยู่ไหน



วิธีดูลายมือแบบง่ายๆ

เส้นวาสนา ก็คือ เส้นที่หนาที่สุดในรูป

เส้นที่ดีที่สุด คือ ยาวจากล่างขึ้นบน ไปชนนิ้วกลาง

จะเป็นคนที่วาสนาสูง ร่ำรวย

 เป็นใหญ่เป็นโต เป็นบุคคลสำคัญในบ้านเมือง

ถ้าสั้นเท่าไหร่ ระดับของวาสนาก็จะเท่านั้น

ถ้าขาดตอน ก็จะต้องเปลี่ยนอาชีพ เปลี่ยนงาน

ขาดช่วงไหน ดูตัวเลขที่เส้น จะบอกอายุ

เช่น ข้างเส้นวาสนา ตรงกลางฝ่ามือจะมีเลข 30 หมายถึงตอนอายุ 30

ถ้ามีเส้นขาด หรือเส้นตัดขวาง ก็แปลว่าอายุ 30 จะตกงาน งานมีปัญหาอุปสรรค

มือซ้าย  คือฟ้าลิขิต

มือขวา  คือการกระทำของตัวเอง


มีเส้นลายมือดีก็ ช่วยด้านกำลังใจระดับหนึ่ง

แต่ถ้าอยากรวย ต้องขยันทำมาหากินนะคะ


 “ลิขิตฟ้า หรือ จะสู้มานะคน”

ต่อให้เส้นวาสนาคุณเด่นชัดขนาดในรูปก็เหอะ

ถ้าไม่ทำมาหากิน

นอนรอแต่วาสนา ยังไงก็ไม่มีวันรวย

“ขยันทำมาหากิน ไม่มีวันอดตายค่ะ”


5




เตือน ! !!  สึนามิกำลังจะมา



ถ้าเราเสียดาย แปลว่าเราอยู่กับอดีต

ถ้าเรากังวลแปลว่าเราอยู่กับอนาคต

แต่ถ้าเรา สงบ แปลว่าเราอยู่กับปัจุบัน

ดูการทำงานของรุ่นพี่ แล้วเปลี่ยนชีวิต เพื่อนๆเป็นกันไหม


คือ....ยอม

คือ...ถอย


ไม่ได้แปลว่าคุณจะแพ้ไปตลอด

แต่..ตัดทิ้ง..สิ่งที่ผิดพลาด

เพื่อให้มี..ชีวิต

ที่..เป็นชีวิต และ ได้ใช้ชีวิต

กลับลำมาตั้งหลักทำในสิ่งที่ถูกต้อง

ทำให้ตัวเองกลับมาถูกทางอีกครั้ง

และนี่คือ การตัดสินใจ


ปีนี้หวยออกดุ ! !!


ควรลดยอด ยังไม่ใช่เวลาที่จะลุย



สัญญา​ณเตือนล่วงหน้า​ สึนามิกำลังจะมา



ใครตื่นรู้ทันคงรอด

ทุกอย่างมันต้องพอดี กับกำลังเรา

มันถึงจะมีความสุขจริงไหม

ไม่เช่นนั้น มันจะเป็นโซ่ตรวน

ติดตัวเราผอมจนบักโกรก ไป 5 ปี   10 ปี


สร้างมิติมุมมองที่ดีต่อการเริ่มใหม่ ในการทำงานของ..ยุคนี้

เชื่อว่าเพื่อนวงการเดียวกัน หลายคนกำลังติด..กับดัก 

วงการหวยมันไม่หอมหวาน มีแต่ได้ กับได้ เสมอไป

ไม่มีคำว่าสาย สำหรับการทำงาน การใช้ชีวิต 

พลาดเพราะไม่รู้  คือไม่รู้ พอรู้

ก็จัดการให้มันถูกหลัก มันอาจจะไม่รวย ทันที

แต่อย่างน้อย

เริ่มจากติดลบ แค่รู้ตัว ก็พบทางสว่าง

ไม่มีสายไป ไม่น้อยใจโชคชะตา


??ไม่มีหนี้

??มีเงินออม

??เตรียมความรู้เรื่องการทำงาน

??บริหารจัดการความเสี่ยง

??ออกแบบชีวิตตัวเองให้เหมาะกับการทำงาน

??ลงมือปฏิบัติ  แบบค่อยเป็น ค่อยไป



ด้วยความปารถนาดี


เจ๊วู

6
ข่าวหวย / ข่าวหวย 1 กรกฎาคม 2563
« เมื่อ: มิถุนายน 22, 2020, 07:51:27 PM »
ทีฆายุโก โหตุ สงฺฆราชา



สมเด็จพระสังฆราช  แห่งกรุงรัตนโกสินทร์






















ขอประทานถวายสักการะ

เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ

สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

เนื่องในมงคลสมัยเจริญพระชนมายุ ๙๓ พรรษา

วันที่ ๒๖ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๓




ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้าฯ

นามปากกา เจ๊วู




พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนา สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร)

เป็นสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๒๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ในพระบรมมหาราชวัง

 เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐


ซึ่งสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๒๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ได้รับการยกย่องทั้งในฝ่ายสงฆ์และฝ่ายฆราวาสที่รู้จักว่า

 พระองค์ทรงเป็นสังฆราชาที่พุทธศาสนิกชน

สามารถ “กราบ” ได้อย่างสนิทใจ




สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ มีพระนามเดิมว่า อัมพร ประสัตถพงศ์

ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๐ (๙๓)

ตรงกับแรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๗ ปีเถาะ

ณ ตำบลบางป่า อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี


7





" พระพยอม เล่ากรรมที่ทำกับพ่อ "

โยมพ่อของอาตมาเป็นคนขี้เหล้า... หาเงินมาได้เท่าไหร่ก็กินเหล้าหมด

พอเมาก็ดุด่าโยมแม่กับอาตมา อาตมาไม่ชอบพ่อมาก.......


วันหนึ่ง..

โยมพ่อเมากลับบ้านไม่ได้ มีคนให้อาตมาพายเรือไปรับ

ตอนนั้น อาตมายังเป็นวัยรุ่น ทำงานมาทั้งวันก็อยากจะนอน....อยากพักผ่อน....

อาตมารู้สึกโมโหมาก

พอพายเรือกลับบ้าน ก็ทิ้งโยมพ่อไว้ในเรือ

แต่พ่อเมามากลุกไม่ไหว ตะโกนเรียก....


“ ไอ้ยอม... ไอ้ยอม... มาอุ้มกูขึ้นบ้านหน่อย... กูขึ้นไม่ไหว ”

ไอ้เราก็ทนรำคาญไม่ไหว เดินกระทืบเท้า ตึง.. ตึง.. ตึง..

กระชากร่างพ่ออุ้ม ในขณะที่อุ้ม..

ความรู้สึกเจ็บแค้นที่พ่อทำให้เราลำบาก ชอบด่าว่าเราเจ็บๆ

พออุ้มพ่อขึ้นมาจากเรือ... ถึงหัวสะพาน


จับร่างพ่อกระแทกกับหัวสะพาน ก้นพ่อกระแทกกับ พื้นไม้อย่างแรง

เสียงดังโครม....


พ่อแกร้องไห้.... แล้วพูดว่า

“ ไอ้ยอมนะ... ไอ้ยอม.. กูอุ้มมึงมาแต่เล็กแต่น้อย....

กูนอนหลับ.. แต่มึงไม่ยอมนอน... ร้องไห้กวน..

กูต้องลุกมาอุ้มมึง...ร้องเพลงกล่อมให้มึงนอน

จะไปไหนมึงไม่ไหว.. มึงเหนื่อย. . กูก็ต้องอุ้มมึง.. ทั้งที่กูก็เหนื่อย

กูอุ้มมึง.. มึงทั้งขี้..ทั้งเยี่ยว.. ใส่กู

แต่กูไม่เคยทุ่มมึงลงกับพื้นเลย....


เพราะกูรักมึง......


วันนี้...มึงอุ้มกู เหล้ากูไม่ได้หกโดนมึงสักนิด มึงทุ่มกูลงพื้นทำไม.....”

พอพ่อพูดจบ น้ำตาไม่รู้มาจากไหน มันไหลพรูลงมาอาบสองแก้ม

อาตมาเจ็บปวดหัวใจเหลือเกิน

ก้มลงกราบพ่อ แล้วพูดว่า


“ พ่อครับ ต่อจากนี้ไป... ผมจะอุ้มพ่อตลอดชีวิต

โดยไม่บ่นและทุ่มพ่อ ลงพื้นอีกแล้วละครับ”


หลังจากนั้น อาตมาทำงานอย่างหนักเพื่อมาให้พ่อ หวังให้พ่อสบายขึ้น

แต่เมื่อถึงวันนั้น มันก็สายไปแล้ว

โยมพ่อได้จากอาตมาไปแล้ว

คิดแล้วมันทรมานใจเหลือเกิน

อาตมาทำผิดพลาดไปแล้ว และแก้ไขไม่ได้

จึงอยากเตือนทุกคนเอาไว้ ไม่อยากให้เสียใจไปตลอดชีวิต



** แล้วคุณล่ะ..

เคยทำอะไรให้พ่อเสียใจบ้างหรือเปล่า

บางครั้งเราอาจเข้าใจท่านผิดบ้าง

บางครั้งท่านเฉยเราก็คิดว่าท่านไม่สนใจ

แต่พอเราโตเราก็จะรู้เองว่า

สิ่งที่ท่านทํากับเรามันเป็นสิ่งที่ท่านหวังดีกับเราเสมอ

ขอให้รู้จักค้นหาหัวใจตัวเองให้ทันเวลา

ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป....."สำหรับบางคน......

บางสิ่งบางอย่าง ลำบ๊ากลำบาก แต่เราสามารถ มุมานะทำเพื่อแฟนหรือคนรักของเรา

แต่บางสิ่งง่ายๆ สำหรับพ่อแม่ของเรา เรากลับไม่ค่อยอยากทำให้ท่าน

ทั้งๆที่ท่านลำบากเลี้ยงเรามา มาคิดได้เมื่อสายไปแล้ว....

เคยได้ยินมาว่า....

ข้าวร้อนๆกับปลาเค็ม 1 ชิ้น ตอนพ่อแม่มีชีวิตอยู่

มีค่ามากกว่า "เนื้อมังกร...หน้าศพ" ตอนพ่อแม่ตาย...

8
โรยรื่นชื่นบุปผา / "อยู่เพื่อคนที่รักเรา"
« เมื่อ: มิถุนายน 13, 2020, 04:41:02 PM »










.
"อยู่เพื่อคนที่รักเรา"


.
"เป่าเป้ย" เป็นสุนัขตัวหนึ่งที่อยู่กับ"นาย"ของมันในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน 

ค่ำวันที่ 30 พฤษภาคม เจ้านายของเป่าเป้ยเดินออกจากบ้านตรงไปที่สะพานข้ามแม่น้ำแยงซี

โดย "เป่าเป้ย" เดินตามนายไปด้วยตามปกติ

แต่คราวนี้..เจ้านายของเป่าเป้ย กระโดดลงไปในแม่น้ำ!!! 

มีคนเห็นเหตุการณ์ไม่ชัดเนื่องจากมืดมาก จึงไปแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

กล้องวงจรปิด ปรากฏว่า.. มีคนโดดลงไปจริง ๆ

จนถึงบัดนี้ ก็ยังไม่พบศพเจ้านายของ "เป่าเป้ย"

แต่สิ่งที่คนแถวนั้นเห็นก็คือ "เป่าเป้ย" ยังคงรอเจ้านายของมันอยู่บนสะพานทุกวัน

ก็แน่นอน.. เป่าเป้ยไม่รู้ว่าเจ้านายฆ่าตัวตาย และจะไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว   

มันยังรอนายตรงจุดที่นายของมันโดดลงไปทุกวันๆๆ
.
ภาพที่เป่าเป้ยเหม่อมองลงไปในแม่น้ำกลายเป็นไวรัล.. หลังมีคนถ่ายภาพมาลงพร้อมเล่าเรื่อง

 เริ่มมีคนเอาน้ำ-อาหารไปให้มันบนสะพาน  พร้อมหลั่งน้ำตาโอบกอด "เป่าเป้ย"
.
ผู้อำนวยการสมาคมพิทักษ์สัตว์เล็กแห่งเมืองอู่ฮั่นเห็นข่าว 

ตัดสินใจเตรียมหาบ้านใหม่ที่เหมาะสมให้ "เป่าเป้ย" 

แต่เชื่อเถอะว่า ถึงมีบ้านใหม่  เป่าเป้ย จะยังมารอนายคนมันอยู่บนสะพานอีกแน่นอน
.
ชาวจีนคนหนึ่งกล่าวว่า 


เรื่องราวของเป่าเป้ยทำให้เขาคิดได้ว่า
 


เขาจะต้องถนอมรักษาชีวิตของตัวเองไว้...เพื่อคนที่รักเขา

9
โรยรื่นชื่นบุปผา / ไม้...เสี่ยงทาย.....
« เมื่อ: มิถุนายน 11, 2020, 07:36:28 PM »











เวลาที่มีเรื่องไม่สบายใจ หรืออยากได้ความมั่นใจ

ก็จะไปเสี่ยงทายตามศาลเจ้า ♨


 โดยใช้..ไม้เซ้งปวย (聖筊)

ที่เป็นไม้  คู่เสี้ยว  พระจันทร์

ดังนี้...

ตั้งจิตให้เป็นสมาธิ บางคนอาจจะไปชำระล้างร่างกายก่อน  ให้สะอาดทั้งกายใจ

จากนั้น ตั้งคำถามให้ชัดเจน แล้วโยนไม้คู่เสี้ยวพระจันทร์ บนโต๊ะ



🔰 มีคำทำนายเพียง 3 แบบ คือ



1. คว่ำหนึ่งอัน-หงายหนึ่งอัน


เรียกว่า เซ้งปวย (聖筊)


แปลว่า ใช่ , ใช้ได้ , รับได้ , ถูกต้องแล้ว , ดี , สำเร็จ



2. คว่ำทั้งคู่

เรียกว่า เข่าปวย (哭筊)

แปลว่า ไม่ใช่ , ไม่ได้ , ไม่รับ ,ใช้ไม่ได้, ห้ามใช้



3. หงายทั้งคู่

เรียกว่า เฉี่ยปวย (笑筊)

แปลว่า ไม่มีความเห็น , ให้ตัดสินใจได้เอง ,แล้วแต่ผู้เสี่ยงทายจะเลือก ,

ขึ้นกับคนเสี่ยงทาย หรือคำถามไม่ชัดเจน ให้ตั้งคำถามใหม่ที่เฉพาะเจาะจงกว่านี้



ในแต่ละวัน ควรถามเพียงเรื่องเดียว

เพราะถ้ากังวลหลายเรื่อง จิตจะไม่สงบ คำตอบอาจจะไม่แม่นยำ



แต่การเสี่ยงทายเหล่านี้มีไว้เสริมกำลังใจเป็นหลัก

สุดท้ายก็ต้องขึ้นอยู่กับ การกระทำของตัวเราเอง 

จังหวะดวง  พลังงานรอบๆตัว( ฮวงจุ้ย )

10





เรื่องเล่าช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2




กำนันเพื่อน ของพ่อคุยว่า

มี..พระมหาอุตม์..ปืนยิงไม่เข้า

ชวนพ่อหนีระเบิดไปด้วยกัน วิ่งจะไปหลุมหลบภัย

กำนัน อมพระในปาก

วิ่งสะดุดรากไม้ล้มกลิ้ง

พระหลุดจากปาก รีบคว้าใส่ปากทันที

แต่ไม่ทันหลุมหลบภัย เลยนอนหมอบใต้ต้นไม้

ระเบิดตกใกล้ๆ ปรากฏว่ากำนันกับพ่อปลอดภัย

กำนันบอกพระคุ้มครอง

เพราะ..พระดิ้น..ในปากตลอดเวลา

แล้วกำนันก็คายพระออกจากปาก

ปรากฏว่าพระกลายเป็นอึ่งอ่าง

ฮา กัน แทบขี้แตก

เพราะกำนัน ..คว้าอึ่งอ่าง..เข้าปาก

11







พนักงานไฟฟ้าปีนเสาไปซ่อมสายไฟ

อากาศมันร้อน เลิศชัยจึงใส่กางเกงหลวมๆ

ดันมีกระรอกวิ่งเข้าไปในขากางเกง

แต่มือเขาถืออุปกรณ์ จึงทนเอา

สักพัก ก็มีอีกตัวเข้าไป ก็ทนต่อ

แต่แป๊ปเดียว เขาก็หล่นจากเสา



หัวหน้าบอก...

“ค่อยๆ ปีนลงมาก็ได้

มือถือของอยู่ โดดลงมา อันตรายมาก”



เลิศชัย “เหตุการณ์คับขัน ค่อยลงไม่ได้”


หัวหน้า “มันกัด มันข่วน หรือไง ?”


เลิศชัย “ไม่ใช่

แต่ผมได้ยิน 2 ตัวมันคุยกัน

เลยจำเป็นต้องโดด



“มันว่าไง ?” หัวหน้าถาม



มันบอกว่า “เงาะคนละลูก อย่าแย่งกัน

ส่วน  กล้วย  แบ่งกันคนละครึ่ง"

12
โรยรื่นชื่นบุปผา / "สวรรคตแล้วล่ะ แม่พลอย"
« เมื่อ: มิถุนายน 09, 2020, 06:37:14 PM »






เช้าวันนั้นเป็นวันอาทิตย์ที่แจ่มใส

เช่นวันธรรมดาวันหนึ่งในเดือนมิถุนายน

พลอยตื่นนอนแต่เช้าเช่นเคย ไม่รู้สึกว่ามีอะไรผิดแผกไปจากวันอื่น ๆ เลย

 ทุกอย่างดูแจ่มใสเป็นปกติ ชีวิตโดยรอบดำเนินไปอย่างเคย



"สวรรคตแล้วล่ะ แม่พลอย"

ช้อยพูด พลางล้มตัวลงร้องไห้


หลังจากนั้นท้องฟ้าก็ดูจะมืดครึ้มลง

และทุกอย่างก็มืดครึ้มไปตาม

เสียงลมพัดเสียงนกร้อง และ เสียงน้ำไหลหน้าบ้าน


ฟังดูเหมือนเสียงคนร้องไห้


เย็นวันนั้น

วันอาทิตย์ที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๘๙

น้ำในคลองบางหลวง ลงแห้งเกือบขอดคลอง

หัวใจของพลอยที่อ่อนแอด้วยโรค

และ ความทุกข์ทั้งหลายทั้งปวง


 ก็หลุดลอยตามน้ำไป...


( สี่แผ่นดิน )

๐๙.๓๐ น. วันอาทิตย์ที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๘๙


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


" รัชกาลที่ ๘ สวรรคต"




13







สิงโตตัวหนึ่ง

เห็นหมาบ้าเดินใกล้เข้ามา

มันจึงรีบเดินเลี่ยงไปทางอื่น

ลูกสิงโตเห็นจึงพูดกับพ่อว่า...


“เจอเสือตัวใหญ่ๆ พ่อยังกล้าสู้กับมัน

แต่เจอหมาบ้าตัวเดียว พ่อกลับเดินหลบ

ช่างขายหน้าเสียจริงๆ”


พ่อได้ยินดังนั้นจึงบอกกับลูกว่า

“ลูกพ่อ การเอาชนะหมาตัวหนึ่งนั้น

เป็นเรื่องมีเกียรตินักหรือ”

ลูกสิงโตส่ายหัว

“หากโดนหมาบ้ากัด จะมิยิ่งซวยกว่าหรือ”

ลูกสิงโตพยักหน้า


“จำไว้นะลูก มิใช่ว่าใครทั้งหมดล้วนคู่ควรที่เราจะต่อกรด้วย”

ผู้คนในสังคมทุกวันนี้ล้วนตกอยู่ใน

สภาวะที่เครียด กลัดกลุ้ม

ไม่ว่าจะเรื่องปากท้อง ครอบครัว

ทุกคนต่างมีความโลภโกรธหลง

เปรียบเหมือนมีขยะอยู่เต็มหัวใจ

ไม่ว่าพบใครที่ไหน

ก็มักจะเทขยะเหล่านี้ออกไปให้พ้นจากตัวเอง

ฉะนั้นอย่าได้ไปใส่ใจเลย

จงยิ้มให้กับเค้าแล้วเดินจากไป ตั้งหน้าตั้งตาทำงานของเราให้ลุล่วง

อย่าไปรับเอาขยะเหล่านั้นมาใส่หัว

มันคู่ควรแล้วหรือสำหรับผู้มีปัญญา

เราจะไม่ไปทะเลาะเพื่อเอาชนะคนแบบนั้น..แน่นอน





14
โรยรื่นชื่นบุปผา / ไม่มีใคร...ไปกับเราด้วย
« เมื่อ: มิถุนายน 07, 2020, 07:17:37 PM »





พุทธ.สอนว่า .. 

ตอนมาเราก็มาคนเดียว.

.แล้วมาเจอ พ่อ แม่ ลูก เมีย พี่น้อง.เพื่อให้ได้ใช้กรรมต่อกัน..

สุดท้ายตอนขากลับเราก็กลับคนเดียวอีก..

.ฉะนั้น.ไม่ต้องไปผูกพันธ์อะไรกับใครให้มากนัก หากจะจากกัน

ไม่ว่าจะเป็นหรือตายก็ถือว่าหมดกรรมต่อกันเท่านั้น...แต่ใจที่ยังไม่ได้ฝึกฝน

กลัวเหงาไม่มีเพื่อนก็เลยเลือกเดินทาง

ที่มีเพื่อนเยอะๆสนุกสนาน.สนองใจและอารมณ์ตัวเอง

ความวุ่นวายจึงเกิดขึ้น...ส่วนใจที่ฝึกฝนดีแล้ว

จะเห็นเส้นทางแห่งความสงบเรียบง่ายรู้จักพอไม่วุ่นวาย..!!

ชีวิตคนเรายาวที่สุดก็ไม่เกิน3หมื่นกว่าวันเท่านั้น...

ที่ใช้ไปเรารู้ แต่ที่เหลือไม่มีใครรู้...


หลังจากนี้จะเดินทางใด โปรดเลือกกันเอง.



.เพราะไม่มีใครไปกับเราด้วย....!!!

15
โรยรื่นชื่นบุปผา / โคม มะหวด ตุ้งติ้ง
« เมื่อ: มิถุนายน 07, 2020, 06:15:44 PM »
                 






โคมมะหวดตุ้งติ้ง




เมื่อครั้งงานพระราชพิธีพระบรมศพล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 8 ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

 ในเวลาดึกช่วงระหว่างงานพระราชพิธีนั้นพอพระบรมวงศานุวงศ์แขกระดับผู้ใหญ่กลับกันหมดแล้ว

ก็จะมีทหารยามและตำรวจวังเฝ้าพระบรมศพอยู่โดยทหารจะยืนยาม 4 มุมของพระบรมศพ

 และจะมีการเปลี่ยนเวรกันเป็นกะ

ในส่วนของการยืนยามด้านในซึ่งเป็นที่ไว้พระโกศศพทำด้วยทองคำแท้ๆ

นั้นจะมีทหารมารักษาการณ์เฉพาะตอนกลางคืน เนื่องจากยืนยามมาทั้งคืน

พอใกล้สว่างก็ชักไม่ไหวต้องทรุดลงนั่งและหลับไปงีบหนึ่งแต่พอเจ้านายมาตรวจเวร

ก็จะมีเสียงคนมาปลุกและเขย่าตัว



บอกให้ตื่น   "เจ้านายมาแล้ว"



เป็นเสียงกระสิบเบาๆ  ที่ที่หู 

โดยที่ไม่มีใครเคยเห็นตัวคนปลุกซักครั้งเดียว


หารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ที่ต้องอยู่เฝ้าพระบรมศพตลอดทั้งคืน

 เผลอหลับขณะปฏิบัติหน้าที่ในเวลากลางคืน ซึ่งได้ปิดพระทวาร(ประตู)


 และพระบัญชร(หน้าต่าง)ไว้หมดแล้ว

ไม่มีลมที่จะสามารถพัดให้โคมมะหวดตุ้งติ้งสั่นไหวได้

แต่อยู่ๆ  กลางคืนนั้นก็เกิดเสียงกระทบกันของโคมมะหวดตุ้งติ้งดังขึ้นแรงๆ

เหมือนมีใครไปแกว่ง จึงทำให้ทหารที่หลับเวรตื่น

 รวมทั้งพระที่สวดพิธีธรรม ก็สดุ้งไปตามๆ  กัน

หน้า: [1] 2 3 ... 5