ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 


แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - เจ๊วู

หน้า: [1] 2 3 ... 20
1
ห้องข่าวหวย / ข่าวหวย 02 พฤษภาคม 2561
« เมื่อ: 18 เมษายน 2018, 16:41:18  »
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี

และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

เป็นประธานในพิธีวันครบรอบวันคล้ายวันสถาปนาองค์พระหลักเมือง

ครบ 236 ปี แห่งกรุงรัตนโกสินทร์













































พลเอก‘ประวิตร’ เป็นประธาน บวงสรวงครบรอบ 236 ปี สถาปนาองค์พระหลักเมืองกรุงรัตนโกสินทร์



วันที่ 21 เม.ย.61  พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

 เป็นประธานในพิธีวันครบรอบวันคล้ายวันสถาปนาองค์พระหลักเมือง 236 ปี แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

 โดยมีผู้บัญชาการเหล่าทัพ ประชาชนเข้าร่วมพิธี



โดยเริ่มจากพิธีบวงสรวงสังเวยตามประเพณีพราหมณ์ พร้อมประกอบพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล

 มีสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการามวรวิหาร

 ได้จุดไฟพระฤกษ์ที่ได้รับประทานจากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชมหาสังฆปริณายก

.ตามประวัติความเป็นมา ในวันนี้ (21 เม.ย.) เมื่อปี พ.ศ.2325

 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1

 โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ทำพิธียกเสาหลักเมืองขึ้น เรียกว่า “พระราชพิธีนครราช”

 เพื่อเป็นนิมิตหมายแสดงที่ตั้งกรุงเทพมหานคร โดยมีเสาไม้ชัยพฤกษ์ ไม้แก่นจันทร์ สูง 187 นิ้ว

ลงรักปิดทองยอดเสาเป็นรูปบัวตูม ภายในกลวง เป็นช่องสำหรับบรรจุดวงชะตาเมือง

.

2



พระนารายณ์ทรงโน้มพระวรกาย
รับ พระราชสาส์นพระเจ้าหลุยส์ ที่ 14”
 กลายเป็นฉากพีคที่สุด เรตติ้งทั่วประเทศสูงสุด
ของละคร “บุพเพสันนิวาส”

ตรงกันอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อเหตุการณ์ที่มา
ของภาพประวัติศาสตร์ที่เป็นที่กล่าวขวัญถึง
 และช่วงเวลาที่เรตติ้งสูงสุดของละคร  ที่ผ่านมา
 คือ..ภาพเดียวกัน
สร้างความชื่นชม ประทับใจ บางจนถึงขนาดขนลุก
 ที่ละครสร้างได้เหมือนภาพอ้างอิงในประวัติศาสตร์
จนผู้ชมต่างพูดถึงกันทั่วประเทศ

ทำให้...ประวัติศาสตร์...มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง

ดูละครมาเป็นแง่คิดให้คนไทยตื่นจากความลุ่มหลง
 เราจะรักษาชาติบ้านเมืองต่อไปอย่างไร


 มันไม่ใช่เรื่อง..บังเอิญ..ดอกหนา

ที่ละครถ่ายเก็บไว้เป็นปี จะมาออกอากาศเอาช่วงนี้

ทุกอย่างถูก..จัดวาง..และสร้างกระแสปลุกคนไทยให้ตื่น

เพื่อกาลใน..เบื้องหน้า..นั่นแหละ

ถึงพยายามจะใช้บุเพสันนิวาสขยายผล

ให้คนรุ่นใหม่ตื่นจากเสพตะวันตกให้มากไว้

 เพราะเราจะสู้กับใครได้..หากเรายังไม่เข้าใจ

ที่มา ที่ไป ของรากเหง้าตัวเราเองก่อน

ช่่วงแห่งการ..รักษาชาติ..แท้จริงมาถึงแล้ว

 ดวงดาว..มา..บรรจบ..ถึง..สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก็เตือนไว้แล้ว

รักกันเข้าไว้ เตรียมสู้ตายเพื่อแผ่นดิน

เปลี่ยนความคิด ลูกหลานไทยกลับมาได้

 เราจะรอดไปอีกนาน บุพเพสันนิวาสคือเครื่องมือกระตุ้น

 ก็ขอให้อย่า..ไฟมอด..ดับลงไปก่อนซะล่ะ!
 
 

 การล่าอาณานิคมไม่ว่าจะยุคสมัยไหน

 แม้แต่ปัจจุบันก็ยังมีให้เห็นอยู่ทุกวัน
 ในฉากสำคัญนี้มันคาบเกี่ยวกับคำว่า "ศักดิ์ศรี"
อดีตเปลี่ยนแปลงไม่ได้
 แต่ให้เรียนรู้จดจำไว้ว่าเราเป็นใคร
และสายตาต่างชาติมองเราเยี่ยงไรต่างหาก
เขาจ้องจะมาเปลี่ยนสยามให้เข้ารีตเป็นพวกเดียวกับเขา
 สมเด็จพระนารายณ์..ไม่ห้าม
เพราะเร่งเห็นประโยชน์หลายอย่าง โลกกำลังจะเปลี่ยนไป
การเชื่อมโยงข้ามทวีป การค้า การขายและการสื่อสาร
 เทคโนโลยีเริ่มเข้ากรุงศรีอยุธยาไม่หยุดหย่อน
หากเราไม่รับอะไรใหม่ๆ เข้ามาเลย
 สุดท้ายก็จะโดนเค้ากำจัดในที่สุด
ปืนไฟของตะวันตกในยุคนั้น เรามิอาจต้านได้
สิ่งที่บรรพบุรุษบูรพกษัตริย์ไทยหาทางออกที่ดีที่สุด
คือเอาฝรั่งมังค่ามางัดอำนาจกันเอง
 จึงต้องคานอำนาจทั้งฝรั่งเศส ฮอลันดา โปรตุเกส
 ให้มาทำการค้าและคุมกะลาหัวเราด้วยเช่นกัน
 เพื่อรักษาแผ่นดินสยามไว้สืบถึงลูกหลาน
 อดีตสอนให้เราเข้าใจว่าเราไม่ได้ดีเด่นไปกว่าพวกเขา
เรามีอำนาจในอาณาจักรที่เรามี
การจะทำสงครามและสร้างศัตรูที่เราไม่อาจชนะได้
มันย่อมไร้ประโยชน์

 สมเด็จพระนารายณ์ทราบดีถึงข้อนี้
 และที่ต้องอาศัยฟอลคอนมาเป็นตัวเชื่อมกลาง
เหล่าขุนนางก็ยังไม่ได้เข้าใจถ่องแท้
ถึงสิ่งที่สมเด็จพระนารายณ์คิดการณ์ไกลไว้
 เพื่อรักษาตัวให้รอดจากปากเหยี่ยวปากกา
 ฟอลคอนอาศัยจุดนี้สร้างอำนาจ
และตอบสนองความต้องการของขุนหลวง
 สิ่งที่เราจะจดจำไม่ใช่เพียงแค่เรื่องบอกเล่า
แต่เราจะทำอย่างไรต่อไปต่างหาก
 ที่จะรักษาแผ่นดินนี้ไว้ให้ลูกหลานต่อไป
 เฉกเช่นที่บรรพบุรุษทำมา
ตอนนี้ไทยก็ถูกล่าอาณานิคมทางเศรษฐกิจ
และอำนาจที่กดขี่หลายด้าน
 ทั้งองค์กรระหว่างประเทศ ศาลโลก
 เราจะยึดตามเราเองได้ก็หาไม่
 เพราะอาเซียนก็เริ่มเขยิบกันแล้ว
สุดท้ายเกมส์นี้จะไปจบที่..เราจะเลือกใคร
มาเป็นหัวคุ้มกันเราจากปากเหยี่ยวปากกาเช่นกัน
 เหมือนที่สมเด็จพระนาราณ์ทรงผ่านเหตุการณ์นี้มาแล้ว
เหมือนที่สมเด็จพ่อร. 5 ผ่านมาแล้ว คนไทยต้องสามัคคีกัน
 และช่วยกันรักษาความเป็นไทยให้มากที่สุด
ก่อนที่ลูกหลานของเราจะลืมตัวตนและรากเหง้าแท้จริงของเรา
ที่เป็นมา อะไรที่เราเสียไปแล้ว
มันเรียกคืนไม่ได้ดอก รักษาสิ่งที่มีเอาไว้ให้ดีดี
และพยายามทำให้แผ่นดินมั่นคงและควบคู่ไป
กับสร้างชาติด้วยการรักชาติก่อน
ปราบคอรัปชั่นได้ แผ่นดินจะรอด!

ยุคนี้ NWO กำลังจะกลืนกินชาติที่อ่อนแอกว่า
เราต้องมั่นคงและยึดแนวทางที่ชัดเจนว่าจะไปทางไหน?
เราต้องพร้อมรบไว้เสมอ เพราะไม่มีใครรู้ได้ว่า..จะเกิดอะไรขึ้นในเบื้องหน้า
อย่าเดินตามตะวันตกมากจนเกินไป จนลืมไปว่าเราเป็นใคร?







3
ห้องข่าวหวย / Re: ข่าวหวย 1 เมษายน 2561
« เมื่อ: 25 มีนาคม 2018, 08:37:43  »
นายกฯ ลงพื้นที่หนองบัวลำภู

ติดตามแก้ปัญหายากจน-ไทยนิยมยั่งยืน






















นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่หนองบัวลำภู 

ติดตามการแก้ไขปัญหาความยากจนในภาคการเกษตรเชิงบูรณากา

รตามแนวทางศาสตร์พระราชา






ฝ่ายกิจการพลเรือน กองทัพภาค2 ส่ง ภาพและเรื่องเล่า การลงพื้นที่อิสาน ของ บิ๊กตู่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี วันนี้ ที่ จ.หนองบัวลำภู

นายกฯตรวจเยี่ยมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกผักอินทรีย์โพธิ์ศรีสำราญ และกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ ตั้งแต่เช้ายันเย็น

ระหว่างเส้นทางรถยนต์วิ่งผ่าน มีราษฏร สองข้างทาง ออกจากบ้านมายืนต้อนรับ โบกไม้โบกมือ ให้กำลังใจนายกฯตลอดทาง

โดยนายกฯได้สั่งให้ขบวนรถชะลอความเร็ว ทักทายชาวบ้าน

พร้อมกล่าวขอบคุณ ตลอดทางเช่นกัน

ภาพที่น่าประทับใจคือ คุณยายคนนี้ ได้นำ"ดอกคูน"มอบให้นายกฯ

พร้อมกับร้องขอให้นายกฯอยู่ดูแลบ้านเมืองนานๆ

4
ห้องข่าวหวย / Re: ข่าวหวย 1 เมษายน 2561
« เมื่อ: 25 มีนาคม 2018, 07:57:58  »
ลุงตู่ นายกขวัญใจของคนไทย






พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เกิด 21 มีนาคม พ.ศ. 2497

อายุ 64  ปี



สุขสันต์วันเกิดคะท่าน นายกของคนไทย

ขอให้ท่านสุขภาพใจ สุขภาพกายแข็งแรง มีความสุขกับสิ่งที่ท่านตั้งใจทำในทุกสิ่งทุกอย่าง

 เป็นกำลังใจท่านนายกฯลุงตู่ตลอดกาลค่ะ ท่านฯทำงานเพื่อชาตืและประชาชนมาตลอด ผลงานมากมาย

ขอพระสยามเทวาธิราช และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง

5
ห้องข่าวหวย / Re: ข่าวหวย 1 เมษายน 2561
« เมื่อ: 25 มีนาคม 2018, 07:46:25  »
ครบรอบ  79  ปี

วันสถาปนาสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล







วันสถาปนาสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล


วันที่ 5 เมษายน 2482



                ในปี พ.ศ. 2482 ถือเป็นยุคที่สลากกินแบ่งรัฐบาลเริ่มดำเนินการอย่างจริงจัง

โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้โอนกิจการสลากกินแบ่งรัฐบาลและสลากบำรุงเทศบาล มาสังกัดกระทรวงการคลัง

และได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลขึ้น โดยมีพระยาพรหมทัตศรีพิลาสเป็นประธานกรรมการ

เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2482 ในวันดังกล่าวจึงถือเป็นวันสถาปนาสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจนปัจจุบัน

 และการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลก็ได้พัฒนาเรื่อยมาจนกระทั่งปี พ.ศ. 2517

ได้มีการออกพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลขึ้น

 กำหนดให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นนิติบุคคล

และเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงการคลัง


6
ห้องข่าวหวย / Re: ข่าวหวย 1 เมษายน 2561
« เมื่อ: 25 มีนาคม 2018, 07:41:37  »
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี






ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

 เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

 ประสูติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2494....( 67 ) พรรษา

 เวลา 23.28 น. ณ โรงพยาบาลมองชัวซีส์ เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์และได้เสด็จนิวัตพระนคร
แล้วประทับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต และเมื่อถึงงานพระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่แล้ว
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระอิสริยยศเมื่อประสูติ
 คือ "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี"
โดยพระนามของพระองค์มาจากพระนามและนามของพระประยูรญาติหลายพระองค์ อันได้แก่

สร้อยพระนาม "สิริ" มาจากพระนามาภิไธยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

สร้อยพระนาม "วัฒนา" มาจากพระนามาภิไธยเดิมของสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า
 คือ สว่างวัฒนา ซึ่งเป็นสมเด็จพระอัยยิกาฝ่ายพระราชชนก
พระนาม "อุบลรัตน์" มีความหมายว่า บัวแก้ว มาจากนามของหม่อมหลวงบัว กิติยากร พระอัยยิกาฝ่ายพระราชชนนี
ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
 ทรงตรัสเรียกว่า "เป้" อันเป็นคำลดรูปของคำว่า ลาปูเป (ฝรั่งเศส: La Poupée) ซึ่งเป็นคำมาจากภาษาฝรั่งเศส
 แปลว่า ตุ๊กตา ส่วนพระราชวงศ์และบุคคลอื่น ๆ จะเรียกพระองค์ว่า "ทูลกระหม่อมฟ้าหญิงใหญ่"
ส่วนพระอนุชาและพระขนิษฐาจะเรียกพระองค์ว่า "พี่หญิง"



พระองค์ทรงมีพระโอรสและพระธิดารวม๓พระองค์
1.คุณพลอยไพลิน  เจนเซ่น
2.คุณพุ่ม  เจนเซ่น(ถึงแกอนิจกรรมเมื่อวันที่26 ธันวาคม พ.ศ.2547จากเหตุแผ่นดินไหวที่ทะเลอันดามัน)
3.คุณสิริกิตติยา เจนเซ่น

พระองค์ทรงสร้างคุณาประโยชน์ไว้แก่ประชาติมากมายทั้งด้านสังคมเช่น

โครงการ TO BE NUMBER 1 


พระทรงเป็นพลังใจให้เยาวชน

พระทรงเป็นมงคลแห่งยุคสมัย

พระทรงเป็นหนึ่งดวงหทัยไทย

พระทรงให้ความหวังแก่สังคม

น้อมถวายชัยมงคลบันดลดาล

พระปณิธานแห่งพระองค์ประสงค์สม

จตุรพิธพรชัยชโยดม

พระชนม์ชื่นรื่นรมย์ นิรันดร์เทอญ





เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

 ทรงเจริญพระชนมายุ 67 พรรษา

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม

ข้าพระพุทธเจ้า เวป 999 - 11 .com และเพื่อนสมากชิก

เรารัก "ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี"


7
ห้องข่าวหวย / ข่าวหวย 1 เมษายน 2561
« เมื่อ: 25 มีนาคม 2018, 07:31:10  »







สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี

เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2498 ..( 63 ) พรรษา

(ตรงกับวันขึ้น 10 ค่ำ เดือน 5 ปีมะแม สัปตศก)

 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

 เป็นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองค์ที่ 3

ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

โดยศาสตราจารย์ นายแพทย์ หม่อมหลวงเกษตร สนิทวงศ์ เป็นผู้ถวายพระประสูติกาล

 และได้รับการถวายพระนามจากสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์

ว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์

พร้อมทั้งประทานคำแปลว่า นางแก้ว อันหมายถึง หญิงผู้ประเสริฐ

และมีพระนามที่ข้าราชบริพาร เรียกทั่วไปว่า  ทูลกระหม่อมน้อย





"พระบรมราชกุมารีศรีสยาม"
ทั่วเขตคามแซ่ซ้องสองเมษาฯ
พระเกียรติก้องเกริกไกรในโลกา
ทรงบุญญาสง่าองค์วงศ์จักรี

พสกนิกรพร้อมพรูน้อมบูชิต
พรพิสิทธิ์มอบองค์พระทรงศรีฯ
รุจิเรขเมลืองเรืองรุจี
คู่ธานี"ขอพระองค์ทรงพระเจริญ"


 

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี

 ทรงเจริญพระชนมายุ 63 พรรษา

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม

ข้าพระพุทธเจ้า เวป 999 - 11 .com และเพื่อนสมากชิก

เรารัก "สมเด็จพระเทพฯ"


8




บางคนยอมแกล้งโง่ในสายตาคนอื่นให้เขาเยาะเย้ย

เพื่อกลับมายิ่งใหญ่ในภายหลัง

เป็นการแก้เผ็ดที่เจ็บแสบสุดๆ

 อย่าชะล่าใจเพียงแค่ใครทำตะเกียบหลุดมือ



"ขนาดมองออก…ก็ยังถูกหลอกได้"

หากคุณคิดที่จะลองพิสูจน์กึ๋นของใครบางคน

ที่คุณมั่นใจว่าเขาก็เป็นคนเก่งเหมือนกันกับคุณ

ก็ให้มีสติระวังเอาไว้บ้างก็ดีนะเพราะบางที

เขาอาจจะ…เก่งกว่าที่คุณคิดเอาไว้มาก

การที่เรามองใครว่าด้อยกว่าเราในขณะหนึ่งนั้น

มันไม่ได้หมายความว่าเขาจะด้อยกว่าเราไปตลอด

และไม่ได้หมายความว่าเราจะเหนือกว่าเขาตลอด

ทุกสิ่งทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

แต่สิ่งหนึ่งหากคุณนั้นก็คือยอดคนคนหนึ่งแล้ว

คนก็จะสามารถมองออกได้โดยง่ายว่าใครมีอนาคต

ถึงแม้ว่าชีวิตตอนนี้ของเขาจะล้มไม่เป็นท่าก็ตาม

ความได้เปรียบเสียเปรียบจะเริ่มจากตรงนี้

เพราะคุณจะสามารถวางตำแหน่งในอนาคต

ของมิตรและศัตรูได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเลย

แต่ถ้าเขาก็มองคุณออกเช่นกันว่าคุณต้องการอะไร

ระวังเขาจะยิ่งทำเป็นไม่เอาไหนเพื่อหลอกคุณ

และเมื่อคุณปักใจลงไปชัดเจนว่าเขา...ห่วยแตก..

เมื่อนั้นมันก็จะเข้าทางเขาแบบเต็มข้อเลย

เพราะขอโอกาสให้เขา..รอดตาย..เพียงแค่ครั้งเดียว

เขาจะย้อนกลับมา..ฝังเขี้ยว..ให้จมคอคุณแน่นอน

9





ประกาศ !!!!!

นโยบายใหม่ของปีนี้

เราจะออกหวยแบบให้ ดุขึ้น เถื่อนขึ้น รุนแรงขึ้น

ในแต่ละเดือน แต่ละงวดนี่บอกเลย 

จะดุร้าย..ดั่งสัตว์ป่า สัตว์นรก !!!!

รุนแรงเขย่าขวัญกระเป๋าเงินเจ้าใหญ่ๆ จนสั่นไหว

มันเริ่มแล้ว งวดก่อน 5 เจ้ามือสายถึกภาคใต้

งวดนี้ เจ้ามือ ชลบุรี รับไป!!!

หลังการออกหวยจะเต็มไปด้วย เสียงกรีดร้อง!!!!!

 ขอชีวิต อย่างเจ็บปวดแสนทรมาน !!!!!

 จะเร่าร้อน แผดเผาด้วยหยดน้ำตาเทียน


มันเฮี้ยนชิบหายเลยปีนี้เนี่ย

คงต้องคลานเข่าพร้อมธูปเทียนแพเข้าไปขอขมา

ธูปดอกเดียว พอมั้ย เดี๋ยวจะกรวดน้ำไปให้ด้วยนะ

คนเราเดียวนี้เลวขึ้นทุกวัน!!!!!

บรรยากาสน้ำเน่าเมื่อ หลายปี ที่แล้ว

ไม่น่าเชื่อเราจะได้ดุละครหลังข่าว

ถึงแม้ว่าโลกจะเปลี่ยนไป

ก็วัตถุภายนอกเท่านั้นที่เปลี่ยน

แต่แก่นแท้ของจิตใจมนุษย์นั้น

ไม่ว่ายุคไหน สมัยไหน ก็ไม่เปลี่ยน

การเป็นคนชั่วนี่ไม่ได้ทำกันง่ายๆนะ

แต่น่าเหลือเชื่อจริงๆที่กองทำมันได้ดี

อย่างหาที่ติไม่ได้เลย. เหมือนเกิดมาเพื่อเป็นคนชั่ว โดยเฉพาะ

เหมือนความชั่วมันฝังอยู่ในกมลสันดารอย่างไรอย่างนั้น. นับถือๆ

ไอ้คนสั่งล็อกนี่มันร้าย

ขอร่ายมนต์กฤณะกาลิกิณี

แถมด้วย ลงหวายแช่เยี่ยวสัก 20 ที

แล้ว ฉีก ฮี มัน อิ เวง !!!!!


ใครทำอะไรเอาไว้..ผีปู่ผีย่าจะตามมาหักกระดูกมรึง

 ไอ้ลุกหลานจัญไร หนักแผ่นดิน!


10
ห้องข่าวหวย / Re: ข่าวหวย 16 มีนาคม 2561
« เมื่อ: 09 มีนาคม 2018, 17:40:13  »
27 มีนาคม วันที่ระลึกกองทัพอากาศ














  กิจการบินของไทย เริ่มต้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าว ได้มีชาวต่างชาตินำเครื่องบินมาบินแสดงให้ชาวไทยได้ชมเป็นครั้งแรก ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2454 เมื่อเห็นเช่นนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพิจารณาเห็นว่า ประเทศไทยจำเป็นจะต้องมีเครื่องบินไว้เพื่อป้องกันภัยการคุกคามที่จะเกิดขึ้น ดังนั้น กระทรวงกลาโหม จึงตั้ง "แผนการบิน" ขึ้นมาในกองทัพบก พร้อมทั้งได้คัดเลือกนายทหารบก 3 นาย ซึ่งมีคุณสมบัติเหมาะสม ไปศึกษาวิชาการบิน ณ ประเทศฝรั่งเศส ได้แก่





           1. นายพันตรี หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ (สุณี สุวรรณประทีป) ต่อมาเป็น พลอากาศโท พระยาเฉลิมอากาศ

          2. นายร้อยเอก หลวงอาวุธสิขิกร (หลง สินศุข) ต่อมาเป็น นาวาอากาศเอก พระยาเวหาสยานศิลปสิทธิ์

          3. นายร้อยโท ทิพย์ เกตุทัต ต่อมาเป็น นาวาอากาศเอก พระยาทะยานพิฆาต

          และทั้ง 3 นายได้รับการยกย่องจากกองทัพอากาศให้เป็น "บุพการีของกองทัพอากาศ"

          ทั้งนี้ ในขณะที่ทั้ง 3 นายได้เข้าเรียนที่บริษัท นีเออร์ปอร์ต (Nieuport Company) ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2454 นั้น ทางราชการก็ได้ซื้อเครื่องบินเป็นครั้งแรก จำนวน 8 ลำ โดยระยะแรก ได้ใช้สนามม้าสระปทุม (ราชกรีฑาสโมสร) เป็นสนามบิน แต่ด้วยปัญหาบางประการทำให้สนามม้าสระปทุมไม่สามารถรองรับกิจการการบินที่เติบโตขึ้นได้ จอมพล สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ ทรงย้ายที่ตั้งแผนกการบิน มาที่ตำบลดอนเมือง ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2457 และทรงยกฐานะแผนกการบินเป็น "กองบินทหารบก" ในวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2457 ดังนั้น กระทรวงกลาโหม จึงยึดถือวันนี้เป็น "วันที่ระลึกกองทัพอากาศ"

          ในปี พ.ศ. 2464 กระทรวงกลาโหม ได้พิจารณาเห็นว่า กำลังทางอากาศ มิได้เป็นกำลังเฉพาะในด้านยุทธศาสตร์ทางทหารเท่านั้น แต่มีประโยชน์อย่างกว้างขวางต่อกิจการด้านอื่น ๆ อีกด้วย จึงได้แก้ไขการเรียกชื่อจาก "กรมอากาศยานทหารบก" เป็น "กรมอากาศยาน" และเป็น "กรมทหารอากาศ" ในเวลาต่อมา โดยให้อยู่ในบังคับบัญชาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมโดยตรง พร้อมทั้งได้มีการกำหนดยศทหาร และการเปลี่ยนแปลงเครื่องแบบจาก "สีเขียว" มาเป็น "สีเทา" ดังเช่นในปัจจุบัน

          ต่อมาในวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2480 กรมทหารอากาศได้ยกฐานะเป็น "กองทัพอากาศ" มีนาวาอากาศเอก พระเวชยันต์รังสฤษฎ์ เป็นผู้บัญชาการทหารอากาศคนแรกกองทัพอากาศ จึงได้ถือเอาวันที่ 9 เมษายนของทุกปี เป็น "วันกองทัพอากาศ" อีกหนึ่งวันสำคัญของกองทัพอากาศ

          นอกจากนี้ ยังได้มีการยกย่องถวายพระเกียรติจอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ว่าเป็น "พระบิดาแห่งกองทัพอากาศไทย" ด้วย

11
ห้องข่าวหวย / ข่าวหวย 16 มีนาคม 2561
« เมื่อ: 09 มีนาคม 2018, 17:27:04  »
ชาวบ้านมหาชัยเล็งเลขเด็ด ทะเบียนรถ‘บิ๊กตู่’ หวังให้โชค!!












วันที่ 5 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการลงพื้นที่ตรวจราชการจ.สมุทรสาคร และจ.เพชรบุรี พร้อมประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 2/2561 ที่จ.เพชรบุรี ในวันที่ 5-6 มี.ค.ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.นั้น นายกฯพร้อมคณะ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ที่พล.ม.2 รอ สนามเป้า กรุงเทพฯ ไปยังจุดจอดเฮลิคอปเตอร์สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตสมุทรสาคร ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จากนั้นนายกฯ ได้ใช้รถโฟล์กตู้ อัลพาร์ทสีดำ ทะเบียน กก 3344 สมุทรสาคร เดินทางไปตรวจราชการตามจุดต่างๆ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชน เจ้าหน้าที่ ข้าราชการในพื้นที่ รวมถึงแรงงานที่มาต้อนรับนายกฯ ต่างให้ความสนใจทะเบียนรถยนต์ที่นายกฯ นั่ง เนื่องจากผลการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดที่ผ่านมาคือประจำวันที่ 2 มี.ค. 2561 เลขรางวัล 2 ตัว ออก 29 ซึ่งตรงกับทะเบียนรถเบนซ์ประจำตำแหน่งของพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นรถกันกระสุน หมายเลขทะเบียน 4 กต 29 กรุงเทพฯ

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการพบปะประชาชนและแรงงาน โดยเฉพาะที่องค์การสะพานปลาสมุทรสาคร ต.มหาชัย อ.เมือง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้ำว่า “ขอว่าอย่าซื้อหวยมาก ให้ซื้อพอสมควร คราวหน้าเวลาผมลงพื้นที่จะให้เจ้าหน้าที่ปิดป้ายทะเบียนรถ เพราะเป็นที่จับจ้องเหลือเกิน สื่อมวลชนเองก็รายงานให้ทราบ”

12






ปี่กลอง ..การล็อคหวย..เริ่มคึกคัก


จากคำประกาศยืนยัน อีกครั้งหนึ่ง ที่ระบุว่า ออเดอร์ลงทางใต้



โปรดระมัดระวัง  !


มันออกมาขย้ำ !  5  เจ้ามือ..สายถึก

กระทำอย่างโหดร้าย เหี้ยมเกรียม ผิดมนุษย์ มะนา...

โดนแล้วธาตุไฟเข้าแทรก กระเสือกกระสน

ถึงกับหมดตัวเอาได้   !



ขำเรื่องคำคุยว่าเป็นคนไม่โกง

ขบวนการ..ล็อคแบบเก่า

หน้าก็...เก่า

ทำก็แบบ..เก่าๆ

วงบริวาร นักการเมืองเก่า

มีอะไรใหม่บอกหน่อยสิจ๊ะ !

ในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำ บ้านเมืองขาดความมั่นคง

ชาวบ้านขาดที่พึ่งทางใจ อาศัยความศรัทธา ฝัน ลมๆ แล้งๆ

แม้แต่โชควาสนาอันน้อยนิด มันยังปล้นเอาไป

น้ำคำ...น้ำเงิน...น้ำใจ ถ้ามีในสมองคนเป็นเจ้านาย

ก็สามารถนั่งในใจประชาชนคนไทยได้

แต่..เจ้านายบางคนสมัยนี้ต้องต้มใบล็อตเตอรี่ให้มันกิน

และอาบราดหัวซะก่อนค่ะ...อุ๊บ!!!
 

4  ปีผ่านเลยจากวันชนแก้ว

สู่วันที่เอาลูกปืนวิ่งใส่หัวกัน

อุดมการณ์จอมปลอมของคนดี...

สุดท้ายก็ ลืมสิ้น ....

ต้มประชาชนด้วยคำว่า.วาระปฎิรูป

หลงเชิดชูอยู่นานเจอแฉติดๆ  ดิ้นกันจนปลักโคลนกระจาย



ผมไม่ยึดติดกับตำแหน่งอยู่แล้ว!!

ไม่ยึดติดอะไรก็เดินแก้ผ้าไปสิค่ะ

ปล่อยวางแบบวัว แบบควาย

ยุคสมัยเปลี่ยนไปเท่าไหร่

ตั้งแต่ใช้มีดฟันกัน

จนใช้ปืนคาบศิลายัน

ปัจจุบันใช้ขีปนาวุธ

 มีใครกลับไปใช้มีดใช้พร้าฟันกันอยู่มั๊ยล่ะ

คนรุ่นใหม่ที่เขาต้องอยู่ต่อในประเทศนี้

เขาต้องเป็นคนกำหนด ..ทิศทางเดินเอง ..

ไม่ใช่...เอาคนแก่ ๆ...ที่จะตายวัน ตายพรุ่ง

มากำหนดทิศทางให้เขา


4 ปีมันทำให้ พยัคฆ์ เป็น สุนัข ได้

 แต่ถ้ายังฝืนทำชั่วต่อ

จาก สุนัข จะไปเป็น เหี้ย เอานะท่าน








ที่แพ้  แก้เป็นชนะ

ไม่ถือพระ  ประเวณี

ขี้ฉัอ  ก็ได้ดี

ใครด่าตี  มีอาญา

ที่ซื่อ  ถือพระเจ้า

ว่าโง่เง่า  เต่าปูปลา

ผู้เฒ่า  เหล่าเมธา

ว่าใบ้บ้า  สาระยำ

ภิกษุ  สมณะ

เล่าก็ละพระสัทธรรม

คาถา  ว่าลำนำ

เที่ยวเร่ร่ำ  ทำเฉโก








13
ห้องข่าวหวย / Re: ข่าวหวย 2 มีนาคม 2561
« เมื่อ: 27 กุมภาพันธ์ 2018, 12:15:10  »
13 มีนาคม “วันช้างไทย”









    "ช้าง" เป็นสัตว์ที่มีความสัมพันธ์และผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทยมาเป็นเวลานานแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยโบราณ ช้างเป็นพระราชพาหนะเคียงคู่พระบารมีพระมหากษัตริย์ไทยทุกยุคทุกสมัยเลยทีเดียว แต่สมัยปัจจุบัน คนไทยกลับเห็นคุณค่าและความสำคัญของช้างไทยลดลงไปทุกขณะ จนช้างถูกนำไปเร่ร่อนหาผลประโยชน์โดยควาญช้าง และล้มตายเป็นจำนวนมากขึ้นทุกที

          ดังนั้น เพื่อให้คนไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญ และการดำรงอยู่ของช้างไทย รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนทุกคนหันมาช่วยกันอนุรักษ์ช้าง ทางคณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบกำหนดให้ทุก ๆ วันที่ 13 มีนาคมของทุกปี เป็นวันช้างไทย





          วันช้างไทย ตรงกับวันที่ 13 มีนาคมของทุกปี ชวนมาอนุรักษ์และเห็นความสำคัญของสัตว์คู่บ้านคู่เมืองที่ขณะนี้จำนวนลดน้อยลงอย่างน่าใจหาย

          "ช้าง" เป็นสัตว์ที่มีความสัมพันธ์และผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทยมาเป็นเวลานานแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยโบราณ ช้างเป็นพระราชพาหนะเคียงคู่พระบารมีพระมหากษัตริย์ไทยทุกยุคทุกสมัยเลยทีเดียว แต่สมัยปัจจุบัน คนไทยกลับเห็นคุณค่าและความสำคัญของช้างไทยลดลงไปทุกขณะ จนช้างถูกนำไปเร่ร่อนหาผลประโยชน์โดยควาญช้าง และล้มตายเป็นจำนวนมากขึ้นทุกที

          ดังนั้น เพื่อให้คนไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญ และการดำรงอยู่ของช้างไทย รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนทุกคนหันมาช่วยกันอนุรักษ์ช้าง ทางคณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบกำหนดให้ทุก ๆ วันที่ 13 มีนาคมของทุกปี เป็นวันช้างไทย

 วันช้างไทย

วันช้างไทย ประวัติวันนี้มีที่มา

          วันช้างไทยริเริ่มขึ้นจากคณะอนุกรรมการประสานงานการอนุรักษ์ช้างไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานประสานงาน องค์การภาครัฐและเอกชนที่ทำงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์ช้างไทย คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเล็งเห็นว่าหากมีการสถาปนาวันช้างไทยขึ้น จะช่วยให้ประชาชนคนไทยหันมาสนใจช้าง รักช้าง หวงแหนช้าง ตลอดจนให้ความสำคัญต่อการให้ความช่วยเหลืออนุรักษ์ช้างมากขึ้น

          คณะอนุกรรมการจึงได้พิจารณาหาวันที่เหมาะสม ซึ่งครั้งแรกได้พิจารณาเอาวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทำยุทธหัตถีมีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชา แต่วันดังกล่าวถูกใช้เป็นวันกองทัพไทยไปแล้ว จึงได้พิจารณาวันอื่น และเห็นว่าวันที่ 13 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่คณะกรรมการคัดเลือกสัตว์ประจำชาติ มีมติให้ช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทยนั้นมีความเหมาะสม จึงได้นำเสนอมติตามลำดับขั้นเข้าสู่คณะรัฐมนตรี ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2541 เห็นชอบให้วันที่ 13 มีนาคมของทุกปี เป็น "วันช้างไทย" และได้ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2541

          ผลจากการที่ประเทศไทยมีวันช้างไทยเกิดขึ้น นับเป็นการยกย่องให้เกียรติว่าเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญอีกครั้ง นอกเหนือจากเกียรติที่ช้างเคยได้รับในอดีต ไม่ว่าจะเป็นช้างเผือกในธงชาติ หรือช้างเผือกที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ หรือสัตว์คู่พระบารมีของพระมหากษัตริย์

ความสำคัญของช้างไทย

          - ช้างเป็นสัตว์คู่พระบารมีของพระมหากษัตริย์ไทย ช้างเป็นสัตว์ที่ดำรงอยู่คู่กับประเทศไทยมาเป็นเวลานาน ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สยามประเทศเคยใช้ธงชาติเป็น รูปช้างเผือก ชาวไทยเชื่อกันว่าช้างเผือกเป็นสัตว์คู่พระบารมีของพระมหากษัตริย์ ช้างเผือกจึงได้รับการยกย่องเสมือนเจ้านายชั้นเจ้าฟ้า

          - ช้างเป็นผู้ปกป้องเอกราชแห่งชาติไทย ประวัติศาสตร์ชาติไทยได้จารึกไว้ว่าช้างได้เข้ามามีส่วนในการปกป้องเอกราชและความเป็นชาติให้แก่ชาวไทยหลายยุคหลายสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ทำยุทธหัตถี จึงทรงประกาศเอกราชและความเป็นชาติ ซึ่งช้างทรงในสมเด็จพระนเรศวรนับว่าเป็นช้างไทยที่ได้รับเกียรติอันสูงสุด โดยได้รับพระราชทานยศให้เป็นถึง "เจ้าพระยาปราบหงสาวดี"


14
ห้องข่าวหวย / Re: ข่าวหวย 2 มีนาคม 2561
« เมื่อ: 27 กุมภาพันธ์ 2018, 12:08:44  »

สิ้นหลวงปู่บุญเพ็ง!

เกจิดังหนองบัวลำภู สิริอายุ 88 ปี 4 เดือน











หลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต "พระภิกษุผู้เป็นธรรมทายาทของหลวงปู่ขาว อนาลโย" แห่งวัดถ้ำกลองเพล ต.โนนทัน อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู

ละสังขารอย่างสงบแล้ว เมื่อวันอังคารที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๑ เวลา ๐๑.๕๗ น.

 ณ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น สิริอายุ ๘๘ ปี ๔ เดือน ๕ วัน ๖๘ พรรษา


• ประวัติปฏิปทาหลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต •

หลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต นามเดิม บุญเพ็ง จันใด จำนวนพี่น้อง ๖ คน โดยองค์ท่านเป็นบุตรคนที่ ๓ ครอบครัวมีอาชีพทำนา

 ท่านเป็นบุตรของนายคูณ และนางมา จันใด ถือกำเนิดตรงกับวันจันทร์ที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๗๒ แรม ๓ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีมะเส็ง

 ณ บ้านศรีฐาน ต.กระจาย อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร ท่านศึกษาเล่าเรียนที่โรงเรียนศรีฐาน ซึ่งเป็นโรงเรียนวัด

 จึงทำให้ท่านมีความผูกพันกับศาสนา ครั้นอายุ ๑๒ ปี บวชเป็นผ้าขาวเพื่อศึกษาและปฏิบัติข้อวัตรของผู้ทรงศีล และบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดศรีธรรมาราม อ.เมืองยโสธร ในเวลาต่อมา

บรรพชา เป็นสามเณรที่วัดศรีธรรมาราม อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร

ท่านเข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๙๒ ที่วัดป่าสุทธาวาส อ.เมือง จ.สกลนคร โดยมีพระอาจารย์มหาทองสุก สุจิตโต (ศิษย์หลวงปู่มั่น) เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และท่านพระอาจารย์มหาไพบูลย์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

• อาจาริยธรรม

หลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต ในขณะที่ท่านเป็นสามเณรอายุ ๑๖ ปีท่านได้เดินทางด้วยเท้าพร้อมด้วยท่านพระอาจารย์สอ และสามเณรลี จากวัดศรีธรรมาราม จังหวัดยโสธร ไปบ้านหนองผือนาใน ตำบลนาใน อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร .ใช้เวลาในการเดินทางเป็นระยะเวลา ๑๕ วัน และท่านพร้อมคณะได้พักอยู่ห่างจากวัดป่าบ้านหนองผือประมาณ ๑๒ กิโลเมตร โดยผลัดกันครั้งละรูป เดินทางเข้ามากราบท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตเถระ เพราะถ้าไปพร้อมๆ กันก้เกรงว่าจะไม่งาม อาจจะมีความวุ่นวายและขาดความสงบได้ โยหลวงปู่บุญเพ็ง เป็นรูปแรกที่ท่านเข้าไปก่อน ท่านได้เล่าถึงเหตุการณ์ในครั้งแรกที่ได้มีโอกาสเข้าไปนมัสการท่านพระอาจารย์ใหญ่หลวงปู่มั่นว่า

“แรกๆ นะตัวเย็นเฉียบเลยนะ หยิกไม่รู้เรื่อง มันตื่นเต้นมาก เพราะเคยได้ยินกิตติศัพท์ของท่านพระอาจารย์มั่น ว่ามีระเบียบ เรียบร้อยมาก เป็นพระผู้มีความเคร่งครัดต่อพระวินัยมาก”

ครั้งนั้นอาตตมายังจำได้ดีว่ามันตื่นเต้นมาก เมื่อเข้ากราบนมัสการ ก็เห็นความเป็นพระผู้มีปฏิปทาสูงมาก ยากที่จะมีใครทำได้เช่นท่าน “งามจริงๆ แม้ท่านจะนั่งอยู่ในที่อันควรแล้ว ผิวพรรณของท่านเปล่งปลั่ง มองไม่เบื่อ เพราะเราไม่เคยเห็นอย่างนี้ สมกับคำล่ำลือจริงๆ ” ท่านพระอาจารย์มั่นท่านนั่งเฉยอยู่ มองพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งท่านจึงเอ่ยขึ้นว่า “พอบอกได้สอนได้” หลังจากนั้นก็มีพระนำไปที่พัก ชึ่งก็เป็นป่าดงไม้ไผ่และรอบๆ บริเวณนั้นแหละ จิตใจของอาตมานั้นปีติดีใจมาก คิดว่า “นี้เป็นโอกาสของเราแล้ว เราจะปฏิบัติศึกษาให้เกภูมิปัญญามากเท่าที่จะมากได้ทีเดียว”

เมื่อหลวงปู่บุญเพ็ง ได้เข้ามาอยู่วัดป่าบ้านหนองผือ สมความตั้งใจแล้ว ได้รับหน้าที่อันเป็นกิจวัตรประจำวัน คือคอยดูแลและทำความสะอาดกุฏิ จัดสิ่งต่างๆ ภายในกุฏิของท่านพระอาจารย์มั่น และต่อมาได้อยู่ใกล้ชิด โดยได้รับหน้าที่ปรนนิบัติช่วยครูบาอาจารย์ในยามชรา ชึ่งในเวลานั้นท่านพระอาจารย์มั่นท่านชราภาพแล้ว หลวงปู่บุญเพ็งท่านเล่าว่า นับเป็นลาภของอาตมาที่ได้มีโอกาสอันสำคัญนี้ และเป็นช่วงที่ได้อยู่ปรนนิบัติท่านด้วย อย่างไรก็ตามการได้อยู่ใกล้ชิดครูบาอาจารย์ชึ่งในครั้งนั้นได้มีครูบาอาจารย์มาอยู่จำพรรษษมากองค์ด้วยกัน และแต่ละองค์ก็ล้วนแล้วแต่มีคุณวิเศษมีข้อวัตรปฏิบัติธรรมอย่างละเอียดอ่อน เป็นกำลังในกองทัพธรรมเจริญรุ่งเรืองในกาลต่อมา ครูบาอาจารย์พระเถระแต่ละองค์นั้น การปฏิบัติของท่านเป็นอย่างชนิดทุ่มเท หมั่นเพียร ยอมมอบกายถวายชีวิตพ่อพระรัตนตรัย และมีอารมณ์สงบ เยือกเย็นพูดน้อย เวลาจะถามความสงสัยในธรรม ก็ตอบได้อย่างแจ่มแจ้ง เข้าใจง่าย อันนี้อาตมาคิดว่า “เหมาะสม” คือสถานที่ดี ครูบาอาจารย์พรั่งพร้อมที่จะสอนธรรม จึงเหมาะแก่การภาวนาธรรมในครั้งกระโน้นจริง ๆ

ลูกศิษย์ทั้งหลายย่อมรู้จักปฏิปทาของท่านพระอาจารย์มั่นได้ดี ไม่ใช่จะยกเทิดทูนจนเกินเลย เป็นความจริง ที่ไม่เชื่อเพราะมิได้ศึกษา นี้เป็นอย่างนี้น่ะ เมื่อได้อยู่ใกล้ครูบาอาจารย์ก็เป็นผลในการประพฤติปฏิบัติมาก ก็น่าอัศจรรย์ อาตมาเคยได้พบประสบมาแล้วอย่างนี้ วันหนึ่งขณะที่กำลังนั่งคิดอยู่ว่า “อะไรหนอ การปฏิบัติของเรา มันติดขัดอับจนปัญญา พิจารณาไม่ออกจิตใจฟุ้งซ่าน ทำอะไรๆ ก้ไม่สงบ” ก็คิดในใจว่า “ เย็นนี้จะต้องขอกราบเรียนถามท่านพระอาจารย์ใหญ่เพื่อเปิดจิตใจให้สว่างเสียที ”

ครั้งพอตกเวลาเย็น อาตมาก็ได้ไปปรนนิบัติต้มน้ำร้อนน้ำดื่มถวายท่าน บีบนวดบ้างในบางคราว พอทำกิจของตนเสร็จก็เข้าไปนั่งรวมกับหมู่คณะ ท่านพระอาจารย์ใหญ่ก็เทศน์คำสอนให้อุบายธรรมะที่กำลังติดขัดอยู่นั้นแหละ ท่านบอกแก้ไขให้โดยไม่ได้เอ่ยขอกราบเรียนเลย อย่างนี้ละคิดอย่างไร วาระจิตของท่านสงบมากแค่ไหน ทำไมท่านถึงรู้ได้อย่างแจ่มแจ้งเช่นนั้น คนเราสมัยนี้พอพูดถึงปาฏิหาริย์บ้าง เรื่องฤทธิ์บ้าง มันชอบใจ ติดหลงไปไม่รอด กำลังไม่พอแต่อยากเหาะได้นะ เอาเป็นว่าท่านพระอาจารย์มั่น ท่านดักใจได้ถูก แล้วท่านยังได้สอนธรรมะให้คลายสงสัยได้ยอดเยี่ยมอีกด้วย

สำหรับหลักธรรมอันเป็นอุบายในการปฏิบัติ ท่านพระอาจาย์มั่น ท่านสอนมากในเรื่องภาวนาพิจารณาสกลร่างกายเรานี้ เพราะกัมมัฏฐานก็คือธาตุ ดังนั้นจึงควรพิจารณาร่างกายนี้แยกออกให้เป็นส่วน ๆ เมื่อมีความชำนาญคล่องแคล่วก็จะเห็นได้ชัดว่า ร่างกายเรานี้มันเป็นแต่เพียงธาตุ ไม่ใช่ของเราหรือของของเขาเลย เพื่อพิจารณาเห็นจริงเช่นนี้ก็ให้ตั้งสติ ให้รู้สภาพความเป็นจริง ความเป็นจริงก็คือธรรมะ


ครั้งแรก ๆ ท่านพระอาจารย์มั่นว่า “สติเป็นสิ่งสำคัญ ต้องน้อมพิจารณาส่วนใดก็ได้ ของร่างกายเมื่อมันหมดความลุ่มหลงร่างกายของตนแล้ว ต่อให้ร่างคนอื่น ๆ จะแต่งแต้มแค่ไหน มันก็จะไม่มีอาการลุ่มหลงเคลิบเคลิ้มต่อไป เพราะความรู้เท่าทันของจิตใจ พระอริยเจ้าทั้งหลายท่านก็พิจารณากายนี้เอง ไม่ได้นั่งหลับตาพิจารณาอย่างอื่น

อาตมาเคยได้อยู่รับใช้ครูบาอาจารย์หลวงปู่มั่นเป็นเวลารวม ๔ ปี คือตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๘๙ ถึง พ.ศ. ๒๔๙๒ สิ่งที่ภาคภูมิใจก็คือ ได้อยู่ปรนนิบัติท่าน ได้อยู่ใกล้ชิดท่าน เมื่อติดขัดในปัญหาอันใดก็จะสามารถถามแก้ไขได้อย่างทันท่วงที ยิ่งในวัยชราของท่าน อาตมาและหมู่คณะได้ปรนนิบัติท่านพยายามเยียวยารักษาท่าน เพราะท่านเป็นพ่อแม่ที่ให้สิ่งที่มีคุณค่าทั้งสิ้น ไม่เคยสอนให้เสียคน ท่านคอยกล่าวตักเตือน ท่านว่า “เวลาไม่รอใคร ความตายอยู่เบื้องหน้า จงอย่าประมาทเลย”

ปีสุดท้ายคือ พ.ศ.๒๔๙๒ ท่านพระอาจารย์มั่นท่านอาพาธ อาการเจ็บป่วยนั้นแรงกล้าขึ้นเรื่อยๆ คณธศิษย์ทุกคนก็พยายามกันมาก ช่วยกันดูแลจัดเวรยาม คอยดูแลอาการเจ็บป่วยท่านพระอาจารย์ใหญ่ด้วยความเป็นห่วงอย่างยิ่ง

ภายหลังจากท่านพระอาจารย์มั่นมรณภาพและถวายเพลิงศพท่านไปแล้ว คณะศิษย์ทั้งหลายต่างแยกย้ายกันออกไป ในระยะ ๔ ปี อาตมาคิดว่าได้เหตุผลในทางธรรม ได้รับจากหลวงปู่ครูบาอาจารย์มากมายพอควรทีเดียว

ปี พ.ศ.๒๕๐๐ องค์ท่านเข้ามอบตัวเป็นศิษย์หลวงปู่ขาว อนาลโย ณ วัดป่าแก้วชุมพล บ้านชุมพล อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร และขอโอกาสจากองค์หลวงปู่ออกธุดงค์หาประสบการณ์บริเวณเทือกเขาป่าภูพาน

ปี พ.ศ.๒๕๐๓ เดินทางไปกราบหลวงปู่ขาว ขณะองค์หลวงปู่กำลังสร้างวัดถ้ำกลองเพล อ.เมืองหนองบัวลำภู โดยรับภาระดูแลการก่อสร้าง และอยู่รับใช้หลวงปู่ขาวในเวลาเดียวกัน จนท่านละสังขาร

หลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต วัดถ้ำกลองเพล อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู มรณภาพตรงกับวันอังคารที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๑ เวลา ๐๑.๕๗ น. ณ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น สิริอายุ ๘๘ ปี ๔ เดือน ๗ วัน ๖๘ พรรษา

“..คนเรามีแต่กระดูก ให้พิจารณากระดูก ให้ดูรูปกระดูก แล้วภาวนาให้เห็นกระดูก ถ้ายังไม่เห็นให้ลืมตาดู แล้วหลับตา แล้วภาวนาอีกทำไปเรื่อยๆ จนเห็นกระดูกได้ตลอดเวลา เราจะได้เกิดความเบื่อหน่าย คลายกำหนัดคลายโลภโกรธ หลง เพราะสมบัติในโลกไม่มีอะไร รูปร่างก็มีแต่กระดูก สมบัติต่างๆก็คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ไม่มีอะไรเป็นของเราสักอย่าง..” โอวาทธรรมคำสอนหลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต

15
ห้องข่าวหวย / Re: ข่าวหวย 2 มีนาคม 2561
« เมื่อ: 27 กุมภาพันธ์ 2018, 12:02:16  »
วันมาฆบูชา   1  มีนาคม 2561












หากจะพูดโดยสรุปรวมแล้ว ความสำคัญของวันมาฆบูชา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันหนึ่งของโลก

ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งในวันนี้เมื่อครั้งอดีตมีเหตุการณ์น่าอัศจรรย์เกิดขึ้น

 โดยพระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าจำนวน 1,250 รูป มาเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ โดยมิได้นัดหมาย

อีกทั้งพระสงฆ์เหล่านั้นยังเป็น เอหิภิกขุอุปสัมปทา หรือเป็นพระสงฆ์ที่ได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้า และเป็นพระอรหันต์อีกด้วย

วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ หรือวันมาฆบูชานี้ พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดง โอวาทปาติโมกข์ ในที่ประชุมสงฆ์ ที่เป็นบอกกล่าวถึงหลักการ อุดมการณ์

 และวิธีการปฏิบัติในพระพุทธศาสนา สามารถนำข้อกำหนดต่างๆ เหล่านี้ไปใช้ได้ในทุกสังคม มีเนื้อหาที่กล่าวถึงการละความชั่วทุกชนิด

 หมั่นทำความดีให้เป็นกิจวัตร ให้ตนถึงพร้อมและมีจิตใจที่ผ่องใส

กิจกรรมที่พึงปฏิบัติในวันมาฆบูชา

ในวันมาฆบูชา พุทธศาสนิกชนชาวไทยนิยมทำบุญตักบาตรในตอนเช้า อีกทั้งตลอดทั้งวันก็ยังมีการบำเพ็ญกุศลความดีอื่นๆ เพิ่มอีกด้วย

 ไม่ว่าจะเป็น การเดินทางไปวัดเพื่อรับศีล งดเว้นการทำบาปทั้งปวง การถวายสังฆทาน การให้อิสระทาน (ปล่อยนกปล่อยปลา)

 การฟังพระธรรมเทศนา รวมถึงการไปเวียนเทียนรอบโบส์ถในช่วงเย็น

โดยปกติในวันมาฆบูชาก่อนที่จะเริ่มการเวียนเทียน วัดต่างๆ จะจัดให้มีการทำวัตรสวดมนต์ หรือที่การทำวัตรเย็น

 แล้วตามด้วยการเวียนเทียนอย่างเป็นทางการในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. หรือ 2 ทุ่มตรง (มีพระสงฆ์นำเวียนเทียน)

หน้า: [1] 2 3 ... 20