999-11.com

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 


แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - เจ๊วู

หน้า: [1] 2 3 ... 5
1
โรยรื่นชื่นบุปผา / ผีที่เกาะ กลางน้ำ
« เมื่อ: ธันวาคม 14, 2018, 09:09:41 PM »





เนื่องในโอกาส 80 ปีสวนสุนันทา

ขออนุญาตหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเล่าอีกรอบคะ



เป็นครั้งแรกที่ข้าพเจ้าดีใจ เมื่อผู้ใหญ่สั่งทำงาน

 นึกดีใจวันนี้จะได้กินสะเต๊ะลืออีกแล้ว

เมื่อข้าพเจ้าเสียบเสร็จแล้วยังถูกใช้ให้ปิ้งด้วย

พอปิ้งเสร็จข้าพเจ้าก็ส่งไปให้แม่เฉลยคนจัดเครื่อง

แต่แอบเอาห่อซ้อนไว้ 10 ไม้ ค่ำๆจะแอบออกไปนอกตำหนัก

เอาไปฝากข้าหลวงเสด็จ พระองค์อัพภันตรีปชา

คือนางสาวนภาหลิมรัตน์

เจ้าพันธุ์พิสิทธ ณเชียงใหม่

เจ้าพรรณคำ ณเชียงใหม่

พอทุ่มครึ่ง ก็ชวน ม.ร.ว. วงค์สิน กับ ม.ร.ว. สรัท ทั้งข้าพเจ้าด้วยรวม 3 คน

ค่อยลัดเลาะ แฝงเงามืดออกไปนอกประตูตำหนัก

เดินผ่านหน้าตำหนัก เสด็จพระองค์เหมวดี 

ผ่านตำหนัก เสด็จพระองค์สุวภักตร์พิมล

 เดินกันมาเงียบๆถึงเกาะกลางน้ำในสระใหญ่ บนเกาะมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นปกคลุม

ไม่ผิดป่าดงดิบ เถาวัลย์โคนต้น  ใหญ่กว่าแขน ขึ้นปกคลุม รก รุง รัง

ค่ำมืดเช่นในขณะนี้ มองดูเกาะมืดทะมึน ไม่เคยมีใครมาดูแลรักษา

ต้นไม้ ขึ้นได้ ขึ้นเอา เบียดกันแน่นทึบบนเกาะ  รู้สึกวังเวงใจพิกล

ดูคล้ายฝนจะตก ลมเริ่มพัดกรรโชกแรง  ฟ้าแลบแปลบปลาบ

ขณะนั้นบรรยากาศ น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก  เรา 3 คน จับมือกันแน่น

รีบสาวเท้าให้เร็วขึ้น ไม่พูดจากันเลย

ชักเริ่มใจเสียนิดๆแล้ว มือที่จับกันไว้เย็นเฉียบ



ในทันที  คุณสรัทหยุดกึก" ไม่ยอมเดิน


ข้าพเจ้าดุเอา คนยิ่งกลัวอยู่  หยุดทำไหม

เดินเดินซี จะได้ถึงเร็วๆ คุณสรัท หน้าซีด

ปากคอสั่น กระซิบว่า เดินไปยังไง

เห็นไหมหมาดำตัวสูงใหญ่ เท่าลูกม้า ยืนขวางอยู่นั่น

ข้าพเจ้ากับคุณวงค์สินธุ์มองยังไงก็ไม่เห็นหมา

ฟ้าแลบมา สว่างแว้บ ก็ไม่เห็นหมาดำสักตัว

คุณสรัทสะบัดมือหลุดจากข้าพเจ้า

แล้วร้องว่า   เห็นไหม  นั่นมันแยกเขี้ยวขาว เดินตรงเข้ามาหาเราแล้ว

ว่าแล้วเขาก็ทำท่าจะออกวิ่งหนี  ข้าพเจ้ายึดแขนเขาไว้

 เขากลับสลัดแขนออกโดยแรง


แล้วร้องตะโกนว่า

ผี!  ผี!  หลอก ! โอ้ย!!! ..กลับแล้ว ไม่ไปแล้ว


ว่าแล้วเขาก็ออกวิ่งไม่คิดชีวิต มุ่งตรงกลับมาตำหนัก

ข้าพเจ้า กับ คุณวงค์สินธุ์ ก็กลัวสุดขีดอยู่แล้ว ถึงแม้จะมองไม่เห็นผี

รีบขว้างห่อสะเต๊ะลือที่ถือไปให้หมาดำกินหมดเป็นการประจบเอาใจผี

แล้วเรา 2 คนก็วิ่งโกยไม่คิดชีวิตมาหยุดนั่งหอบที่เรือนแม่พลู

พี่สอนกำลังอยู่ในห้องยื่นหน้ามาถามว่า

เกิดอะไรขึ้น วิ่งหนีใครมา

เรา 2 คนแย่งกันเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้แม่พลู และ พี่สอนฟัง

แม่พลูว่าทำไหมไม่ไปกันหลายๆคน  เกาะนั้นผีดุ 

ใครๆก็รู้นี่เพราะไม่เอาสะเต๊ะมาให้ฉันกินมั่ง

ถ้าเอามาให้ฉันก็ไม่ต้องไปไกลยังงั้นนะซี

พี่สอนถามว่า แล้วห่อสะเต๊ะอยู่ไหนละ

ข้าพเจ้าว่าไม่มีหรอกให้ผีกินหมดแล้ว

พี่สอนหัวร่อชอบใจ แล้วว่า

 ผีมันไม่ชอบใจใหญ่รึ ! !ได้กินของดีๆ

แม่พลูถามว่า แล้วคุรสรัทล่ะ

คุณวงค์สินธุ์ว่า อีรายนั้นเขาเป็นคนเห็นเลยกลัวมาก

วิ่งแจ้นกลับไปหาหม่อมแม่ที่เรือนแล้ว

รุ่งขึ้นตอนบ่ายได้ข่าวว่าคุณสรัทนอนซมลุกไม่ขึ้น

ข้าพเจ้าสงสารเขามากแต่ไม่กล้าไปเยี่ยม

กลัวหม่อมเขียนเห็นหน้าแกจะด่าเอา

หลายวันผ่านไปอาการคุณสรัทไม่ดีขึ้น

คุณหลวงพินิจหมอประจำที่ตำหนักเข้ามารักษา

ตรวจดูว่าคุณสรัทเป็นไข้ไทฟอยด์

ตอนค่ำแม่สุดามาหาข้าพเจ้าที่เรือน

เล่าเรื่องให้ฟังว่าหม่อมเขียนเขาฝากมาด่าเยอะแยะ

ชวนใครไม่ชวนไปชวนคุณสรัท  แม่เขาหวงจะตาย

หม่อมเขียนว่าชวนลูกแกไปถูกผีหลอกจนเป็นไข้แล้วใครจะรับผิดชอบ

ข้าพเจ้าฟังแล้วโมโหจัง... หนอยแน่...มาหาคนรับผิดชอบ

ก็ไปต่อว่าผีซี  ว่ามันดันมาหลอก

ทำไหมไม่ให้ผีมันรับผิดชอบไป

ตอนชวนไปก็ไม่ได้รู้ว่าจะถูกผีหลอก

ถ้ารู้ล่วงหน้าใครล่ะจะไป....




**ความตอนหนึ่งจากหนังสือชีวิตในวัง

(หม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์)

2
ข่าวหวย / Re: ข่าวหวย 16 ธันวามคม 2561
« เมื่อ: ธันวาคม 14, 2018, 01:10:55 PM »
นายกไป หนองคาย 13 ธค 2561


ใช้รถ   7 กฉ 4618





3
ข่าวหวย / Re: ข่าวหวย 16 ธันวามคม 2561
« เมื่อ: ธันวาคม 14, 2018, 01:09:06 PM »
นายกไป หนองคาย วันที่ 12 ธค 2561


ใช้รถ   5 กง 444









4
ข่าวหวย / Re: ข่าวหวย 16 ธันวามคม 2561
« เมื่อ: ธันวาคม 11, 2018, 10:34:46 AM »
วันพระราชทานรัฐธรรมนูญ  10 ธันวาคม









วันพระราชทานรัฐธรรมนูญ เป็นวันที่ระลึกถึงโอกาสที่  พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 เป็นรัฐธรรมนูญถาวรฉบับแรกของประเทศไทย



 วันรัฐธรรมนูญ ตรงกับ วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระราชทานรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรสยาม ฉบับถาวร เพื่อเป็นหลักในการปกครองของประเทศให้แก่ประชาชนชาวไทย
 

ประวัติความเป็นมา

          การเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 นับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์

การปกครองของชาติไทย เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบประชาธิปไตย

 โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ


สาเหตุที่เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 

           - พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 แห่งราชวงศ์จักรี มีพระราชประสงค์ที่จะพระราชทานรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นหลักในการปกครองของประเทศให้แก่ประชาชนชาวไทย 

           - หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ผลอันนี้ได้กระทบมาถึงไทยด้วย พระองค์ทรงแก้ไขเศรษฐกิจโดยปลดข้าราชการออก ยังความไม่พอใจในหมู่ข้าราชการ 

           - อิทธิพลจากตะวันตกเกี่ยวกับอุดมการณ์ทางการเมือง ทำให้กลุ่มคนหนุ่มต้องการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน 

           - รัฐบาลได้ออกกฎหมายเก็บภาษี อาทิ ภาษีโรงเรือน ภาษีที่ดิน จากราษฎร

           จากสาเหตุดังกล่าวข้างต้น ทำให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ข้าราชการทหาร และราษฎรทั่วไปจึงทำให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

โดยการปฏิวัติ มีคณะผู้รักษาการพระนครฝ่ายทหาร ซึ่งประกอบด้วยพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา, พันเอก พระยาทรงสุรเดช และพันเอก พระฤทธิอาคเนย์ เป็นผู้บริหารประเทศ

          วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวเรียกว่า "พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว"

 สาระสำคัญของธรรมนูญการปกครองฉบับนี้ ได้แก่ การที่กำหนดว่าอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศหรืออำนาจอธิปไตยเป็นของราษฎรทั้งหลาย

การใช้อำนาจสูงสุดก็ให้มีบุคคล คณะบุคคลเป็นผู้ใช้อำนาจแทนราษฎร ดังนี้

           - พระมหากษัตริย์
           
           - สภาผู้แทนราษฎร
           
           - คณะกรรมการราษฎร
           
           - ศาล

          ลักษณะการปกครองแม้จะเปลี่ยนระบอบการปกครองมาเป็นประชาธิปไตยแต่ก็ถือว่าพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของประเทศ

 เป็นสถาบันที่ถาวรและมีการสืบราชสมบัติต่อไปในพระราชวงศ์ การปฏิบัติราชการต่าง ๆ จะต้องมีกรรมการราษฎรผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

 โดยได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการราษฎรจึงจะใช้ได้

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีทั้งหมด 20 ฉบับ

          รัฐธรรมนูญ ฉบับแรกของไทย มีชื่อว่า "พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475" จากนั้น ราชอาณาจักรไทย ก็ได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญมาตามลำดับ ดังนี้

          1. พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475 (27 มิถุยายน - 10 ธันวาคม 2475)

          2. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม (ไทย) พุทธศักราช 2475 (10 ธันวาคม 2475 - 9 พฤษภาคม 2489) ถูกยกเลิกเพราะล้าสมัย
   
          3. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489 (9 พฤษภาคม 2489 - 8 พฤศจิกายน 2490) ถูกยกเลิกโดยคณะรัฐประหาร
   
          4. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 รัฐธรรมนูญตุ่มแดง หรือ รัฐธรรมนูญใต้ตุ่ม (9 พฤศจิกายน 2490 - 23 มีนาคม 2492)
   
          5. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2492 (23 มีนาคม 2492 - 29 พฤศจิกายน 2494) ถูกยกเลิกโดยคณะรัฐประหาร

          6. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2495 (8 มีนาคม 2495 - 20 ตุลาคม 2501) ถูกยกเลิกโดยคณะปฏิวัติ
 
          7. ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2502 (28 มกราคม 2502 - 20 มิถุนายน 2511)
 
          8. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2511 (20 มิถุนายน 2511 - 17 พฤศจิกายน 2514) ถูกยกเลิกโดยคณะปฏิวัติ

          9. ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2515 (25 ธันวาคม 2515 - 7 ตุลาคม 2517)
   
          10. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2517 (7 ตุลาคม 2517 - 6 ตุลาคม 2519) ถูกยกเลิกโดยคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน

          11. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2519 (22 ตุลาคม 2519 - 20 ตุลาคม 2520)
   
          12. ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2520 (9 พฤศจิกายน 2520 - 22 ธันวาคม 2521)
   
          13. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2521 (22 ธันวาคม 2521 - 23 กุมภาพันธ์ 2534) ถูกยกเลิกโดยคณะ รสช.
   
          14. ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2534 (1 มีนาคม - 9 ตุลาคม 2534)
   
          15. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534 (9 ธันวาคม 2534 - 11 ตุลาคม 2540) ถูกยกเลิกหลังตรารัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
   
          16. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ฉบับประชาชน (11 ตุลาคม 2540 - 19 กันยายน 2549) ถูกยกเลิกโดยคณะ คปค.
   
          17. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 (1 ตุลาคม 2549 - 24 สิงหาคม 2550)
   
          18. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 (24 สิงหาคม 2550 - 22 กรกฎาคม 2557)

          19. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 (22 กรกฎาคม 2557 - 6 เมษายน 2560)

           20. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 (ุ6 เมษายน 2560 - ปัจจุบัน)


รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557

           รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 เป็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ 19 ร่างโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งยึดอำนาจการปกครองเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระบรมราชานุญาตและลงพระปรมาภิไธยเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 โดยมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 131 ตอนที่ 55 ก และมีผลใช้บังคับเป็นกฎหมายทันที แทนที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550

          สำหรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีทั้งสิ้น 48 มาตรา (อ่านเนื้อหา รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ทั้ง 48 มาตรา มีอะไรบ้าง มาดูกัน)


รัฐธรรมนูญ


รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

          นับเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ร่างขึ้นโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญในระหว่าง พ.ศ. 2557-2560 ภายหลังการรัฐประหารในประเทศโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงลงพระปรมาภิไธย ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร และมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระราชโองการ 


วันรัฐธรรมนูญ

          สถาบันที่เกิดใหม่คือ สภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีอำนาจทางนิติบัญญัติออกกฎหมายต่าง ๆ ซึ่งเมื่อพระมหากษัตริย์ลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้แล้วจึงมีผลบังคับได้ เหตุนี้ในระยะแรกของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง สภาผู้แทนจึงเป็นสถาบันที่มีอำนาจสูงสุดในทางการเมือง ส่วนการใช้อำนาจตุลาการยังคงให้ศาลยุติธรรมที่มีอยู่แล้วพิจารณาพิพากษาคดี ให้เป็นไปตามกฎหมายได้ตามเดิม

          กระทั่งถึงวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรสยาม ฉบับถาวร ซึ่งมีหลักการต่างกับฉบับแรกในวาระสำคัญหลายประการ อาทิ ได้เปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นการปกครองแบบรัฐสภา ทั้งนี้เนื่องจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2475 ได้บัญญัติให้พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นประมุขไม่ต้องรับผิดชอบทางการเมืองเป็นผู้ใช้อำนาจทางคณะรัฐมนตรี

          ซึ่งพระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้งให้บริหารราชการแผ่นดิน แต่คณะรัฐมนตรีจะต้องรับผิดชอบในการบริหารราชการแผ่นดินต่อสภาผู้แทน รัฐสภาซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติมิได้ใช้แต่เพียงอำนาจนิติบัญญัติเท่านั้น แต่มีอำนาจที่จะควบคุมคณะรัฐมนตรีในการบริหารแผ่นดินด้วย แต่อย่างไรก็ตาม คณะรัฐมนตรีรวมทั้งพระมหากษัตริย์ซึ่งประกอบกันเป็นรัฐบาลก็มีอำนาจที่จะยุบสภาผู้แทนได้

          หากเห็นว่าได้ดำเนินการไปในทางที่จะเป็นภัยหรือเสื่อมเสียผลประโยชน์สำคัญของรัฐที่มีผลเท่ากับถอดถอนสมาชิกสภาที่ได้รับเลือกตั้งมาเพื่อให้ราษฎรเลือกตั้งใหม่ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์นั้นได้บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์ดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้

          รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เป็นเครื่องกำหนดระเบียบแบบแผนของสังคม เพื่อเป็นการระลึกถึงรัฐธรรมนูญฉบับแรก อันเป็นฉบับถาวร และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานให้กับปวงชนชาวไทย ทางราชการจึงกำหนด วันที่ 10 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันรัฐธรรมนูญ



5
โรยรื่นชื่นบุปผา / เหมันต์ สันต์ภิรมย์
« เมื่อ: ธันวาคม 11, 2018, 10:26:29 AM »





#เหมันต์สันต์ภิรมย์


◎ มาลีพรรณ  ในวัน  อากาศหนาว

ใบร่วงกราว  กรอบแห้ง  แกว่งกวัดไหว

ดอกดูเด่น  เห็นสง่า  งามละไม

ยวนเย้าให้  ใจภิรมย์ สมสุขครัน


◎ มาลีวัลย์  ในวัน  อากาศหนาว

หมอกฟุ้งขาว  พราวพร่าง  ราวสวรรค์

เย็นระรื่น  ชื่นกมล  สุดรำพัน

ยามเหมันต์  สันต์ภิรมย์  สมสุขเอย ๚ะ๛




ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์





ยิ่งผ่านไปหลายปี

ยิ่งคิดถึงอากาศหนาวในเมือง

ซึ่งทำให้คนในเมืองแต่เก่าก่อน...

ไม่ต้องตะเกียกตะกายไปตามหา “#ความหนาวเย็น”

ถึงในป่าดงดอย

มาร่วมกันปลูก “#ไม้ยืนต้น”...ในเมืองกันเถอะ!
 

6
ข่าวหวย / Re: ข่าวหวย 16 ธันวามคม 2561
« เมื่อ: ธันวาคม 10, 2018, 04:17:33 PM »
รอดตายอย่างปาฏิหาริย์  กบ 6166























หนุ่มวัย 35 ปี ขับรถกลับบ้าน ที่ จ.ราชบุรี เกิดยางล้อหน้าระเบิด จนรถเสียหลักชนเสาไฟฟ้าและต้นไม้เข้าอย่างจัง พลิกคว่ำหงายท้อง สุดท้ายคนขับรอดตายอย่างปาฏิหาริย์

วันที่ 10 ธ.ค. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.จิรายุ คชประดิษฐ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองราชบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชานุกูลราชบุรี ตรวจสอบที่เกิดเหตุหลังได้รับแจ้ง มีรถชนเสาไฟฟ้าและต้นไม้ของหลวงเสียหายบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 109 ถนนเพชรเกษม หมู่ที่ 4 ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อเชพโรเลตสีขาว 4 ประตู ทะเบียน กบ 6166 ราชบุรี ลักษณะเป็นรถแต่งใส่ล้อแม็กโหลดเตี้ย ติดเครื่องเสียงภายในราคาหลักแสนพลิกคว่ำหงายท้องอยู่ข้างถนน สภาพพังเสียหายยับเยิน ล้อรถทั้ง 4 ล้อ หลุดออกจากกัน เหลือแต่ล้อแม็กแตกเสียหาย ฝากระโปรงหน้ารถปลิวตกออกจากตัวรถ เครื่องยนต์แตกเสียหาย



เบื้องต้น ทราบชื่อคนขับคือ นายวิชภาส จันทร์งาม อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69/4 หมู่ 3 ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี ขณะเกิดเหตุแล้วพยายามตะเกียกตะกายออกจากรถมา ได้รับบาดเจ็บมีร่องรอยขีดข่วนตามร่างกายและใบหน้าเล็กน้อยเท่านั้น ยังสามารถออกมาเดินหากระเป๋าสตางค์และบัตรประจำตัวประชาชนที่หล่นหายอยู่ในที่เกิดเหตุ บริเวณกระจกรถพบว่าแขวนพระรูปหล่อหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดเพียงองค์เดียว องค์เล็กขนาดเท่าเหรียญบาทไว้ ใกล้กันบริเวณเสาไฟฟ้าส่องสว่างและหลักกิโลเมตรที่ 109 เกาะกลางถนนมีร่องรอยถูกรถเฉี่ยวชน อีกทั้งยังมีต้นไม้หักล้มไป 1 ต้น

จากการสอบถาม นายวิชภาส จันทร์งาม คนขับรถ เปิดเผยว่า ขณะขับรถจะกลับถึงบ้าน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุยางหน้าขวาเกิดแตกระเบิด ทำให้บังคับรถไม่อยู่ ได้เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าและต้นไม้ ก่อนรถหมุนพลิกคว่ำหงายท้อง ตนเองได้รับบาดเจ็บมีเศษกระจกที่แตกบาดตามตัวเล็กน้อย จึงได้พยายามตะเกียกตะกายออกจากรถมาได้





7

#ชีวิตไทย

◎ ชีวิตไทย  ใช่เชย  ชีวิตเรา

อย่าอยากเป็น  อย่างเขา  จนเขลาขลาด

ชีวิตเรา  อยู่อย่างเรา  ใช่เช่นทาส

อย่าเผลอพลาด  ทาสเงินตรา  บ้าบอ

◎ ชีวิตไทย  พอเพียง  เพียงพออยู่

คอยอุ้มชู  ดูแลกัน  ไม่หน่ายท้อ

สังคมดี  มีสุข  เพราะเพียงพอ

ทุกคนพอ  เพียงเป็นสุข  ทุกคนเอย ๚ะ๛





























8
ข่าวหวย / Re: ข่าวหวย 16 ธันวามคม 2561
« เมื่อ: ธันวาคม 06, 2018, 04:25:12 PM »





เนื่องในอภิลักขิตสมัยศุภมงคล

คล้ายวันประสูติ...

พระเจ้าหลานเธอ #พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา

พระราชธิดาพระองค์ใหญ่ใน

#สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร

อันประสูติแต่...

พระเจ้าวรวงศ์เธอ #พระองค์เจ้าโสมสวลี

พระวรราชาทินัดดามาตุ

ทรงเจริญพระชันษาครบ ๔๐ ปี

ในวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๑

ขอทรงเกษมสำราญ

ปราศจากโรคาพาธอุปัทวันตรายกล้ำกราย.



#ทรงพระเจริญ #เรารักพระองค์ภา✨

:
::
:::
#ทูนพระขวัญ...#พระองค์ภา✨

◎ ทูนเอย ทูนพระขวัญ

จำเริญชันษา  พระหน่อสยาม

จำเริญสง่า  อ่าองค์  แสนงดงาม

จำเริญตาม  ยุบลแบบ  โดยแยบคาย

จำเริญพร  วอนว่า  เทพอารักษ์

จำเริญลักษณ์  จำเริญชนม์  พระฤๅสาย

จำเริญพัชร  กิติยาภา  พริ้งพราย

จำเริญถวาย  ทรงพระเจริญเทอญ ๚ะ๛


#ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด


เกล้ากระหม่อม


 “ข้าฯพระพุทธเจ้า เจ๊วู และสมากชิก 999-11”











    





 

9
ข่าวหวย / Re: ข่าวหวย 16 ธันวามคม 2561
« เมื่อ: ธันวาคม 06, 2018, 03:51:31 PM »
  วันกีฬาแห่งชาติ

ตรงกับวันที่ 16 ธันวาคมของทุกปี

















พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา

ทรงเรือใบประเภทโอเค ในฐานะนักกีฬาทีมชาติไทย ในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4

ระหว่างวันที่ 9-16 ธันวาคม พ.ศ. 2510 ที่จัดขึ้นในประเทศไทย


          วันกีฬาแห่งชาติ ตรงกับวันที่ 16 ธันวาคมของทุกปี

เพื่อระลึกถึงพระปรีชาสามารถของ  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ซึ่งทรงชนะเลิศเหรียญทองการแข่งขันเรือใบ ในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4

          รัฐบาลได้ทำการส่งเสริมทางด้านกีฬาไทยด้วยดีเสมอมา เพราะตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของการเล่นกีฬา

นอกจากจะเป็นการออกกำลังกายแล้ว ยังทำให้ร่างกายสดชื่นแข็งแรง การกีฬายังเป็นเครื่องช่วยผ่อนคลายความเครียด

 ช่วยปรับปรุงในด้านความคิดและอุปนิสัยให้ประชาชนในชาติ เป็นผู้มีความเสียสละ รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย

และมีความสามัคคีต่อกัน จึงเป็นที่มาของ "วันกีฬาแห่งชาติ"







เหรียญรางวัลชนะเลิศการแข่งขันเรือใบประเภท โอเค กีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4




ความเป็นมาของ วันกีฬาแห่งชาติ

          เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2510 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นตัวแทนของนักกีฬาทีมชาติไทย

เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ที่กรุงเทพฯ และทรงชนะเลิศได้รับเหรียญทองในการแข่งขันเรือใบประเภทโอเค

ซึ่งถือได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ทางการกีฬาของประเทศไทย

          นอกเหนือจากกีฬาเรือใบแล้ว แบดมินตันก็เป็นกีฬาอีกประเภทหนึ่ง ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 ทรงโปรดปรานมากเช่นกัน ในหอประชุมวังจิตรลดาฯ ได้ปรับแต่งเป็นสนามแบดมินตันมาตรฐาน

ส่วนมากพระองค์จะทรงแบดมินตันในตอนเย็นและวันศุกร์ และเช้าวันอาทิตย์

พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทางการกีฬานี้

 เป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลกว่า พระองค์ทรงเป็นนักกีฬาอย่างแท้จริง และทรงสนับสนุนกีฬาจนเป็นที่ปรากฏชัด

          ดังนั้นในการประชุมใหญ่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล ครั้งที่ 29 ที่เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยมีนายฮวน อันโตนีโอ ซามาร้านซ์ ประธานคณะโอลิมปิกสากล

 เป็นประธานการประชุมพร้อมทั้งสมาชิกเข้าร่วมประชุมอีก 87 ประเทศ ได้มีมติเอกฉันท์ให้ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญดุษฎีกิตติมศักดิ์ของโอลิมปิกสากล

คือ "อิสรยาภรณ์โอลิมปิกชั้นสูงสุด" (ทอง) แด่องค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2530 ณ ศาลาดุสิดาลัย

พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน นับเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลก ที่ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญโอลิมปิกชั้นสูง

 สมควรที่นักกีฬาและประชาชนชาวไทยจะเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท อันจะเป็นโอกาสให้สามารถนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติและวงศ์ตระกูล



วันกีฬาแห่งชาติ

เหรียญรางวัลชนะเลิศการแข่งขันเรือใบประเภท โอเค กีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4


          เพื่อเป็นการระลึกถึงพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงเป็นนักกีฬาตัวแทนของชาติไทย

ในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 และเพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนให้ประชาชนชาวไทย เห็นคุณค่าความสำคัญของการกีฬา

 การกีฬาแห่งประเทศไทย จึงได้มีมตินำเสนอคณะรัฐมนตรีลงความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2529

 กำหนดให้วันที่ 16 ธันวาคมของทุกปีเป็น "วันกีฬาแห่งชาติ"


10
ข่าวหวย / Re: ข่าวหวย 16 ธันวามคม 2561
« เมื่อ: ธันวาคม 06, 2018, 03:09:53 PM »
วันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม







วันพ่อแห่งชาติของประเทศไทย ตรงกับวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี

ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช


เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2470

และยังได้มีการกำหนดให้ดอกพุทธรักษา

เป็นสัญลักษณ์ วันพ่อแห่งชาติ

 เนื่องจาก "พ่อ" คือผู้ที่ควรได้รับการเทิดทูน และยกย่อง

ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระราชบิดาของพระราชโอรสและพระราชธิดา

และทรงทำนุบำรุงพระราชโอรส และพระราชธิดาด้วยความรัก ทรงอบรมอนุศาสน์ให้ทรงเจริญวัยสมบูรณ์

และทรงบำเพ็ญคุณานุประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนเพื่อให้เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท

นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยังมีพระมหากรุณาธิคุณ

ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้พสกนิกรถ้วนหน้า จึงถือเป็น "พ่อแห่งชาติ" ของพสกนิกรชาวไทยทุกคน

ที่อาณาประชาราษฎร์เทิดทูนด้วยความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

และยึดมั่นในการเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท


 วัตถุประสงค์ของการจัดงานวันพ่อแห่งชาติ คือ

1. เพื่อเทิดทูนพระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

2. เพื่อเทิดทูนพระคุณของพ่อ และยกย่องบทบาทของพ่อที่มีต่อครอบครัวและสังคม

3. เพื่อให้ลูกได้แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อ

4. เพื่อให้ผู้เป็นพ่อ สำนึกในหน้าที่และความรับผิดชอบของตน

5. เพื่อประกาศเกียรติคุณให้กับพ่อ และลูกที่ปฏิบัติหน้าที่ของตนได้เป็นอย่างดี สมควรแก่การยกย่องของสังคม

6. เพื่อรักษาประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของชาติไทยให้คงอยู่ต่อไป


  กิจกรรมที่นิยมปฏิบัติในวันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ได้แก่ การประดับธงชาติที่อาคารบ้านเรือน,

การจัดพิธีศาสนสงฆ์ ทำบุญใส่บาตร, การจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์

และที่ขาดไม่ได้สำหรับกิจกรรมวันพ่อแห่งชาติ คือการมอบรางวัลพ่อตัวอย่างหรือพ่อดีเด่น

เพื่อเทิดทูนพระคุณของพ่อ และยกย่องบทบาทของพ่อที่มีต่อครอบครัวและสังคม

 อีกทั้งยังเพื่อให้ผู้เป็นพ่อได้สำนึกในหน้าที่และความรับผิดชอบของตน 

 และในวันพ่อแห่งชาตินี้ ลูก ๆ ทั้งหลายก็อย่าลืมแสดงความกตัญญูกตเวทีที่มีต่อพ่อ

 แม้ว่าจริง ๆ แล้วการแสดงความรักและความกตัญญูต่อพ่อสามารถแสดงได้ทุกวัน

ไม่ใช่แค่วันพ่อแห่งชาติ เพียงวันเดียว






"วันชาติของไทย"  5 ธันวาคม







นอกจากวันที่ 5 ธันวาคม จะเป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 และเป็น "วันพ่อแห่งชาติ" แล้ว ยังถือว่าวันนี้เป็น "วันชาติของไทย" อีกด้วย

ซึ่งก่อนหน้านี้ประเทศไทยเคยมีการกำหนดวันชาติให้เป็นวันที่ 24 มิถุนายน

เพราะเป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นการปกครองในระบอบรัฐธรรมนูญ

ที่เป็นประชาธิปไตย โดยได้มีการเฉลิมฉลองวันชาติครั้งแรกในปี พ.ศ. 2482

 ในสมัยที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกฯ 

          ซึ่ง "วันชาติ" ของไทยนั้นอยู่มานานถึง 21 ปี จนวันที่ 21 พฤษภาคม 2503

 ในสมัยที่จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกฯ ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลง

ให้ถือวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ เป็นวันเฉลิมฉลองของชาติไทย

 โดยเหตุที่เปลี่ยนเพราะมีข้อไม่เหมาะสมหลายประการ

คณะกรรมการจึงมีความเห็นว่าเพื่อให้เป็นไปตามขนบธรรมเนียมประเพณีของประเทศที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

และเป็นหลักการสมัครสมานสามัคคีรวมจิตใจของบุคคลในชาติโดยทั่วกัน 

          จึงควรถือเอาวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระมหากษัตริย์เป็นวันเฉลิมฉลองของชาติไทย

โดยยกเลิกวันชาติ ในวันที่ 24 มิถุนายน เสีย ดังนั้นนับแต่ปี 2503

ประเทศไทยจึงได้ถือเอาวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช


ซึ่งตรงกับวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เป็น "วันชาติ" ของไทย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา   





5 ธันวาคม “วันดินโลก”






“วันดินโลก” (WORLD SOIL DAY) 5 ธันวาคม

   
ที่ประชุมขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ครั้งที่ 144

 ระหว่างวันที่ 11 - 15 มิถุนายน พ.ศ. 2555 ณ สำนักงานใหญ่องค์การเกษตรและอาหารแห่งสหประชาชาติ กรุงโรม ประเทศอิตาลี

มีมติสนับสนุนและร่วมกันผลักดันให้มีการจัดตั้ง “วันดินโลก” (World Soil Day) ตรงกับวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี

ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการพัฒนาที่ดินมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน

 ปรากฏผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์อย่างกว้างขวาง ทั้งในประเทศและนานาชาติ **ศาสตราจารย์เกียรติคุณ

ดร.สตีเฟน นอร์ตคลิฟฟ์ (Emeritus Professor Dr. Stephen Nortcliff) กรรมการบริหารสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ

 จึงได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม

(The Humanitarian Soil Scientist) เมื่อวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2555

และขอพระบรมราชานุญาตให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็น “วันดินโลก”







11








งวดนี้ แค่...น้ำจิ้ม

ของจริง คือ....งวดหน้า


ระฆังแห่งความตาย... ยกแรก...เริ่มแล้ว

ยินดีต้อนรับ เหล่านักรบ RONIN ทั้งหลาย

เข้าสู่ ศึก วันแดงดือด เลือดพล่าน

...ยำรวม... สถานการณ์สุดมันในรอบสัปดานี้

รบกันฝุ่นตลบเลย

หมัดฮุบ

หมัดเเย๊ป

 มาเป็นชุด นับครั้งไม่ถ้วน




เงียบสงัด ........

สุดช็อก !  ถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ขณะยังมีลมหายใจ

เตรียมรับมือเข้าสู่สถานะการณ์ “หายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นใน..งวดหน้า

เวลานี้เป็นห้วงเวลาพายุร้าย.........

 ก่อนสิ้นปี  ชี้ จุดแตกหัก

ฝึกซ้อมขุดหลุมหลบภัยขนาดใหญ่กันไว้นะพวกเรา

งานนี้ต่างรู้ตัวกันดี  เพราะมันหลีกเลี่ยงไม่ได้


รู้ถึงความโลภไม่เคยปราณีใคร




หีบสมบัติ เชิญ  ขุดกันให้อร่อยเหาะไปเลย


 
โฉมหน้า ปีศาจ อำมหิต  ผู้หิวโหย

 ที่เต็มไปด้วย กิเลสตัณหา ตระกละหิวเงิน ไม่รู้จักพอ

สั่งถล่ม ปล้นสะดม

ลุยเปิดหน้าสื่อ  สร้างความกลัวให้ชาวโลกผวา

ลับ ลวง พลาง

กลเม็ด เคล็ดลับ

ล้วง ตับ ไต ใส้ พุง

ใครขวางกูตาย ใครหนีกูเก็บ ใครหักหลังกูเฉือดหมด

จะโดนเป็นเหยื่อไปด้วย หากไม่ทันเกมส์


กูไม่ยอมล้มละลายคนเดียว

มา มะ มาเป็นเพื่อนกู

ล้มละลายให้หมดทั้งโลก

เข้าสูโหม๊ดสงครามกันเต๊อะ

ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องด้วยกล เล่นทุกหน้าไพ่ เท่าที่มี

แต่ระวังให้ดี  สวนกลับจะเจ็บกว่า เค้าแรงกว่าเยอะ

 ดึงสนามรบที่เสียเปรียบอยู่ ย้ายมา..บนจอ..สี่เหลี่ยมแทน

ในเมื่อได้เลือกตัดสินใจเองแล้วว่า จะทำหน้าที่เป็นนักรบใต้ดิน

มั่นใจหลายคนรู้ทันแผนร้าย เดินหมากรัดกุม


จำไว้จงดี ชาวหวยทั้งหลาย ชีวิตของมรึง อยู่ในกำมือของกู

อย่าแกล้งโง่กันไปหน่อยเลย

ทุกหน่วยงาน พวกกูสั่งทั้งนั้น เงินกู  ผลประโยชน์กู

โลกเป็นของพวกกู ไม่ใช่ของพวกมรึง 70 ล้านคน

กูแค่จ่ายงามให้คนโลภขายชาติ ก็เท่านั้นเอง

จะซื้อ จะแดก จะหายใจ จะใช้ชีวิต...ก็ต้องขออนุญาตกูก่อน
จะออกสื่อ จะแฉเหี้ย จะชี้เป้า.       ..ก็ต้องขออนุญาตกูก่อน
จะตาย จะประท้วง จะฆ่ามรึง.       . .ก็ต้องขออนุญาตกูก่อน
จะสืบพันธุ์ หาเมีย สร้างชาติ         ..ก็ต้องขออนุญาตกูก่อน
จะมีบ้าน จะมีรถ จะมีงาน             ..ก็ต้องขออนุญาตกูก่อน
จะออกบนเลขไร ล่างเลขไร           ...ก็ต้องขออนุญาตกูก่อน

ปล. กูถามคำเดียว? แล้วจะมีโลกนี้ไว้ทำไม?


หากทุกคนไม่รู้จักรักษา ปกป้อง กู้ชาติ และเสียสละ เพื่อคนรุ่นหลัง

 เพื่อแผ่นดินที่ลูกหลานชาวโลกหวยต้องใช้ไปอีกหลายพันปี

คนเพียงกลุ่มเดียว มันจะสู้ตรีนคนทั้ง 70 ล้านคนได้อย่างไรวะ

 เมื่อตื่นแล้ว จงสู้ให้ถึงที่สุด

ครั้นเมื่อวาระสุดท้ายของชีวิตมาถึง จะได้ไม่เสียชาติเกิด

เกิดครั้งเดียว ตายครั้งเดียว

 อยากเป็นแค่ปุ๋ย ผีไร้ญาติ

หรือ อยากให้คนรุ่นหลังจดจำไว้

ว่า มรึง คือบรรพบุรุษของมันทั้งหลาย  ที่รักษา..แผ่นดินหวย..นี้ไว้

 ไม่สู้ ก็แพ้ อายผีปู่ ผีย่าบ้าง อย่าให้ลูกหลานมาด่าได้

...ชาติหวย... กำลังต้องการคุณมากที่สุด เท่าที่เคยมีมา

ภายในต้องเข้มแข็งสามัคคี  ภายนอกต้องแข็งแกร่ง

ไม่ให้ใคร ราวี ตอนนี้ เราถูกยึดไปแล้วภายใน ด้วยระบบเหี้ยทุนนิยมสามานย์

กำจัดมันออกไปซะ ใครโกง ใครล็อกหวย ต้องไม่มีแผ่นดินอยู่

 นับจากนี้ ! แค่ปราบคอรัปชั่นได้ แผ่นดินสูงจะสูงขึ้นอีก 100 เมตร

และพวกเราชาวหวย จะรวยที่สุดในโลก

 ลูกหลานสบาย เพราะบรรพบุรุษ..มันเอาใจใส่ ...


จำไว้นะคนดี  !


เจ๊วู

12
ข่าวหวย / ข่าวหวย 16 ธันวามคม 2561
« เมื่อ: ธันวาคม 03, 2018, 12:44:57 PM »
ภาระกิจ ท่าน นายก


คนชัยภูมิ  แห่ต้อนรับ  'บิ๊กตู่'  ลุยพื้นที่ ชัยภูมิ



























3 ธ.ค.61 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

 พร้อมด้วยพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย

นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ และพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 เดินทางไปตรวจราชการพี่จ.ชัยภูมิ และเปิดโครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุง

อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.หนองแวง อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ

โดยนายกฯและคณะนั่งเครื่องบินแอมแบร์ บ.ท.135 มายังกองบิน 1 ต.ปรุใหญ่ อ.เมืองจ.นครราชสีมา

จากนั้นนายกฯและคณะเดินทาง โดยเฮลิคอปเตอร์แบล็คฮอคมายังจุดจอดเฮลิคอปเตอร์

 บริเวณพื้นที่ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำสะพุง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ชัยภูมิ

 ต่อมานายกฯ นั่งรถยนต์ โตโยต้าอัลพาร์ด ทะเบียน 1กษ 4747 กรุงเทพมหานคร

มายังพื้นที่โครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุง เพื่อฟังบรรยายสรุป

พร้อมพบและกล่าวกับประชาชน 20,000 คน






13
โรยรื่นชื่นบุปผา / ฤา...ด้วยรัก ภักดี บดินทร์
« เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2018, 08:17:26 AM »





ล้นเกล้า รัชกาลที่ 6


กลัวผีก็กลัว..แต่กลัวทูลกระหม่อมมากกว่า !!

เมื่อพระพุทธเจ้าหลวง รับสั่งให้ ร.๖ เข้าไปหยิบของในพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ในตอนกลางคืน!!


ในสมัยรัชกาลที่ ๕ นั้นพระองค์ได้ทรงยกเลิกตำแหน่งวังหน้า แล้วก็สถาปนาให้ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ

ทรงเป็น พระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร  คนแรก  ของประวัติศาสตร์ไทย และในเหตุการณ์นี้พูดถึงว่า.....


 มีอยู่ครั้งหนึ่ง รัชกาลที่ ๕ ทรงใช้ให้ไปเอาของใน  พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ซึ่งเป็นที่ พระวิมานบรรทม  ของพระมหากษัตริย์ ในรัชกาลก่อนๆ

แต่เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศท่าน ทรงกลัวผี เนื่องจาก พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน มืด และเป็นที่มีความศักดิ์สิทธิ์มาก

"ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมานนั้น ในรัชกาลที่ ๕ ฉันไม่เคยจำได้ว่าเปนอื่นนอกจากที่เก็บของเก่าๆ

 และปิดมืดครึมเครืออยู่โดยมาก จึ่งมีกลิ่นอับๆ และอากาศในนั้นเย็นชืด ๆ และคนโดยมากกลัว ผี ในที่นั้นกันนัก

ฉันยังจำได้ว่าวันนั้นเปนเวลาพลบค่ำแล้ว ทูลกระหม่อม ต้องพระราชประสงค์ของอะไรสักอย่างหนึ่งซึ่งอยู่ใน พระที่นั่งจักรพรรดิ



 รับสั่งขึ้นว่า "ลูกไปเอามาคนหนึ่งเถิด" ไม่มีใครลุกขึ้นไปเลยสักคนเดียว

ทูลกระหม่อมทรงเหลียวไปไม่เห็นใครเข้าไป จึงทรงหยิบเทียนที่จุดอยู่เล่มหนึ่งข้างพระองค์ แล้วรับสั่งว่า...



"ชายใหญ่ (สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ) เอ้า !! เอาเทียนนี่ถือไป"


และตรัสชี้แจงโดยแจ่มแจ้ง ว่าของที่ต้องพระราชประสงค์นั้นอยู่ใน ตู้ในพระฉาก

ทูลกระหม่อมใหญ่ ท่านนั่งนิ่ง ไม่รับเทียนจากพระหัตถ์ทูลกระหม่อม

และไม่ทูลว่ากระไรจนคำเดียว เห็นพระพักตร์ซีดพิกล ทูลกระหม่อมรับสั่งเตือนว่า ....


"อย่างไรเล่า ? ใช้ไม่ไปหรือ ?"


ทูลกระหม่อมใหญ่จึงกราบบังคมทูล อ้อมแอ้มว่า


"จะไป แต่ขอผู้ใหญ่เข้าไปด้วยสักคนหนึ่ง"


ทูลกระหม่อมรับสั่งถามว่า


"ทำไม? ......กลัวอะไร?"


ทูลกระหม่อมใหญ่กราบบังคมทูลตอบว่า


" กลัวผี "


ทูลกระหม่อมพระพักตร์บึ้ง ทรงเหลียวไปทางฉัน แล้วตรัสว่า..


" โต (ร.๖) จะรับใช้พ่อได้หรือไม่ได้ ?"


ฉันก็กราบบังคมทูลว่า ได้ และรับเทียนจากพระหัตถ์แล้วเข้าไปใน พระที่นั่งจักรพรรดิ

แข็งอกแข็งใจเดินอย่างหน้าตาเฉยขึ้นอัฒจันท์ไป แต่ก็ชอบกล พอเข้าไปถึงในพระที่นั่งแล้วก็หายกลัว

 เพราะใจมุ่งแต่ที่จะไปหยิบของที่ต้องพระประสงค์

เมื่อได้ของออกมาแล้ว ทูลกระหม่อมทรงชมเชยทับถมทูลกระหม่อมใหญ่เสียขนานโต ทรงกอดฉันและตรัสว่า


"อย่างนี้สิเป็นลูกพ่อแท้ ลูกพ่อกลัวผีไม่ได้"


ก็เป็นธรรมดาที่ฉันจะต้องยินดีมากที่ได้รับทรงชมเชยอย่างนั้น แต่ฉันต้องรับสารภาพว่า ถึงฉันจะได้นึก กลัวผี อยู่สักเท่าใด


ก็ยังกลัว  ทูลกระหม่อม  มากกว่า ฉันจึงได้สู้แข็งใจเข้าไปตามที่ทูลกระหม่อมทรงใช้


ภายหลังต่อแต่นั้นมาอีกนานเมื่อทูลกระหม่อมใหญ่สวรรคตแล้ว ทูลกระหม่อมจึงได้มีพระราชดำรัสแก่ฉันว่า


"พอพ่อใช้ชายใหญ่ให้เข้าไปในพระที่นั่งจักรพรรดิ เขาไม่ยอมเข้าไปเพราะกลัวผี


พ่อก็นึกรู้ในใจทีเดียวว่าชายใหญ่คงจะไม่มีบุญพอที่จะได้ใช้ที่นั้นเป็นที่อยู่


แล้วก็พอโต (ร.๖) กล้ารับใช้เข้าไป พ่อก็รู้ว่าโต คงจะต้องเป็นแทนตัวพ่อต่อไป" แล้วก็เป็นจริงดังพระราชดำรัส

เมื่อเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธเสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติเป็น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖

พระองค์มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะซ่อมแซมพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน เป็นการใหญ่

 จนกระทั่งสวยสง่างาม เป็นพระที่นั่งสำคัญในพระบรมมหาราชวังมาจนถึงทุกวันนี้





#น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

14
โรยรื่นชื่นบุปผา / ก่อนทุกอย่าง จะสายเกินไป
« เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2018, 12:45:33 PM »







มันแปลกดีนะ

เราเสียเงินเป็น ล้าน  สร้างบ้าน  มันเป็นเรื่อง ปรกติ

เราเสียเงินเป็น แสน   ซื้อรถ มันเป็นเรื่อง  ปรกติ

เราเสียเงินเป็น หมื่น  ซื้อโทรศัทพ์  มันเป็นเรื่อง ปรกติ

เราเสียเงินเป็น พัน   ซื้อเสื้อผ้ามาใส่ มันก็เป็นเรื่อง  ปรกติ

เราเสียเงินนับไม่ถ้วน  กับการกินเหล้า สูบบุหรี่  หวย การพนัน  มันก็เป็นเรื่องปรกติ

แต่  ถ้าเรา  เสียเงิน  กับการดูแลตัวเอง แค่2-3พัน 

กับอ้างว่า..แพง..จัง  สิ้นเปรื้องจัง ยังไม่ถึงเวลาเดียวก่อนก็ได้

คุณเชื่อไหมว่าเวลาที่คุณไป..งานศพ...

 เขาแค่ถามว่าตายเพราะอะไร ไม่มีใครหรอกนะที่ถจะถามว่า

นำศพไปเผาด้วย  รถ  ยี่ห้ออะไร

โลงศพ   ราคาเท่าไหร่

คนตายใส่  เสื้อผ้า  ยี่ห้ออะไร

โทรศัพท์  ราคาเท่าไหร่

สรุปแล้ว  ชีวิคนเรามีค่า..น้อยกว่า...บ้าน.. รถ.. โทรศัพท์.. เสื้อผ้า ...

หรือแท้จริงแล้วสุขภาพเรา..มีค่า..สำคัญกว่าทุกอย่าง

ข้อคืดจากคำพูดสุดท้ายของ...สตีฟ จ๊อบ....

บอกว่า..เงิน...สามารถซื้อทุกอย่าง 

แต่...ไม่สามารถ ขอให้ใครมา..ป่วย...แทนเราได้

เราใส่ใจสุขภาพของตัวเราเองน้อยเกินไป  และเรามักจะรู้ตัวเมื่อสายไปเสมอ

เริ่มใส่ใจสุขภาพตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป


15










บุญกุศลเป็นสิ่งเชื่อมโยงจิตใจคน เชื่อมโยงความดีงาม

ในรูปเก่า ตรงข้ามกับ   วัดรังษีสุทธวาส

ภายหลังถูกกลืนรวมมาเป็นส่วนหนึ่งของ  วัดบวรนิเวศวิหาร

แต่ยังคงชื่อเดิมวัดรังษีว่า"คณะเหลืองรังษี"


" ประตูเมืองแห่งสุดท้าย "

กำแพงเมืองพระนครสร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1

โดยนำอิฐจากกำแพงกรุงศรีอยุธยามาสร้าง

รวมความยาวทั้งหมด 7 กิโลเมตร

ครอบคลุมเขตเกาะกรุงรัตนโกสินทร์

มีประตูใหญ่ 16 ประตู

 ประตูเล็ก 47 ประตู

และมีป้อม 14 ป้อม

บริเวณระหว่าง ป้อม กับ กำแพงพระนคร คือ ประตูเมือง

ในปัจจุบันกำแพงและประตูพระนคร หลงเหลือป้อมอยู่ 2 แห่ง

 คือ   ป้อม พระสุเมรุ  บริเวณกำแพงเมือง 

และ   ป้อม มหากาฬ

ส่วนประตูเมืองเหลือเพียงประตูเมือง ด้านทิศเหนือ

หรือหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร บนถนนพระสุเมรุ



พระวัดรังษี วัดรังษีสุทธวาส 

พระผงที่เหลือแต่เพียงตำนาน

ในยุคของท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี ) หรือในสมัยต้นรัชกาลที่ 5

พระเถระที่ทรงวิทยาคมอีกรูปหนึ่ง ได้แก่ พระธรรมกิตติ ( แจ้ง ) แห่งวัดรังษีสุทธาวาส

 ท่านเป็นพระที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัยและเชี่ยวชาญทางวิปัสสนาธุระรูปหนึ่ง

กล่าวกันว่า เป็นพระเถระที่สำเร็จวิชาสรตะโสฬส

ซึ่งนอกจากสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต ) แล้วในยุคนั้นมีเพียงไม่กี่รูปเท่านั้น

พระธรรมกิตติ รูปนี้เป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ 5 แห่งวัดรังษี

ท่านได้สร้างพระผงไว้เมื่อประมาณ พ.ศ. 2437

พระผงวัดรังษีเป็นพระที่มีพระพุทธคุณสูงองค์หนึ่งของกรุงรัตนโกสินทร์

ในยุคสงครามโลกมีผู้คนจำนวนมากได้ประสบกับพุทธานุภาพเป็นที่ประจักษ์และเล่าขานกัน

 ถึงขนาดในเรื่องที่เกี่ยวกับของดีแห่งรัตนโกสินทร์

ซึ่งเป็นพระนิพนธ์ใน สมเด็จกรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ได้กล่าวถึงพระวัดรังษี

จนมีคำแหล่เทศน์ในสมัยนั้นว่า “ ใครมี  พระวัดรังษี   ชีวีไม่วอด  รอดกลับมา “

ในสมัยสงครามอินโดจีน และสงครามโลกครั้งที่ ๒

 ทหารคนใดห้อยพระวัดรังษีรอดตายกลับมาทุกราย

ในยุคก่อนพระวัดรังษีมีค่านิยมสูงมาก

 การเช่าหากันในสมัยนั้นพระวัดรังษี 1 องค์ มีค่านิยมเท่ากับ  พระสมเด็จบางขุนพรหม 3-4 องค์

และหากจะพูดถึงความหายากแล้วเป็นพระเครื่องที่หายากกว่า  สมเด็จวัดระฆัง  มาก

น่าเสียดายว่าพระวัดรังษีมีจำนวนการสร้างน้อย นักนิยมพระในยุคหลังจึงไม่ค่อยได้พบเห็นบ่อยนัก

สุดยอดของพระผงที่ทรงพุทธานุภาพสูงส่งยิ่งนัก และเป็นพระที่หายากที่สุดองค์หนึ่ง








หน้า: [1] 2 3 ... 5